|
หัวข้อ: โรคนิ่วในไต - อาการ, สาเหตุ, การรักษา-เเละ สมุนไพร เริ่มหัวข้อโดย: หนุ่มน้อยคอยรัก007 ที่ เมษายน 21, 2018, 02:59:26 pm (https://www.img.in.th/images/6b8acbdeef85171242cdf8c11a7c9aca.png)
นิ่วในไต (Kidney Stone) นิ่วในไตเป็นยังไง ก่อนที่จะเราจะมาทำความรู้จักนิ่วในไตนั้น อันดับแรกจำต้องรู้จักโรคนิ่วกันก่อน โรคนิ่วเป็นขี้ตะกอนจากแร่ต่างๆศูนย์รวมตัวกันเป็นก้อนแข็งๆที่เกิดจากต้นสายปลายเหตุต่างๆตัวอย่างเช่น ขาดสารอาหารต่างๆหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิเทรต โพแทสเซียม แมกนีเซียม และโปรตีนจากเนื้อสัตว์ หรืออาจเป็นเพราะเนื่องจากการอักเสบ จากโรคบางจำพวก ได้แก่ โรคเก๊าท์ฯลฯ และก็โรคนิ่วนั้นยังสามารถแบ่งได้เป็นของชนิด เป็นนิ่วในถุงน้ำดี และนิ่วในระบบฟุตบาทฉี่ แล้วก็ยังสามารถจัดประเภทนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้อีกตามตำแหน่งที่เกิดนิ่ว ดังเช่น นิ่วในไต นิ่วในทอไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ รวมทั้งนิ่วในทอปัสสาวะ ซึ่งนิ่วทั้งสองแบบนี้ มีความต่างกันในส่วนประกอบ ปัจจัย และการรักษา แม้กระนั้นในบทความนี้คนเขียนจะขอกล่าวถึงเฉพาะนิ่วในไตเท่านั้น นิ่วในไต เป็นก้อนผลึกขนาดเล็ก มีหินปูน (แคลเซียม) กับสารเคมีและแร่ธาตุ นๆยกตัวอย่างเช่น ออกซาเลต ยูริก โปรตีน ฯลฯ หรือบางรายอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากสารตกค้างต่างๆอีกทั้งจากสารอาหารที่เรากินเข้าไป หรือกรดบางชนิดที่ร่างกายขับออกไม่หมด ซึ่งก้อนนิ่วในไตนี้ ยังไปเพิ่มอัตราเสี่ยงในการเป็นโรคไตอีก ประเภทของนิ่วในไต ก้อนนิ่วมีองค์ประกอบ 2 ส่วนเป็นส่วนที่เป็น แร่ (mineral composition) และส่วนที่เป็นสาร อินทรีย์(organic matrix) ซึ่งมีราวๆปริมาณร้อยละ 5-10 เป็นสารโมเลกุลใหญ่ที่เจอในเยี่ยว ตัวอย่างเช่น โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต ฯลฯ ส่วนที่เป็นแร่ธาตุมีเหตุที่เกิดจาก การตกผลึกของสารก่อนิ่วในเยี่ยว อาทิเช่น แคลเซียม ออกซาเลต ฟอสเฟต และก็กรดยูริค สามารถแยกเป็นชนิดและประเภทของนิ่วในไตได้ดังต่อไปนี้ นิ่วสงามไวท์(struvite stones) เจอ จำนวนร้อยละ 15 เกิดในคนไข้ที่มีทางเดินเยี่ยวอักเสบเรื้อรัง นิ่วกรดยูริค (uric acid stones) เจอราวๆปริมาณร้อยละ 6 มีเหตุที่เกิดจากทานอาหารที่มีพิวรีน (purine) สูง อาทิเช่น เครื่องใน สัตว์ปีก เป็นต้น นิ่วซีสตี (cystine stones) พบราวๆปริมาณร้อยละ 