|
หัวข้อ: การดูแลเมื่อคนป่วยเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิต เริ่มหัวข้อโดย: Keekayr1200gs ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2020, 09:02:30 pm เมื่อคนไข้ที่คุณรักกําลังจะจากไป เขาจะมีการเปลี่ยนในร่างกายหลายประเภทที่พิจารณาได้
โดยมากไม่ใช่อาการท่ีน่าตกใจและไม่ใช่อาการที่ต้องรักษา ไม่ต้องสะดุ้งหรือรู้สึกผิดว่าจึงควรพาไปรักษาที่โรงหมอถ้าโน่นไม่ใช่ส่ิงที่ผู้ป่วยต้องการในระยะท้ายที่สุดของเขา อาการกลุ่มนี้หมอจะมิได้รักษาเพิ่มเติมเพราะว่าไม่ใช่อาการที่จะรักษาได้แต่ว่าเป็นอาการจากไปตามธรรมชาติ ซึ่งดังเช่นว่าอาการ ถัดไปน้ี อ่อนกำลังและนอนหลับเยอะขึ้น ดูหมดแรงแบบค่อยเป็นค่อยไปในช่วงเวลาเป็นวัน แต่ว่าบางคนก็บางทีอาจกำเนิดเร็วเป็นชั่วโมง คนป่วยโดยมากนอนหลับอยู่บนเตียงทั้งวันและบางทีอาจจะตื่นในตอนกลางคืน บางรายบางทีก็อาจจะหลับลึกกระทั่งดูเหมือนกับว่าปลุกไม่ตื่น อาการดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นไม่ใช่อาการท่ีน่าสะพรึงกลัวและไม่ทําให้คนป่วยเจ็บปวด ร่างกายอาจมีการขยับแบบอัตโนมัติได้โดยท่ีผู้เจ็บป่วยไม่รู้สึกตัว ได้แก่ ผู้กระทำํามือหรือกัดฟันกรอดๆร่วมด้วยได้ กรรมวิธีดูแลผู้ป่วย มีดังนี้ หาเตียงที่พักผ่อนสบายให้กับคนเจ็บยกหัวสูงบางส่วน อาจมีหมอนข้างมาช่วยเสริมข้างๆ พลิกตัวคนป่วยทุก 6-8 ชั่วโมง โดยไม่ควรกลับตัวบ่อยครั้งกว่าน้ีเพราะว่าบางทีอาจจะทําให้คนเจ็บรําคาญ ควรจะใส่สายสวนปัสสาวะหรือแพมเพิร์ส เพื่อสบายสำหรับเพื่อการดูแลและก็คนไข้ไม่ต้องลุกจากเตียง (สายสวนเยี่ยวไม่ทําให้คนไข้เจ็บปวดมากข้ึนและก็สบายกว่าแพมเพิร์ส) กอดและก็สัมผัสผู้ป่วยเป็นช่วงๆได้ อนุญาตให้ตัวเองร้องไห้ได้ ไม่ต้องกลัวว่าการสนทนากันตามเดิมจะรบกวนการพักผ่อนหย่อนใจของคนไข้ สามารถสนทนากันได้ด้วยเสียงธรรมดาท่ีไม่ดังเกินความจำเป็นและไม่ต้องปรับเสียงให้เบาลงราวกับเสียงกระซุบกระซิบ สามารถบอกแล้วก็สื่อข้อความดีๆที่ต้องการบอกกับคนไข้ได้ตลอดระยะเวลา เนื่องจากว่าหากแม้คนไข้จะอ่อนล้ามากจนถึงพูดไม่ได้ แต่ว่าคนไข้ส่วนใหญ่ยังสามารถได้ยินและก็รู้เรื่องสิ่งที่พี่น้องพูดได้ เพราะว่าหูรวมทั้งการได้ยินจะเป็นอวัยวะสุดท้ายที่คนเจ็บจะสูญเสียการทํางานไป การกินของกินรวมทั้งการดื่มน้ําจะต่ำลง