ล้อแม็ก แม็ก แม็กล้อ แม็กซ์แต่งรถ ล้อแม็กคุณภาพ รวมล้อแม็กลายใหม่ๆ

Sitemap SMB => สินค้าอื่นๆ => ข้อความที่เริ่มโดย: plawan1608 ที่ มีนาคม 30, 2018, 05:01:34 pm



หัวข้อ: โรคเชื้อไวรัสตับอักเสบ - อาการ, สาเหตุ, การรักษา-เเละ สมุนไพร
เริ่มหัวข้อโดย: plawan1608 ที่ มีนาคม 30, 2018, 05:01:34 pm
(https://www.img.in.th/images/d5e64b5c2b1f480751d4ddb5859a4a99.jpg)
โรคเชื้อไวรัสตับอักเสบ (Viral hepatitis)

  • โรคไวรัสตับอักเสบเป็นอย่างไร ตับนับเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีน้ำหนักโดยประมาณ 1.5 โล อยู่ข้างหลังเครื่องกั้นลมและก็มีบทบาทที่สำคัญต่างๆดังต่อไปนี้ เป็นคลังเก็บของสะสมของกิน อย่างเช่น แป้ง ไขมัน โปรตีน เอาไว้ใช้ และปลดปล่อยเมื่อร่างกายอยาก สังเคราะห์สารต่างๆอาทิเช่น น้ำดี สารควบคุมการแข็งตัวของเลือด ฮอร์โมน กำจัดสารพิษ แล้วก็สิ่งเจือปน เช่นเชื้อโรค หรือยา แต่ว่าในขณะนี้คนไทยมีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคที่เกี่ยวกับตับสูงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคโรคตับแข็ง โรคมะเร็งตับ ภาวะไขมันสะสมในตับ รวมทั้งโรคตับอักเสบ ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากโรคตับอักเสบพบได้ทุกวัย อีกทั้งชายรวมทั้งหญิง ส่วนมากเป็นโรคตับอักเสบกะทันหัน ส่วนน้อยเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรังและก็อาจมีภาวะแทรกซ้อนของโรคตับแข็ง ตับวาย โรคมะเร็งตับ

    ตับอักเสบ เป็นภาวการณ์ทางด้านการแพทย์ที่มีการอักเสบของตับแล้วก็เกิดการทำลายของเซลล์ตับ ทำให้การทำหน้าที่ต่างๆของตับไม่ดีเหมือนปกติ ร่างกายบางทีอาจแสดงอาการป่วยหนักบางส่วนไหมแสดงอาการเลยแต่ว่ามักจะนำไปสู่อาการดีซ่าน อาการเบื่อข้าว รวมทั้งอาการไข้ 
    ต้นเหตุของโรคตับอักเสบ ที่พบได้ทั่วไปที่สุดคือ การต่อว่าซนไวรัส รองลงมาเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจาก พิษเหล้า เชื้อแบคทีเรีย เชื้อโปรโตซัวเลปโตสไปโสสิส พยาธิ ยาบางประเภท สารเคมี โดยส่วนมากจะมีต้นเหตุมาจากการต่อว่าดเชื้อไวรัสประเภทต่างๆซึ่งมีอยู่หลายแบบด้วยกันหมายถึงเชื้อไวรัสตับอักเสบจำพวก อี ซึ่งแต่ละจำพวกมีความแตกต่างกันในเนื้อหาโดยธรรมดาเมื่อร่างกายได้รับเชื้อไวรัสตับอับเสบ ระบบภูมิคุ้มกันจะสามารถกำจัดเชื้อและจะหายเองได้ แต่ว่ามีบางรายร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อได้หมด เปลี่ยนเป็นตับอักเสบเรื้อรัง และก็ทำให้เกิดภาวะตับแข็งแล้วก็มะเร็งตับต่อไป
    นอกจากนี้โรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัส (Viral Hepatitis) เป็นโรคติดเชื้อโรคที่มีความรุ่นแรงสูงและก็คือปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญปัญหาหนึ่ง องค์การอนามันโลก หรือ WHO นับว่าโรคนี้คือปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของโลกทีเดียว เพื่อประชากรโลกตระหนักถึงภัยจากโรคตับอักเสบ องค์การอนามัยโลกจึงประกาศให้วัน ที่ 28 กรกฎาคมของทุกปีเป็น “วันโรคตับอักเสบโลก (World hepatitis day)”

