|
หัวข้อ: รีวิว MG HS 1.5 Turbo เกียร์ DCT อัดฟังก์ชั่นเกินคาด สมรรถนะดีกว่าที่คิด เริ่มหัวข้อโดย: Onkanya5892 ที่ มกราคม 21, 2020, 08:36:21 am (https://1.bp.blogspot.com/-l95KUSszF80/Xhn89lf1_gI/AAAAAAABddA/zrXHYQVeFKgIlNzM68dt4rb9G_qJeDS4ACNcBGAsYHQ/s640/New%2BMG%2BHS05.jpg)
รีวิว MG HS 1.5 Turbo เกียร์ DCT อัดฟังก์ชั่นเกินคาด สมรรถนะดีกว่าที่คิด นอกจากเครื่องจักรแล้วก็ชุดเกียร์ที่ชูมาจาก MG GS แล้วทุกสิ่งใน MG HS 1.5 Turbo นั้นยกเครื่องมาให้ทั้งสิ้น แล้วก็อย่ามีความรู้สึกว่าเครื่องเกียร์เดียวกันมันจะเหมือนกันนะ[/b] พวกเราเพิ่งก้าวลงจาก MG HS ที่ขับพาไปส่งเป้าหมายในย่านลำคลองสานหลังจากที่ใช้เวลาร่วมกันมาราววันครึ่งสองวัน สรุปสั้นๆมันอาจไม่ใช่รถยนต์ที่ยอดเยี่ยม เลิศเลอที่สุด คุ้มค่าคุ้มคุ้มราคาที่สุดในมุมมองของหลายๆคน แต่ว่าเชื่อเถอะว่ามันทำออกมาได้ดีกว่าที่คิดจำนวนมากเลยทีเดียว คุณมีความคิดว่าตัวเองมุ่งหวังอะไรกับการซื้อรถยนต์เอสยูวีหรือรถยนต์นั่งเอนกประสงค์หนึ่งคันในราคาล้านนิดๆความสามารถการขับขี่ ความนิ่มนวลของช่วงล่าง เทคโนโลยีล้ำยุค นั่งสบาย กว้างขวาง ระบบความให้การช่วยเหลือแน่นๆMG HS เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีฟังก์ชั่นกลุ่มนี้ครบทั้งผอง ออกแบบภายนอกของตัวรถคงจะเอกลักษณ์การออกแบบของ MG แม้กระนั้นที่พรีเมี่ยมขึ้นเป็นระบบไฟ แอลอีดี เต็มแบบอย่างยังมากับไฟเลี้ยวแบบ Sequential กระเต็มที่เขาพูดว่าเป็นออกแบบที่เหมือนโลโก้อยู่ท่ามกลางดวงดาว ล้อมด้วยพรอบโครเมี่ยม เสาอากาศแบบครีบฉลาม มีสปอยเลอร์หลังในตัวท็อป แต่หากจะให้โก้เปลี่ยนแปลงสปอยเลอร์ข้างหลังแต่ หรือเปลี่ยนมันทั้งชุดเลยอีกทั้งกรอบวัวรเมี่ยม กันชนหน้าข้างหลังสีดำแบบคันที่พวกเราได้ขับในครั้งนี้บอกเลยว่าสวย ด้านในตัวท็อปจะเป็นเบาะแบบ Bucket Seat โดดเด่นไม่มีใครเหมือน สำหรับเราที่เป็นผู้ชายหุ่นมาตรฐานก็นั่งสบายดี รับแขน รับหัว ขับก็บันเทิงใจ ตอนนั่งหลับก็สบาย ส่วนเบาะหลังจากนั้นเท่าที่นั่งราวหนึ่งถือว่าดีและมีการปรับระยะเอนได้ ภายในห้องโดยสารจัดว่ากว้างและยิ่งมองกว้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วยพาโนรามิคซันรูฟปรับไฟฟ้าพร้อมที่บังแดด ปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆที่จำเป็นต้องมีให้ใช้ครบถ้วน แต่ว่าหลายๆปุ่มแย่างการควบคุมระบบปรับอากาศก็ถูกย้ายไปอยู่ในจอกลางขนาด 10 นิ้วสถานที่สำหรับทำงานได้ดีเสมือนแท็ปเล็ตแพงๆดีๆเครื่องหนึ่งเลย เครื่องยนต์กลไกแบบ 1.5 ลิตร เทอร์โบ 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร รองรับ E85 ขับเคลื่อนกับชุดเกียร์ Twin Clutch Sportronic Transmission 7 สปีด หรือพวกเราบางครั้งอาจจะคุ้นกว่าถ้าเรียกว่า Dual Clutch Transmission หรือ DCT ซึ่งทั้งคู่ยกมาจาก MG GS อย่าเพิ่งจะสะดุ้งที่เราบอกว่ายกมาจาก