|
หัวข้อ: สัตววัตถุโหรามิคสิงคี เริ่มหัวข้อโดย: Narongrit999 ที่ ธันวาคม 06, 2017, 01:29:46 pm (http://www.คลัง[b][u][b]สมุนไพร[/b][/u][/b].com/wp-content/uploads/2017/09/14.png)
โหรามิคสิงคี[/b] โหรามิคสิงคี หรือที่เรียกใน แบบเรียนพระยาพระนารายณ์ว่า “โหราอำมิคสิงคี” เป็นเขากวางสุม (ให้เป็นถ่าน) คำ มิค มีความหมายว่า กวาง ส่วนคำ สิงคี แสดงว่าสัตว์มีเขาได้จากกวางอิหร่าน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dama dama Linnaeus ในวงศ์ Cervidae มีชื่อสามัญว่า fallow deer กวางอิหร่านนี้มี ๒ ชนิดย่อย คือ ๑.ประเภทย่อยซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dama dama mesopotamica (Brooke) มีชื่อสามัญว่า Iran fallow deer ๒.จำพวกย่อยที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dama dama dama Linnaeus มีชื่อสามัญว่า South Turkey fallow deer กวางเปอร์เซียเป็นกวางขนาดกึ่งกลาง ขนาดวัดจากจมูกถึงปลายหางยาวราว ๑.๕0 เมตร หางยาว ๒0-๒๕ ซม. น้ำหนักตัว ๓0-๓๕ กรัม ขนตามลำตัวมีสีเทาหรือสีน้ำตาลปนเหลือง มีจุดขาวอยู่กึ่งกลางหลังหรือข้างลำตัว มีขนแถบสีดำทอดยาวจากกึ่งกลางหลังไปจนถึงตะโพก ด้านล่างลำตัวสีขาว ขนเรียบ บางแล้วก็แนบติดกับลำตัว ในฤดูหนาวขนตามลำตัวจะกลายเป็นสีน้ำตาลเทาและก็จุดขาวตามลำตัวจะลางเลือนไป ขายาว ลำตัวอ้วนล่ำ หัวค่อนข้างจะสั้น คอหนา ตัวผู้มีลูกกระเดือกนูนออกมา รอบๆตูดวงรอบตูดมีสีขาวขอบสีดำ กวางจำพวกนี้รับประทานต้นหญ้า ใบไม้ แล้วก็ผลไม้เป็นอาหาร ชอบอยู่กันเป็นฝูงในช่วงฤดูร้อน ตัวผู้ที่โตเต็มที่จะแยกออกจากฝูง ทิ้งตัวเมียรวมทั้งลูก แม้กระนั้นในช่วงฤดูสืบพันธุ์จะกลับเข้ามาสืบพันธุ์กับตัวเมีย กวางประเภทนี้โตเต็มที่รวมทั้งสืบพันธุ์ได้เมื่ออายุ ราว ๑๘ เดือน มีท้องราว ๒๓0 วัน ออกลูกครั้งละ ๑ ตัว อายุยืนราว ๒0 ปี เคยพบกวางอิหร่านในป่ารอบๆทะเลเมดิเตอร์เรเนียนรวมทั้งในตะวันออกกลาง ดังเช่น ในประเทศประเทศอิหร่านแล้วก็อิรัก เดี๋ยวนี้บางทีอาจสิ้นพันธุ์ไปจากธรรมชาติแล้ว แต่ว่ายังคงมีเลี้ยงอยู่บ้างตามสวนสัตว์หลายแห่ง สมุนไพร แบบเรียนคุณประโยชน์โบราณว่า โหรามิคสิงคีเป็นยาถอนพิษ แก้ปวดตามข้อ ปวดเอว ใน แบบเรียนพระยาพระนารายณ์ มีตำรับยาขนานหนึ่งเข้า “โหราอำมิคสิงคี” เป็นเครื่องยาด้วย ดังต่อไปนี้ ยาทรงเขี่ย ให้เอาโหราเดือยไก่ โหราอำมฤตย์ โหราอำมิคสิงคี โหราบอนโหราเท้าสุนักข์ โหราเขากระบือ โหราใบกลม โกฏกัตรา ลูกจันทร์ ดอกจันทร์ กระวาน กานพลู พริกหอม พริกหาง พริกล่อน ดีปลี มหาหิงคุ์ โปตัสเซี่ยมไนเตรดขาว หอมแดง ชาตรี ยาทั้งนี้สิ่งละเฟื้อง ฝิ่นสลึง ๑ ทองคำเปลว ๑0 แผ่น น้ำมะนาวเป็นกระสาย บดทำแท่ง ตากในร่ม ฝนด้วยน้ำมะนาว น้ำท่า เมื่อเขี่ยแล้วนั้น ถึงเป็นฝีฟกทูมภรรยา ขึ้นเป็นเม็ดเป็นเปาเป็นปมก็หาย ถ้าหากป่วยเจ็บ ให้สับกระหม่อมสับต้นคอ ทาหาย แก้ลมจับสูงด้วย ถ้างูเพ่งดูม์ ตะขาบ แมลงป่องขบ ฝนด้วยน้ำมะนาวก็ได้ สุราก็ได้ ทั้งรับประทานยา หาย ฯ ประโยชน์ทางยา ยาไทยใช้เขากวางเป็นยาขนานหนึ่ง แบบเรียนยาคุณประโยชน์ยาโบราณ เขากวางเป็นยาเย็น ดับพิษทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง มีสรรพคุณแก้ร้อน ทำลายพิษแสดง หมอแผนไทยมักเอามาคั่วให้เกรียม หรือสุมให้ดำเกรียม แล้วก็จึงเอามาผสมเข้าในตำรับยา ในพระคัมภีร์โบราณอันเป็นต้นแบบของยาแพทย์แผนไทยนั้น มีตำรับยาที่ เข้า “เขากวาง” หลายขนาน ในที่นี้ขอยกตัวอย่างยาขนานหนึ่งใน พระหนังสือมหาโชตรัต ดังต่อไปนี้สิทธิการิยะ ถ้าหากใครเจ็บป่วยแลให้ร้อนภายในให้ต้องการน้ำนัก แลตัวคนไข้นั้นให้แข็งกระด้าง ดุจดังท่อนไม้แลท่อนฟืน ให้ตัวนั้นเป็นเหน็บชาไปทั่วทั้งกายหยิกไม่เจ็บ ท่านว่าเกิดรอยดำ ภายในแลให้ปากแห้งคอแห้งฟันแห้งนมทุกข์ใจให้เป็นต่างๆนั้น ท่านว่ารอยดำผุดออกยังไม่สิ้น ยังอยู่ในหัวใจนั้น ถ้าจะแก้ให้เอา รากกะตังบาย ๑ จันทร์ ๒ สนเทศ ๑ ท้อม ๑ มองดูท้องนาศ ๑ รากแตงรุนแรง ๑ รากหมูปลดปล่อย ๒ หัวมหากาฬ ๑ หัวกะตอนเช้าผีมด ๑ รากไคร้เครือ ๑ ใบยับยั้ง ๑ ใบพิมเสน[/b] ๑ ใบเฉียงมีดพร้าหอม ๑ ใบทองพันชั่ง ๑ เขากวาง [/b] ๑ งาช้าง ๑ เขี้ยวเสือ ๑ เขี้ยวหมี ๑ เขี้ยวไอ้เข้ ๑ เขี้ยวหมูป่า ๑ เขี้ยวแรด ๑ กรามพญางู ๑ เขี้ยวปลาพะยูน ๑ เกสรดอกบัวน้ำทั้ง ๗ ผลสมอพิเภก[/b] ๑ เทียนดำ ๑ ใบสทายใจ ๑ เปลือกไข่เป็ดสด ๑ ผลจันทร์ ๑ ดอกจันทร์ ๑ สมอไทย [/b] ๑ รากมะรุมบ้าน ๑ รวมยาทั้งนี้เอาเท่าเทียมกัน ทำผงแล้วจึงบดปั้นแท่งไว้ ฝนด้วยน้ำดอกไม้ ทั้งรับประทานทั้งยังพ่น แก้สรรพไข้ทุกอันดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมานั้น หายแล
|