|
หัวข้อ: สัตววัตถุ อีเเร้ง เริ่มหัวข้อโดย: teareborn ที่ ธันวาคม 01, 2017, 10:54:21 am (http://www.คลังสมุนไพร.com/wp-content/uploads/2017/09/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87.jpg)
อีแร้ง[/b] อีแร้งเป็นนกที่จัดอยู่ในสกุล Gyps มีชื่อสามัญว่า vulture ที่พบได้ในประเทศไทยมี ๓ จำพวก ทุกประเภทจัดอยู่ในสกุล Accipitridae อีแร้งไทยอีก ๓ ชนิดนั้น ตอนนี้หายากและมีจำนวนน้อย ลางประเภทบางทีอาจสูญพันธ์ไปแล้ว ๑. อีแร้งเทาข้างหลังขาว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gyps bengalensis (Gmelin) มีชื่อสามัญว่า white – rumped vulture เป็นนกนาดใหญ่ ความยาวของสัตว์วัดจากปลายปากถึงปลายหางราว ๙0 ซม. ลำตัวสีดำปนน้ำตาล หัวและก็ลำคอไม่มีขนปกคลุม เป็นเพียงแค่แผ่นหนังสีคล้ำ ตอนล่างของคอมีขนเป็นวงรอบข้างหลัง สีขาว ตอนล่างรวมทั้งโคนหางสีขาวแจ่มชัด ข้างในต้นขามีทาสีขาว เห็นได้ชัดขณะเกาะยืน เมื่ออายุน้อยลำตัวมีสีน้ำตาลออกแดงหรือน้ำตาลเข้ม ไม่มีแถบขาวเลย รับประทานซากสัตว์เป็นอาหาร สร้างรังบนยอดไม้สูง ในพฤศจิกายนและธันวาคมจนถึงกุมภาพันธ์ ตกไข่ครั้งละ ๑ ฟอง ทั้ง ๒ เพศช่วยกันสร้างรังรวมทั้งกกไข่ ชนิดนี้มีเขตการกระจายชนิดกว้าง ตั้งแต่ประเทศอินเดีย ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน รวมทั้งทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยเคยเจอมากบริเวณที่ราบ แม้กระนั้นเดี๋ยวนี้หาดูได้ยากมากมาย รู้เรื่องว่าแทบจะสิ้นพันธุ์ไปแล้ว (http://www.คลัง[b]สมุนไพร[/b].com/wp-content/uploads/2017/09/vulture-2553058_960_720.jpg) ๒.อีแร้งปากเรียว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gyps indicus (Scopoli) มีชื่อสามัญว่า long – billed vulture อีแร้งสีน้ำตาลอินเดีย ก็เรียก เป็นอีแร้งขนาดใหญ่ ขนาดวัดจากปลายปากถึงปลายหางยาวราว ๙0 ซม. ตัวสีน้ำตาลอ่อนถึงสีน้ำตาลแก่ขนทุกเส้นมีขอบสีจางกว่าสีพื้น หัวรวมทั้งคอมีขนอุยสีน้ำตาลออกขาวปกคลุม ท้องสีน้ำตาลอ่อน มีจะงอยปากที่เรียวกว่านกแร้งชนิดอื่นๆตัวที่อายังน้อยมีสีแก่กว่าตัวโตเต็มวัย และก็พบมากที่ขนอุยคงเหลืออยู่บนขนหัว เป็นประจำอยู่เป็นฝูงเล็กๆ ร่วมกับอีแร้งชนิดอื่นๆแล้วก็ร่วมลงกินซากสัตว์ด้วยกัน พบบ่อยจิกรวมทั้งแย่งซากสัตว์กันตลอดเวลา วิธีการทำรังและก็วางไข่คล้ายกับแร้งจำพวกอื่นๆสร้างรังช่วงเดือนพฤศจิกาถึงเดือนกุมภาพันธ์ ชอบอยู่ดังที่เตียนโล่ง นอกเมือง หากินตามลำห้วยใหญ่ๆ ในป่าเต็งรังและปาป่าเบญจพรรณ มีเขตผู้กระทำระจายชนิดจากอินเดียถึงภูมิภาคอินโดจีน ในประเทศไทยเคยพบมาก แต่ว่าปัจจุบันมั่นใจว่าสิ้นซากไปจากบ้านเราแล้ว สมุนไพร[/b] ๓.อีแร้งเทาหิมาลัย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gyps himalaiensis Hume มีชื่อสามัญว่า Himalayan griffon vulture อีแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย ก็เรียก เป็นอีแร้งขนาดใหญ่มากมาย ขนาดวัดจากปลายปากถึงปลายหางราว ๑๒๒ ซม. มีลักษณะคล้ายอีแร้งปากเรียว แต่ตัวใหญ่มากยิ่งกว่ามาก เพศผู้และตัวเมียมีสีเช่นกัน ลำตัวด้านบนมีสีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลปนขาว ด้านล่างสีเนื้อแกมสีน้ำตาลอ่อน มีลายขีดขนาดใหญ่สีขาว ขนรอบคอยาว สีน้ำตาล มีลายขีดสีขาว พบได้บ่อยอยู่กระโดดๆหรืออยู่เป็นคู่ หรือ ๒-๓ ตัว ตามทุ่งโล่งหรือป่าบนภูเขา มักร่อนเป็นวงกลมตามซอกเขาหรอภูเขาเพื่อหาอาหาร เป็นนกที่หลงเข้ามา หรือย้ายถิ่นมาในประเทศไทยช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ หายากรวมทั้งปริมาณน้อย เคยมีกล่าวว่าพบในกรุงเทพฯ รวมทั้งที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคิรีหมวด
|