MG GS เนื่องจากเครื่องยนต์กลไกแล้วก็เกียร์ชุดดีมีการปรับจูนใหม่ทั้งหมดทั้งปวง ลืมภาพแล้วก็ความรู้สึกที่น่ารำคาญ ขัดใจใน MG GS ทิ้งไปได้เลย เพราะว่าเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว MG HS จัดว่าบรรเจิดมากมาย ตลอดการใช้งานไม่พบการเปลี่ยนเกียร์ ฟึดฟัด ฮึดฮัด ให้อารมณ์เสีย รำคาญ แม้จะเป็นตอนใช้งานในเมืองที่รถติด เครื่องจักรและก็เกียร์ตอบสนองได้เป็นอย่างดี ในการเดินทางในทริปนี่เราออกจากกรุงเทพมุ่งหน้าเขาใหญ่ จังหวะไหนที่อยากจะแซงก็เหลือๆสบายๆอาการเกียร์โง่จนถึงน่าหงุดหงิดใจไม่มีให้เห็น ถ้าเกิดเทียบกับ MG GS แล้ว MG HS นับว่าฉลาดหลักแหลมขึ้นมาก ลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์ เกียร์ คันเร่ง ตอบสนองตามโหมดการขับขี่ทั้งปวง 4 โหมดอย่างเช่น Eco, Normal, Sport หรือจะใช้โหมด Custom ที่ปรับการตอบสนองต่างๆอีกทั้งเครื่องจักร พวงดอกไม้รวมทั้งอื่นๆได้ตามใจ รวมทั้งยังมีปุ่มน่าพิศวงอย่าง Super Sport ที่ให้การตอบสนองแบบตื่นเต้นที่สุด แม้เอาโหมดมาตรฐานหรือ Normal เป็นที่ตั้งแล้ว ทางวิศวกรพูดว่าโหมด Sport จะมีรอบที่ตึงกว่าราว 50 รอบต่อนาทีแต่จะก่อให้คนขับขี่ใช้ Paddle Shift ได้ ในขณะโหมด Super Sport จะมีรอบที่สูงกว่าโหมดมาตรฐานราว 400 รอบต่อนาที มีการค้างรอบคาเกียร์เอาไว้ให้พร้อมใช้งานมากกว่าในโหมด Sport ความรู้สึกที่ชัดแจ้งเลยคือในโหมด Eco แล้วก็ Normal นั้นจะให้การตอบสนองต่อคันเร่งที่นุ่มนวล บางทีอาจจะต้องรอนิดหน่อยแต่ครู่หนึ่งก็จะเร่งแซงด้วยแรงแบบมากเกิน ส่วนในโหมด Sport และก็ Super Sport จะกดคันเร่งแล้วพุ่งทันใจ ในจังหวะที่การจราจรช้าๆแล้วแตะะๆปลดปล่อยๆก็จะรู้สึกถึงอาการตัวโยกตามก่อนแตะต้องปลดปล่อยคันเร่ง ฮึดฮัดๆพร้อมพุ่งตลอดเวลา ถ้าเกิดมีคนไหนกันบอกคุณว่า MG HS กับ Chevrolet Captiva บ้านเรานั้นแบบเดียวกัน เครื่องเดียวกัน เกียร์เดียวกัน ทีม MG ยืนยันว่าไม่ใช่ และผู้ที่ได้ขับทั้งสองคันแล้วก็พูดว่าคนละเรื่อง ตกลงว่าเรื่องเครื่องยนต์กลไกและเกียร์ บันเทิงใจ หายห่วง ทั้งความฉลาดของเกียร์แล้วก็การโต้ตอบรวมถึงกำลังวังชาของเครื่องจักร ยิ่งหากคุณถูกใจฟีลลิ่งของรถมีเกียร์เจ้านี่น่าจะตอบปัญหา ส่วนโหมดที่พวกเราถูกใจเยอะที่สุดในการเดินทางแบบล่องไปเรื่อยเป็นโหมด Eco ที่ให้การสนองตอบที่นุ่มนวลของคันเร่ง ถ้าหากจะเเซงขาดๆก็กด Super Sport เปลี่ยนแปลงเรือนไมล์เป็นสีแดง เพื่อรีบแซงรวมทั้งกดอีกรอบกลับมา Eco ที่สำคัญเป็นพวกเรามีความรู้สึกว่าโหมด Eco นั้นดูจะสอดรับกับการใช้แรงงานของระบบช่วยเหลือต่างๆได้เนียนที่สุดอีกด้วย ถัดมาที่อีกหนึ่งข้อสำคัญคือช่วงล่าง New MG HS นั้นช่วงล่างจูนอัพตามแบบ Euro Tuning Suspension โดยใช้ระบบตอนล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut ด้านหลังแบบ Multi-Link ในย่านความเร็วต่ำตอนล่างจัดว่าเฟิร์ม