2 เกิดขึ้นจากความไม่ปกติของร่างกาย ในการซึมซับสารซีสตีน นิ่วแคลเซียมออกซาเลต (calcium oxalate stones) เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด ในประเทศไทย โดยพบร้อยละ 75-80 ซึ่งจากรายงาน การศึกษาวิจัยที่จังหวัดขอนแก่นพบนิ่วประเภทนี้ปริมาณร้อยละ 88 และก็ที่อเมริกาพบอุบัติการณ์ปริมาณร้อยละ 90 นิ่วแคลเซียมออกซาเลตเกิดจากแคลเซียมรวมกับกรด ออกซาลิก (oxalic acid) เมื่อไปรวมกับธาตุตัวอื่น เช่น โซเดียม แมกนีเซียม แคลเซียม หรือโปแตสเซียม จะกลายเป็นผลึกออกซาเลต และแปลงเป็นก้อนนิ่วในเวลาถัดมา นิ่วในไตสามารถพบได้ทุกช่วงอายุตั้งแต่เด็กจนถึงคนชรา แต่ว่าพบได้สูงขึ้นมากยิ่งกว่าในช่วงอายุ 40 - 50 ปี โดยพบในเพศชายสูงกว่าสตรีราว 2 - 3 เท่า นิ่วในไตอาจกำเนิดกับไตเพียงแค่ข้างเดียว โดยช่องทางกำเนิดใกล้เคียงกันทั้งข้างซ้ายและก็ขวาหรือเกิดนิ่วพร้อมทั้งสองข้าง แต่ความรุนแรงของนิ่วในทั้งคู่ไตมักแตกต่างกันขึ้นกับขนาดและตำแหน่งของนิ่ว ในประเทศที่เจริญแล้ว จะพบโรคนี้ได้ประมาณ 0.2% ของสามัญชน ส่วนในทวีปเอเชียพบได้ราว 2-5% สำหรับในประเทศไทย เจออัตรา การเกิดโรคนิ่วในไตและในระบบทางเดินปัสสาวะของผู้ป่วยใน จากสถิติกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มขึ้นจาก 99.25 ต่อ 100,000 ของมวลชน ในปีพ.ศ. 2550 เป็น 122.46 ในปี พ.ศ. 2553 พบมากที่สุดในประชาชน ภาคเหนือแล้วก็ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในอัตรา 188.55 รวมทั้ง 174.67 เป็นลำดับ จากการเรียน นิ่วในระบบทางเท้าปัสสาวะ ในปีพ.ศ. 2552 แยกประเภทตามครอบครัว และ หมู่บ้าน ในพลเมืองภาคอีสาน ที่จังหวัด ขอนแก่น ปริมาณ 1,034 ราย (โดยรวมคนที่เป็นนิ่ว อยู่แล้ว 135 ราย) จาก 551 ครอบครัว และ 348 หมู่บ้าน เรียนรู้ด้วยวิธีถ่ายภาพรังสี Kidney-Ureter Bladder (KUB) พบว่า สมาชิกในครอบครัวปริมาณ 116 ครอบครัว (ปริมาณร้อยละ 21.05) และก็ใน 23 หมู่บ้าน (ร้อยละ 6.61) เป็นนิ่วในไต ตำแหน่งที่เจอนิ่วเยอะที่สุดหมายถึงในไต ราวๆปริมาณร้อยละ 80 สำหรับในภูมิภาคอื่นๆมีการเรียนรู้ไม่มากสักเท่าไรนัก แต่มีรายงานการเรียนรู้พบว่า เจอนิ่วสูงที่สุดในช่วงอายุ 40-50 ปีรวมทั้ง เจอในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง 3 เท่า และพบ การเกิดซ้ำ ภายใน 2 ปี ข้างหลังผ่าตัดหรือสลายนิ่วสูงถึง ร้อยละ 39 ในขณะนี้โรคนิ่วในไตมีทิศทางที่สูงขึ้น ทั้งในประเทศไทยรวมทั้งทุกภูมิภาคทั้งโลก การมีนิ่วในไต