ล้อแม็ก แม็ก แม็กล้อ แม็กซ์แต่งรถ ล้อแม็กคุณภาพ รวมล้อแม็กลายใหม่ๆ

Sitemap SMB => สินค้าอื่นๆ => ข้อความที่เริ่มโดย: raraymondas ที่ มกราคม 12, 2020, 02:14:27 am



หัวข้อ: เข้าเล่มหลังการพิมพ์งาน ปั๊มจม สร้างความน่าเชื่อถือให้สินค้า กระดาษ เข้าหัวปฏิทิ
เริ่มหัวข้อโดย: raraymondas ที่ มกราคม 12, 2020, 02:14:27 am
สร้างความน่าเชื่อถือให้สินค้า จดหมาย กำมะหยี่ ด้วย  ปั๊มไดคัท , ปั๊มเคทอง ปั๊มเคทอง
การขอเลข ISBN การขอ CIP รวมทั้งการทำบาร์โค้ด (Barcode)

ISBN เป็นยังไง ต้องมีหรือไม่
เลข ISBN (International Standard Book Number) หรือที่เรียกอีกอย่างว่าเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ เป็นรหัสที่กำหนดให้ใช้กับงานพิมพ์ประเภทหนังสือ เพื่อใช้ในการแบ่งแยกหนังสือแต่ละเรื่องออกจากกันนะครับ แล้วยังใช้ประโยชน์อำนวนความสบายในกรรมวิธีการทั้งผองที่เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ เริ่มตั้งแต่นำเข้าคลังที่มีไว้สำหรับเก็บสินค้าตามร้านจำหน่ายหนังสือ ไปจนถึงการขายที่หน้าร้านเลยครับผม โดยรหัสที่ใช้ในประเทศไทยจะเป็น Code EAN 13 หลัก โดย 3 หลักแรกจะเช่นเดียวกันทั้งหมดทั่วประเทศเพราะเป็นรหัสกล่าวว่าเป็นหนังสือจากเมืองไทย มันก็คือ 978 ส่วนรหัสหลักท้ายที่สุดจะเป็นรหัส checksum เอาไว้ตรวจทานรหัสในชุดอีกครั้งหนึ่ง


ถ้าสงสัยว่าแล้วหนังสือที่พวกเรากำลังจะพิมพ์จะต้องมีเลข ISBN หรือไม่เช่นไร ง่ายๆเลยก็คือหากพวกเรามีแผนการที่จะขายในร้านจำหน่ายหนังสือ หรือปรารถนาให้หนังสือเข้าระบบแนวทางการขายที่ใช้ barcode สำหรับการตรวจนับผลิตภัณฑ์ ก็จะต้องมีเลข ISBN ครับผม แต่ว่าถ้าเกิดเป็นหนังสือที่ไม่ได้เข้าระบบวิธีขายตามร้านหนังสือทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นหนังสือใช้งานในองค์กรหรือคิดแผนจะทำการขายด้วยตัวเอง ก็ไม่ต้องมีก็ได้ครับ

CIP เป็นอย่างไร จำต้องมีหรือเปล่า
CIP (Cataloging in Publication) หรือภาษาไทยคือ ข้อมูลทางบรรณานุกรมหนังสือ CIP เป็นการกำหนดข้อมูลรายละเอียดทางบรรณานุกรมตามหลักหลักเกณฑ์สำหรับการทำบัตรรายการ เลขหมู่หนังสือ หัวเรื่อง เพื่อให้กำเนิดความสะดวกในการศึกษาหรือค้นหาในห้องหนังสือโดยปกติบรรณารักษ์ตามห้องสมุดต่างๆจะใช้เลขหมวดพวกนี้จัดหนังสือขึ้นชั้นในหอสมุดนะครับ หากถามว่าแล้วหนังสือที่จะพิมพ์ จำต้องมีเลข CIP รึเปล่า หากเรามีแผนการที่จะนำหนังสือเข้าไปใช้งานในหอสมุด ก็จะต้องมีไว้ครับผม เพื่ออำนวยความสะดวกให้บรรณารักษ์ แต่ถ้าดูแล้ว หนังสือของเราไม่ได้ตั้งใจจะให้บรรจุเข้าไปอยู่ในห้องสมุดแน่ๆก็ไม่จำเป็นที่ต้องมีก็ได้ขอรับ

