|
หัวข้อ: โรคต่อมลูกหมากโต - อาการ, สาเหตุ, การรักษา-เเละ สมุนไพร เริ่มหัวข้อโดย: แสงจันทร์5555 ที่ เมษายน 25, 2018, 02:40:39 am (https://www.img.in.th/images/b33f047ab3f0cb6d5981b9817740dbd8.gif)
โรคต่อมลูกหมากโต (Benign prostatic hypertrophy-BPH) โรคต่อมลูกหมากโตเป็นยังไง ต่อมลูกหมาก (prostate gland) เป็นต่อมของระบบอวัยวะสืบพันธุ์ในเพศชาย อยู่ตรงข้างหลังของคอกระเพาะเยี่ยวในอุ้งเชิงกรานข้างหลังกระดูกหัวหน่าว มีรูปร่างคล้ายลูกเกาลัด ต่อมมี 5 กลีบ หนักราว 20 กรัม (ขนาดเท่าผลลิ้นจี่) มีบทบาทสร้างน้ำเมือก (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งส่วนใด ของน้ำอสุจิ) เพื่อให้ตัวสเปิร์มว่ายน้ำแล้วก็รับประทานเป็นของกิน โดยปกติต่อมลูกหมากจะหยุดเจริญวัยภายหลังอายุ 20 ปี จนกว่าอายุประมาณ 45 ปี จะมีการเพิ่มขนาดขึ้นอีกที แล้วก็เป็นจุดกำเนิดของโรคต่อมลูกหมากโต โรคต่อมลูกหมากโตถือได้ว่าปัญหาสุขภาพที่น่าไม่สบายใจของคุณผู้ชายทั้งหลาย โดยธรรมดาผู้เจ็บป่วยโรคต่อมลูกหมากโตจะอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป เมื่ออายุมากขึ้นต่อมลูกหมากจะค่อยๆโตขึ้น ว่ากันว่าชายชรา 2 ใน 5 คนจะมีลักษณะอาการถ่ายปัสสาวะผิดปกติ อาการดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการที่ต่อมลูกหมากซึ่งอยู่ล้อมรอบท่อปัสสาวะมีขนาดโตขึ้นแล้วก็ไปบีบท่อปัสสาวะให้แคบลง รวมทั้งยังมีรายงานการศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยหลายๆชิ้นสรุปว่า ในผู้ชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มักตรวจพบโรคต่อมลูกหมากโต ด้วยเหตุว่าความไม่ดีเหมือนปกติทางด้านขนาดแล้วก็จำนวนเซลล์ต่อมลูกหมาก เมื่อขนาดของต่อมลูกหมากโตขึ้น จะส่งผลกระตุ้นให้เกิดการอุดกั้นของระบบฟุตบาทปัสสาวะ ถ่ายปัสสาวะบ่อยมาก ลำบาก จำต้องเบ่งเป็นเวลานาน กลั้นเยี่ยวไม่อยู่ ในที่สุดอาจชิ้งฉ่องไม่ออก รวมทั้งมีปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะเพศไม่แข็ง การทำงานของต่อมลูกหมากอาศัยการกระตุ้นจากฮอร์โมนเพศชายซึ่งจำนวนมากสร้างมาจากอัณฑะ ซึ่งฮอร์โมนเพศชายนี้ยังเกี่ยวพันกับการกระตุ้นการโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย โดยความไม่ดีเหมือนปกติของต่อมลูกหมากที่พบได้มากในชายไทยเป็นโรคต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia; BPH) มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate cancer) รวมทั้งต่อมลูกหมากอักเสบ (prostatis) ปริมาณร้อยละ 80 18 แล้วก็ 2 ตามลําดับ โดยโรคต่อมลูกหมากโตนี้ เป็นโรคพบได้ทั่วไปมากมายของเพศชายวัยตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป