|
หัวข้อ: ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณที่น่าอัศจรรย์ เริ่มหัวข้อโดย: gmkpas5s9q81a3 ที่ สิงหาคม 13, 2018, 09:42:05 am (https://www.picz.in.th/images/2018/07/25/Ny2KFu.jpg)[/b]
[url=http://www.disthai.com/16913433/%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%89]ตะไคร้[/url] ตะไคร้ (Lemon Grass) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรประเภทหนึ่งที่นิยมเอามาทำครัวสำหรับกำจัดกลิ่นคาว แล้วก็ช่วยเพิ่มรสชาตของของกิน ในนานัปการรายการอาหาร โดยยิ่งไปกว่านั้นอาหารพวกที่ทำมาจากการต้มยำ และก็แกงต่างๆรวมทั้งการนำมาดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเช่น น้ำตะไคร้ ผงตะไคร้ ฯลฯ ตะไคร้ เป็นไม้ล้มลุกตระกูลเดียวกันกับต้นหญ้า มีอายุมากยิ่งกว่า 1 ปี ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม มีบ้านเกิดในประเทศแถบเอเซียอาคเนย์ อย่างเช่น ประเทศพม่า ไทย ลาว มาเลเชีย อินโดนีเชีย เป็นต้น ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cymbopogon citratus (DC.) สกุล : Graminae ชื่อสามัญ : Lapine, Lemon grass, Sweet rush, Ginger grass ชื่อท้องถิ่น: – ตะไคร้ – ตะไคร้แกง – ตะไคร้มะขูด – คาหอม – ไคร – จะไคร – เชิดเกรย – หัวสิงไค – เหลอะเกรย – ห่อวอตะโป – เฮียงเม้า ตะไคร้1 ลักษณะทั่วไป ลำต้น ลำต้นตะไคร้มีเหง้าใต้ดิน ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง ทรงกระบอก มีความสูงได้ถึง 1 เมตร (รวมถึงใบ)ส่วนของลำต้นที่เรามองเห็นจะเป็นส่วนของกาบใบที่ออกเรียงช้อนกันแน่น โคนต้นมีลักษณะกาบใบห่อหุ้มดก ผิวเรียบ และมีขนอ่อนปกคลุม ส่วนโคนมีรูปร่างอ้วน มีสีม่วงอ่อนเล็กน้อย และค่อยๆเรียวเล็กลงเปลี่ยนเป็นส่วนของใบ ศูนย์กลางเป็นปล้องแข็ง ส่วนนี้สูงโดยประมาณ 20-30 เซนติเมตร ขึ้นกับความอุดมสมบูรณ์ของดิน และก็จำพวก แล้วก็เป็นส่วนที่นำมาใช้สำหรับทำอาหาร ตะไคร้ ใบ ใบตะไคร้ประกอบด้วย 3 ส่วนเป็นก้านใบ (ส่วนลำต้นที่กล่าวข้างต้น) หูใบ (ส่วนต่อ ระหว่างกาบใบ รวมทั้งใบ) และก็ใบ ใบตะไคร้ เป็นใบลำพัง มีสีเขียว มีลักษณะเรียวยาว ปลายใบโค้งลู่ลงดิน โคนใบเชื่อมต่อกับหูใบ ใบมีรูปขอบขนาน ผิวใบสากมือ และมีขนปกคลุม ปลายใบแหลม ขอบของใบเรียบ แม้กระนั้นคม กลางใบมีเส้นกลางเรือใบแข็ง สีขาวอมเทา มองเห็นต่างกับแผ่นใบแจ้งชัด ใบกว้างประมาณ 2 ซม. ยาว 60-80 ซม. ดอก ตะไคร้เป็นพืชที่ออกดอกยาก จึงไม่ค่อยพบเห็น ดอกตะไคร้ดอกจะมีดอกเป็นช่อกระจัดกระจาย มีก้านช่อดอกยาว แล้วก็มีก้านช่อดอกย่อยเรียงเป็นคู่ๆในแต่ละคู่จะมีใบประดับรองรับ มีกลิ่นหอมยวนใจ ดอกมีขนาดใหญ่เหมือนดอกอ้อ ดอกตะไคร้ ประโยชน์ตะไคร้
– ใช้เป็นเครื่องเทศทำอาหารสำหรับขจัดกลิ่นคาว ช่วยทำให้อาหารมีกลิ่นหอม และปรับปรุงรสให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น – ใช้เป็นส่วนผสมของยาใช้ภายนอกกันยุง สเปรย์กันยุง รวมทั้งยาจุดกันยุง
