|
หัวข้อ: ทำไมต้องอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ เพราะวิชาวิทยาศาสตร์เรียนให้สนุกต้องมีอุปกรณ์ที่ดี หา เริ่มหัวข้อโดย: SEO.No1 ที่ ตุลาคม 07, 2018, 06:27:00 am ทำไมต้องสื่อการเรียนการสอน เพราะวิชาวิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยนี้ที่เทคโนโลยีต่างๆมีการเปลี่ยนอย่างเร็ว ได้แก่ พวกเราจะมองเห็นได้ว่าโทรศัพท์มือถือในทุกวันนี้มีฟังก์ชั่นใหม่ๆเก็บมาอยู่ในเครื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็นกล้อง, เครื่องวีดีโอเกมส์, ทีวี ไปจนถึงเป็นธนาคารให้เราสามารถทำธุรกรรมทางด้านการเงินได้ โดยที่เราไม่จำเป็นที่ต้องเสียเวลาไปที่แบงค์ การเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆกลุ่มนี้ ผู้ที่มีความรู้และมีความเข้าใจทางด้านวิทยาศาสตร์จะมีความรู้ถึงวิธีการที่เกี่ยวพันและรู้ถึงความเป็นไปรวมทั้งแนวโน้มของสิ่งที่จะเกิดขึ้นถัดไปได้ง่ายกว่า เหตุเพราะเทคโนโลยีนับว่าเป็นหนึ่งในวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ซึ่งเป็นการนำวิชาความรู้ฐานรากที่เราเรียนกันในวิชาวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนมาต่อยอดเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆออกมานั่นเอง
. (http://intereducation.co.th/th/wp-content/uploads/2018/06/Motic-D-EL4-BTU8-Blue-600x600.jpg) . อย่างไรก็แล้วแต่ การศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความแตกต่างที่เกิดจากการเรียนวิชาอื่นๆอยู่บ้าง ในแง่ที่ว่าการที่จะทำความเข้าใจแนวทางให้เข้าถึงแก่นที่แท้จริงนั้น นักเรียนจะต้องศึกษาเล่าเรียนสิ่งต่างๆเพิ่มเติมอีกไปที่เกิดขึ้นจากด้านการเรียนด้วยการฟังชี้แจงหรืออ่านหนังสือ โดยควรจะควรมีการทดลองปฏิบัติจริงด้วยตัวเอง จึงต้องใช้สื่อการเรียนการสอนเพื่อมองสิ่งที่เราอยากได้หาคำตอบจากการตั้งปัญหาหรือความพึงพอใจค้นคว้าข้อมูล แล้วจึงบันทึกแล้วก็สรุปผลการทดสอบออกมา . (http://intereducation.co.th/th/wp-content/uploads/2018/07/DSCN4247-600x684.jpg) . สำหรับการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ในช่วงนี้ โรงเรียนจำเป็นจะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องมือวิทยาศาสตร์ ที่จำเป็นต้องสำหรับกระทำทดสอบให้อาจารย์คุณครูและผู้เรียนได้ใช้งานอย่างครบถ้วน สิ่งถือเป็นสิ่งที่ควรได้รับการพัฒนาจากในอดีตที่เครื่องที่ใช้ในด้านที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ไม่มีความเพียงพอให้เด็กนักเรียนได้มีประสบการณ์ในการใช้อย่างทั่วถึง ทำให้เป็นข้อจำกัดสำหรับเพื่อการศึกษา เครื่องไม้เครื่องมือวิทยาศาสตร์รวมทั้งสื่อการเรียนการสอนจะทำการกระตุ้นให้การเรียนวิทยาศาสตร์มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและช่วยทำให้ผู้เรียนเห็นภาพจริงจากการลงมือปฏิบัติก่อให้เกิดความเข้าใจได้ง่าย เป็นพื้นฐานสำหรับเพื่อการต่อยอดการเรียนไปเป็นกรรมวิธีที่ไม่จบไม่สิ้นจากการถามหรือสมมติฐานแล้วทำการหาคำตอบด้วยตัวเอง . (http://intereducation.co.th/th/wp-content/uploads/2018/06/motic-sk-223-btu10.jpg) . การปรับใช้เครื่องใช้ไม้สอยวิทยาศาสตร์และเครื่องที่ใช้ในด้านที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ในการเรียนการสอน เช่น สื่อการเรียนการสอน หลักสูตรการศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ในตอนนี้ แบ่งสาระการเล่าเรียนรูออกเป็น 8 สาระ ตามหลักสูตรแกนกลางการเรียนขั้นต้น พ.