บริการขอเลข ISBN แล้วก็ CIP
ทางสถานที่พิมพ์วัชรินทร์ พี.พี. สามารถอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสำหรับเพื่อการขอเลข ISBN และก็ข้อมูล CIP ได้ แต่ว่าลูกค้าจำเป็นจะต้องจัดเตรียมข้อมูลพื้นฐานสำหรับการเขียนเลข ISBN ให้ทางสำนักพิมพ์ด้วย โดยกรอกแบบฟอร์มจากไฟล์นี้แล้วส่งให้สำนักพิมพ์ทางอีเมล์ wacharinpp@gmail.com รวมทั้งduudesign@gmail.com ครับผม

การทำบาร์โค้ด Barcode
เมื่อได้เลข ISBN มาแล้ว ก็จะต้องนำ ISBN ที่ได้มาทำเป็น Barcode เพื่อจะใช้เพื่อสำหรับในการสแกนตามร้านค้า ซึ่งในขั้นตอนนี้ทางโรงพิมพ์วัชรินทร์ พี.พี. มีบริการทำ Barcode ให้ด้วยโดยไม่คิดค่าใช้สอยอะไรครับผม โดยจะรับทำบาร์โค้ดให้เฉพาะเลข ISBN ในระบบEAN 13 หลักเพียงแค่นั้น barcode ที่เป็นผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์อื่นๆหรืออยู่ในรหัสชุดอื่น ทางโรงพิมพ์จะมีผลให้มิได้ครับ

ข้อเสนอสำหรับในการทำบาร์โค้ด
สำหรับลูกค้าที่อยากได้ทำบาร์โค้ดใช้งานเองทางสถานที่พิมพ์มีคำแนะนำบางส่วนดังนี้ครับ
1. บาร์โค้ดจำเป็นต้องทำเป็นดำลำพังมาแค่นั้น ห้ามทำเป็นดำ 4 เม็ดเด็ดขาด(ดำโดดเดี่ยว ดำ 4 เม็ดเป็นยังไง อ่านได้จากที่นี่)
2. บาร์โค้ดต้องทำให้อยู่ในต้นแบบ Vector เพียงแค่นั้น เพื่อที่จะเอาไปใช้งานต่อในโปรแกรมได้แก่ Adobe Illustrator ได้ ห้ามทำเป็นไฟล์ที่เป็นรูปภาพ JPG, PSD มาโดยเด็ดขาด
3. การสรุปหรือขยายบาร์โค้ดสามารถทำเป็น แม้กระนั้นจะต้องย่อ-ขยายตามสัดส่วนเท่านั้น (Proportional Scaling) ห้ามย่อขยายบาร์โค้ดภายในด้านหนึ่งแค่นั้น เพราะจะก่อให้รูปร่างของแท่นบาร์โค้ดผิดเพี้ยนไป และจะสแกนมิได้
 
 
ปั๊มไดคัท (Die-Cuting)
การกดกระดาษ หรือชิ้นงานต่างๆ ลงบนบล็อกปั๊ม เพื่อให้กระดาษหรือชิ้นงานมีขนาดหรือรูปร่างตามที่ต้องการ ได้แก่ สติ๊กเกอร์ เป็นต้น
(https://rvydiecut.files.wordpress.com/2015/09/embossing-2.jpg?w=220&h=126&crop=1)
ปั๊มนูน (Embossing)
การใช้บล็อกดันกระดาษให้นูนสูงขึ้น เพื่อทำให้สิ่งพิมพ์หรือชิ้นงานมีมูลค่ายิ่งขึ้น ได้แก่ กล่องกระดาษ เป็นต้น
(https://rvydiecut.files.wordpress.com/2015/09/debossing.jpg?w=220&h=126&crop=1)
ปั๊มจม (Debossing)
การใช้บล็อกกดกระดาษให้จมต่ำลง เพื่อทำให้สิ่งพิมพ์หรือชิ้นงานมีมูลค่ายิ่งขึ้น ได้แก่ ป้ายแขวนสินค้า เป็นต้น
(https://rvydiecut.files.wordpress.com/2015/09/stamping-foil.jpg?w=220&h=126&crop=1)
การพิมพ์ดิจิตอล (Digital Printing) เป็นอย่างไร?
เป็น การพิมพ์ที่ใช้เครื่องพิมพ์ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ โดยรับข้อมูลภาพจากคอมพิวเตอร์มาพิมพ์ เครื่องปรินเตอร์ที่อยู่ตามบ้านของคนทั่วไป ก็เป็นการพิมพ์ดิจิตอล แต่ยังไม่สามารถที่จะตอบสนองความจำเป็นต้องได้ครบถ้วน ทั้งด้านปริมาณ ,คุณภาพ,เวลาทีใช้สำหรับเพื่อการพิมพ์ ยกตัวอย่างเช่น กระบวนการทำโปสเตอร์ขนาด A3 โดยประมาณ 100 แผ่น เครื่องปรินท์ตามบ้านสามารถปรินท์ได้ แต่ ประสิทธิภาพ เวลา ที่ได้อาจจะเป็นผลให้ผู้ครอบครองปรินท์เตอร์เกิดความรู้สึกไม่คุ้มค้ากับเวลาหนเสีย รวมทั้งได้มาซึ่งประสิทธิภาพที่ไม่สามารถตอบสนองการใช้งานได้ จึงเกิดเครื่องปรินท์ ที่มารองรับความต้องการในรูปแบบนี้ คือ เครื่อง Digital Press ที่ให้ท่านภาพงานพิมพ์เนื้อหาใกล้เคียงกับระบบ offset มากมายกระทั่งแทบแยกไม่ออก และก็ยังทำความเร็วได้ทันความปรารถนา รวมถึงสามารถพิมพ์ได้หลากหลายวัสดุยกตัวอย่างเช่น กระดาษปอนด์,กระดาษอาร์ตมัน, กระดาษมีลวดลาย, กระดาษหนาไม่เกิน 300 มึงรม, สติกเกอร์pvc ขุ่น-ใส, แผ่นใส, สติ๊กเกอร์วอยย์เปลือกไข่, ฉลากสินค้า, โฮโลแกรม ฯลฯ

จุดเด่น ระบบการพิมพ์ดิจิตอล (Digital Printing)
1. ทุ่นเวลาสำหรับการปฏิบัติงาน ความสะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอนวิธีการทำฟิล์มแล้วก็แม่พิมพ์ ถ้าหากงานที่อยากได้นั้นเร่งด่วนก็เลือก ชี้แนะพิมพ์ระบบดิจิตอล

2. แก้ไขงานได้ง่าย ในเรื่องที่ต้องการแก้ไขรายละเอียดข้อมูล ก็แค่ส่งไฟล์ใหม่มาแทนไฟล์เดิมข้อมูลก็จะเป็นข้อมูลใหม่ ปรับแต่งได้ทันที

3. ใช้งบประมาณน้อยกว่า (ในเรื่องที่พิมพ์จำนวนน้อย) เพราะว่าไม่ต้องทำเพลทพิมพ์ ซึ่งราคาโดยรวมเวลาพิมพ์จะถูกกว่า

4. อดออมทรัพยากร เหมาะกับงานพิมพ์จำนวนน้อย ลดของเสียในขั้นตอนการผลิต เวลา,กระดาษ,น้ำหมึก,แรงงาน

5. มาตรฐานงานพิมพ์ มีระบบระเบียบการควบคุมคุณภาพงานพิมพ์เท่ากันในทุกๆหน้า เนื่องมาจากไม่ต้องควบคุมหมึกและน้ำ เช่นการ พิมพ์ออฟเซ็ท (Offset Printing) ที่จะต้องใช้ผู้ควบคุมที่มีความเก่งเป็นพิเศษ

6. ผลิตตามจำนวนที่อยากได้ เหมาะกับงานพิมพ์น้อยกว่า 3000 ชุด แม้ต้องการ 100 เล่ม ก็พิมพ์เพียงแค่ 100 เล่ม ไม่ต้องพิมพ์มากกว่าปริมาณที่ต้องการ มีความยืดหยุ่นสำหรับเพื่อการทำงาน
 
