|
หัวข้อ: เบอร์เบินกับเทนเนสซีแตกต่างยังไง เริ่มหัวข้อโดย: damonshoppu ที่ มิถุนายน 25, 2018, 11:48:52 pm (https://i.imgur.com/fEytKlW.jpg)
ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของอเมริกันวิสกี้ ว่ากันว่าศาสตร์ของการกลั่นนั้นมีต้นกำเนิดมาไม่ต่ำกว่าเมื่อ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล ในอารยธรรมเมโสโปเตเมียโบราณ จนกระทั่งเมื่อตอนประมาณ ค.ศ. 1,000-1,200 ความเข้าใจเรื่องการกลั่นก็เดินทางผ่านจากแผ่นดินหลักของยุโรปไปยังสกอตแลนด์แล้วก็ไอร์แลนด์ เมื่อความเข้าใจเรื่องการกลั่นเดินทางไปถึงแถบตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกาพร้อมๆ กับผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอังกฤษ ไรย์ คือธัญพืชที่พวกเขาใช้เพื่อการผลิตวิสกี้ และ ต่อมาก็ได้มีการหันมาใช้เมล็ดข้าวโพด เพราะเป็นพืชที่เหมาะสมกับอากาศมากยิ่งกว่า การผลิตวิสกี้ที่ทำมาจากข้าวโพดนั้นมีฐานอยู่ที่รัฐเคนทักกี ซึ่งถือเป็นบ้านของเบอร์เบินวิสกี้ (Bourbon Whisky) มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 1700s เพราะอะไรจำเป็นต้องเคนทักกี ? ผู้ผลิตวิสกี้ทุกคนต่างเข้าใจกันดีว่าคุณภาพของน้ำนั้นมีส่วนสำคัญสำหรับเพื่อการกำหนดรสของวิสกี้ ยกตัวอย่างน้ำในบางพื้นที่ของสกอตแลนด์ก็จะมีรสชาติที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งมีผลกับบุคลิกของวิสกี้ ยกตัวอย่างเช่น ในบางพื้นที่ที่ไหลผ่านการเผาหน้าดินก็ชอบมีกลิ่นพีท แล้วก็บางพื้นที่อยู่ใกล้กับทะเลก็จะก่อให้น้ำที่นำมาผลิตมีรสเค็ม แล้วก็ส่งผลกับวิสกี้ด้วย ไม่เว้นแม้แต่เบอร์เบิน ซึ่งน้ำจากแม่น้ำเคนทักกีที่ไหลผ่านหินแร่ไลม์สโตนที่อุดมอยู่ในรัฐดังที่กล่าวมาข้างต้น มีส่วนสำคัญที่ทำให้น้ำจากที่นี่มีผลต่อรสหวานนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ของเบอร์เบิน รวมทั้งพื้นที่ตั้งแต่ชายแดนของแคนาดา อยู่ตลอดไปจนกระทั่งรัฐอลาบามาด้วย ที่นับว่าเป็น Bourbon Zone คำนิยาม ตามกฎหมายของเบอร์เบินวิสกี้
ครอบครัวที่กลั่นเบอร์เบินมานานกว่า 90 ปี เอ็ดดี้ รัสเซลล์ ผู้ชำนาญด้านการกลั่นของ Wild Turkey เมื่อเร็วๆ นี้ เอ็ดดี้ รัสเซลล์ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการกลั่น (Master Distiller) ของ Wild Turkey เบอร์เบินมีชื่อเสียงจากเมืองเคนทักกีได้เดินทางมาเปิดมาสเตอร์คลาสในเมืองไทย นอกจากให้ความรู้เกี่ยวกับอเมริกันวิสกี้ให้เราฟังแล้ว ยังเล่าถึงเรื่องราวของครอบครัวของเขา ซึ่งเป็นผู้ผลิตเบอร์เบินถึง 2 ชั่วอายุคน คือตัวเขากับพ่อ ซึ่งรวมแล้วครอบครัวนี้มีประสบการณ์ในการกลั่นเบอร์เบินนานถึงกว่า 90 ปี เลยทีเดียว ถังไม้โอ๊กสำหรับบ่มควรเป็นถังโอ๊กใหม่เท่านั้น แล้วก็ของ Wild Turkey จะต้องเป็น American White Oak เขาได้เล่าถึงความเด่นของวิสกี้แบรนด์ไก่งวงเถื่อนนี้ให้ฟังว่า โรงกลั่นของ Wild Turkey ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำเคนทักกี ซึ่งมีชั้นหินปูนใต้น้ำ ที่เปรียบดังตัวกรองน้ำจากธรรมชาติ ทำให้โรงกลั่นได้น้ำที่ใสบริสุทธิ์ ซึ่งจำเป็นสำหรับการผลิตวิสกี้ประสิทธิภาพสูง และ โดยปกติเมื่อนำไปใส่ถังไม้โอ๊กในวิธีการบ่ม ก็จะใช้เฉพาะถังไม้โอ๊กที่เหมาะสมที่สุดที่เป็นอเมริกัน ไวต์ โอ๊ก ซึ่งจะถูกนำไปเผาที่เบอร์ 4 หรือที่เรียกว่า "The Number 4 Alligator Char" ซึ่งเป็นการเผาเบอร์สูงที่สุดจนกระทั่งมีลวดลายเหมือนหนังจระเข้ (โดยทั่วไปเบอร์เบินวิสกี้แบรนด์อื่นมักใช้กันที่เบอร์ 2-3) ซึ่งเขาบอกว่าด้วยการที่ไม่มีการแต่งสีและก็กลิ่นของวิสกี้ การเผาถังไม้เบอร์รีจะช่วยให้วิสกี้มีสีและก็รสชาติเยอะขึ้น อันเป็นวิธีการเฉพาะของ Wild Turkey รวมถึงช่วงเวลาสำหรับเพื่อการบ่ม ซึ่งโดยปกติชอบบ่มกันโดยประมาณ 4 - 6 ปี แม้กระนั้นที่โรงกลั่นวิสกี้ไก่งวงเถื่อนเขาบ่มนานถึง 6, 8, 10, 12 ปี ตามลำดับ ที่สำคัญอีกข้อเป็นวัตถุดิบที่ใช้ควรจะเป็นเมล็ดข้าวโพดแล้วก็ธัญพืช Non-GMO ที่มา - เหล้านอกราคาถูก
|