  • สิ่งที่ทำให้เกิดโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบ โรคไวรัสตับอักเสบนั้นนับยอดเยี่ยมในกลุ่มโรคตับอักเสบ ที่มีต้นเหตุมมาจากการต่อว่าดเชื้อไวรัส ซึ่งมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส 5 ประเภทเป็นHepatitis A virus (HAV), Hepatitis B virus (HBV), Hepatitis C virus (HCV), Hepatitis D virus (HDV) Hepatitis E virus (HEV) ยิ่งไปกว่านี้อาจเกิดจากต้นเหตุอื่นหรือเชื้อไวรัสตัวอื่นอีก ซึ่งยังไม่อาจจะตรวจเจอได้ เชื้อไวรัสตับอักเสบ ดังกล่าวสามารถแบ่งออกเป็น 2 กรุ๊ป เป็น
  • กลุ่มที่ติดต่อทางการรับประทาน เป็นต้นว่า HAV แล้วก็ HEV โดยทั่วไปอาการไม่รุนแรงเท่าไรนัก และไม่มีผลข้างๆตามมา คนเจ็บที่หายจากการตำหนิดเชื้อกลุ่มนี้ในระยะกะทันหันแล้วจะไม่มีอาการตับอักเสบเรื้อรัง โรคตับแข็ง และก็โรคมะเร็ง
  • กลุ่มที่ติดต่อทางเลือด แล้วก็เซ็กซ์ ดังเช่นว่า HBV แล้วก็ HCV เชื้อไวรัสกลุ่มนี้มีลักษณะสอดแทรกตามมาได้สูง ด้วยเหตุว่าคนป่วยหลายชิ้นมีลักษณะติดเชื้อโรคเรื้อรัง และบางทีอาจเปลี่ยนเป็นโรคตับแข็ง หรือ โรคมะเร็งตับได้
  • อาการโรคไวรัสตับอักเสบ อาการ ที่เด่นชัดหมายถึงเหน็ดเหนื่อย ดีซ่าน (ตาเหลือง ตัวเหลือง ฉี่เหลืองราวกับขมิ้น) โดยมักไม่มีลักษณะของการมีไข้ (ตัวร้อน) ร่วมด้วย บางคนอาจมีลักษณะของการปวดเสียด หรือจุกแน่น แถวลิ้นปี่ หรือชายโครงขวา (ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ) ในบางบุคคลบางทีอาจสังเกตได้ว่า ก่อนมีลักษณะอาการโรคตับเหลือง จะมีอาการโรคตับเหลือง จะมีอาการเจ็บป่วย หมดแรง เบื่ออาหาร เหมือนไข้หวัดใหญ่ อาจมีอาการอ้วก อ้วก ถ่าย เหลว หรือท้องร่วงร่วมด้วย เมื่อไข้ลด (อาจมีไข้อยู่ 4-5วัน) ก็สังเกตเห็นเยี่ยวเป็นสีเหลืองเข้ม แล้วเห็นอาการตาเหลือง ตัวเหลืองตามมา