เทคโนโลยีการพิมพ์ Industrial Technology
การประลองด้านอุตสาหกรรมต่างๆในตอนนี้ มีการเติบโตที่สูงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอีกทั้งในประเทศรวมทั้งต่างแดน ด้วยเหตุดังกล่าวเทคโนโลยีจึงมีบทบาทสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรม โดยเริ่มจากการคิดค้นหรือออกแบบประดิษฐ์ของใหม่ๆการผลิตนวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรมต่างๆเพื่อที่จะเพิ่มความสามารถในการรองรับความต้องการของตลาดผู้สร้างจำเป็นที่จะต้องใช้เทคโนโลยีต่างๆเข้ามาช่วยในงานที่เกี่ยวข้องกับด้านอุตสาหกรรมเพื่อการผลิตนั้นมีคุณภาพและตรงตามต้องการของลูกค้าให้เยอะที่สุด

บทความนี้จะขอยกตัวอย่างอุตสาหกรรมด้านการบรรจุภัณฑ์รวมทั้งเทคโนโลย ีที่ใช้วางแบบบรรจุภัณฑ์การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในเรื่องภาพลักษณ์ของสินค้าเพื่อให้มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตัวสินค้านั้นๆบรรจุภัณฑ์สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆคือ

1. บรรจุภัณฑ์ชนิดแข็งตัว (Rigid Packaging) บรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ได้แก่ แก้ว กระป๋องโลหะ แล้วก็พลาสติกแข็ง บรรจุภัณฑ์จำพวกนี้มีความแข็งแรงและอาจรูปได้ดี สามารถลำเลียงขนย้ายบนสายพานได้

2. บรรจุภัณฑ์จำพวกกึ่งแข็ง (Semi-Rigid Packaging) บรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ได้แก่ขวดพลาสติกแก้วพลาสติก ถ้วยใส่ไอติม ผลิตภัณฑ์จำพวกนี้จะมีข้อจำกัดสำหรับในการรับแรงอัดแล้วก็แรงดึง

3. บรรจุภัณฑ์จำพวกอ่อนนุ่ม (Flexible Packaging) บรรจุภัณฑ์ชนิดนี้เป็นต้นว่าซองใส่อาหารสำเร็จรูปต่างๆหรือผลิตภัณฑ์ถุงก๊อบแก๊บ


เทคโนโลยีที่ใช้เพื่อสำหรับในการดีไซน์บรรจุภัณฑ์แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆเป็นต้นว่า...
1. เทคโนโลยีเพื่อช่วยสำหรับการออกแบบจะใช้วัสดุอุปกรณ์สองส่วนร่วมกันนั้นก็ คือ ด้าน Hardware และก็ Software เพื่อช่วยสำหรับการสร้างสรรค์วางแบบสินค้า ดีไซน์ด้านกราฟฟิก บางทีอาจรวมไปถึงหัวข้อการพัฒนาสินค้าในรูปแบบต่างๆSoftware ที่ใช้ออกแบบในขณะนี้ได้ปรับปรุงให้เป็นต้นแบบ 3D เพื่อให้ง่ายต่อการสำรวจความถูกต้องและก็การสื่อสารที่เข้าใจได้ง่ายขึ้นหรือสามารถผลิตงานแบบอย่างออกมาเพื่อให้เห็นรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์นั้นๆได้

2. เทคโนโลยีการผลิตและการพิมพ์ประยุกต์ใช้สำหรับในการพิมพ์ฉลาก เพื่อใช้สำหรับกล่องบรรจุภัณฑ์ขวดเครื่องแต่งตัวหรือถุงใส่เครื่องแต่งหน้า ของกินเเละอุตสาหกรรมอื่นๆมากซึ่งเทคโนโลยีการพิมพ์นั้นมีนานัปการต้นแบบ ได้แก่การพิมพ์แบบออฟเซ็ต การพิมพ์แบบกราวเกรียวเวียร์ แล้วก็การพิมพ์แบบเฟ็กโซ ปัจจุบันเครื่องไม้เครื่องมือแล้วก็อุปกรณ์เครื่องจักรสำหรับเพื่อการพิมพ์มีความล้ำยุครวมทั้งมีเทคโนโลยีสูงเพื่อได้สีสันที่สวยรวมทั้งยั่วยวนใจสิ่งที่มีความต้องการของผู้ซื้อ