โดยพบได้ราว 30-40% ของเพศชายวัย 50-60 ปี และเมื่ออายุ 85 ปีจะพบโรคนี้ได้มากถึง 90% โรคนี้เจอได้ในผู้ชายทั่วทั้งโลก ทุกเชื้อชาติ สิ่งที่ทำให้เกิดโรคต่อมลูกหมากโต ในปัจจุบัน ยังไม่เคยรู้ต้นเหตุที่เด่นชัดของการเกิดโรคต่อมลูกหมากโต แม้กระนั้นหมอเชื่อว่า เมื่อชายชราขึ้นจะมีผลต่อการผลิตกรุ๊ปฮอร์โมนเพศชายจากอัณฑะที่ชื่อ แอนโดรเจน (Androgen) จึงทำให้ร่างกายขาดสมดุลของฮอร์โมนเพศชายชนิดต่างๆโดยเฉพาะระหว่างฮอร์โมน เทสโทสสเตอโรน (Testosterone) กับฮอร์โมน ไดไฮโดรเทสโทสสเตอโรน () (DHT) ซึ่งภาวะนี้นำมาซึ่งการทำให้เซลล์ของต่อมลูกหมากมีการเติบโตไม่ดีเหมือนปกติได้ ที่เรียกว่า โรคต่อมลูกหมากโต ฮอร์โมนที่เชื่อว่าเป็นต้นเหตุของโรคต่อมลูกหมากโต ที่มา : Wikipedia นอกเหนือจากนี้ยังคาดคะเนว่าอาจจะเกิดขึ้นเนื่องมาจากพันธุกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอาการค่อนข้างรุนแรงในกลุ่มของผู้คนที่แก่น้อยกว่า 60 ปี ซึ่งต้องรับการดูแลและรักษาโดยผ่าตัดมักจะมีประวัติว่าคนภายในครอบครัวมักมีปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก นอกนั้นยังคาดคะเนว่าอาจเกิดขึ้นเนื่องจากพันธุกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีลักษณะอาการค่อนข้างจะรุนแรงในกลุ่มของผู้คนที่มีอายุน้อยกว่า 60 ปี ซึ่งจำเป็นต้องรับการดูแลและรักษาโดยผ่าตัดชอบมีประวัติว่าคนในครอบครัวมักมีปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก ลักษณะของโรคต่อมลูกหมากโต อาการโรคต่อมลูกหมากโตนั้น มีต้นเหตุจากเมื่อต่อมลูกหมากโตขึ้น จะไปก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อท่อเยี่ยว แล้วก็เมื่อต่อมฯยิ่งโตขึ้น ก็จะกดแทรกทับ หรือเบียดรัดรอบๆท่อฉี่ ก็เลยส่งผลให้ท่อปัสสาวะตีบแคบลง จนกระทั่งบางทีอาจอุดตัน ดังนั้นลักษณะของโรคต่อมลูกหมากโต ก็คือ
และในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการถ่ายปัสสาวะเป็นเลือด เหตุเพราะเบ่งถ่ายนานๆอาจจะทำให้เส้นเลือดดำที่ท่อฉี่คั่ง แล้วแตกจนมีเลือดออกมาได้ ดังนี้โรคต่อมลูกหมากโตอาจมีภาวะแทรกซ้อนอาทิเช่น ปัสสาวะไม่ออกเลย ฟุตบาทเยี่ยวอักเสบ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ไตเสื่อมหรือกระเพาะปัสสาวะเสื่อม ฉี่เป็นเลือด ฯลฯ ซึ่งอาจพบได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของผู้ป่วยต่อมลูกหมากทั้งปวง กรรมวิธีการรักษาโรคต่อมลูกหมากโต การตรวจวิเคราะห์คนป่วยโรคต่อมลูกหมากโต[/size][/b]
การดูแลและรักษาโรคต่อมลูกหมากโตบางทีอาจต้องใช้หลายๆแนวทางด้วยกัน แต่ว่าโดยหลักๆแล้วสามารถแบ่งออกเป็น 3 แนวทางดังนี้การเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต การใช้ยารักษา การผ่าตัด ซึ่งมีเนื้อหาเป็น