นอกนั้น ถ้าหากผู้ป่วยได้รับการเจาะเลือดตรวจจะพบว่า ระดับโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีทรานซาไม่เนส เช่น เอสจีโอที (SGOT) แล้วก็เอสจีพีที (SGPT) ขึ้นสูงขึ้นยิ่งกว่าคนปกติ ทำให้วินิจฉัยได้แน่ๆว่า อาการดีซ่านที่เกิดจากโรคตับนั้น เป็นโรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัส ผู้ป่วยจะรู้สึกสบายขึ้น หายอ่อนเพลีย หายไม่อยากอาหาร ผู้ที่เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง จะมีลักษณะอาการเมื่อยล้า เหน็ดเหนื่อยง่าย บางครั้งบางคราวมีลักษณะอาการตาเหลืองบางส่วน นานเป็นปีฯ ถึงสิบๆปี ก่อนที่จะเกิดภาวะสอดแทรกอื่นๆตามมา ส่วนผู้ที่เป็นพาหะของไวรัสตับอับเสบบีหรือซี จะไม่มีอาการผิดปกติใดๆให้เห็นจะทราบต่อเมื่อตรวจเลือดเจอเชื้อแค่นั้น ซึ่งถ้าจะแยกอาการตามประเภทของเชื้อไวรัสที่กระตุ้นให้เกิดโรคตับอักเสบนั้นสามารถแยกได้ดังต่อไปนี้
ไวรัสตับอักเสบเอ จะกำเนิดอาการตับอักเสบเฉียบพลันเป็น เมื่อยล้า เบื่อข้าว โรคตับเหลือง โดยในผู้ใหญ่จะมีลักษณะอาการมากยิ่งกว่าในเด็ก ไวรัสตับอักเสบเอเป็นเชื้อไวรัสที่เป็นเฉียบพลัน หายแล้วหายขาดในคนที่มีภูมิต้านทานแล้วจะไม่เป็นซ้ำอีก
เชื้อไวรัสตับอักเสบบี การตำหนิดเชื้อจากเชื้อไวรัสชนิดนี้มักจะทำให้มีการแฝงตัวเป็นไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง โดยผลที่เกิดในระยะยาวของการตำหนิดเชื้อไวรัสบีนั้นคือ คนเจ็บมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะโรคตับแข็ง และมะเร็งตับได้ในระยะยาว แม้มิได้รับการต่อว่าดตามรักษาที่สมควร
เชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี ไวรัสประเภทนี้มักไม่นำมาซึ่งอาการผิดปกติอะไรก็แล้วแต่จากภาวะตับอักเสบเฉียบพลัน แต่จะก่อให้มีการอักเสบเรื้อรังของตับ เมื่อมีการอักเสบไปนานๆก็จะกำเนิดพังผืดสะสมในตับจนแปลงเป็นตับแข็งท้ายที่สุด
ไวรัสตับอักเสบ ดี อาการของไวรัสประเภทนี้จะมีผลให้กำเนิดตับอักเสบซ้ำซ้อนขึ้นมา เหมือนกันกับคนเจ็บเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
เชื้อไวรัสตับอักเสบ อี การเกิดโรคของเชื้อไวรัสประเภทนี้จะก่อให้เกิดตับอักเสบทันควัน ตัวเหลืองตาเหลือง คนไข้หลายๆรายอาจมีอาการเหลืองนานเป็นอาทิตย์ หรือ สองสามเดือนได้

  • กลุ่มบุคคลที่เสี่ยงจะเป็นโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบ

ไวรัสตับอักเสบจำพวกเอ กลุ่มชนที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบจำพวกเอสูงเป็น กรุ๊ปที่มีสุขอนามัยหรือการสุขาภิบาลไม่ดี เป็นต้นว่า รับประทานอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบรับประทานอาการหรือน้ำดื่มที่ไม่สะอาดแล้วก็ผู้ที่อยู่ในสถานที่คับแคบ
เชื้อไวรัสตับอักเสบจำพวกบี เนื่องจากว่า ไวรัสจำพวกนี้พบได้มากในสารคัดหลั่งของคนเรา ตัวอย่างเช่น เลือด นม สเปิร์ม น้ำลาย ด้วยเหตุดังกล่าวกรุ๊ปเสี่ยงในการติดเชื้อเชื้อไวรัสจำพวกนี้ ก็เลยได้แก้คนที่ต้องสัมผัสกับสารคัดหลั่งกลุ่มนี้ นอกเหนือจากนี้ยังสามารถติดโรคจากแม่สู่ลูกได้อีกด้วย
ไวรัสตับอักเสบประเภทซี กรุ๊ปบุคคลที่มีการเสี่ยงสำหรับในการติดเชื้อโรค ได้แก่ บุคคลที่ใช้เข็มหรือของมีคมร่วมกัน ได้แก่ ผู้ติดเฮโรอีน กลุ่มคนที่ถูกใจสักตามร่างกาย ฯลฯ
เชื้อไวรัสตับอักเสบประเภทดี ไวรัสจำพวกนี้เป็นไวรัสที่มักจะพบว่าเกิดขึ้นพร้อมทั้งเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ด้วยเหตุดังกล่าวกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบดีก็เลยเป็นกลุ่มที่มีการกระทำเสี่ยง เหมือนกับคนที่เสี่ยงจะติดเชื้อเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
ไวรัสตับอักเสบจำพวกอี ไวรัสชนิดนี้สามารถเจอได้ในคนและสัตว์ ตัวอย่างเช่น หมูรวมทั้งสัตว์อื่นๆแล้วก็กลุ่มบุคคลที่เสี่ยงจุติดเชื้อไวรัสประเภทนี้เป็นต้นว่าบุคคลที่รับประทานอาหารสุบๆดิบๆหรือผู้ที่สีสุขภาวะไม่สะอาดฯลฯ

  • กรรมวิธีรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ แพทย์วินิจฉัยโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบได้จาก เรื่องราวลักษณะของคนไข้ ประวัติการสัมผัสโรค (เป็นต้นว่า การกินอาหาร การได้รับเลือด การระบาดของโรคในสถานที่ทำงาน การมีเซ็กส์สำส่อน หรือการใช้ยาเสพติด) การตรวจร่างกาย ถ้ามีอาการกระจ่างหมายถึงมีอาการเหน็ดเหนื่อย โรคตับเหลือง โดยมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่เอามาก่อน ไม่มีเรื่องราวดื่มสุราจัด น้ำหนักลดนิดหน่อย (เพียงแค่ 1-2 โล) ยังทานอาหารได้ ดื่มน้ำได้ ไม่อาเจียน หมอจะวินิจฉัยโดยการตรวจร่างกายเสริมเติม ยกตัวอย่างเช่น ตรวจเจอตับโตน้อย ลักษณะนุ่ม ไม่เจ็บมาก โดยไม่เจอเรื่องผิดปกติอื่นๆรวมถึงไม่เจออาการไข้ (ตัวร้อน) ก็บางทีอาจวิเคราะห์ว่าเป็นโรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัส แล้วก็ให้การดูแลเบื้องต้นได้ แต่ว่าถ้าเกิดมีลักษณะอาการไม่กระจ่าง หรือเป็นเรื้อรัง หรือสงสัยมีต้นเหตุจากปัจจัยอื่น แพทย์จะทำการตรวจการดำเนินงานของตับ โดยการหาระดับ SGOTAST,SGPT ALTค่าธรรมดาน้อยกว่า 40 IU/L ถ้าค่ามากยิ่งกว่า 1.5-2 เท่าให้สงสัยว่าตับอักเสบ หากพบว่าเปลี่ยนไปจากปกติแพทย์จะขอตรวจเดือนละครั้งติดต่อกันอย่างต่ำ 3 เดือน การตรวจค้นตัวเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ ตรวจหา Ig M Anti HAV ไวรัสตับอักเสบ บี ตรวจค้น HBsAg หากบวกแสดงว่ามีเชื้ออยู่   Anti HBs ถ้าหากบวกแปลว่ามีภูไม่ต่อเชื้อ  HBeAg ถ้าเกิดบวกมีความหมายว่าเชื้อมีการแบ่งตัว HBV-DNA เป็นการตรวจเพื่อหาปริมาณเชื้อ ไวรัสตับอักเสบ ซี Anti-HCV เป็นการบอกว่ามีภูเขามิต่อเชื้อ  HCV-RNA ดูจำนวนของเชื้อ การตรวจทานโครงสร้างของตับ เป็นต้นว่าการตรวจคลื่นเสียงเพื่อดูว่ามีตับแข็งหรือโรคมะเร็งตับหรือเปล่า การตรวจชิ้นเนื้อตับ หมอผู้เชี่ยวชาญจะนำชิ้นเนื้อตับเพื่อวิเคราะห์ความรุนแรงของโรค    เมื่อตรวจเจอว่าเป็นโรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัส หมอจะชี้แนะการปฏิบัติตัวต่างๆถ้าเกิดว่าไม่มีอาการอะไรมากมายก่ายกองก็จะไม่ให้ยา เนื่องเพราะโรคนี้ไม่มียารักษาเจาะจง รวมทั้งนัดหมายคนป่วยมาตรวจสอบอาการทุก 1-2อาทิตย์ จวบจนกระทั่งจะแน่ใจว่าหายดี  คนไข้โรคตับอักเสบเชื้อไวรัสส่วนมากมักมีลักษณะไม่ร้ายแรง ไม่ได้รับการรักษาเป็นพิเศษก็หายได้เอง ผู้ป่วยที่ควรต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษหมายถึงคนที่มีลักษณะอาการเหน็ดเหนื่อยมาก กินอาหารมิได้ อาเจียนอ้วกมาก ปวดท้องมากมาย ตัวเหลืองจัด ปวดมึนหัวรุนแรง พูดไม่รู้เรื่อง ไหมรู้สึกตัว รวมถึงหญิงตั้งท้องและคนป่วยที่เป็นโรคอื่นอยู่เดิม  บางคราวบางทีอาจให้ยาบรรเทาตามอาการ ดังเช่น ยาแก้อาเจียน วิตามินบำรุง (ถ้าเกิดเบื่อข้าวมากมาย) ฉีดกลูโคสหรือให้น้ำเกลือ (ถ้าหากกินได้น้อย หรืออาเจียนมาก) ฯลฯ หากตรวจพบว่าเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง (ซึ่ง มักเป็นผลมาจากไวรัสตับอักเสบบีหรือซี) ซึ่งจะมีลักษณะอักเสบนานเกิน 6 เดือน หมออาจจำเป็นต้องทำตรวจพิเศษ ดังเช่น เจาะเนื้อตับออกมาพิสูจน์ ตรวจเลือดเพื่อมองสาเหตุของความร้ายแรงและภาวะแทรกซ้อนเป็นระยะการดูแลรักษาบางทีอาจฉีดยาอินเตอร์เฟียรอน (interferon) อาทิตย์ละ 3 ครั้ง นาน 4-6 เดือน ยานี้จะช่วยลดปริมาณเชื้อไวรัส รวมทั้งลดการอักเสบของตับ ส่วนผู้ที่ตรวจพบว่าเป็นพาหะ ของเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี แพทย์จะชี้แนะการปฏิบัติตัว และนัดหมายตรวจทุก 3-6 เดือน ไปเรื่อยเพื่อเฝ้าดูอาการเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด
  • การติดต่อของโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบ
  • เชื้อไวรัสตับอักเสบเอ (hepatitis A virus ย่อว่า HAV) สามารถติดต่อทางระบบทางเดินอาหาร โดยการกินของกิน ดื่มนมหรือน้ำที่แปดเปื้อนอุจจาระของคนที่มีเชื้อโรคนี้ (เช่นเดียวกับโรคบิด อหิวาต์ ไทฟอยด์) ด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยสามารถแพร่ได้ง่าย ครั้งคราวอาจพบการระบาดในค่ายทหาร สถานศึกษา หรือ หมู่บ้าน
(https://www.img.in.th/images/034c0e3f9f21a351748ca70fa0aa0ebd.jpg)
ระยะฟักตัวของโรคตับอักเสบจากไวรัสเอ 15-45 วัน (เฉลี่ย 30 วัน)