ที่มา: กองโภชนาการ (2544)(1) สารสำคัญที่พบ ส่วนของลำต้น รวมทั้งใบมีน้ำมันหอมระเหย (Volatile oil) ที่มีสารหลากหลายประเภท ตัวอย่างเช่น – สิทราล (Citral) พบมากที่สุด 75-90% – ทรานซ์ ไอโซซิทราล (Trans-isocitral) – ไลโมเนน (Limonene) – ยูจีนอล (Eugenol) – ลิที่นาลูล (Linalool) – พบรานิออล (Geraniol) – คาริโอฟิกลุ่มคำน ออกไซด์ (Caryophyllene oxide) – พบรานิล อะซิเตท (Geranyl acetate) – 6-เมทิล 5-เฮพเทน-2-วัน (6-Methyl 5-hepten-2-one) – 4-โนนาโนน (4-Nonanone) – เมทิลเฮพคราวโนน (Methyl heptennone) – สิโทรเนลลอล (Citronellol) – ไมร์ซีน (Myrcene) – การบูร (Camphor) สะสมจาก กาญจนา ขยัน (2552)(2), หัวใจวรรณ ตระการชัยตระกูล (2551) อ้างถึงในเอกสารหลายฉบับ(4) (https://www.picz.in.th/images/2018/07/25/Ny2Qqe.jpg)[/b] คุณประโยชน์ตะไคร้
– ช่วยทุเลา รวมทั้งรักษาลักษณะของการมีไข้หวัด – แ้ก้ไอ รวมทั้งช่วยขับเสมหะ – ทุเลาลักษณะของโรคโรคหืดหอบ – รักษาอาการปวดท้อง – ช่วยขับฉี่ แก้ฉี่ยาก – ช่วยขับเหงื่อ – ช่วยสำหรับเพื่อการขับลม – แก้อหิวาต์ – บำรุงธาตุ เจริญอาหาร – ช่วยลดความดัน โลหิตสูง – ลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นโลหิต – แก้เมนส์มาไม่ดีเหมือนปกติ
– ใช้เป็นยาแก้ไขเจ็บท้อง รวมทั้งท้องร่วง – ช่วยขับปัสสาวะ – บรรเทาอาการไอ และขับเสลด
– ออกฤทธิ์ต้านทานเชื้อรา – ช่วยกำจัดเซลลูไลท์ – ช่วยสำหรับการขับถ่าย – ทุเลาอาการท้องเสีย – ลดอาการจุกเสียด แน่นท้อง จากฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ – ช่วยขับน้ำดี – ช่วยขับลม – ระังับลักษณะของการปวด – ต่อต้านอาการอักเสบ แล้วก็ลดการติดเชื้อ – กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด – ลดอาการซึมเศร้า – ต้านอนุมูลอิสระ เก็บจาก กาญจนา ขยัน (2552)(2), หัวใจวรรณ น่าอัศจรรย์ชัยวงศ์ (2551)(4) ฤทธิ์ทางยาของสารสกัดจากตะไคร้
น้ำมันหอมระเหยของตะไคร้ออกฤทธิ์ลดอาการแน่นจุกเสียดด้วยการลดการบีบตัวของลำไส้ โดยมีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ ยกตัวอย่างเช่น Cineole และ Linalool
สารเคมีในน้ำมันหอมระเหยของตะไคร้สามารถออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่สำคัญของอาการท้องเสีย คือ E. coli โดยมีสารออกฤทธิ์ เป็นต้นว่า Citral, Citronellol, Geraneol และ Cineole
น้ำมันหอมระเหยของตะไคร้สามารถออกฤทธิ์กระตุ้นการขับน้ำดีของตับอ่อน โดยมีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ ได้แก่ Borneol, Fenchone และ Cineole
สาร Menthol, Camphor รวมทั้ง Linalool สามารถออกฤทธิ์กระตุ้นการขับลมในร่างกายได้ พิษของน้ำมันตะไคร้ ปริมาณน้ำมันตะไคร้ที่ทำให้หนูขาวตายที่กึ่งหนึ่งของปริมาณหนูขาวทั้งสิ้น ด้วยการให้ทางปาก ที่ความเข้มข้น 5,000 มก./กิโล และการให้น้ำมันหอมระเหยทางกระเพาของกินแก่กระต่ายที่ทำให้กระต่ายตายที่ครึ่งหนึ่ง พบว่า มีจำนวนความเข้มข้นเดียวกันกับการให้แก่หนูขาว พิษรุนแรงของน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ที่ความเข้มข้น 1,500 ppm ในช่วงเวลา 60 วัน กลับพบว่า หนูขาวที่ได้รับน้ำมันหอมระเหยของตะไคร้มีการเติบโตเร็วกว่ากลุ่มที่ไม้ได้รับ แล้วก็ค่าทางเคมีของเลือดไม่มีความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด
|