ในระยะเวลาน้ีอาหารและก็น้ําไม่ได้ช่วยทําให้อาการของผู้ป่วยดีข้ึน และไม่ได้ช่วยยืดเวลาให้คนเจ็บมีชีวิตอยู่ได้นานข้ึน เหตุเพราะร่างกายทํางานได้ช้าลงมาก ระบบการสรุปยแล้วก็ซับของกินไม่อาจจะทํางานได้ตามปกติ กรรมวิธีดูแลผู้เจ็บป่วย มีดังนี้ หากคนเจ็บขอดื่มน้ํา ให้ชูหัวคนเจ็บขึ้นและป้อนน้ําครั้งละนิดหน่อยด้วยหลอดหยดหรืออมน้ําแข็งก้อนเล็กๆ ถ้าหากผู้เจ็บป่วยไอ ให้หยุดการป้อนน้ําทันที การให้น้ําเกลือในช่วงน้ี ไม่ได้ช่วยทำให้อาการของคนไข้ดีข้ึน รวมทั้งบางทีอาจทําให้ผู้ป่วยยืดความเจ็บปวดรวดร้าวทุกข์ทรมานแสนสาหัสออกไปอีก เหตุเพราะน้ําเกลือ ประกอบด้วย น้ํา เกลือ และน้ําตาล จึงไม่มีสารอาหารพอเพียงที่จะทดแทนอาหารได้ ก็แค่หล่อเลี้ยงความทรมานระดับเดิมไว้ โดยธรรมดาบางทีอาจพิเคราะห์ให้น้ําเกลือถ้าเกิดจําเป็นจำเป็นต้องให้ยาทางเส้นโลหิตเพียงแค่นั้น การให้อาหารในเวลานี้บางทีอาจส่งผลให้สําลักเข้าไปในระบบทางเดินหายใจรวมทั้งติดโรคในปอดได้ ซึ่งจะทําใหคนไข้เจ็บปวดรวดร้าวทุกข์ทรมานสาหัสเพิ่มข้ึนหรือเสียชีวิตก่อนถึงเวลาอันควร การได้รับของกินที่น้อยลงในระยะน้ีมิได้เป็นต้นเหตุให้ผู้ป่วยอดอาหารจนถึงแก่ความตาย ผู้ป่วยถึงแก่กรรมเนื่องจากว่าโรคของผู้เจ็บป่วยเอง การให้ท่ออาหารชนิดต่างๆไม่ว่าจะทางท่อทางเดินอาหารหรือท่ออาหารทางเส้นเลือดจำเป็นที่จะต้องไตร่ตรองเป็นอย่างมากเนื่องจากมักจะทําให้ผู้ป่วยเจ็บ รําค้างญ แล้วก็อาจเป็นต้นเหตุให้ถึงแก่ชีวิตก่อนเวลาดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น การดูแลโพรงปากของคนเจ็บ ผู้ป่วยส่วนมากหายใจทางปากและมักจะดื่มน้ําได้เพียงแค่เล็กๆน้อยๆ ทําให้ปากและก็ล้ินของผู้เจ็บป่วยแห้งมาก ซึ่งทําให้ทุกข์ทรมานสาหัสได้ กระบวนการดูแลคนป่วย มีดังนี้ ผสมน้ําประมาณ 1 ลิตรกับเกลือ 1⁄2 ช้อนรวมทั้งผงฟู 1 ช้อนแล้วก็ใช้ผ้าก๊อซชุบน้ําดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นเช็ดถูปาก เหงือก แล้วก็ลิ้นของผู้เจ็บป่วย ไม่ต้องสะดุ้งถ้าเกิดคนป่วยกัดผ้าก๊อซขณะท่ีขัดถูในปาก ให้ขัดถูต่อไปจนกระทั่งการกัดผ้าพันแผลคลายลง แปลงส่วนผสมน้ําเกลือและผงฟูใหม่แต่ละวัน เช็ดปาก เหงือก และลิ้นของคนไข้ได้ทุกชั่โมงเพื่อให้เปียกชื้น การดูแลตาของผู้เจ็บป่วย เพราะว่าผู้เจ็บป่วยปิดตาไม่สนิททําให้กำเนิดอาการตาแห้งแสบได้ กระบวนการดูแลคนเจ็บ มีดังนี้ บางทีอาจใช้น้ําตาเทียมหยอดตาให้ผู้ป่วยวันละ 4 ครั้ง แม้ตาผู้ป่วยเผยอเปิดตลอดระยะเวลา อาการปวด โดยท่ัวไปอาการปวดของคนไข้ชอบไม่เพิ่มขึ้นในช่วงสุดท้าย เพราะเหตุว่าคนป่วยขยับตัวลดน้อยลงและนอนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในบางครั้งที่พี่น้องช่วยขยับเขยื้อนตัวผู้เจ็บป่วยบางทีอาจได้ยินเสียงราวกับคนป่วยร้องครวญ เสียงดังกล่าวมาจากการขยับตัวร่วมกับการหายใจออก ไม่ใช่มาจากอาการปวด ขั้นตอนการดูแลคนไข้ มีดังนี้ พิจารณาลักษณะของการปวดโดยดูจากการหน้านิ่วย่นคิ้วแทนเสียงร้องครวญคราง อาจพินิจพิเคราะห์ให้ยาแก้ปวดเพิ่มถ้าหากมีลักษณะอาการดังที่กล่าวถึงมาแล้วบ่อยครั้ง โดยทั่วไปควรจะลดปริมาณยาแก้ปวดลงแล้วก็บางครั้งอาจจะจำต้องเปลี่ยนแปลงแนวทางการให้ยา เป็นต้นว่า จากยารับประทานมาเป็นยาฉีดหรือยาที่สามารถดูดซับใต้ล้ินได้เพื่อให้เหมาะสมกับภาวะผู้ป่วย สภาวะกระวนกระวาย มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีภายในร่างกาย เนื่องจากว่าอวัยวะต่างๆเริ่มวาย กรรมวิธีการดูแลคนเจ็บ มีดังนี้ อาจใคร่ครวญให้หมอสั่งยานอนหลับอย่างอ่อนให้เพื่อให้ผู้เจ็บป่วยได้พักบ้าง ซึ่งยาเหล่านี้ไม่ได้ทําให้หลับลึกจนตาย อย่างไรก็ดี ให้พินิจตามภาวะอาการ ถ้าเกิดกระสับกระส่ายประสาทหลอนมากมาย อาจช่วยให้คนไข้ได้พักหลับมากมายข้ึน แต่ว่าถ้าอาการไม่มาก บางทีอาจไม่จําเป็นจำเป็นต้องรักษาอาการนี้ เนื่องจากผู้ป่วยหลายรายต้องการมีสติก่อนตาย ไม่ต้องการง่วงหงาวหาวนอนงงงวย ใคร่รู้สึกตัวว่าได้ร่ำลาพี่น้องๆก่อนจากไป บางรายต้องการมีจิตอันเป็นกุศลหรือท่องบทสวดมนต์ก่อนลมหายใจในที่สุด เพื่อให้เป็นการตายดีตามความศรัทธาของตน หายใจไม่เป็นจังหวะ บางทีอาจหายใจช้าบ้าง เร็วบ้าง ลึกบ้าง ตื้นบ้าง และอาจหยุด หายใจเป็นช่วงๆซึ่งช่วงที่หยุดหายใจนี้จะเบาๆยาวขึ้นเมื่อผู้ป่วยใกล้จะเสียชีวิต เพศผู้ป่วยเองจะไม่เคยรู้สึกทรมานกับอาการนี้เพราะเกิดขึ้นจากภาวการณ์กรดและด่างเปลี่ยนแปลงไปหลังจากอวัยวะต่างๆหยุดทํางาน วิธีการดูแลผู้ป่วย มีดังนี้ ผู้ป่วยในสภาวะนี้มิได้ขาดออกซิเจน การให้ออกซิเจนก็เลยไม่จําเป็นและไม่ได้ช่วยผู้ป่วยในระยะน้ี ตรงกันข้าม การให้ออกสิเจนกลับทําให้คนเจ็บรู้สึกแห้ง เจ็บ แล้วก็อึดอัดเจ็บป่วยตัว