  • เชื้อไวรัสตับอักเสบบี (hepatitis B virus ย่อว่า HBV) เชื้อนี้จะมีอยู่ในเลือด รวมทั้งยังบางทีอาจเจอมีอยู่ในน้ำลาย น้ำตา น้ำนม ปัสสาวะ น้ำอสุจิ น้ำมูกในช่องคลอด เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายโดยทางเพศสโมสร หรือถ่ายทอดจากแม่ที่มีเชื้อนี้ไปยังเด็กแรกคลอดขณะคลอด ยิ่งไปกว่านี้ยังสามารถติดต่อโดยทางเลือด อย่างเช่น การให้เลือด การฉีดยา การฝังเข็ม การสักตามร่างกาย วิธีการทำฟัน การใช้งานเครื่องมือหมอที่ปนเปื้อนเลือดของคนที่มีเชื้อโรคประเภทนี้ เป็นต้น
ระยะฟักตัวของโรคตับอักเสบประเภทบี 30-180 วัน (เฉลี่ย 60-90 วัน)

  • เชื้อไวรัสตับอักเสบซี (hepatitis C virus ย่อว่า HCV) เชื้อนี้สามารถติดต่อลักษณะเดียวกันกับไวรัสตับอักเสบบีทุกสิ่ง และมีการดำเนินของโรคชนิดเดียวกันกับไวรัสตับอักเสบบี กล่าวอีกนัยหนึ่ง อาจจะทำให้เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง หรือคนที่ติดเชื้อบางทีอาจไม่มีอาการเปลี่ยนไปจากปกติ แต่มีเชื้ออยู่ภายในร่างกายสามารถแพร่โรคให้ผู้อื่นได้ เรียกว่าเป็นพาหะของโรค (carrier) สุดท้ายอาจเกิดโรคแทรกร้ายแรงเป็นตับแข็งกับมะเร็งตับ ลักษณะของการเกิดอาการเหล่านี้ชอบไม่พบในติดเชื้อเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ
  • ไวรัสตับอักเสบ ดี เป็นเชื้อไวรัสที่แอบแฝงมาพร้อมกับเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี มักพบในกรุ๊ปประเทศยุโรป โดยเชื้อไวรัสตัวนี้ จะต้องอาศัยองค์ประกอบของเชื้อไวรัสตับอักเสบบี สำหรับในการแบ่งตัว ดังนั้นการตำหนิดเชื้อจะเกิดขึ้นพร้อมกับไวรัสตับอักเสบบีหรือกำเนิดในคนไข้ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีแอบแฝงอยู่ ในร่างกาย ด้วยเหตุฉะนี้การติดต่อจึงมีลักษณะราวกับเชื้อไวรัสตับอักเสบประเภทบี
  • เชื้อไวรัสตับอักเสบอี การเกิดโรคในคนนั้นผู้ป่วยหลายๆรายมีประวัติสัมผัสหรือรับประทานอาหารดิบๆสุกๆซึ่งเป็นเหตุของการติดเชื้อได้ โดยเหตุนั้นการติดต่อของไวรัสจำพวกนี้จึงมีลักษณะเหมือนกับเชื้อไวรัสตับอักเสบจำพวกเอ
  • การกระทำตนเมื่อมีอาการป่วยด้วยโรคไวรัสตับอักเสบ
  • กระทำตามหมอแล้วก็พยาบาลที่ดูแลรักษาชี้แนะ
