|
หัวข้อ: ตำแหน่งที่ตั้งของครัวควรหันไปในทิศที่รับแสงสว่างรวมทั้งลมให้ผ่านเข้ามาในห้องครัว เริ่มหัวข้อโดย: sudteen555 ที่ ธันวาคม 03, 2019, 09:37:34 am ทีมสถาปนิกมากฝีมือประสบการณ์สูงทั้งทั้งประเทศไทยและเทศ ออกแบบบ้าน ห้องน้ำ ห้องครัว ซ่อมซ่อมต่อเติม ตกแต่งภายนอก คุยต่อรองได้
(http://www.completehome.co.th/images/intro_1373131572/3.png) ที่ตั้งของครัวนั้นขึ้นกับขนาดพื้นที่ของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นครัวเปิดแบบอยู่ภายในตัวบ้านซึ่งสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องหรือเลือกห้องครัวแบบปิด บางทีอาจตั้งอยู่นอกบ้าน เเต่ไม่ว่าจะห้องครัวแบบไหนก็ควรหันไปในทิศที่รับแสงสว่างแล้วก็ลมให้ผ่านเข้ามาในห้องครัวตามช่องประตู หน้าต่าง แล้วก็ช่องแสงสว่าง รับเหมาต่อเติมบ้าน รีโนเวทให้บริการรับต่อเติมบ้าน[/u] ทิศของเเสงกับห้องครัว เเนวคิดหลักก็คือครัวควรจะอยู่ในทิศที่มีเเสงสว่างส่องเข้าถึงได้ เพื่อให้เเสงแดดได้ฆ่าเชื้อโรคต่างๆรวมทั้งไล่ความชุ่มชื้นด้านในครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณอ่างล้างถ้วยชามควรอยู่ใกล้กับช่องหน้าต่าง จะได้ช่วยให้อากาศระบายและระบายกลิ่นต่างๆเวลาทำครัว ยิ่งกว่านั้นยังส่งผลให้ห้องครัวเย็นสบาย ...มาดูผลจากการตั้งห้องครัวในเเต่ละทิศกันเลยดีกว่า… - เเสงทางทิศเหนือให้ความสว่างกับครัวได้ตลอดวัน เเต่ไม่กำเนิดความร้อน เพราะเหตุว่าไม่ใช่แนวทางโคจรของดวงอาทิตย์ - เเสงทางทิศใต้มักจะส่องห้องครัวในฤดูหนาว เเละจะให้เเสงพอเหมาะพอควรในช่วงฤดูร้อน การที่ทำช่องเเสงบนหลังคาทางใต้จะช่วยทำให้ครัวได้รับเเสงในฤดูหนาวได้สุดกำลัง เพราะเหตุว่าในฤดูหนาวดวงอาทิตย์จะอ้อมไปทิศใต้ - เเสงทางทิศตะวันออก ครัวที่หันไปทางทิศนี้จะได้รับเเสงแดดตอนเวลาเช้า ทำให้ห้องได้รับเเสงสว่างและก็ความร้อนด้วยเหตุว่าเป็นด้านที่ตะวันขึ้น - เเสงทางทิศตะวันตก ห้องครัวจะได้รับแดดบ่ายจนกระทั่งเย็นก็จะไม่ค่อยสะดวกสบายหากทำอาหารในเดี๋ยวนี้ ถ้ามีหน้าต่างใช้มูลี่ปรับเเสงหรือม่านบัง หรือจะปลูกต้นไม้เพื่อลดแสงสว่างกับความร้อนก็ได้ ตำแหน่งที่เหมาะสมของครัวในบ้าน