หัวข้อ: เห็ดหลินจือ รักษาโรคโรคมะเร็งได้จริงหรือ?.. เริ่มหัวข้อโดย: plawan1608 ที่ สิงหาคม 04, 2018, 01:29:57 pm (https://www.picz.in.th/images/2018/07/25/NmvBmz.jpg)[/b]
เห็ดหลินจือ[/size][/b] เห็ดหลินจือ รักษาโรคมะเร็ง อีกหนึ่งงานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยที่เล่าเรียนเกี่ยวกับประสิทธิผลของสารโพลีแซ็คคาไรค์ในเห็ดหลินจือของผู้ในคนไข้โรคมะเร็งปอด จากการวิเคาะห์พบว่า สารดังที่กล่าวมาข้างต้นมีส่วนสำหรับในการยัยยั้งหลักการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว จากการศึกษาเรียนรู้มากไม่น้อยเลยทีเดียวถึงประสิทธิผลทางการรักษาโรคมะเร็งของเห็ดหลินจืออาจส่งผลต่อการต้านการอักเสบในผู้เจ็บป่วยมะเร็งปอดบางราย แม้กระนั้นยังคงไม่มีหลักฐานด้านวิทยาศาสตร์หรือการทดลองทางการแพทย์ที่ให้ข้อมูลเพียงพอที่สนับสนุนให้ใช้เห็ดหลินจือสำหรับเพื่อการรักษาโรคมะเร็งอย่างเป็นทางการ เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบจากการรวบงานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยที่เล่าเรียนประสิทธิผลของเห็ดหลินจือเพื่อรักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ 373 คน แม้ว่าจะพบว่าคนเจ็บตอบสนองต่อการดูแลและรักษาด้วยเคมีบำบัดรักษาหรือรังสีบรรเทาได้ดิบได้ดีขึ้นเมื่อรักษาร่วมกับการใช้สารสกัดจากเห็ดหลินจือ แม้กระนั้นเมื่อทดลองใช้เห็ดหลินจือเพียงอย่างเดียวกลับไม่มีประสิทธิผลในในการทำให้โรคมะเร็งลดขนาดลงประการใด นอกจากนี้ จาการทบทวนงานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยพบว่ามีงานศึกษาเรียนรู้วิจัย 4 ชิ้นที่มีผลลัพธ์ส่งเสริมว่าเห็ดหลินจืออาจสโมสรต่อการปรับแก้คุณภาพชีวิตของคนเจ็บให้ดียิ่งขึ้น และก็ในเวลาเดียวกัน ก็ส่งผลลัพธ์จากงานศึกษาเรียนรู้วิจัยหนึ่งที่แสดงถึงผลข้างคียงของเห็ดหลินจือ เป็นอาการคลื่นใส้และก็นอนไม่หลับด้วย โดยเหตุนี้ ก็เลยอาจจะกล่าวว่า ข้อยืนยันทางคุณลักษณะแล้วก็คุณประโยช์จากเห็ดหลินจือยังคงมีจำกัด บาง งานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยเป็นการทดสอบขนาดเล็ก หลักฐานที่ได้ยังไม่มีคุณภาพพอเพียง หรือเป็นเพียงแต่การทดลองในคนป่วยบางกรุ๊ปเท่านั้น ประสิทธิผลของเห็ดหลินจือต่อโรคมะเร็ง จึงยังคงเป็นหัวข้อการค้นคว้าที่ควรจะดำเนินงานทดสอบต่อไปเพื่อได้สำเร็จลัพ์ที่ชัดเจนและก็เป็นประโยชน์ในวงกว้างต่อการดูแลและรักษาผู้เจ็บป่วยมะเร็งได้ในอนาคต ภาวะต่อมลูกหมากโต และก็การเจ็บป่วยในระบบฟุตบาทฉี่ มีขั้นตอนการทดสอบหนึ่งที่ใช้สารสกัดจากเห็ดหลินจือทดสอบในคนเจ็บเพศ 88 รายซึ่งแก่เกินกว่า 49 ปีขึ้นไป