  • พักเต็มกำลัง ควรจะหยุดงาน หยุดโรงเรียนตามแพทย์ชี้แนะ
  • กินน้ำสะอาดให้มากๆขั้นต่ำวันละ 8 - 10 แก้วเมื่อไม่มีโรคจำต้องจำกัดน้ำกิน
  • ทานอาหารเป็นประโยชน์ 5 หมู่ แต่ควรจะเป็นของกินอ่อนย่อยง่าย เพิ่มผัก ผลไม้ให้มากๆ
  • กินยาที่ช่วยบรรเทาอาการต่างๆตามแพทย์ชี้แนะ
  • ไม่ซื้อยารับประทานเองเพราะอาจจะเป็นผลให้ตับอักเสบมากขึ้น หรืออาจมีผลข้างเคียงจากยาเพิ่มขึ้น เพราะตับไม่สามารถที่จะกำจัดยาส่วนเกินออกมาจากร่างกายได้ตามปกติ
  • งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกประเภทด้วยเหตุว่าจะเพิ่มการทำลายเซลล์ตับ
  • รักษาสุขลักษณะรากฐาน (สุขข้อบังคับแห่งชาติ) เพื่อมีสุขภาพดี ลดความร้ายแรงของโรค และลดการกระจายเชื้อสู่ผู้อื่น
  • ล้างมือให้สะอาดเสมอๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนกินอาหารแล้วก็หลังการขับถ่าย
  • แยกเครื่องใช้ ของใช้ส่วนตัว โดยเฉพาะแก้วน้ำแล้วก็ช้อน
  • พบหมอตามนัดเสมอ และก็รีบเจอแพทย์ก่อนนัดหมายเมื่อมีลักษณะอาการไม่ปกติไปจากเดิม รวมทั้ง/หรือ เมื่ออาการต่างๆชั่วลง แล้วก็/หรือเมื่อกังวลในอาการ
  • ควรรีบเจอหมอก่อนนัดหรือเป็นการฉุกเฉินเมื่อกิน/ดื่มไม่ได้ หรือเกิดอาการงงมาก และ/หรือซึมลง ด้วยเหตุว่าอาจเป็นลักษณะของตับวาย
  • การปกป้องคุ้มครองตัวเองจากโรคไวรัสตับอักเสบ
  • รักษาสุขลักษณะฐานราก (สุขข้อบังคับแห่งชาติ) เพื่อลดช่องทางติดโรคต่างๆ
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่เสมอโดยเฉพาะก่อนกินอาหารและก็หลังการขับถ่าย
  • กินแต่ว่าอาหารที่ปรุงสุกอย่างทั่วถึง สะอาด ดื่มแม้กระนั้นน้ำที่สะอาด ระวังการกินน้ำแข็ง และก็ของกินครึ่งดิบครึ่งสุก
  • รักษาความสะอาดแก้วน้ำและก็ช้อนเสมอ
  • ระแวดระวังการสัมผัสเลือดแล้วก็สารคัดหลั่งของบุคคลอื่น โดยเฉพาะการใช้เครื่องมือบาง อย่างร่วมกันดังเช่นว่า เข็มฉีดยา เครื่องมือสักตามร่างกาย รวมทั้งกรรไกรตัดเล็บ
  • ใช้ถุงยางอนามัยชายเสมอเมื่อร่วมเพศ
  • ฉีดยาป้องกันโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดมีวัคซีน
  • การฉีดยาคุ้มครองปกป้อง เชื้อไวรัสตับอักเสบบเอ