นุ่มนวล ซึมซับแรงชนได้ดี แม้จะมีกระแทกหลุมกระแทกเนินหนักๆบ้างก็ยังจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเนื่องจากว่าอย่างต่ำพี่ที่นั่งมาด้วยก็ไม่บ่น ว่ามันกระแทก โยกเยก โคลงเคลงแต่อย่างใด แต่ถ้าขับด้วยความเร็วราวๆหนึ่งก็จะมีแรงสะท้อนจากถนนอยู่บ้าง อย่างเห็นบนทางหลวงหมายเลข 2 ที่รถบรรทุกใช้งานกันหนาแน่น ถนนพังทลายเหลว ปะ พุ หลายจุดจะรู้สึกถึงแรงสะท้อนได้เยอะ หรือในตอนทำความเร็วอย่างบนทางด่วน ตอนรอยต่อระหว่างแผ่นถนนหนทางจะคนขับขี่รู้สึกได้ถึงผู้กระทำระเด้งเล็กๆ ตอนล่างที่เฟิร์มทำให้เข้าโค้งได้อย่างแน่ใจ แต่ว่าพวงมาลัยที่เบา ควบคุมง่าย หมุนสบาย คุณสุภาพสตรีก็ควงเพลิดเพลินในเขตความเร็วต่ำ-กึ่งกลาง นั้น พอเพียงในบริเวณความเร็วสูงหรือในโหมดสปอร์ตที่มีการปรับน้ำหนักมากเพิ่มขึ้นแล้วแต่เราก็ยังรู้สึกว่าเบาไป นอกเหนือจากเรื่องสมรรถนะการขับขี่ที่พี่ๆสื่อมวลชนที่ร่วมทดลองต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ดีมากกว่าที่คิดเอาไว้” แล้ว จำสำหรับแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 10 นิ้วยังเป็นอะไรที่เราถูกใจสุดๆในเรื่องผลดีใช้สอย นี่คือหน้าจอสัมผัสที่สุดยอดที่สุดที่ MG เคยมีมาและก็ดีเยี่ยมระดับแถวหน้าของแวดวงจออินโฟเทนเม้นท์แบบสัมผัสของรถยนต์ ระบบสัมผัสบรรเจิดระดับแท็ปเล็ตดีๆเครื่องหนึ่ง ก็แค่ถูกล็อคฟังก์ชั่นการใช้งานเอาไว้ด้วยระบบของ MG ระบบนำทางเป็นของ TomTom ที่บอกเส้นทางเจริญ แม่นยำ ไม่มีเหวอ ไม่มีสับสน รวมทั้งบอกภาวะการจราจรแบบ Real Time และ True Music คลังเพลงนับล้านแค่กดหน้าจอ การเปิดปิดระบบและก็การแจ้งเตือนต่างๆก็ การปรับแบบไฟในห้องโดยสาร อยู่ในจอนี้ทั้งหมดทั้งปวงรวมถึงระบบปรับอากาศ หน้าจอนี้ยังแสดงผลรอบตัวรถยนต์แบบ 360 องศา รวมถึงกล้องถ่ายรูปที่ทางซ้ายแล้วก็ขวาในความเร็วต่ำ การแสดงภาพตัวรถแบบ 3 มิติเพื่อช่วยตรวจภาวะรอบๆของตัวรถ ทั้งผองเลือกกดบนจอได้เลย ในรุ่นท็อปอย่าง MG HS X นั้นนอกเหนือจากพาโนรามิคซันรูฟและเบาะนั่งแล้ว ยังมีระบบระเบียบที่เพิ่มเข้ามาช่วยทั้งยัง Adaptive Cruise Control, Lane Keep Assist แล้วก็อื่นๆอีกเพียบ นอกจากเรื่องสมรรถนะเรื่องของระบบช่วยเหลือนับว่าเป็นอีกหัวข้อที่ดีมากกว่าที่พวกเราคาดเอาไว้ การทดงานของ ACC เมื่ออยู่กับโหมดการขับขี่แบบ Eco จะนุ่มนวลลื่นไหลสุดๆทำงานได้ตั้งแต่ความเร็วเริ่ม ออกตัว จนกระทั่งหยุดสนิทรวมทั้งเมื่อรถยนต์คันหน้าหยุดเราก็หยุด ถ้าหากเกินในขณะที่กำหนดระบบจะเตือนให้พวกเราเหยียบคันเร่งเล็กน้อยเมื่อรถคันหน้าออกตัวเพื่อ Activate ระบบอีกรอบ แม้กระนั้นในจุดเด่นก็มีข้อเสียแม้ระบบควบคุมอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ จะใช้งานในเมือง ตอนรถติด จราจรไหลๆได้ แต่ว่าเพียงพอคันหน้าหยุด ตัวรถยนต์จะเบรกค่อนข้างจะร้ายแรงไปสักนิดสักหน่อย