ทำ ให้การทำ งานของไตเสื่อมลง และก็บางทีอาจร้ายแรงจนกระทั่ง เกิดภาวะไตวายเรื้อรังแล้วก็โรคไตระยะท้ายที่สุด ซึ่งทำ ให้ เสียชีวิตได้ ยิ่งกว่านั้นโรคนิ่วในไตมีอุบัติการณ์กำเนิดนิ่วซ้ำ สูงมากมาย ทำ ให้ทั้งยังผู้ป่วยแล้วก็รัฐบาลต้องสูญเสียค่าใช้สอย สำหรับเพื่อการรักษามหาศาล โดยเหตุนี้การหลีกเลี่ยงปัจจัย เสี่ยงหรือมูลเหตุที่ก่อกำเนิดนิ่ว ตัวอย่างเช่น พืชที่มีออกซาเลต สูง หรือการรับประทานแคลเซียมเม็ดเสริม ควรจะเป็นสิ่งที่ จะต้องคำ นึกถึงเพื่อป้องการกันกำเนิดนิ่ว สิ่งที่ทำให้เกิดนิ่วในไต มีต้นเหตุจากหลากหลายเหตุ ทั้งยังปัจจัยเสี่ยงทางด้านสิ่งแวดล้อม เมตตาบอลิซึม กรรมพันธุ์ วิถีการดำรงชีวิต รวมทั้งนิสัยการกินอาหารของเพศผู้ป่วยไข้เอง แม้กระนั้นปัจจัยที่สำคัญของการเกิดนิ่วในไตเป็นการมีสารก่อนิ่วในปัสสาวะสูงยิ่งกว่าระดับสารยับยั้งนิ่ว ร่วมกับปัจจัยเสริมเป็น ปริมาตรของฉี่น้อย ส่งผลให้เกิดภาวการณ์อิ่มตัวยวดยิ่งของสารก่อนิ่วในเยี่ยว จึงเกิดผลึกที่ไม่ละลายน้ำขึ้น ดังเช่น แคลเซียมออกซาเลต แคลเซียมฟอสเฟต และยูเรต ผลึกนิ่วที่เกิดขึ้นจะเป็นตัวกระตุ้นให้มีการอักเสบ ส่งผลให้เซลล์บุข้างในไตถูกทำลาย ตำแหน่งถูกทำลายนี้จะเป็นพื้นที่ให้ผลึกนิ่วเกาะยึดและรวมกลุ่มกัน เกิดการทับถมของผลึกนิ่วเป็นระยะเวลาที่ยาวนานจนเปลี่ยนเป็นก้อนนิ่วได้สุดท้าย ในคนธรรมดาที่มีสารยั้งนิ่วในปัสสาวะสูงเพียงพอจะสามารถยับยั้งการก่อตัวของผลึกนิ่วได้ ขึ้นรถพวกนี้จะไปแย่งจับกับสารก่อนิ่ว เช่น ซิเทรตจับกับแคลเซียม หรือแมกนีเซียมจับกับออกซาเลต นำมาซึ่งการก่อให้เกิดเป็นสารที่ละลายน้ำก้าวหน้า และขับออกไปพร้อมทั้งน้ำปัสสาวะ ทำให้จำนวนสารก่อนิ่วในปัสสาวะน้อยลงและไม่สามารถรวมตัวกันเป็นผลึกนิ่วได้ เว้นเสียแต่สารยับยั้งนิ่วกลุ่มนี้แล้วโปรตีนในเยี่ยวหลากหลายประเภทยังปฏิบัติภารกิจคุ้มครองปกป้องการก่อผลึกในเยี่ยว แล้วก็เมื่อฉาบที่ผิวผลึกจะช่วยขับผลึกออกไปพร้อมกับเยี่ยวได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันนี้มีหลายงานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยบอกว่า ความเปลี่ยนไปจากปกติของการสังเคราะห์รวมทั้งรูปแบบการทำงานของโปรตีนยั้งนิ่วพวกนี้เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคนิ่วในไต การเกิดนิ่วในไตยังอาจมีต้นเหตุที่เกิดจากโรคอื่นที่เป็นอยู่ เป็นต้นว่า การติดเชื้อในระบบฟุตบาทฉี่ โรคเมตาบอลิก รวมถึงการใช้ยารักษาโรคบางประเภทอย่างโรคเกาท์ ต่อมไทรอยด์ดำเนินงานเกินธรรมดา เบาหวาน โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง รวมทั้งการรับประทานวิตามินดี รวมทั้งแคลเซียมเม็ดเสริมมากเกินความจำเป็น ลักษณะของนิ่วในไต สำหรับนิ่วในไตโดยมาก ผู้เจ็บป่วยมักไม่มีอาการแสดง แต่จะมีลักษณะอาการแสดงก็เมื่อมีการติดเชื้อซ้ำซ้อนรวมทั้งก้อนนิ่วที่มีขนาดเล็กมากๆอาจหลุดออกไปกับการขับปัสสาวะโดยไม่ทำให้เกิดอาการหรือความรู้สึกเจ็บปวดอะไรก็ตามลักษณะของนิ่วในไตบางทีอาจไม่ปรากฏให้มองเห็นจนกว่าก้อนนิ่วเริ่มเคลื่อนตัวรอบๆไตหรือไปยังท่อไต ซึ่งเป็นท่อเชื่อมต่อระหว่างไตรวมทั้งกระเพาะปัสสาวะ ทำให้คนเจ็บที่มีนิ่วในไตอาจมีอาการเหล่านี้ตามมา ดังเช่นว่า ปวดรอบๆหลังหรือช่องท้องข้างล่างข้างใดข้างหนึ่ง บางทีอาจเจ็บปวดรวดร้าวลงไปถึงบริเวณขาหนีบ มีลักษณะปวดบีบเป็นระยะ รวมทั้งปวดร้ายแรงเป็นระยะๆที่บริเวณดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว ฉี่เป็นเลือด หรืออาจมีสีแดง ชมพู และก็น้ำตาล เยี่ยวแล้วเจ็บ ปวดท้องเยี่ยวบ่อยมาก ปัสสาวะน้อย ฉี่ขุ่นหรือมีกลิ่นฉุน อ้วก อ้วก หนาวสั่น เจ็บป่วย รวมทั้งถ้าเกิดก้อนนิ่วมีขนาดเล็กและก็ตกลมมาที่ท่อไต จะก่อให้กำเนิดลักษณะของการปวดบิดในท้องรุนแรง เรียกว่า “นิ่วในท่อไต” คนไข้จะมีลักษณะระคายเคืองเวลาปัสสาวะ ต้องการฉี่ แต่ว่าเยี่ยวขัด กะปริดกะปรอย ในเรื่องที่มีการติดโรคเข้าแทรกจะมีลักษณะอาการไข้ร่วมด้วย แม้ปลดปล่อยให้เป็นนิ่วไปนานๆโดยไม่ได้รับการดูแลรักษาจะทำให้ไตบาดเจ็บเรื้อรัง ส่งผลให้ไตมีรูปร่างและปฏิบัติงานผิดปกติเยอะขึ้นและทำให้เกิดภาวการณ์ไตวายท้ายที่สุด แนวทางการรักษานิ่วในไต หมอวินิจฉัยนิ่วในไตได้จากประวัติความเป็นมาอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจปัสสาวะ และอาจมีการตรวจอื่นๆเสริมเติมสังกัดอาการผู้เจ็บป่วยรวมทั้งดุลพินิจของแพทย์ ดังเช่น
การรักษานิ่วในไตขนาดเล็ก การดูแลและรักษานิ่วขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 5 มม. บางทีอาจทำได้ด้วยการดื่มน้ำมากมายๆเพื่อช่วยขับก้อนนิ่วออกมาพร้อมเยี่ยว และควรดื่มให้มากพอ (วันละ 8 – 10 แก้ว) จนถึงปัสสาวะเจือจางฉี่เป็นสีใสๆนิ่วอาจหลุดลงมาเป็นนิ่วในทอไต แม้กระนั้น แม้คนไข้ด้วยนิ่วชนิดนี้มีลักษณะอาการ หมออาจพิจารณาให้ผ่าตัดเอาก้อนนิ่วออกได้เช่นเดียวกัน ถ้าเกิดก้อนนิ่วเล็กๆที่ทำให้เกิดความเจ็บ แพทย์อาจใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวด อย่างเช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) อะเซตามิโนเฟ่น (Acetaminophen) หรือที่รู้จักในชื่อพาราเซตามอล รวมทั้งที่นาพรอกเซน (Naproxen) ยิ่งกว่านั้น การใช้ยาช่วยขับก้อนนิ่วก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางการรักษา หมอบางทีอาจสั่งจ่ายยากลุ่มแอลฟา-บล็อกเกอร์ (Alpha Blocker) ซึ่งเป็นยาช่วยขับก้อนนิ่วออกมาทางฉี่ ออกฤทธิ์โดยการทำให้กล้ามเนื้อบรรเทา ทำให้ให้ก้อนนิ่วในไตถูกขับออกมาได้เร็วและก็เจ็บน้อยกว่า การรักษานิ่วในไตขนาดใหญ่ ก้อนนิ่วที่มีขนาดใหญ่กว่า 5 มม.ขึ้นไปสามารถทำให้มีเลือดออก รวมทั้งคงนำมาซึ่งการก่อให้เกิดแผลที่ท่อไตหรือการตำหนิดเชื้อในระบบทางเท้าปัสสาวะ จนถึงไม่สามารถที่จะหลุดมาเองได้ หมอบางทีอาจจะต้องใช้การรักษาประเภทอื่นๆดังต่อไปนี้
สิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดนิ่วในไต
การติดต่อของนิ่วในไต นิ่วในไตเป็นโรคที่เกิดจากการตกตะกอนของธาตุต่างๆรวมทั้งแคลเซียม (หินปูน) เป็นก้อนผลึกขนาดต่างๆตามอวัยวะต่างๆของร่างกาย ตัวอย่างเช่น ถุงน้ำดี รวมทั้ง ระบบทางเดินปัสสาวะของร่างกาย ซึ่งไม่ได้มีการติดต่อจากคนสู่คนหรือจากสัตว์สู่คนอะไร การกระทำตนเมื่อเป็นนิ่วในไต การดูแลตัวเองเมื่อเป็นนิ่วในไตแล้วก็เพื่อปกป้องนิ่วย้อนไปเป็นซ้ำหลังรักษานิ่วหายแล้ว ดังเช่น
การคุ้มครองป้องกันตนเองจากนิ่วในไต ช่วงอายุที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วสูงสุดคือ 40-60 ปี รวมทั้งอัตราการเกิดเป็นนิ่วซ้ำ เจอสูงถึงจำนวนร้อยละ 50 ภายใน 5 ปี การกระทำตนเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่ว หรือการเกิดนิ่วซ้ำ ควรปฏิบัติดังนี้
ชื่อผัก ปริมาณกรดออกซาลิค ชื่อผัก ปริมาณกรดออกซาลิค (มิลลิกรัม) (มิลลิกรัม) ผักชีฝรั่ง (parsley) 1,700 หัวไชเท้า 480 มันสำปะหลัง 1,260 ใบกระเจี๊ยบ 389.5 ใบชะพลู 1,088.4 ใบยอ 387.6 ผักโขม (amaranth) 1,090 ผักปัง 385.3 ผักโขม (spinach) 970 ผักกระเฉด 310 ยอดพริกชี้ฟ้า 761.7 ผักแพงพวย 243.9 แครอท 500 กระเทียม 360
กระเจี๊ยบแดง Hibiscus sabdariffa L.
ขลู่ Pluchea indica (L.) Less.
ตะไคร้ Cymbopogon citratus Stapf
ทานตะวัน Helianthus annuus L.
สับปะรด Ananas comosus (L.) Merr.
หัวข้อ: Re: โรคนิ่วในไต - อาการ, สาเหตุ, การรักษา-เเละ สมุนไพร เริ่มหัวข้อโดย: หนุ่มน้อยคอยรัก007 ที่ เมษายน 27, 2018, 05:33:04 pm โรคนิ่วในไต วิธีรักษา ยาสมุนไพร disthai
|