หัวข้อ: รักษาน้องหนูอย่างถูกวิธี ป้องกันติดโรคหูดหงอนไก่ โรคตุ่มที่อวัยวะเพศ
เริ่มหัวข้อโดย: Jirasak2708 ที่ ตุลาคม 09, 2017, 03:43:24 pm
รักษาน้องหนูอย่างถูกวิธี ป้องกันติดโรคหูดหงอนไก่ หูดข้าวสาร ยารักษาหูดหงอนไก่[/b][/size][/b] เป็นแล้วไม่รักษาโรคนี้ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โอกาสเป็นทั้งคู่มีเยอะ เพิ่งเป็นรักษาให้หายขาดจะได้ไม่นำไปสู่โรคต่างๆๆของเพศสัมพันธ์ - ลักษณะของหูดหงอนไก่ : หูดจะขึ้นเป็นติ่งเนื้องอกอ่อน ๆ ซึ่งจะเริ่มจากรอยโรคเล็กๆ แล้วขยายตัวลุกลามใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำ มักพบได้ที่บริเวณปากมดลูก (ส่วนใหญ่เกิดจากสายพันธุ์ 16), อาจเป็นหูดชนิดกลุ่ม ลักษณะเป็นตุ่มม่วง หรือดำ มักเกิดขึ้นที่เดียวพร้อมกันหลายตุ่มและอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม (ส่วนใหญ่เกิดจากสายพันธุ์ 16, 18) หรืออาจเป็นหูดก้อนใหญ่ โดยมีลักษณะเป็นหูดที่มีขนาดใหญ่ที่โตเร็วมาก จนกลายเป็นก้อนใหญ่ปกคลุมอวัยวะเพศไว้ทั้งหมด บางคนอาจเรียกหูดชนิดนี้ว่า “หูดยักษ์” (ส่วนใหญ่เกิดจากสายพันธุ์ 16)
เชื้อไวรัสเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหูดหงอนไก่ จะเป็นการติดเชื้อที่หนังกำพร้าที่จะไม่แสดงอาการออกมาแต่ถ้าบริเวณติ่งเกิดการฉีกขาดอาจติดเชื้อแบคทีเรียและเป็นหนองได้ วิธีดูแล ทำความสะอาด น้องหนู และน้องชาย ของเราอย่างถูกวิธี
1. เมื่ออาบน้ำ เราควรจะล้าง ทำความสะอาด ส่วนนั้นด้วยการใช้สบู่ที่ใช้ถูตัว หรือสบู่อ่อนๆ โดยเริ่มจากขนบริเวณอวัยวะเพศ แล้วลงมาใต้หัวหน่าว ล้างทุกซอกมุมตรงที่แคบใหญ่แยกออกจากกัน แต่ไม่ต้องล้วงเข้าไปในช่องคลอดนะคะ เพราะจะอันตรายได้ค่ะ และห้ามทาแป้งที่ก้นเด็ดขาด เพราะเมื่อแป้งถูกความชื้นจะทำให้เป็นเชื้อราได้ง่าย และน้ำหอมที่อยู่ในแป้งอาจทำให้ผิสอวัยวะเพศซึ่งอ่อนมากๆ เกิดอาการแพ้ได้ค่ะ
ข้อควรระวัง 2. การเข้าห้องน้ำสาธารณะ หากมีฝักบัวฉีดน้ำควรระวังการติดเชื้อโรคจากฝักบัวที่ไม่สะอาดค่ะ เพราะคนที่เข้าห้องน้ำก่อนหน้าเราจะมีเชื้อโรคอะไรแฝงอยู่รึเปล่าก็ไม่รู้ ควรฉีดน้ำทิ้งไปก่อนเล็กน้อย และควรฉีดให้ฝักบัวอยู่ห่างจากอวัยวะของเราพอประมาณ อย่าให้อยนู่ติดเกินไปค่ะ หรือใช้แค่กระดาษชำระสะอาดๆ ซับแห้งก็พอค่ะ
- อาการของหูดหงอนไก่ : หลังจากเนื้อเยื่อติดเชื้อเอชพีวี (HPV) แล้ว ผู้ติดเชื้อนั้นอาจเป็นได้ทั้ง 3 กรณี กล่าวคือ หรือรอยโรคเป็นมากขึ้น สำหรับรอยโรคที่เกิดหูดหงอนไก่นั้นอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการคันหรือไม่มีอาการใด ๆ เลยก็ได้ แต่ถ้าเป็นมากก้อนเนื้อหูดก็จะใหญ่ขึ้นและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ในกรณีของหญิงตั้งครรภ์ หญิงที่มีอาการตกขาว (ในหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อนี้จะมีอาการของโรคมากกว่าคนทั่วไป ส่วนในผู้ป่วยเอดส์จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ ซึ่งมักจะขึ้นหลายแห่งและเป็นแบบเรื้อรัง)
การวินิจฉัยมักทำได้โดยการดูรอยโรค ซึ่งเป็น 4 แบบ ได้แก่ นูนยื่นออกมาคล้ายดอกกะหล่ำปลี บางคนมีหลายชนิดปนกันได้ หูดอาจมีขนาดแตกต่างกัน เรียงตัวติดกันหรือกระจายไปทั่ว อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ของผู้ที่ติดเชื้อเอชพีวีกลับไม่พบว่ามีรอยโรคเลย - สำหรับการใช้ยาเพื่อรักษาอาการผิวหนังหนาด้านจากการถูกแดดเผา (actinic keratosis) ทายาบริเวณที่เป็นสัปดาห์ละ 2 ครั้ง (แต่ละครั้งห่างกัน 3-4 วัน) เป็นเวลา 16 สัปดาห์ ทาทิ้งไว้ประมาณ 8 ชั่วโมง จากนั้นล้างออกด้วยสบู่อ่อนและน้ำสะอาด ปกติจะทายาก่อนนอนและตื่นมาอาบน้ำตอนเช้า ไม่ควรทายาเป็นบริเวณกว้างกว่า 2x2 นิ้ว
เนื่องจากตัวยา imiquimod ไม่ได้ฆ่าเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของหูด ดังนั้นระหว่างการรักษาหรือหลังการรักษาอาจเกิดหูดขึ้นมาใหม่ได้ หลีกเลี่ยงการใช้ยาบริเวณริมฝีปาก ดวงตา และจมูก ไม่ควรปิดผิวหนังบริเวณที่ทายาด้วยผ้าพันแผลหรือพลาสเตอร์ ไม่ควรใช้ยานี้ติดต่อกันนานเกินระยะเวลาที่แพทย์กำหนด เนื่องจากจะเพิ่มโอกาสการเกิดผลข้างเคียง ยาทาภายนอก ได้แก่ ซึ้งยาตัวนี้ทางมีขาย เป็นยาทาได้รับความนิยมและรับรองว่าเป็นยารักษาหูดหงอนไก่ ซองละราคา 240 บาท (https://scontent.fbkk5-2.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/13055353_790477274387291_2944855411346832872_n.jpg?oh=2721959af5bc875a22e21f2721176021&oe=58C76E1A) ยารักษาโรคหูดหงอนไก่ #ตุ่มที่อวัยวะเพศ #รักษาหาย จำหน่ายยารักษาหูดหงอนไก่ aldara cream 5% ID:ald.21
เครดิตบทความจาก : http://aldara5.blogspot.com/
Tags : ยารักษาหูดหงอนไก่,โรคหูดหงอนไก่,ยารักษาโรคหูดหงอนไก่
| ฐานข้อมูลผิดพลาด |
|
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
|
|