หัวข้อ: iPad Mini 4 ความทรงพลังในขนาดเล็ก เริ่มหัวข้อโดย: uchaiyawat ที่ ตุลาคม 26, 2018, 12:25:08 pm iPad Mini คือคำตอบของหลายคนที่ชอบใช้แท็บเล็ตที่มีขนาดเล็กแต่สมรรถนะดีในระบบ iOS จนกระทั่งปัจจุบันนี้ได้เดินทางมาถึงรุ่น iPad Mini 4 แล้ว ซึ่งฮิตในเมืองไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งวันนี้กระผมจะมาแนะนำถึงแท็บเล็ตจาก Apple รุ่นนี้กัน
แต่ก่อนอื่นเราจะมาแนะนำถึงเรื่องราวคร่าว ของ iPad และ ไอแพด มินิ ก่อนว่ามีที่มาที่ไปยังไงก่อนที่จะครองใจสาวก Apple ถึงเวลานี้ iPad คือแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ที่ดีไซน์และพัฒนาโดยบริษัท Apple โดยมีหน้าที่หลักในด้านสื่อผสม หนัง เพลง เกม อีบุ๊ก และท่องเว็บไซต์ iPad เปิดตัววางขายหนแรกในเดือนเมษายน 2010 สำหรับรุ่น Wi-Fi และในเดือนเมษายน 2010 สำหรับรุ่น Wi-Fi พร้อม 3G ซึ่ง iPad สามารถทำยอดจำหน่ายได้ถึง 3 ล้านเครื่องในช่วงเวลาเพียง 80 วัน ประเด็นสำคัญคือมาพร้อมด้วยเทคโนโลยี Multi Touch สามารถเล่นวิดีโอ, ฟังเพลง, ดูรูปถ่ายและเล่นอินเทอร์เน็ตได้ หน้าจอขนาด 9.7 นิ้ว มีความละเอียด 768 x 1024 พิกเซล หนา 0.5 นิ้ว ใช้ซีพียู Apple A4 ที่พัฒนาขึ้นเองโดยบริษัท Apple ซึ่งต่อจากนั้น iPad ก็ทยอยออกรุ่นใหม่ ๆ ตามมาอย่างไม่ว่างเว้น ตัวอย่างเช่น iPad2 ได้รับการพัฒนาขึ้นให้มีขนาดบางลง น้ำหนักเบาขึ้น และเพิ่มกล้องถ่ายรูปหลังอีกด้วย แต่ว่าขนาดหน้าจอ 9.7 นิ้วคงเดิม The New iPad ได้ทำการปฏิรูปในหลายๆ ด้าน อาทิ เพิ่มความไวซีพียู ปรับความละเอียดของกล้อง เพิ่มความละเอียดหน้าจอเพิ่มขึ้น (2048 x 1536 พิกเซล) แต่ว่าหน้าตาภายนอกยังเหมือนกัน iPad2 iPad with Ratina Display เป็นรุ่นที่ทำการพัฒนาขึ้นมาจาก The New iPad โดยพัฒนาซีพียูให้ล้ำหน้า พร้อมด้วยปรับปรุงสเปคบางส่วนอาทิ กล้องข้างหน้าละเอียดขึ้น เปลี่ยนแปลงพอร์ตการเชื่อมต่อ จาก 30 pin adapter เป็น Lightning Port ถึงกระนั้นที่เป็นที่พึงพอใจและตอบโจทย์ของคนที่ไม่ชอบพกพาหน้าจอใหญ่ ๆ ก็คือ iPad mini ซึ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2012 มีจอขนาด 7.9 นิ้ว ความละเอียด 1024 x 768 พิกเซล (163 ppi)น้ำหนัก 308 กรัม สำหรับรุ่น Wi-Fi และน้ำหนัก 312 กรัม สำหรับรุ่น Wi-Fi + Cellular ระบบประมวลผลแบบ Dual-core processor (Apple A5 chipset) ซึ่งเป็นซีพียูอันเดียวกับ iPad 2 กล้องข้างหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซลและบันทึกวิดีโอระดับ 1080p ด้านกล้องถ่ายภาพหน้ามีความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล มีระบบปรับความสว่างและโฟกัสโดยอัตโนมัติ และยังรองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ 4G LTE วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2012 ซึ่งวันนี้ iPad mini ได้เดินทางมาถึงรุ่นที่ 4 ถึงจะเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2015 แต่ก็ยังไม่มีรุ่นใหม่ของกลุ่ม Mini มาทดแทน โดยสเปคเบื้องต้นของ ไอแพด มินิ 4 มีเช่นนี้ - ขนาด 134.8x203.2x6.1 มม. - น้ำหนัก 298.8 กรัม - หน้าจอกว้าง 7.9 นิ้ว ความละเอียด 2040x1536 พิกเซล (326 ppi) - ตัวเครื่องใช้เครื่องไม้เครื่องมือชนิด อะลูมิเนียม แบบ Unibody - กระจกหน้าจอใช้เทคโนโลยี Oleophobic Coating เคลือบป้องกันลายนิ้วมือ - ชิปประมวลผล Apple A8 (64 bit) กับชิป M8 motion coprocessor - กล้องดิจิทัลข้างหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล - กล้องถ่ายรูปดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล - รองรับ FaceTime HD - รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ 1080p - มาพร้อมระบบ Touch ID หลายคนคงมีคำถามว่า ไอแพด มินิ 4 ควรครอบครองหรือเปล่ากระผมจึงประมวล จุดแข็ง และ ข้อเสีย มาให้พิจารณากันดังนี้ จุดดี 1. คุณภาพจอยอดเยี่ยม ภายหลังถูกผู้ชำนาญพิเศษวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดว่าหน้าจอของ iPad Mini 1-2-3 นั้นมีคุณลักษณะไม่เหมาะกับความเป็น Apple เนื่องมาจากสามารถโชว์สีได้แค่ 62% ของขอบข่ายสี sRGB แถมยังสะท้อนแสงเยอะ ในที่สุด Apple ก็อัพเกรดหน้าจอให้ iPad Mini 4 สามารถโชว์สีสันได้ถูกต้องและโชว์ได้ถึง 101% ของขอบข่ายสี sRGB เลยเชียว แถมมีอัตราการสะท้อนแสงเพียง 2%
iPad Mini 4 มีน้ำหนักราวๆ 3 ขีดเท่านั้น ซึ่งเบากว่า iPad Mini 2 ประมาณ 30 กรัม ทำให้ความรู้สึกในการ จับถือง่าย ยิ่งไปกว่านี้ iPad Mini 4 ยังslimเพียง 6.1 มม.
มีความสามารถแบ่งแยกครึ่งหน้าจอที่มาใน iOS9 สำหรับทำงาน 2 แอปในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะต้องใช้เครื่องมือที่มี Ram 2 GB ขึ้นไป ข้อบกพร่อง 1. ใช้ร่วมกับเคสแต่ก่อนไม่ได้ iPad Mini 4 ไม่ได้บางลงอย่างเดียว พื้นที่ข้างหน้าก็มากกว่า iPad Mini รุ่นอื่น โดยสูงกว่ารุ่นเดิมราวๆ 3 มม. ทำให้ใช้ Smart Cover ของ iPad Mini รุ่นเดิมไม่ได้ ตัวเครื่องบางลงมากก็ใช้เคสของ iPad Mini เดิมไม่ได้อีกเช่นเดียวกัน
iPad Mini 4 พลังไม่เท่า iPhone 6s ที่ใช้ชิป A9 เพราะ iPad Mini 4 ใช้หน่วยประมวลผลเป็น Apple A8 พี่น้อง เดียวกับที่ใช้ใน iPhone 6 อย่างไรก็ตามก็มีทดลองแล้วรวดเร็วกว่าชิปใน iPhone 6 อยู่โดยประมาณ 10% เพราะว่าดำเนินการที่ความถี่สูงกว่า ทุกวันนี้ iPad Mini 4 มูลค่าอยู่ที่ 14,900 บาท ในรุ่น Wi-Fi และ 19,900 บาท ในรุ่น Wi-Fi+ Cellular บนความจุ 128 GB ท่านใดสนใจก็ไปมองหาซื้อกันที่ตัวแทนจำหน่ายต่างๆ ได้ขอรับ Tags : iPad,ipad ราคา,ipad 2017 สเปค
|