ถ้าขับผู้เดียวบางทีอาจเพียงพอทนได้ แต่ว่าผู้โดยสารมาน่าจะหงุดหงิดรำคาญและวิงเวียนอยู่ ส่วนคนไหนกันแน่ที่อยากทราบรายละเอียดว่าระบบความปลอดภัยและก็ช่วยเหลืออะไรเพิ่มเข้ามาบ้างเว้นแต่ 14 ระบบความปลอดภัยเบื้องต้น ก็ราวๆนี้นะครับ • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning) • ระบบช่วยเตือนเมื่ออยากเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist) • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection) • ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert) Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control) • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับรถ FCW (Forward Collision Warning) • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบผันแปร ACC (Adaptive Cruise Control) • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถยนต์ออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning) • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถยนต์จะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention) • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist) • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist) สำหรับท่านที่ไม่ค่อยสบายใจเรื่องเสียงในห้องโดยสาร MG HS ถือเป็นรถอีกรุ่นที่เก็บเสียงในห้องโดยสารได้ดี ที่ความเร็วราว 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง นั้นไม่มีลมตีโหวกเหวก ใครที่คุ้นชินกับปุ่ม Cruise Control บนพวงมาลัยแบบรถประเทศญี่ปุ่น จำต้องใช้เวลาปรับนิสัยกับการใช้แรงงานที่ก้านแบบรถยุโรปน้อย แต่ว่าแป๊ปเดียวก็ชำนาญ รถคันที่เราได้ขับนั้นจะเป็นคันที่มาพร้อมชุดแต่งโครเมี่ยมสีดำ สปอยเลอร์ข้างหลังสีดำ และภายนอกอีกหลายจุด ที่พวกเราคิดว่างามกว่าของเดิมที่เป็นวัวรเมี่ยมมาก ราคาโดยประมาณของทั้งยังเซ็ตอยู่ที่ไม่เกิน 1.8 – 2 หมื่นบาท ส่วนคนที่ซื้อรุ่นรองท็อปและตัวด้านล่างนั้น เพิ่มฟังก์ชั่นฝาท้ายกระแสไฟฟ้ารวมทั้งเซนเซอร์เพื่อเตะแล้วเปิดฝาด้านหลังอัตโนมัติได้ในราคาราวๆ 1.8 หมื่นบาท ส่วนรุ่นท็อปที่เปิดประตูกระแสไฟฟ้าอยู่แล้วนั้น ซื้อฟังก์ชั่นเซนเซอร์เตะเพื่อเปิดไม่ได้ สำหรับโปรโมชั่น 1,000 คันแรก รับการลดราคา 34,000 บาท สำหรับในการซื้อชุดอุปกรณ์ตกแต่ง หรือนำไปเป็นส่วนลดของราคาจำหน่ายรถได้โดยทันที และการยืนยันประสิทธิภาพรถนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร เดี๋ยวนี้ทะลุไปนานแล้ว แต่ยังไงใช้โปรฯ นี้ได้ในงาน Motor Expo 2019[/b] ราคา MG HS New MG HS รุ่น C ราคา 919,000 บาท New MG HS รุ่น D ราคา 1,019,000 บาท New MG HS รุ่น X ราคา 1,119,000 บาท คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : รีวิว mg hs Tags : mg hs 1.5 turbo
|