ดังจะพิจารณาได้จากคนไข้จะเพียรพยายามดึงหน้ากากหรือท่อออกสิเจนทิ้งอยู่ตลอดเวลาท้ังๆที่ไม่รู้สึกตัว สภาวะเสียงดังครืดคราดจากน้ําลายสอ เมื่อใกล้ในเวลาที่คนไข้จะเสียชีวิต เครือญาติบางทีอาจได้ยินเสียงดังครืดคราดในลําคอคล้ายเสียงกรน ตอนที่ผู้ป่วยซึมลงมากและไม่ค่อยตอบสนองต่อสิ่งรอบข้าง เสียงนี้มีเหตุที่เกิดจากกล้ามเน้ือสำหรับเพื่อการกลืนไม่ทํางาน ล้ินตก แต่ว่าต่อมน้ําลายน้ํามูกต่างๆยังทํางานอยู่ ภาวะดังที่กล่าวถึงแล้วไม่ทําให้ฟุตบาทหายใจอุดตันจนกระทั่งแก่ความตาย วิธีการดูแลผู้ป่วย มีดังนี้ ให้คนป่วยนอนตะแคงโดยมีหมอนยาวรองข้างหลังจะช่วยลดเสียงดังครืดคราดลงได้ หมออาจพิเคราะห์สั่งยาเพื่อช่วยลดอาการน้ําลายสอแม้มีลักษณะอาการน่ารําติดอยู่ญอย่างมาก ไม่เหมาะที่จะดูดเสลดด้วยเครื่องดูด เนื่องจากว่ามิได้แก้ไขต้นเหตุรวมทั้งทําให้ผู้ป่วยเจ็บแล้วก็คลื่นไส้จากท่อที่ล้วงลงไปดูดเสมหะในลําคอ มือเท้าเย็น ไม่สนองตอบต่อสิ่งรอบข้าง เมื่อเวลาของคนเจ็บใกล้หมดลง ญาติบางทีอาจสังเกตได้จากมือเท้าเย็น เปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ผิวเป็นจ้ำๆตาเบิกกว้างแม้กระนั้นไม่กะพริบ ปัสสาวะน้อยลงมาก คนไข้บางรายบางทีอาจตื่นข้ึนมาในช่วงเวลาสั้นๆเหมือนอาการดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเพราะผู้เจ็บป่วยเพียรพยายามเก็บพลังงานสํารองที่มีทั้งหมดทั้งปวงมาใช้สำหรับเพื่อการร่ำลาพี่น้องคราวสุดท้ายก่อนจากไป กรรมวิธีการดูแลผู้ป่วย มีดังนี้ ควรจะหยุดวัดความดันเลือดหรือสายวัดต่างๆรอบข้าง แกะเครื่องพันธนาการผูกมัดคนไข้ต่างๆให้ได้มากท่ีสุด เนื่องจากว่าค่าท่ีวัดได้ไม่อาจจะเชื่อถือได้รวมทั้งเป็นการก่อกวนคนเจ็บมากเพิ่มขึ้น ตั้งสติให้ดี อย่าตกใจ ใช้เวลาช่วงสุดท้ายอยู่ข้างเตียงกับคนเจ็บสูงที่สุด ก่อนที่จะดําเนินพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป แนวทางข้างต้นเป็นคําแนะนําอย่างง่ายสําหรับเครือญาติและก็ผู้ดูแลเพื่อจะได้รับมือกับอาการที่พบได้ทั่วไปในช่วงสุดท้ายของชีวิตได้อย่างมีสติสัมปชัญญะรวมทั้งให้เครือญาติได้ใช้เวลาอยู่กับคนไข้อย่างมีคุณค่าก่อนจากกัน คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : contestedstreets Tags : contestedstreets,contestedstreets.org,http://contestedstreets.org
|