|
หัวข้อ: เทคนิคซื้อโปรแกรมบัญชีให้เข้ากับธุรกิจของท่าน เริ่มหัวข้อโดย: Navaphon11991 ที่ กุมภาพันธ์ 11, 2017, 10:56:56 pm ปัจจุบันนี้ ธุรกิจขนาดย่อม หลายบริษัทต่างคัดเลือกกรรมวิธีที่จะสร้างประสิทธิภาพในธุรกิจและประหยัดต้นทุนให้น้อยลงที่สุด เพื่อสามารถขับเคี่ยวและรอดชีวิตในยุคที่การค้าขายฝืดเคืองเช่นในเวลานี้ การเปลี่ยนมาใช้ ซอฟแวร์โปรแกรมบัญชีก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่กระนั้นซอฟแวร์มีมากมายหลายตัวแทน จะตัดสินใจเลือกอย่างใดจึงจะคุ้มกับเงินที่จ่ายไป เราจึงอยากขอชี้แนะข้อควรตรวจสอบเพื่อเป็นแนวให้ท่านเลือกโปรแกรมบัญชีที่ลงตัวกับกิจการของคุณ ดังนี้ครับ
(http://www.thai-account.com/images/sales.jpg) 1.อุตสาหกรรม ร้านค้าของท่านอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมไหน เป็นร้านขายย่อย โรงงานผลิต หรือกิจการทางด้านงานบริการ ซึ่งแต่ละประเภทอุตสาหกรรม ก็มีรูปแบบการบันทึกบัญชีที่ไม่เหมือนกัน นอกจากนี้นักพัฒนาซอฟแวร์จะดีไซน์โปรแกรมบัญชีให้ลงตัวกับแต่ละชนิดธุรกิจ แม้กระนั้น โปรแกรมบัญชีทั่วไปก็สามารถใช้งานได้ดีกับกลุ่มธุรกิจหลายๆ ประเภทเหมือนกัน แต่ถ้าท่านอยากได้โปรแกรมบัญชีที่มีฟังก์ชั่นเหมาะสมกับกิจการท่าน หรือมีส่วนเบ็ดเตล็ดพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมบางแบบ เช่น ธุรกิจก่อสร้าง โรงงานผลิต และกิจการโลจิสติก ควรจ้างโปรแกรมเมอร์มาดีไซน์โปรแกรมบัญชีเฉพาะสำหรับกิจการคุณจะดีกว่า 2.ขนาด กิจการ รายละเอียดปลีกย่อยของการบันทึกบัญชีจะมีความซับซ้อนมากน้อยขึ้นตามขนาดของ กิจการ ท่านอาจจะใช้โปรแกรมบัญชีทั่วไป ที่ทำงานได้อย่างดีกับ ร้านค้าที่มียอดจำหน่าย เฉลี่ย ล้านบาทต่อปี แต่ถ้าร้านค้ามีขนาดที่ใหญ่ขึ้น มีความซับซ้อนทางบัญชีเพิ่มขึ้น โปรแกรมบัญชี ทั่วๆ ไป อาจจะไม่สามารถรองรับระบบได้ เพราะฉะนั้นควร เลือกให้เข้ากับขนาด และโปรแกรมสามารถอัพเกรดรองรับการเติบโตในอนาคตได้เช่นกัน 3.ความต้องการในการใช้งาน ก่อนการ ซื้อซื้อโปรแกรมบัญชีออนไลน์ควรตั้งคำถามว่ามีส่วนใดหรือโมดูลอะไรที่ร้านค้าท่านจำเป็นต้องใช้งาน ควรเขียนความต้องการเหล่านี้ คุณลักษณะ หรือรูปแบบการใช้งานออกมาเป็นหัวข้อเสียก่อน บางร้านค้าอาจจะต้องการการใช้งานที่ง่ายๆ หน้าต่างโปรแกรมไม่ซับซ้อน ขณะที่บริษัทอื่นอาจจะต้องรูปแบบตอบสนองรองรับในการชำระเงินออนไลน์ หรือการใช้เครดิตการ์ด หรือการจัดการสินค้าคงคลัง หรือสร้างดัดแปลงใบ invoice เองได้ ดั้งนั้นควร ซื้อโปรแกรมบัญชีที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานเหล่านี้ได้ และเหมาะสมกับร้านค้าคุณ อย่าจ่ายเงินให้กับออฟชั่นที่ไม่จำเป็น 4.การดูแลและให้คำปรึกษา เวลาที่ท่านมีอุปสรรคใช้งานโปรแกรมบัญชี บริษัทตัวแทนสามารถรองรับ แก้ไขได้รวดเร็วเพียงใด ติดต่อได้ตลอดเวลาหรือไม่ น่าไว้วางใจหรือไม่ มีศูนย์ดูแลในพื้นที่หรือไม่ และที่สำคัญบริษัทพวกนั้น มีผู้ชำนาญการด้านบัญชี คอยให้คำแนะนำท่านหรือไม่ โดยรายละเอียดเหล่านี้สามารถ research จาก internet หรือสืบถามบริษัทที่อยู่อยู่ใกล้ๆ กันดูได้ 5.งบประมาณ งบประมาณจะเป็นประเด็นประเด็นหลักที่มีผลต่อการ เลือกซื้อโปรแกรมบัญชี โดยโปรแกรมบัญชีทั่วๆ ไปจะมีมูลค่าที่ไม่แพงมากนัก แต่ถ้าท่านอยากได้โปรแกรมบัญชีเฉพาะที่ดีไซน์ฟังก์ชันการใช้พิเศษ คุณต้องจ่ายแพงกว่าเสมอ และก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีควรทำการวิเคราะห์ความคุ้มค่าออกมาเป็นตัวเลข เพื่อจะได้ทราบว่าบริษัทคุณไม่ได้จ่ายค่าโปรแกรมบัญชีแพงเกินจริง หรือไม่คุ้มกับการลงทุน 6.โปรแกรมบัญชีมีระยะเวลาทดลองใช้หรือไม่ จะดีมากถ้าคุณสามารถทดลองโปรแกรมบัญชีใช้งานฟรีก่อนที่จะซื้อจริง เพราะจะสามารถเห็นแง่มุมต่างๆ ทั้งเรื่องความคล่องในรูปแบบต่างๆ ปัญหาที่พบ การใช้งาน Function ระบบต่างๆ ลงตัวหรือไม่ ดังนั้น ก่อน ตัดสินใจเลือกซื้อไถ่ถามกับผู้แทนว่ามีตัวทดลองใช้ฟรีหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปจะให้ใช้ฟรี 1-2 ปี ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากทีเดียว ในที่สุดแล้วควรซักถามบริษัทอื่นๆ ที่คุณรู้จักเกี่ยวกับโปรแกรมบัญชีที่ที่อยู่ในลิส อย่างน้อย 3 ร้านค้า ควรไถ่ถามเรื่องอุปสรรคการใช้งาน ปัญหาที่พบจากการใช้งาน อะไรที่ควรให้ตัวแทนปรับปรุง หรือการบริการซับพอร์ทของบริษัทซอฟแวร์เป็นอย่างไร ทั้งนี้หากเป็นไปได้ควรเลือกโปรแกรมบัญชีที่ติดตลาด มีร้านค้าใช้จำนวนมาก ซึ่งจะปลอดภัยมากกว่า ที่มา : http://peakaccountonline.blogspot.com/2015/07/blog-post_5.html Tags : โปรแกรมบัญชี,โปรแกรมบัญชีออนไลน์,โปรแกรมบัญชีใช้งานฟรี
|