การติดต่อของโรคต่อมลูกหมากโต โรคต่อมลูกหมากโตเป็นโรคที่เกิดขึ้นมาจากการขาดสมดุลของฮอร์โมนเพศชายหลายๆชนิด ซึ่งจะมีผลให้เซลล์ของต่อมลูกหมากเจริญเติบโตไม่ปกติ มักกำเนิดในผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป แล้วก็โรคต่อมลูกหมากโตนี้ มิได้เป็นโรคติดต่อและไม่มีการติดต่อจากคนสู่คน รวมทั้งจากสัตว์สู่คนแต่อย่างใด (https://www.img.in.th/images/6adce8831f429528e097b9aa2b8a221d.jpg) การปฏิบัติตนเมื่อป่วยเป็นโรคต่อมลูกหมากโต
การคุ้มครองป้องกันตนเองจากโรคต่อมลูกหมากโต เวลานี้ยังไม่มีวิธีใดที่ช่วยป้องกันปัญหาต่อมลูกหมากโตได้อย่างแท้จริงเพราะว่ายังไม่รู้จักต้นเหตุที่กระจ่างแจ้งของโรคนี้ และความเสี่ยงต่อโรคที่สำคัญที่ไม่สามารถปรับปรุงแก้ไขได้นั้นก็คืออายุที่มากขึ้น ด้วยเหตุนั้นวิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็คือผู้ชายที่แก่ตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปควรจะได้รับการตรวจต่อมลูกหมากบ่อยๆทุกปี และควรจะหมั่นสังเกตความแปลกของระบบทางเท้าปัสสาวะ เป็นต้นว่า ถ้าเกิดมีลักษณะปัสสาวะตรากตรำ จะต้องใช้แรงเบ่งนานๆปัสสาวะไม่พุ่ง ช่วงกลางคืนจำต้องลุกขึ้นมาเยี่ยว หลายครั้ง หรือเยี่ยวเป็นเลือด ก็ควรไปพบหมอ เพื่อตรวจวิเคราะห์ปัจจัยให้กระจ่างแจ้ง เมื่อพบว่าเป็นต่อมลูกหมากโตก็ควรจะกินยารักษา หรือกระทำผ่าตัดปรับแต่งตามคำแนะนำของหมอ สมุนไพรที่ช่วยคุ้มครอง/รักษาโรคต่อมลูกหมากโต พืชสมุนไพรที่มีรายงานการวิจัยทางสถานพยาบาลว่ามีฤทธิ์รักษาโรคต่อมลูกหมากโตตัวอย่างเช่น มะเขือเทศ แล้วก็ฟักทอง โดยให้ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าอยู่เป็นโรคต่อมลูกหมากโตระยะเริ่มต้นรับประทานซอสมะเขือเทศเข้มข้น (Tomato paste) วันละ 50 กรัม (มี lycopene อยู่ 13 มก.) ติดต่อกัน 10 อาทิตย์พบว่า ส่งผลทำให้ค่า prostate-specific antigen (PSA) ในเลือดซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงสภาวะต่อมลูกหมากโตลดน้อยลง แล้วก็การเรียนรู้ทางสถานพยาบาลโดยให้คนป่วยรับประทานแคปซูลสารสกัดเมล็ดฟักทองขนาด 1000 มิลลิกรัมต่อวัน ส่งผลทำให้คนป่วยโรคต่อมลูกหมากโตมีลักษณะ เมื่อรับประทานติดต่อกันนาน 12 สัปดาห์ มะเขือเทศ ชื่อวิทยาศาสตร์ Solanum lycopersicum ตระกูล Solanaceae มีหลายการศึกษาเล่าเรียนพบว่าไลโคพีนในมะเขือ เทศสามารถลดระดับ PSA แล้วก็ปกป้องการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้ โดยผ่านกลไกการทำงานต่างๆเป็นต้นว่า การลดการ เกิด lipid oxidation ต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้ง