3. เทคโนโลยีการบรรจุภัณฑ์ จำนวนของบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตหรือบรรจุได้ในขณะนี้ บางทีอาจยังไม่ใช้ปริมาณความปรารถนาในตอนนี้เท่านั้น การเลือกเครื่องจักรจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องรองรับการสร้างในอนาคตรวมทั้งยังต้องดำเนินการร่วมกับสิ่งของบรรจุภัณฑ์ได้อย่างยอดเยี่ยม ในด้านการขนย้ายขนย้าย ใส่ หรือหน้าที่อื่นๆได้อย่างถูกต้องแล้วก็รวดเร็วทันใจ

การบรรจุภัณฑ์ หรือการบรรจุใส่หีบห่อ เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของกรรมวิธีทางการตลาดเนื่องจากในตอนนี้บริษัทต่างๆมากมายได้ปรับปรุงตัวผลิตภัณฑ์แล้วก็บริการจนกระทั่งมีคุณภาพทัดเทียมกันแทบทุกยี่ห้อยี่ห้อ โดยเหตุนั้นนักการตลาดจึงได้หันมาย้ำหัวข้อการบรรจุภัณฑ์ โดยการพัฒนารูปแบบของการบรรจุภัณฑ์ เพื่อช่วยทั้งยังในด้านการเก็บรักษาวิธีขาย การตลาด การโฆษณา การบรรจุภัณฑ์ก็เลยเข้ามามีหน้าที่ทางการตลาดมากเพิ่มขึ้นการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดีแล้วก็สมควร จะช่วยทำให้การจัดการจำหน่าย การขนส่งเคลื่อนย้ายแล้วก็ผู้กระทำระจายผลิตภัณฑ์ดำเนินไปได้ด้วยดีสบายรวดเร็วทันใจ ประหยัด

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องมีให้ได้นั้นก็คือประเด็นการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมในสังคมเดี๋ยวนี้ ผู้อุปโภคบริโภคให้ความสนใจต่อบรรจุภัณฑ์มากเป็นสองเท่า ผู้ซื้อนอกจากจะมีความต้องการความสวยสดงดงามด้านนอกของตัวบรรจุภัณฑ์แล้ว ยังอยากบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม

การออกแบบบรรจุภัณฑ์จำต้องพิจารณาถึงความรู้ความเข้าใจสำหรับการลดปริมาณบรรจุภัณฑ ์ที่ใช้แล้วความปรารถนาดังกล่าวนี้ได้ก่อเกิดกระแสทางสังคมในประเทศที่พัฒนาแล้ว ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่ส่งไปขายประเทศเหล่านี้ จำเป็นต้องสอดคล้องกับระเบียบข้อบังคับทางด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศนั้นๆด้วยเป็นต้นว่า ในประเทศเยอรมันการนำเอากล่องกระดาษแข็งกลับมาใช้ใหม่ในลูกค้าจะนำเฉพาะบรรจุภัณฑ์ชั้นใน เช่น ขวดที่ใส่สินค้ากลับไปอยู่บ้าน ส่วนตัวกล่องชั้นนอกจะให้คนขายนำกลับไปใช้ใหม่ แผนการนำกลับมาใช้ ซึ่งออกจะใหม่นี้ย่อมช่วยกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติไม่ให้หมดไปในช่วงเวลาอันใกล้
 
รับเข้าหัวปฏิทินทุกชนิด  ‪#‎เข้าห่วงกระดูกงู ‪#‎embossing  ‪#‎กล่องไดคัท ต่อรองราคาได้
บริกาเข้ารูปเล่มหนังสือ ด่วนติดต่อ  เบอร์บริษัท 02-234-9410

ที่มา : https://rvydiecut.com/

Tags :  เคทอง, ตอกตาไก่
ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