โดยทั่วไปคนตะวันออกเชื่อว่าตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับครัวที่สุดในบ้านเป็นทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หรือตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นด้านที่รับแสงรวมทั้งลมได้อย่างพอดี ส่วนถ้าเกิดเป็นความเชื่อในเรื่องฮวงจุ้ย จะชอบให้ครัวอยู่ทางทิศตะวันออกรวมทั้งทิศใต้ เพราะเหตุว่าทางทิศตะวันออกครัวจะได้รับเเสงแดดตั้งเเต่ตอนเช้าถึงเที่ยง เเละช่วงเวลาเย็นจะเย็นสบายเวลาปรุงอาหาร ส่วนทิศใต้นั้นมีลมพัดผ่าน ทำให้อากาศถ่ายระบายได้สะดวก สำหรับใครกันแน่ที่กำลังสร้างบ้าน ในขณะนี้คงตกลงใจเลือกได้เเล้วใช่มั้ยค่ะว่าจะสร้างห้องครัวไว้ทางทิศไหนดี ถูกใจแบบไหนก็เลือกแบบงั้นได้เลย สิ่งจำเป็นเลยก็คือแสงสว่างเเละลมจำเป็นต้องส่องผ่านเข้าไปในครัว เพื่อที่จะช่วยระบายอากาศ ไม่ให้กลิ่นหลงเหลือในห้องครัวนะคะ เว้นแต่ฮวงจุ้ยที่เหมาะกับก่อสร้างบ้านแล้ว เจ้าของบ้านควรจะทราบด้วยว่า ฮวงจุ้ยลักษณะไหน ที่ไม่ควรไปก่อสร้างบ้านในรอบๆนั้น 1. มีกระแสลมแรงพัดผ่านตลอดเวลา พลังของลมจะพัดพาเงินทองเงินทองไม่ให้เหลือเก็บ แม้กระนั้นถ้าหากไม่มีลมพัดเลย พลังงานที่ดีก็จะไม่เวียน ฮวงจุ้ยที่ดีเป็นมีลมพัดผ่าน อากาศถ่ายเทดี แต่ไม่ใช่พัดแรงตลอดระยะเวลา 2. มืดและก็เย็น แสดงว่ามีพลังหยินมากเกินไป นำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย แล้วก็เป็นที่อยู่ของวิญญาณซึ่งเป็นพลังงานที่ไม่ดี ไม่สมควรอาศัยร่วมกับมนุษย์ 3. ทางชันพุ่งเข้าหาประตู เหมือนก่อสร้างบ้านบนปลายอาวุธ มีแม้กระนั้นอันตราย ไม่ใช่เรื่องดี 4. ถนนหนทางพุ่งเข้าบ้าน เป็นรูปแบบของทางสามแพร่งหรือทางผีผ่าน ยิ่งถนนหนทางยาว มีรถมาก ยิ่งอันตราย 5. ใกล้ทางโค้ง เหมือนรูปเคียวโดยเฉพาะสะพาน หรือวงเวียน มองเห็นรถยนต์หรือสิ่งที่จะเข้ามาในบ้านได้ยาก อาจอันตรายทั้งจากมิจฉาชีพขโมยและเป็นจุดดักพลังงานที่ไม่ดี 6. ขนาบด้วยตึกสูง อีกทั้งซ้ายขวาหรือ หน้าหลัง ในลักษณะราวกับหนีบบ้านที่อยู่กึ่งกลาง ไม่ดี ด้วยเหตุว่าเป็นรูปแบบของโลง บ้านที่อยู่กึ่งกลางเป็นศพ ตาย เป็นไปไม่ได้ฟื้นเท่ากับหาเลี้ยงชีพไม่ขึ้น 7. มุมแหลมของบ้านข้างๆพุ่งเข้าหาตัวบ้าน รูปแบบนี้เป็นรูปแบบของศรพิฆาต พลังของความมุ่งร้ายต่างๆจะพุ่งเข้ามาที่บ้าน 8. ด้านหน้าบ้าน เป็นโรงพัก ศาลเจ้า คุกสถานดับไฟ สถานที่พวกนี้คือแหล่งรวมของเรื่องทุกข์ยากตรากตรำแล้วก็ความร้อนใจ ซึ่งจะส่งผลมาถึงคนภายในบ้านด้วย 9. ที่ดินทางเข้าน้ำ จัดว่าไม่เป็นมงคล เนื่องจากว่าน้ำไหลตลอดระยะเวลา เก็บสินทรัพย์มิได้ อีกทั้งมีโอกาสเสี่ยงต่อการถูกกัดเซาะและน้ำหลากอีกด้วย 10. มีต้นไม้ต้น เสาไฟ หรือเสาหลัก ขวางตรงประตูที่อยู่หน้าบ้าน ข้าวของพวกนี้ถือเป็นสิ่งอวมงคล ไม่สมควรให้ตั้งอยู่หน้าบ้าน 11. มีลำคลอง ร่องน้ำ ไหลผ่านตัวบ้าน ทำให้เงินทองเสียหาย 12. มีแอ่งกึ่งกลางบ้าน หรือกึ่งกลางตัวบ้านเป็นหลุมบ่อ กลางบ้านเป็นหัวใจของพลังงานในบ้าน ถ้าหากยุบหรือเป็นหลุมลงไปย่อมไม่เป็นมงคล ไม้แต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่าง จึงควรรู้จักลักษณะเฉาพะตัวของไม้ที่นิยมใช้กันในบ้านเรา เพื่อจะได้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับการใช้แรงงาน โดยเรียงลำดับความแข็งแรงของเนื้อไม้จากมากไปน้อย ไม้แดง แก่นไม้มีสีแดงอ่อนๆถึงสีน้ำตาลอมแดง เนื้อละเอียดพอควร เนื้อเหนียวแข็งแรงและก็ทน แต่ยืดหดตัวค่อนข้างจะมากมาย ก็เลยจำเป็นต้องผ่านการอบมาอย่างดี นิยมใช้ก่อสรา้งในส่วนที่ไม่ใช่ส่วนประกอบ ดังเช่นว่าพื้น วงกบประตูหน้าต่าง เครื่องตกแต่งบ้าน แม้ปูพื้นจะต้องเว้นขอบพื้นให้ห่างจากผนักมากยิ่งกว่าไม้ประเภทอื่น ไม้ปรอบเดือน แก่นไม้สีแดงอมเหลืองถึงสีแดงก้อนอิฐเข้มมีความแข็งใกล้เคียงไม้แดง มีลวดลายงดงามเนื้อละเอียดปานกลาง แต่งผิวและก็ชักเงาก้าวหน้า แต่ว่าคนไม่ค่อยถูกใจเพราะเหตุว่าครั้งคราวสีเป็นจ้ำ ไม้เต็ง แรกๆเนื้อไม้มีสีน้ำตาลอ่อน แล้วจะเบาๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแก่ปนแดง เนื้อหยาบคายแต่ว่าบ่อย นิยมใช้ทำโครงสร้างอย่างคาน ตง และก็พื้น ในตลาดมีอีกทั้งไม้เต็งไทยและไม้เต็งมาเลย์ แต่ไม้เต็งไทยจะแข็งแรงกว่า ไม้มะค่า แก่นไม้สีน้ำตาลอ่อนถึงสีน้ำตาลแก่รวมทั้งจะเข้มขึ้นเมื่อทิ้งเอาไว้นาน มีเส้นเศษไม้ เนื้อค่อนข้างหยาบ แม้กระนั้นบ่อย เป็นมันเลื่อมเห็นลายไม้แจ้งชัด ทนมอดปลวกได้ดี มีการยืดหดค่อนข้างน้อย ไม้สัก (บางหนังสือเรียนจัดเป็นไม้เนื้ออ่อน) แก่นไม้มีสีเหลืองทองคำและค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแล้วก็น้ำตาลแก่ มีกลิ่นเหมือนหนังฟอกเก่าๆมีลักษณะเด่นที่ลายไม้งดงามแม้กระนั้นถ้าหากใช้งานหนักๆจะเป็นรอยง่ายจะต้องเคลือบด้วยวาร์นิชที่ช่วยทำให้ไม้ทนการขัดถูมากยิ่งขึ้น พื้นไฟเบอร์ซีเมนต์ เป็นการผสมเส้นใยไม้และก็ปูปูนซีเมนต์ก็เลยมีความแข็งแรง ทนแดด ทนฝน รวมทั้งปลวกไม่กิน เนื้อเหนียวเหมือนไม้สามารถทำสีได้ตามอยากได้ เหมือนกันกับไม้ อายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไป ราคาตารางเมตรละ 1,000-1,300 บาท ไม้ผสมพอลิพรอพิลีน(PE) คือสิ่งของที่ผลิตจากเยื่อไม้ผสมกับวัสดุสังเคราะห์ประเภทพลาสติกหรือพอลิพรอพิลีน (PE) ทำให้มีผิวสัมผัส ความยืดหยุ่น แล้วก็คุณลักษณะคล้ายไม้ แม้กระนั้นคงทนอย่างพลาสติกผู้สร้างเสร็จจากโรงงาน รวมทั้งมีระบบระเบียบการต่อว่าดตั้งที่สบาย ผู้ผลิตบางรายดีไซน์ให้มีหมดทั้งตัวล๊อค ตงและไม้ปิดข้างๆสำเร็จรูป อายุุการใช้งาน 15 ปีขึ้นไป ราคาตารางเมตรละโดยประมาณ2,000 บาท ไม้สน เป็นไม้นำเข้า ซึ่งมีให้เลือกทั้งยังไม้สนโตเร็ว (วงปีห่าง) ที่นิยมนำมาปลูกในประเทศนิวซีแลนด์ รวมทั้งไม้สนโตช้า (วงปีถี่กว่า) ที่นิยมปลุกในประเทศแถบยุยงโปรตอนเหนือ แม้จะเป็นไม้เนื้ออ่อนแม้กระนั้นก็ผ่านการอบ อาบน้ำยาป้องกันแมลง และเพิ่มเติมสารเคมีให้มีความคงทน จึงสามารถใช้ภายได้ มีลักษณะเด่นที่มีสีอ่อน แล้วก็สีสันจะเปลี่ยนเป็นสีอมเทามองสวยงามไปอีกแบบ อายุการใช้งาน10 ปีขึ้นไป ราคาตารางเมตรละ 1,200-1,500 บาท แผ่นไม้พื้นระเบียบสำเร็จรูป เป็นการนำไม้เนื้อแข็งมาติดบนแผ่นที่กรองพลาสติกพอลิพรอพิลีน มีระบบล็อกระหว่างแผ่น โดยมากมีขนาดมาตราฐาน 30 x 30 และ 45 x 45 เซนติเมตร สามารถวางบนพื้นปูนหรือกระเบื้องเดิมได้โดยทันที ราคาขึ้นอยู่กับขนาดแล้วก็ดีไซด์ ราคาแผ่นละ 150-300 บาท พื้นไม้ปิดผิวด้วยลามิเนต(laminated Flooring) เป็นพื้นไม้สำเร็จรูปที่นำเศษไม้มาอัดเป็นแผ่น ปิดผิวหน้าด้วยเมลามีนเรสิน เพื่อคุ้มครองการขีดข่วน รวมทั้งการยืดหดตัวของแผ่นไม้มีทั้งยังจำพวกผิวหน้าเรียบรวมทั้งจำพวกมีผิวพิ้นสัมผัส พื้นไม้ปิดผิวด้วยแผ่นวีเนียร์(Wood Veneer Flooring) เป็นไม้ปูพื้นที่มีลักษณะคล้ายกับไม้ลามิเนตแม้กระนั้นมีความแข็งแรงน้อยกว่า มีผิวหน้าเป็นแผ่นวิเนียร์ไม้จริง รองด้วยไม้กระดานอัดหรือไม้ HDF (High Desity Fiber Board) ฉาบผิวหน้าด้วย น้ำยาฉาบแข็งหรือสารคุ้มครองรีงสีแสงอัลตราไวโอเลตเพื่อความคงทนถาวร