ลดการสังเคราะห์ 5- alpha dihydrotestosterone ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นการโตของต่อมลูกหมาก แล้วก็ยังพบว่าการบริโภคไลโคพีนจากสินค้า มะเขือเทศซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้หรูหราไลโคพีนในเลือดสูงมากขึ้นจะสามารถลดระดับ PSA ในผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้ Schwarz และแผนก (2008) เรียนรู้ในคนไข้โรคต่อมลูกหมากโต (PSA > 4 mg/L) บริโภคไลโคพีนวันละ 15 mg นาน 6 เดือน พบว่าสามารถป้องกันต่อมลูกหมากโตได้เมื่อตรวจทางทาวรหนักและก็การตรวจอัลตราซาวด์และก็ระดับ PSA น้อยลงร้อยละ 11 เมื่อเปรียบเทียบกับกรุ๊ปควบคุมที่ได้รับยาหลอก (placebo) อย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติ (P < 0.05) รวมทั้งวิธีการทำแบบสำรวจลักษณะของต่อมลูกหมากฉบับนานาชาติ (International Prostate Symptom Score; IPSS) พบว่ากรุ๊ปที่ได้รับไลวัวพีนมีอาการของต่อมลูกหมากดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนที่จะมีการเรียนรู้อย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติ มีการเรียนรู้ในผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตที่มีการเสี่ยงมากถึงร้อยละ 80 ที่จะเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในอนาคต (High Grade Prostatic Intraepithelial Neoplasia; HGPIN) โดยกลุ่มทดลองที่ได้รับไลวัวพีนวันละ 8 mg ตลอดทุกๆวันนาน 1 ปี (20 คน) เปรียบเทียบกับกรุ๊ปควบคุม (20 คน) พบว่ากรุ๊ปที่ได้รับไลโคพีนมีระดับ PSA ลดน้อยลง จาก 6.07 mg/L เป็น 3.5 mg/L คิดเป็นร้อยละ 42 รวมทั้งมีไลวัวพีนในเลือดมากขึ้นจาก 360 เป็น 680 mg/L และก็เมื่อจบการเล่าเรียนพบว่ากลุ่มทดลองมีผู้ป่วยปริมาณ 2 คนที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ในขณะคนป่วยกรุ๊ปควบคุมปริมาณ 6 คนที่มิได้กินอาการที่มีไลวัวพีน (มะเขือเทศ แตงโม) ตลอดช่วงที่ทำงานเล่าเรียนมีระดับ PSA เพิ่มสูงมากขึ้น รวมทั้งผู้ที่หรูหราไลวัวพีนในเลือดน้อยลงกลับกลายโรคมะเร็งต่อมลูกหมากเพิ่มขึ้น ซึ่งมีความหมายว่าการบริโภคไลโคพีนนาน 1 ปีสามารถคุ้มครองป้องกันการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในคนเจ็บที่มีการเสี่ยงสูงได้ ฟักข้าว มีชื่อสามัญว่า Spring bitter cucumber ชื่อวิทยาศาสตร์เป็นMomordica Cochinchinensis Spreng. ฟักข้าว คือผลไม้ที่อุดมด้วยไลโคปีนป่าย และก็สารพฤษเคมีอื่นๆในกรุ๊ปแคโรทีนอยด์ ได้แก่ เบต้า-แคโรทีน สูงยิ่งกว่าแครอท 10 เท่า มีวิตามินซีมากกว่าส้ม 40 เท่า มีซีแซนทีนมากกว่า ข้าวโพด 40 เท่า อุดมด้วยวิตามินอี วิตามินเอ กรดไขมันโอเมก้า-3, โอเมก้า-6 