|
หัวข้อ: โรคบาร์โทเนลโลซิสในแมว: สาเหตุ อาการ การดูแลรักษา เริ่มหัวข้อโดย: Treekaesorn ที่ มกราคม 16, 2020, 06:58:07 pm เป็นโรคที่ติดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Bartonella henselae ซึ่งโรคนี้คนโดยส่วนใหญ่จะเรียกว่าโรคแมวข่วน (cat scratch disease (CSD) หรือ ไข้แมวข่วน (cat scratch fever) โรคนี้จัดเป็นโรคที่สามารถติดต่อสู่คนได้ โดยแมวจะติดเชื้อมาจากการสัมผัสขี้หมัด โดยตัวเชื้อแบคทีเรียจะออกมาจากตัวหมัดผ่านทางขี้หมัดที่อยู่บนตัวแมว เมื่อแมวชำระล้างตัวเอง หรือว่ารับประทานขี้หมัดเข้าไปจะก่อให้ติดโรคบาร์โทเนลล่านี้ได้ แต่คนไม่สามารถติดโรคนี้ได้ผ่านทางหมัด นอกเหนือจากการที่จะมีการติดต่อผ่านทางขี้หมัดได้แล้ว คนแล้วก็แมวสามารถติดโรคนี้ผ่านทางเห็บได้อีกด้วย แมวส่วนใหญ่จะไม่ค่อยออกอาการรุนแรงนัก ส่วนใหญ่จะพบเพียงแค่อาการจับไข้ ต่อมต่างๆบวมโต และ ปวดกล้ามเนื้อ โรคนี้สามารถติดต่อสู่คนได้โดยแมวที่มีเชื้อไปข่วนหรือกัดคน ทั้งยังน้ำลายของแมวที่ติดเชื้อยังเป็นอีกหนึ่งหนทางสำหรับเพื่อการติดต่อได้ โดยแมวที่ติดเชื้อโรคไปเลียที่แผลเปิดหรือแผลถลอกปอกเปิกของคน ในเวลาที่การรับเชื้อบาร์โทเนลล่านี้ไม่ร้ายแรงในคน แต่ว่ามีรายงานพบว่าโดยประมาณ 12,000 คน ในอเมริกา ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นโรคนี้ต่อปี และก็ อีกราว 500 คน ได้รับการรักษาในโรงพยาบาล ส่วนมากที่ติดโรคนี้จะเป็นเด็ก เพราะเด็กจะถูกใจคลุกคลีอยู่กับลูกแมว ซึ่งทำให้ได้โอกาสสูงที่จะถูกข่วนในขณะเล่นกัน อาการจะบ่งบอกถึงข้างใน 7-14 คราวหลังจากถูกข่วน แต่บางครั้งก็อาจจะใช้เวลานานถึง 8 สัปดาห์กว่าจะแสดงอาการ โดยอาการทั่วๆไปที่พบเจอคือ ต่อมน้ำเหลืองใกล้ๆกับบริเวณที่โดนกัดบวมโต เจ็บป่วย ปวดหัว หน้ามืดหัว โดยมากอาการพวกนี้สามารถหายไปได้เองโดยที่ไม่ต้องรักษา แต่บางคนบางครั้งอาจจะต้องได้รับยาปฏิชีวนะ นับว่าเป็นโชคดีอย่างหนึ่งที่โรคนี้ไม่ได้ทำให้คนถึงแก่ความตาย แม้กระนั้นโรคนี้ก็มีความเสี่ยงสูงในคนไข้ที่มีความบกพร่องทางภูมิต้านทาน อย่างเช่น คนไข้ที่ติดเชื้อ AIDS หรือ ผู้ป่วยที่ทำกำลังกระทำการรักษาโดยใช้เคมีบำบัด ผู้ครอบครองแมวนั้นไม่มีความจำเป็นต้องตื่นตระหนกว่าแมวของตนเองมีเชื้อแบคทีเรียอยู่ไหม ถ้าเกิดผู้ครอบครองต้องการที่จะป้องกันการรับเชื้อ ชี้แนะให้พาแมวไปตรวจเช็คและกระทำรักษา แล้วก็ ระวังเรื่องหมัดเป็นพิเศษ ฝูงคนส่วนมากที่ติดโรคชอบแก่น้อยกว่า 21 ปี โดยอาการที่พวกเราพบเจอหลายครั้ง อาทิเช่น ตุ่มกลมนูนแดงบริเวณที่ถูกข่วนหรือกัด ต่อมน้ำเหลืองบริเวณที่ถูกกัดมีการบวมโต มีลักษณะอาการไข้ หนาวสั่น อ่อนกำลัง หน้ามืด ไม่อยากอาหาร ปวดกล้าม คลื่นไส้หรือ เป็นตะคิวที่ท้อง อาการในแมว ควรจะมีประวัติเรื่องหมัดหรือตัวเห็บร่วมด้วย ส่วนมากแล้วแมวจะไม่แสดงอาการป่วยแต่หากแสดงก็จะมีอาการเจ็บป่วย ต่อมโต บางตัวอาจมีอาการเหน็ดเหนื่อย เบื่ออาหาร หรือบางทีอาจเจอได้ว่ามีการผสมติดที่ยาก สาเหตุการติดเชื้อ มาจากการได้รับเชื้อแบคทีเรีย Bartonella henselae ซึ่งติดคนโดยผ่านทางการข่วนหรือกัด ติดแมวโดยผ่านทางตัวเห็บและหมัด การวิเคราะห์ คนที่มีการติดเชื้อโรคส่วนใหญ่จะมีประวัติของการโดนแมวข่วนหรือโดนแมวกัด แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่แผลตื้นๆก็ตาม ในผู้ที่เป็นโรคจะเจอ ตุ่มนูนขนาดเล็กกลมแดงที่ตำแหน่งที่โดนกัดหรือข่วน บางคราวจำเป็นจะต้องอาศัยการตรวจที่เฉพาะซึ่งสามารถแยกรวมทั้งเจาะจงแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุได้ ในรายที่อาการหนักสัตวแพทย์จะทำการเก็บเลือดจากแมวไปส่งไปตรวจเสริมเติมทางวิชาชีวเคมีและก็กระทำการตรวจวิเคราะห์ทางฉี่ก็ชอบไม่พบความไม่ดีเหมือนปกติ ก็เลยจะต้องมีการตรวจที่มีความจำเพาะมากยิ่งขึ้นเพื่อการันตี ซึ่ง Polymerase chain reaction (PCR) เป็นวิธีที่น่าไว้วางใจมากที่สุดในการวิเคราะห์ จะตรวจค้นสายพันธุกรรม DNA ของแบคทีเรียจากเยื่อรอบๆรอยแผล แต่แนวทาง PCR ก็มิได้เป็นการยืนยันการได้รับเชื้อบาร์โทเนลโลซิสเสมอ เหตุเพราะแบคทีเรียตัวนี้ไม่ได้อยู่ในกระแสเลือดตลอดระยะเวลา ควรมีการตรวจซ้ำเพื่อเป็นการยืนยันการเจอเชื้อแบคทีเรีย ในที่สุดอาจมีการใช้การตรวจทางภูมิต้านทานต่อเชื้อ Bartonella henselae ที่เรียกว่า enzyme immunoassay (EIA) แต่ว่าถึงแมวจะมีภูมิคุ้มกันต่อแบคทีเรียนี้ ก็ไม่ได้จำเป็นจะต้องว่าแมวต้องติดเชื้อโรคนี้ บางทีก็อาจจะเป็นแค่ตัวที่เชื้ออ่อนๆก็ได้ การดูแลรักษา ควรชำระล้างที่รอบๆรอยแผลให้ถี่ถ้วนและคนเจ็บควรจะหลีกเลี่ยงการสัมผัสลูกแมว ในรายที่ต่อมน้ำเหลืองบวมโตหรือมีการเจ็บต่อมน้ำเหลือง ควรจะทำดูดหนองออก รวมทั้งพักมากมายๆเพื่อปกป้องอาการที่จะทรุดหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ในรายที่อาการหนักจะทำให้ยาต่อต้านจุลชีวิน อาการส่วนมากจะดียิ่งขึ้นข้างในไม่กี่สัปดาห์ แต่ว่าถ้าเกิดติดเชื้ออ่อนๆอาการบางครั้งอาจจะอยู่เป็นเดือนในแมวไม่มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลและรักษา การจัดการ ผู้ป่วยที่ภูมิต้านทานขาดตกบกพร่อง เช่น กลุ่มชนที่ติดโรค AIDS หรือ คนป่วยสุดที่รักษาด้วยเคมีบรรเทาอยู่ จะเป็นกรุ๊ปเสี่ยงที่จะกำเนิดอาการร้ายแรงเมื่อเป็นโรคแมวข่วน ถ้าคนพวกนี้ต้องการที่จะเลี้ยงแมว ก่อนที่จะนำแมวมาเลี้ยงควรที่จะนำแมวไปตรวจเช็คสุขภาพก่อนที่จะนำเข้าบ้านและก็จะต้องปราศจากจากเห็บและก็หมัดด้วย เมื่อพวกเราถูกแมวข่วนหรือแมวกัด พวกเราควรจะที่จะรีบทำความสะอาดแผลในทันที แล้วก็เมื่อมีลักษณะอาการแสดง ยกตัวอย่างเช่น กล้ามอ่อนแรง ปวดศรีษะ ต่อมน้ำเหลืองโต ควรรีบไปพบหมอเพื่อได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม เจ้าของพึงสังเกตอาการในตอนสุดที่รักษาด้วยด้วยเหตุว่าอาจจะมีการเกิดขึ้นมาใหม่ได้ ถ้าหากพบเจออาการก็ให้รีบแจ้งสัตวแพทย์โดยทันที ควรพิจารณาไว้เสมอว่าโรคนี้ยังเป็นโรคที่สัตวแพทย์ยังไม่รู้เรื่องเท่าไรนัก เพราะฉะนั้นแม้ว่าแมวจะถูกรักษาไปหลายรอบแล้ว ก็ยังสามารถเจอเชื้อแบคทีเรียได้อยู่ เพราะฉะนั้นการดูแลรักษาที่เหมาะสมที่สุดคือการคุ้มครองป้องกัน การคุ้มครอง ที่พักที่อาศัยของแมวรวมทั้งตัวแมวเองจำเป็นต้องปราศจากตัวเห็บแล้วก็หมัด ควรตัดเล็บแมวเสมอๆ แล้วก็หลีกเลี่ยงการเล่นที่แรงๆกับลูกแมวรวมทั้งแมวโต ตอนนี้ยังไม่วัคซีนที่ป้องกันโรคนี้ แต่ว่าหากเราคุ้มครองปกป้องเป็นอย่างดี มีการควบคุมเห็บรวมทั้งหมัดอย่างมีคุณภาพ ทั้งแมวและผู้ครอบครองอย่างเราๆเองก็จะไม่มีอันตรายแล้วยังปลอดภัยจากโรคแมวข่วนได้ คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : canadianlumbermen Tags : canadianlumbermen,canadianlumbermen.com,http://canadianlumbermen.com
|