o          ทารกแรกคลอดทุกราย โดยยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากคุณแม่เป็นพาหะของเชื้อ
o          เด็กทั่วไป เพื่อสร้างเสริมภูมิต้านทาน
o          เด็กโต วัยรุ่น ผู้ใหญ่ อาจเคยติดโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ แล้ว
o         คนที่จะเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรค

  • การฉีดวัคซีนคุ้มครองป้องกัน ไวรัสตับอักเสบบี

o       ทารกแรกคลอดทุกราย โดยเฉพาะถ้าเกิดมารดาเป็นพาหะของเชื้อ
o         เด็กทั่วไป เพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทาน
o         เด็กโต วัยรุ่น คนแก่ อาจเคยติดเชื้อเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี แล้ว ให้ตรวจเลือดก่อนตรึกตรองฉีด วัคซีน

  • สมุนไพรที่ช่วยป้องกัน/รักษาโรคไวรัสตับอักเสบ

    ลูกใต้ใบ หรือ จูเกี๋ยเช่า เป็นหนึ่งสมุนไพรบำบัดตับ ต้นของลูกใต้ใบสามารถแก้ตับอักเสบ ต้นลูกใต้ใบประกอบด้วย สารไกลโคไซด์( Glycosides) ซาโพนิน (Saponin) แทนนิน (tannins) สารฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ซึ่งเป็นกลุ่มสารพฤกษเคมี เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพืชนั้น ลูกใต้ใบช่วยบำรุงตับ ลดอาการตับอักเสบ มีผลการวิจัยในสัตว์พบว่า สามารถป้องกันความเป็นพิษของยาพาราเซตตามอลต่อตับได้ และยังมีผลการวิจัยพบสารสกัดจากลูกใต้ใบสามารถป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลายจากสารพิษ อย่าง เหล้า ช่วยรักษาการอักเสบของตับทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง เช่น โรคไวรัสตับอักเสบบี และยังพบว่าทำให้การตับฟื้นตัวและยับยั้งเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ( HBV) ได้อีกด้วย
    โดยมีการทดลองและศึกษาวิจัยระหว่างคณะแพทย์จากสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา และคณะแพทย์อินเดียแห่งเมืองมีคราสได้ศึกษาวิจัยพืชสมุนไพรชนิดต่างๆ ที่มีการใช้รักษาอาการดีซ่านมาตั้งแต่โบราณ โดยได้นำพืชสมุนไพรกว่า 1,000 ชนิดที่ใช้กันทั่วโลกมาทดสอบ
    จากการทดลองพบว่า พืชสมุนไพรหลายชนิดมีฤทธิ์ยับยั้งการสังเคราะห์ดีเอ็นเอของไวรัสชนิดนี้ และสารสกัดของ ลูกใต้ใบ มีฤทธิ์สูงสุด การทดลองทางคลินิกในเมืองมีคราสทำโดยให้แคปซูลยาสมุนไพร 200 มิลลิกรัมน้ำหนักแห้งแก่ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบ บี 37 คน วันละครั้ง 30 วันติดต่อกันพร้อมกับให้ยาหลอกซึ่งภายในแคปซูลบรรจุน้ำตาลแล็กโทสแทน 23 คน หลังจากนั้นเจาะเลือดผู้ป่วยมาตรวจหาเชื้อไวรัส พบว่าผู้ป่วย 22 คน (ร้อยละ 59) ไม่มีเชื้อไวรัสในกระแสเลือด ในขณะที่ผู้ป่วยที่ได้รับยาหลอกเพียง 1 คนที่ไม่พบเชื้อไวรัสในกระแสเลือด และภายหลังการติดตามผลการรักษาต่อไปอีก 9 เดือน พบว่า ผู้ป่วยทั้ง 22 คน ยังคงตรวจไม่พบเชื้อไวรัสในกระแสเลือดต่อไป