ศ. 2551 (ฉบับเปลี่ยนแปลง พ.ศ.2560) อาทิเช่น สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ, สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ, สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกรวมทั้งอวกาศ, สาระที่ 4 ชีววิทยา, สาระที่ 5 เคมี, สาระที่ 6 ฟิสิกส์, สาระที่ 7 โลก ดาราศาสตร์, แล้วก็อวกาศ และสาระที่ 8 เทคโนโลยี ซึ่งในแต่ละสาระต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือวิทยาศาสตร์สำหรับเพื่อการสอนที่ต่างกันออกไป ตามแบบดังนี้ - วิทยาศาสตร์ชีวภาพและชีววิทยา: เป็นการเรียนรู้สิ่งมีชีวิตซึ่งจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมือที่ช่วยให้เห็นสิ่งที่ตาเปล่าไม่เห็น เช่น กล้องจุลทรรศน์รวมทั้งกล้องถ่ายรูปสเตอริโอ รวมทั้งใช้โมเดลแบบจำลองต่างๆเพื่อแสดงให้เด็กนักเรียนเห็นภาพ - วิทยาศาสตร์กายภาพและเคมี: เป็นการเรียนเกี่ยวกับสารแล้วก็คุณสมบัติต่างๆซึ่งการที่จะเรียนรู้สารแต่ละจำพวกจึงควรใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นสำหรับห้องปฏิบัติการเคมี ดังเช่น ตู้อบ, หม้อนึ่งความดันไอ, เครื่องปั่นแยก, เครื่องคนสารละลาย ไปจนถึงเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับวัดค่าต่างๆยกตัวอย่างเช่น pH meter, Refractometer ยิ่งกว่านั้นควรมีเครื่องไม้เครื่องมือทั่วไปที่ใช้สำหรับเพื่อการทำการทดลองรากฐาน เป็นต้นว่า เครื่องแก้ว, พลาสติก, กระเบื้อง, สารเคมี, ตาชั่ง ฯลฯ . (http://intereducation.co.th/th/wp-content/uploads/2018/07/FSCN4261-600x659.jpg) . - วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ, โลก ดาราศาสตร์ รวมทั้งอวกาศ: ในสาระนี้จะเป็นการศึกษาธรรมชาติทั้งด้านในและด้านนอกโลก ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อม, ธรณีวิทยา หรือดาราศาสตร์ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องมือวัดสำหรับเรียนรู้สภาพแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่น เครื่องตวงคุณภาพน้ำ, เครื่องทดสอบดิน, เครื่องวัดปริมาณน้ำฝน ฯลฯ ถ้าเกิดจะศึกษาวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตจากระยะไกล ดังเช่นว่า นก หรืออยู่ด้านนอกโลก ได้แก่ ดวงดาว ก็จำต้องใช้กล้องที่เอาไว้ส่องทางไกลหรือกล้องโทรทรรศน์ ในการเรียนในห้องเรียนสามารถใช้แบบอย่างหิน,แร่ หรือวัตถุ ไปจนถึงโมเดลแบบจำลองแสดงองค์ประกอบของโลก, ดวงดาว หรือปรากฎการณ์ต่างๆ - ฟิสิกส์: แบ่งออกเป็นหลายสาขาวิชา ได้แก่ ไฟฟ้า, อิเล็กทรอนิกส์, แม่เหล็กไฟฟ้า, แสง, กลศาสตร์, คลื่นรวมทั้งเสียง, อุณหวิชาพลศาสตร์, พลังงาน เป็นต้น ซึ่งการเล่าเรียนการสอนที่จะทำให้นักเรียนเข้าใจกฎหรือทฤษฎีต่างๆจะต้องอาศัยชุดแสดงสำหรับแสดงให้เห็นภาพ ยิ่งไปกว่านี้การคำนวณถือเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากในการศึกษาวิชาฟิสิกส์ ด้วยเหตุนี้เครื่องมือวัดค่าต่างๆอาทิเช่น มัลติมิเตอร์, เครื่องตวงแสง, เสียง และอื่นๆเป็นเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นในการวัดค่าตัวแปรที่พอใจ ซึ่งค่าที่ได้จำต้องนำไปคำนวณเพื่อหาความจำเป็นต่อไป . (http://intereducation.co.th/th/wp-content/uploads/2018/07/product657_product_image0_20170109055850.jpg) . - เทคโนโลยี: ตามหลักการในสาระวิชานี้ การที่จะเข้าใจหรือประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีคุณภาพ จะต้องมีทักษะทางด้านคณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ในการวางแบบหรือปรับปรุงในด้านของวิศวกรรม ซึ่งในตอนหลายปีก่อน การศึกษาที่เรียกว่าสะเต็มเรียน (STEM Education) เป็นการประสานการศึกษาแบบบูรณาการ 4 สาขาวิชา อย่างเช่น วิทยาศาสตร์ (Science), เทคโนโลยี (Technology), วิศวกรรม (Engineering) รวมทั้งคณิต (Mathematics) รวมกันเป็น STEM นั่นเอง ซึ่งในแวดวงเรียนรู้ระดับนานาชาติจัดว่า STEM เป็นวาระหลักในการศึกษาวิจัยรูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง การที่จะจัดการเรียนการสอนหรือกิจกรรมต่างๆตามทาง STEM จำเป็นอย่างยิ่งที่จำต้องให้เด็กนักเรียนได้มีการเรียนรู้แบบลงมือทำ (Hands-on) ด้วยการเริ่มต้นที่ปัญหาที่อยากได้แก้ไขหรือหัวข้อที่อยากได้ศึกษา แล้วให้ผู้เรียนคิดหาวิธีด้วยการใช้ศาสตร์ทั้ง 4 เพื่อหาผลสรุปออกมา การเรียนรู้ในรูปแบบนี้บางทีก็อาจจะให้นักเรียนคิดประดิษฐกรรมใหม่แบบง่ายๆขึ้นมาเอง หรืออาจจะใช้ชุดการทดลองแบบ Hands-on Lab ซึ่งควรจะมีการสร้างสิ่งของขึ้นมาเอง ยิ่งกว่านั้นสามารถใช้หุ่นยนต์ควบคุมด้วยโปรแกรมเพื่อให้นักศึกษาออกแบบหุ่นยนต์จากตัวต่อและเขียนคำบัญชาให้เอาอย่างที่อยากได้เพื่อขจัดปัญหาหรือทำตามเป้าหมายที่อยากได้ . ประโยชน์ที่ได้รับมาจากการมีเครื่องมือวิทยาศาสตร์และก็เครื่องที่ใช้ในด้านที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สำหรับเพื่อการเรียนการสอน การที่ผู้เรียนได้ได้โอกาสใช้เครื่องมือรวมทั้งเครื่องมือวิทยาศาสตร์หลายๆชนิดตั้งแต่ยังเด็ก จะก่อให้เกิดความคุ้นเคยและก็สามารถใช้งานได้ตามเป้าประสงค์ ซึ่งจะมีประโยชน์ถัดไปในวันข้างหน้าในขณะที่จะต้องใช้สำหรับการปฏิบัติงานจริง โดยสามารถใช้เครื่องใช้ไม้สอยและเครื่องมือได้อย่างมีคุณภาพ เนื่องจากวัสดุส่วนมากที่ใช้สำหรับในการทำการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ชอบมีฟังก์ชั่นการใช้แรงงานที่ต่างกันออกไป ไม่ใช่เพียงแค่เปิดสวิตช์แล้วใช้งานได้เลย จะต้องมีการตั้งค่าหรือสอบเทียบเคียงเพื่อมีความแม่นยำสูงที่สุด รวมถึงมีความรู้และความเข้าใจในการเลือกใช้วัสดุให้ถูกประเภทรวมทั้งมีความตระหนักถึงความปลอดภัยขณะที่ทำการค้นคว้าวิจัยทดสอบ . (http://intereducation.co.th/th/wp-content/uploads/2017/01/69e5b8475f637ea6b58ea0782df627d1.jpg) . สำหรับการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์นั้น เครื่องไม้เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเครื่องที่ใช้ในด้านที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์รวมถึงสื่อที่ใช้สำหรับประกอบการเรียนการสอนถือว่ามีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจรวมทั้งมีประสบการณ์สำหรับในการกระทำการทดลอง ไม่ว่าจะเป็นในโรงเรียนระดับใดก็ตามหรือแม้แต่การเล่าเรียนนอกเวลาเรียนได้ด้วยตัวเองที่บ้านโดยมีผู้ปกครองช่วยส่งเสริม ด้วยเหตุผลดังกล่าวผู้ที่เกี่ยวข้องควรจะเตรียมพร้อมสิ่งเหล่านี้ให้พร้อมใช้งานเมื่ออยากได้รวมทั้งติดตามข้อมูลความรู้ใหม่ๆเพื่อทราบถึงการพัฒนาของเครื่องมือและสื่อการเรียนต่างๆซึ่งมีความน่าจะเป็นไปได้ที่จะจำต้องนำมาดัดแปลงในอนาคต . สนใจอุปกรณ์วิทยาศาสตร์[/b] ติดต่อได้ที่นี่ Website เครื่องมือวิทยาศาสตร์ http://intereducation.co.th/th/ Tags : สื่อการเรียนการสอน
|