ที่มีลักษณะฉี่ติดขัด หลังการทดสอบกว่า 12 สัปดาห์ ผลที่ได้คือ คนเจ็บต่างหรูหราคะแนน IPSS ที่ดียิ่งขึ้น ( TNE lnternational Prostate Symptom Score )ซึ่งเป็นค่าคะแนนสากลสำหรับเพื่อการวัดปัญหาในระบบทางเดินปัสวะของคนเจ็บจากการตอบปัญหา แต่กลับไม่ปรากฏผลในเชิงความเคลื่อนไหวคุณภาพชีวิต การขับถ่ายปัสวะ หรือขนาดของต่อมลูกหมากแต่อย่างใด โดยเหตุนี้ การทดสอบดังที่กล่าวถึงมาแล้วจึงยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาสตร์ที่แน่ชัดเพียงพอ จำเป็นจะต้องมีการค้นคว้าทดสอบในด้านนี้ต่อไปในอนาคต เพื่อค้นหาข้างหลังฐานที่แจ่มชัดสำหรับในการสรุปเกี่ยวกับประสิทธิของเห็ดหลินจือต่อการรักษาภาวะต่อมลูกหมากโตหรือปัญหาด้านสุขภาพอะไรก็ตามที่เกี่ยวโยง ลดปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจ จากการวิเคราะห์ผลการทดลองด้านการแพทย์ 5 ราการ ซึ่งมีคนป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 ร่วมทดลองกว่า 398 รายพบว่า เห็ดหลินจือไม่เป็นผลทางการรักษาในเชิงการลดระดับน้ำตาลในเลือดไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพพอเพียงจะสนับสนุนผลทางการรักษาพวกนั้น และไม่มีข้อมูลที่พอเพียงในการยืนยันด้านความปลอดภัยจากการบริโภคเห็ดหลินจืออย่างเดียวกัน โดยหนึ่งในงานค้นคว้าเหล่านั้น ได้แสดงถึงผลข้างเคียงจากการบริโภคเห็ดหลินจือในผู้ป่วยบางราย เป็นอาการคลื่นใส้ ท้องร่วง หรือท้องผูก ด้วยเหตุดังกล่าวจะต้องมีการค้นคว้าทดลองถึงคุณภาพของเห็ดหลินจือสำหรับในการลดสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่างๆพวกนี้เพื่อปกป้องแล้วก็การรักษาโรคเส้นโลหิตหัวใจต่อไป และให้ได้ความแจ่มกระจ่างชัดดเจนในด้านดังที่กล่าวถึงแล้วเยอะขึ้น อันเป็นผลดีต่อกระบวนการรักษาป้องกันโรคเส้นโลหิตหัวใจและอาการต่างๆที่เกี่ยวพันถัดไปในอนาคต ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับในการบริโรคเห็ดหลินจืออย่างแน่ชัด เนื่องประสิทธิผลและผลข้างคียงจากการบริโภค โดยเหตุนั้น ผู้ซื้อ ควรศึกษาเนื้อหาสาระเกี่ยวกับเห็ดหลินจือ และก็หารือแพทย์หรือเภสัชกรก่อนที่จะมีการบริโรค เพราะเหตุว่าถึงแม้เห็ดหลินจือในแต่ละแบบอย่างจะเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ แต่ว่าสารเคมีและส่วนประต่างบางทีอาจส่งผลข้างเคียงที่ทำให้เป็นอันตรายต่อสภาพทางด้านร่างกายได้เช่นเดียวกัน (https://www.picz.in.th/images/2018/07/25/NmvkbR.jpg)[/b] โดยปกติ จำนวนการบริโภคเห็ดหลินจือ/วันอาทิเช่น -เห็ดหลินจืออบแห้ง ไม่ควรบริโภคเกิน 1.5-9 กรัม/วัน -ผงสารสกัดเห็ดหลินจือ ไม่สมควรบริโภคเกิน 1-1.5 กรัม -สารละลายเห็ดหลินจือ ไม่ควรบริโภคเกิน 1 มล./วัน ความปลอดภัยสำหรับการบริโภคเห็ดหลินจือ แม้ว่าจะมีการพิสูจน์ถึงคุณค่าในบางด้านที่บางทีอาจเกิดขึ้นได้จากการบริโภคเห็ดหลินจือ แม้กระนั้นผู้ใช้ก็ควรศึกษาเรียนรู้เนื้อหาสาระเกี่ยวกับเห็ดหลินจือ และก็ขอความเห็นหมอหรือเภสัชกรก่อนการบริโภค โดยเฉพาะ ควรระมัดระวังในด้านจำนวนและรูปแบบเห็ดหลินจือที่บริโภค เนื่องจากว่าบางทีอาจเป็นผลข้างเคียงต่อสุขภาพได้ในภายหลัง โดยข้อควรตรึกตรองในการบริโภคเห็ดหลินจือดังเช่น ผู้ซื้อทั่วไป....... -ควรบริโภคเห็ดหลินจือในจำนวนที่พอดี -การบริโภคสารสกัดจากเห็ดหลินจือติดต่อกันนานเกินกว่า 1 ปี อาจจะทำให้ได้รับอันตรายต่อร่างกายได้ -การบริโภคสารสกัดจากเห็ดหลินจือติดต่อกันเป็นเวลานานเกินกว่า 1 ปี อาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ -การบริโภคสารสกัดเห็ดหลินจืออาจก่อเกิดผลกระทบได้ ดังเช่น ปากแห้ง คอแห้ง คันจมูก เลือดกำเดาไหล ท้องไส้ปั่นป่วน ถ่ายเป็นเลือด -การดื่มไวน์เห็ดหลินจืออาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงเป็นอาการผื่นคัน -การสูดหายใจเอาเซลล์สืบพันธุ์ หรือ สปอร์ (Spores) ของเห็ดหลินจือเข้าไปอาจทำให้กำเนิดอาการแพ้ คนที่ควรจะระวังในการบริโภคเป็นพิษ คนที่ครรภ์ หรือกำลังให้นมลูก แม้ยังไม่มีการพิสูจน์ผลข้างเคียงที่บางทีอาจเกิดขึ้นได้ในกรุ๊ปลูกค้านี้แม้กระนั้นคนที่มีท้องรวมทั้งผู้ที่กำลังให้นมบุตรควรหลบหลีกการบริโภคเห็ดหลินจือ เพื่อให้มีความปลอดภัยต่อร่างกายของตัวเองและลูกน้อย ผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด การบริโภคเห็ดหลินจือในจำนวนมาก อาจเพิ่มการเสี่ยงสำหรับเพื่อการเกิดภาวะมีเลือดออกในคนไข้บางรายที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัด ด้วยเหตุผลดังกล่าว เพื่อลดการเสี่ยง ผู้ป่วยควรหยุดบริโภคเห็ดหลินจือ อย่างน้อย 2 อาทิตย์ก่อนวันผ่าตัด คนที่มีปัญหาสุขภาพ ความดันโลหิตต่ำ เห็ดหลินจืออาจทำให้ความดันเลือดต่ำลง ดังนั้น ผู้ป่วยภาวการณ์ความดันโลหิตต่ำจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการบริโภคเห็ดหลินจือ ภาวการณ์เกล็ดเลือดต่ำ การบริโภคเห็ดหลินจือในจำนวนมากบางทีอาจเพิ่มความเสี่ยงสำหรับในการเกิดภาวะมีเลือดออกในคนที่มีเกล็ดเลือดต่ำ ด้วยเหตุนี้คนไข้ภาวการณ์เกล็ดเลือดต่ำจึงไม่ควรบริโภคเห็ดหลินจือ สภาวะมีเลือดออกเปลี่ยนไปจากปกติ การบริโภคเห็ดหลินจือในจำนวนมาก บางทีอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะมีเลือดออกในคนป่วยบางราย โดยยิ่งไปกว่านั้นในผู้ที่มีภาวการณ์เลือกออกแตกต่างจากปกติอยู่แล้ว http://www.disthai.com/[/b]
|