    เห็ดหลินจือ มีสารโพลีแซกคาไรด์ (polysaccharides) ออกฤทธิ์ยับยั้งสารพิษต่อตับ ไม่ให้ทำลายเซลล์ตับ เช่นสาร คาร์บอนเตตราคลอไรด์ ปรับปรุงการทำงานของตับ และยังช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีสารกลุ่มไตรเทอร์ปินนอยด์ (triterpenoids) ซึ่งมีสรรพคุณยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งตับ และสารเยอร์มาเนียม(germanium )ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายและยังมีกรดกาโนเดอลิก (ganoderic acid) กรดลูซิเดนิก (luci denic acid) เป็นสารต่อต้านสารพิษที่มีต่อตับ ยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ผิดปกติในตับ
    เอกสารอ้างอิง

  • โรคตับอักเสบ สรุปรายงานการเฝ้าระวังโรคประจำปี 2555.สำนักระบาดวิทยา.กรมควบคุมโรค.กระทรวงสาธารณสุข.
  • ศ.เกียรติคุณ พญ.พวงทอง ไกรพิบูลย์.ไวรัสตับอักเสบ(Viral hepatitis) .หาหมอดอทคอม.(ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก
  • รศ.พญ.จันทพงษ์ วะสี. โรคตับอักเสบ จากเชื้อไวรัส.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่81.คอลัมน์โรคน่ารู้.มกราคม.2529
  • มารู้จักไวรัสตับอักเสบกันเถอะ.โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน.คณะเวชศาสตร์เขตร้อน.มหาวิทยาลัยมหิดล.(ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก
  • รศ.นพ.สุรเกียรต์ อาชานานุภาพ.ตับอักเสบจากไวรัส.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่291.คอลัมน์สารานุกรมทันโรค.กรกฏาคม.2546
  • รศ.จันทร์เพ็ญ วิวัฒน์.การทดลองใช้ยาสมุนไพรรักษาไวรัสตับอักเสบ.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่121.คอลัมน์โลกกว้างและการแพทย์.พฤษภาคม.2541 http://www.disthai.com/[/b]
  • ศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้อและพาหนะนำโรค กรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
  • Dienstag,J., and Isselbacher, K. (2001). Acute viral hepatitis. In Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, D., Hausen, S., Longo, D., and Jamesson, J. Harrrison’s: Principles of internal medicine. (p1721-1737). New York. McGraw-Hill.
  • สมพนธ์ บุณยคุปต์.(2538).ตับอักเสบ. งานการพยาบาลป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ ภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี.แผ่นพับ.
  • ทวีศักดิ์ แทนวันดี.(ม.ป.ป.).โรคตับอักเสบจากไวรัสซี. เชอริง-พราว จำกัด.
  • ชมรมตับอักเสบแห่งประเทศไทย (ม.ป.ป.).ไวรัสตับอักเสบมฤตยูเงียบ.เชอริง-พราว จำกัด.
  • ยง ภู่วรรณ.(2539).ไวรัสตับอักเสบและการป้องกัน. กรุงเทพฯ : ชัยเจริญ.


Tags : โรคไวรัสตับอักเสบ
ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