|
หัวข้อ: ไขมัน - น้ำตาล อะไรที่ส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่ากัน ? เริ่มหัวข้อโดย: Puttichai9876 ที่ กุมภาพันธ์ 11, 2020, 07:28:38 am (https://i2.wp.com/temurdemir.com/wp-content/uploads/2020/01/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2hlLzAvdWQvMy8xNzY2My9iYWNvbi1icmVhZC5qcGc.jpg?resize=700%2C420) สำหรับคนที่ต้องการจะลดน้ำหนัก ไขมันและน้ำตาล ทั้งสองอย่างนี้เป็นสิ่งที่จะต้องลดให้น้อยลง เพื่อให้รูปร่างกลับมาดูดี ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเราไม่อาจรู้ได้ว่าสิ่งที่ไหนที่ทำให้[url=https://www.sanook.com/health/]สุขภาพ[/url] หรือรูปร่างของเราดูแย่ได้มากกว่ากัน Kate Patton, RD, LD นักกำหนดอาหารจากสมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา (The American Heart Association หรือ AHA) ระบุเอาไว้ว่า ไม่ว่าจะเป็นไขมัน หรือน้ำตาล ต่างก็ไม่ดีต่อร่างกายทั้งคู่ ในที่นี้จะพูดถึงไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ และน้ำตาลส่วนที่เติมลงไปเท่านั้น จึงทำให้ใครหลายคนเกิดความสับสนไขมันเลวที่ร่างกายไม่ควรได้รับ ไขมันเลวในที่นี่หมายถึง ไขมันอิ่มตัว (Saturated fats) และไขมันทรานส์ (Trans fats) เป็นไขมันที่ร่างกายไม่ควรได้รับ เพราะทำให้มีปริมาณของ LDL และคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีมีมากขึ้น อีกทั้งไขมันเหล่านี้จะยังเข้าไปลด HDL ที่เป็นไขมันดีให้ลดน้อยลง ส่งผลให้ร่างกายเกิดการอักเสบและพัฒนาต่อเนื่องจนกลายเป็นสาเหตุของโรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดและหัวใจในที่สุด ไขมันเลวพบได้มากจากไขมันสัตว์และพืชบางชนิด อย่าง น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันปาล์ม ไขมันทรานซ์ คือ ไขมันที่เกิดจากการแปรรูปด้วยการเติมไฮโดรจนได้เป็นน้ำมัน หรือไขมันที่มีจุดหลอมเหลวสูง สามารถเก็บรักษาเอาไว้ได้นาน มีรสชาติใกล้เคียงกับไขมันสัตว์ เพียงแต่มีราคาที่ถูกกว่า พบได้ในอาหารและขนมสำเร็จรูป ไปจนถึงขนมอบและเบเกอรี่ต่างๆ อาทิ มันฝรั่งทอด อาหารทอด เบเกอรี่ที่ใช้มาการีน หรือพิซซ่าแช่แข็ง เป็นต้น หากต้องการที่จะลดปริมาณคอเลสเตอรอลให้น้อยลง ก็ควรงดกินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงให้น้อยกว่า 5 - 6 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนแคเลอรี่ที่ต้องบริโภคทั้งหมดต่อวัน ส่วนไขมันทรานส์นั้นยังไม่มีปริมาณที่จะพิสูจน์ได้ว่าปลอดภัยมากพอที่จะบริโภคได้ เนื่องจากไขมันทรานส์ไม่ได้มาจากธรรมชาติ ฉะนั้น หากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงให้ได้มากที่สุด ไขมันดีที่เหมาะจะอยู่ในร่างกาย ถึงไขมันจะมีข้อเสียมากมาย แต่ก็ยังมีข้อดีอยู่บ้าง นั้นก็คือ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Monounsaturated and polyunsaturated fats) หากเราสามารถที่จะลดการบริโภคไขมันอิ่มตัว แล้วทดแทนด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดียวและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนได้แล้ว ก็จะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ โดยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวพบได้ใน น้ำมันมะกอด น้ำมันคาโนล่า อะโวคาโด้ และถั่วชนิดต่างๆ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน สามารถพบได้ในอาหารที่มีโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ซึ่งโอเมก้า 3 นั้นเป็นไขมันดีที่ร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ จึงต้องได้รับจากการกินอาหาร มีประโยชน์ช่วยลดการอักเสบและลดความเสี่ยงของอาการหลอดเลือดอุดตันได้ พบได้มากในปลาทะเลที่มีไขมันตามธรรมชาต อาทิ ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ไปจนถึงธัญพืช อย่าง ถั่ววอลนัทและเมล็ดแฟล็กซ์ ส่วนโอเมก้า 6 จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์และไยประสาทต่างๆ ในร่างกาย พบได้มากในถั่วเหลือ น้ำมันเมล็ดทานตะวัน และน้ำมันเมล็ดคำฝอย น้ำตาล กับความจำเป็นต่อร่างกาย ถึงแม้ว่าน้ำตาลจะเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะช่วยให้พลังงานในยามฉุกเฉิน และในการเก็บสำรองเอาไว้ใช้ในยามที่จำเป็น แต่ก็ไม่ใช่ว่าน้ำตาลทุกชนิดจะมีประโยชน์ อย่าง น้ำตาลฟรุคโตสที่ได้จากผลไม้และน้ำตาลแล็กโตสที่พบในนมสม ทั้งสองชนิดนี้ถึงจะสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมปริมาณที่จำกัด แต่น้ำตาลที่อยากให้หลีกเลี่ยงมากที่สุด คือ น้ำตาลที่เราชอบเติมเข้าไปเองในภายหลัง ( added sugar) ซึ่งน้ำตาลประเภทนี้เป็นน้ำตาลซูโครส ไม่ได้มาจากธรรมชาติ เติมเข้าไปแล้วจะช่วยให้อาหารมีรสชาตที่ดีขึ้น หวานขึ้น พบได้ใน ลูกอม ขนมขบเคี้ยว ไอศกรีม คุกกี้ ทั้งยังเป็นส่วนผสมในอาหารหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ขนมปัง ซีเรียล และซอสมะเขือเทศ จะเห็นได้ว่าอาหารเกือบจะทุกอย่างมีน้ำตาลเป็นส่วนผสม ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เราบริโภคน้ำตาลจนเกินความจะเป็นได้
|