แล้วก็โอเมก้า-9 ช่วยเสริมฤทธิ์สำหรับในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูง และก็การไหลเวียนของโลหิต และก็ในฟักข้าว มีไลวัวไต่ ชนิดพิเศษ เรียกว่า ไลโปแคโรทีน (Lipocarotene) เป็นกรดไขมันสายยาวที่ช่วยจับแคโรทีน จึงช่วยซึมซับแคโรทีน ฟักข้าว ก็เลยเป็นแหล่งของไลโคไต่ ที่เยี่ยมที่สุด ไลโคปีนป่าย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งได้รับการรับรองทางการแพทย์แล้วว่า ช่วยชะลอความแก่ ต้านทานความเสื่อมโทรมของร่างกาย ช่วยลดโรคที่มีปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมากในเพศชาย โดยต่อมลูกหมาก เป็นต่อมที่สร้างน้ำเลี้ยงน้ำอสุจิ ต่อมลูกหมากตั้งอยู่ระหว่างกระเพาะปัสสาวะกับท่อปัสสาวะ เมื่อผู้ชายอายุสูงขึ้นคือ ตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเพศชาย(เทสโทสเตอโรน) ต่ำลง นำมาซึ่งการทำให้เซลล์ในต่อมลูกหมาก แบ่งตัวมากยิ่งขึ้น ต่อมลูกหมากก็เลยโตขึ้น และก็หากมีการอักเสบร่วมด้วยก็จะได้โอกาสเกิดโรคมะเร็ง ได้สูงมากขึ้น ไลโคป่ายปีน จะควบคุมการโตของต่อมลูกหมาก ช่วยทำให้เซลล์ของมะเร็งฝ่อตาย แล้วก็ลด การแบ่งเซลล์ของมะเร็งต่อมลูกหมากได้อีกด้วย หญ้าหนวดแมว ชื่อวิทยาศาสตร์ : Orthosiphon stamineus Benth. ตระกูล : Labiatae หรือ Lamiaceae คุณประโยชน์ต้นหญ้าหนวดแมว ช่วยขับฉี่ ทำให้การหลั่งเยี่ยวมากขึ้น ยิ่งกว่านั้น ในตำราเรียนยาหลายฉบับเอ่ยถึงสรรพคุณต่างๆเป็นต้นว่า ตำราเรียนยาใช้ใบ รวมทั้งลำต้นการรักษา และก็คุ้มครองโรคทางเท้าฉี่ ลำต้น ใช้ทั้งแบบสดหรือแบบแห้ง ด้วยการต้มดื่ม โดยยิ่งไปกว่านั้นชายชราที่ช่วยแก้โรคต่อมลูกหมากโต และก็ไขปัญหาเยี่ยวติดขัด รวมทั้งมีฤทธิ์ในการขับกรดยูริก เถาวัลย์เปรียง ชื่อวิทยาศาสตร์ Derris scandens (Roxb.) Benth ชื่อวงศ์ Papilionaceae สรรพคุณ: หนังสือเรียนยาพื้นเมือง: ใช้เถา ขับฉี่ แก้กษัยเหน็บชา ถ่ายกระษัย แก้เอ็นขอด ถ่ายเสมหะ ไม่อุจจาระ ทำให้เส้นเอ็นอ่อนลง ขับเยี่ยว แก้เยี่ยวพิการ กระเจี๊ยบแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus sabdariffa L. ชื่อสกุล Malvaceae สรรพคุณ: ตำรายาไทย: กลีบเลี้ยงมีรสเปรี้ยว แก้อาการขัดเบา การศึกษาเล่าเรียนทางสถานพยาบาล: ลดความดันเลือด ยั้งเชื้อแบคทีเรียในทางเดินเยี่ยว ทำให้ผู้เจ็บป่วยโรคนิ่วในท่อไต ปัสสาวะสบายขึ้น ผู้เจ็บป่วยกระเพาะปัสสาวะอักเสบมีลักษณะอาการปวดแสบเวลาเยี่ยวลดลง แบบอย่างแล้วก็ขนาดวิธีการใช้ยา: ขับฉี่ ใช้สมุนไพรแห้ง บดเป็นผง 3 กรัม (หรือ 1 ช้อนชา) ชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วยแก้ว ดื่มวันละ 3 ครั้ง นาน 7 วัน หรือจนกว่าอาการจะหาย เอกสารอ้างอิง
|