พิื้นไม้จริงแนวทางเอนจิเนียร์(Prenished Engineered Floor) วัตถุดิบ ด้วยการใช้ผิวหน้าไม้จริงและตามติดข้างล่างด้วยแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นสูง (HDF) หรือใช้ไม้จริงที่มีคุณภาพรองลงมาวางซ้อนกันหลายๆชั้นแล้วอัดประสานด้วยการพร้อมอัดน้ำยากันปลวกแล้วก็ฉาบข้างหลังไม้เพื่อป้องกันความชื้้น พื้นไม้จริงสำเร็จรูป (Prenished Solid Floor) เป็นไม้จริงทั้งยังแผ่นที่ได้ความเจริญผลิตให้ตามมาตรฐาน โดยผ่านกรรมวิธีอบแห้ง อัดน้ำยากันปลวกทำสีและเคลือบผิวหน้ามาจากโรงงานพร้อมดีไซน์ระบบการปกป้องคุ้มครองความชื้นแล้วก็การต่อไม้เข้าลิ้นให้ติดตั้งสะดวกขึ้นก็เลยจัดตั้งได้เร็ว ลดปัญหาไม้หดหรือปิดตัว ทั้งมีลวดลายรวมทั้งสีสันให้เลือกมากมายก่ายกองเพราะว่ามีอีกทั้งไม้จากยุโรป ประเทศสหรัฐอเมริกาและเอเซีย ราคาพื้นไม้สำเร็จรูป ตารางเมตรละ 700-2000 บาท แผ่นไผ่อัด ผลิตขึ้นมาจากไม้ไผ่ในประเทศ โดยนำมาผ่านขั้นตอนการดูดอากาศ อัพน้ำยา แล้วก็อบแห้ง เพื่อแก่นไม้แน่นและก็อยู่ตัว จึงมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปราศจากแมลงกันกิน เอามาผ่าซีกและไสตามขนาดที่อยาก อัดประสานด้วยกาวในระดับความร้อนสูงให้เป็นแผ่น รวมทั้งนำไปดัดแปลงใช้งาน ได้มากมาย ทั้งกรุฝาผนัง ทำพื้นไม้ ฝ้าเพดานเครื่องเรือน และก็หลังคา ราคาตารางเมตรละ1,000-3,000 บาท สิ่งของชดเชยไม้พร้อมโครงคร่าวสำเร็จรูป ทำมาจากไม้ผสอมพอลิพรอพิลีน(PE) วางแบบให้มีหลายขนาดพร้อมโครงคร่าว สามารถเอามาประกอบตามแบบอย่างที่ปรารถนาได้ เหมาะสำหรับทำผนังแล้วก็ฝ้าเพดานทั้งด้านในรวมทั้งภายนนอกราคาตารางเมตรละ 1,500 -2,000 บาท แผ่นฝาผนังไม้สำเร็จรูป เป็นไม้จริงและก็โครงพร้อมจัดตั้ง ขนาด 60×60 เซนติเมตร มีทั้งชนิดฝาผนังโปร่งรวมทั้งผนังทึบ สามารถที่จะนำมาเพื่อใช้ทำผนังบังตา ฝาผนังตกแต่งอีกทั้งข้างในรวมทั้งด้านนอก ราคาตารางเมตรละ 3,500-4,300 บาท ติดต่อใช้บริการได้ที่: บริษัท คอมพลีทโฮม COMPLETE HOME จำกัด รับ: ผู้รับเหมา ต่อเติมบ้าน โทรศัพท์: 0846446655 Email: completehomecontact@gmail.com เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://www.completehome.co.th/ Tags : ตกแต่ง , ตกแต่งภายใน , ซ่อมบ้าน
|