|
หัวข้อ: เครื่องแยกกาก ผลไม้แบบมือหมุน คั้นน้ำผลและแยกกากพร้อมกันโดยอัตโนมัติ เริ่มหัวข้อโดย: itopinter_111 ที่ พฤศจิกายน 23, 2016, 09:39:54 pm (https://qualitygadget.files.wordpress.com/2016/11/047d5-1_28_1_.jpg)
เครื่องแยกกาก เครื่องคั้นน้ำผักผลไม้แบบแยกกากแยกน้ำอัตโนมัติโดยใช้มือหมุน ประหยัดพลังงานไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้า ง่ายต่อการถอดแยกชิ้นส่วนเพื่อทำทำความสะอาด หรือง่ายเมื่อประกอบเพื่อใช้งาน มีขนาดกระทัดรัดพกพาสะดวก และมีฐานยางสูญญากาศยึดติดแน่นกับโต๊ะทำให้มีความมั่นคงในขณะใช้งาน - เครื่องแยกกาก เครื่องคั้นเป็นแบบแยกน้ำและกากผลไม้ออกจากกันอัตโนมัติ - เครื่องคั้นน้ำผลไม้แบบแยกกาก ฐานยางสูญญากาศที่สามารถดูดยึดแน่นกับพื้นโต๊ะได้ทุกประเภท - เครื่องคั้นน้ำผลไม้ ประหยัดพลังงานอุปกรณ์เป็นแบบหมุนมือไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้า - เครื่องคั้นน้ำ มีขนาดเล็กพกพาสะดวกสามารถพกพาใช้งานนอกสถานที่ได้ - เครื่องสกัดน้ำผลไม้ ทำความสะอาดง่าย สามารถถอดแยกส่วนมีความสะดวกต่อการจัดเก็บ - อุปกรณ์ทำจากวัสดุพลาสติกอย่างดี มีความเหนียวทนทาน ต่อการใช้งาน และไม่เกิดสนิมเหมือนวัสดุโลหะ - ขนาด 34x21.5x20cm ผักและผลไม้ เป็นที่ทราบกันดีว่าผักและผลไม้นั้นมีประโยชน์มากมายมหาศาลเพราะเป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และมีคุณสมบัติของการเป็นแหล่งใยอาหาร ซึ่งเป็นสารที่ช่วยลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลและไขมัน และยังช่วยทำให้ระบบการย่อย ระบบการขับถ่ายทำงานได้อย่างปกติอีกด้วย นอกจากนี้ผักและผลไม้บางชนิดยังมีสารพิเศษที่ช่วยทำหน้าที่คล้ายยาป้องกันและรักษาโรคบางชนิด จากการสำรวจสุขภาพของประชาชนชาวไทย เมื่อปีพ.ศ.2551-2552 ของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ผู้หญิงไทยเพียง 18.5%ที่รับประทานผักและผลไม้ได้ตามเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนด ซึ่งกำหนดให้รับประทานผักผลไม้วันละ 400-600กรัม แต่ที่น่าห่วงที่สุด คือ กลุ่มเด็กที่มีอายุ 6-14 ปีพบว่ามีเพียง 6.8%เท่านั้นที่รับประทานผักผลไม้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งการรับประทานผักผลไม้ไม่เพียงพอนั้น จะมีความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคอ้วนเพิ่มมากขึ้น หากประเทศไทยยังไม่สามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้เราจะต้องแบกรับภาระจากปัญหาสุขภาพในระยะยาว เพราะมีรายงานว่า 31% ของคนเป็นโรคหัวใจ,19% ของคนเป็นโรคระบบทางเดินอาหาร และ 11% ของคนเป็นโรคหลอดเลือดสมองมีสาเหตุหลักมาจากการรับประทานผักผลไม้ไม่เพียงพอต่อวัน อีกทั้งพฤติกรรมการรับประทานผักและผลไม้ไม่เพียงพอนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคอ้วนที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยภาวะโรคอ้วนที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า [/size]
|