|
หัวข้อ: กฎเหณฑ์การับบุตรบุญธรรมตามกฎหมายเป็นอย่างไร เริ่มหัวข้อโดย: saibennn9 ที่ ธันวาคม 08, 2018, 10:45:07 pm บุตรบุญธรรม
บุตรบุญธรรมนั้น คือการรับบุตรของบุคคลอื่นเป็นบุตรของท่าน โดยการจดทะเบียนรับเป็นบุตร ซึ่งการรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎข้อบังคับ ข้อบังคับของผู้จะรับบุตรบุญธรรม ๑. เป็นผู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปี ๒. ต้องมีอายุแก่กว่าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อยสิบห้าปี ๓. ถ้ามีคู่สมรสอยู่ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน ในกรณีที่คู่สมรสไม่อาจให้ความยินยอมได้หรือไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่และหาตัวไม่พบเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ต้องร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่ง อนุญาตแทนการให้ความยินยอมของคู่สมรสนั้นทนายความเชียงใหม่ คุณสมบัติของผู้จะเป็นบุตรบุญธรรม ๑.ผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปี ผู้นั้นต้องให้ความยินยอมด้วย ๒.คนจะเป็นบุตรบุญธรรมที่เป็นผู้เยาว์ จะต้องได้รับความยินยอมของบิดาและมารดาของผู้จะเป็นบุตรบุญธรรม ๓. ถ้ามีคู่สมรสอยู่ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน ในกรณีที่คู่สมรสไม่อาจให้ความยินยอมได้หรือไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่และหาตัวไม่พบเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ต้องร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่ง อนุญาตแทนการให้ความยินยอมของคู่สมรสนั้น ๔.ผู้เยาว์ที่เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลใดอยู่จะเป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นอีกในขณะเดียวกันไม่ได้ เว้นแต่เป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรมทนายความเชียงใหม่ สิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรม ๑. บุตรบุญธรรมย่อมมีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้น แต่ไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวที่ได้กำเนิดมา ในกรณีเช่นนี้ ให้บิดามารดาโดยกำเนิดหมดอำนาจปกครองนับแต่วันเวลาที่เด็กเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว ๒. การรับบุตรบุญธรรมไม่ก่อให้เกิดสิทธิรับมรดกของบุตรบุญธรรมในฐานะทายาทโดยธรรมเพราะเหตุการณ์รับบุตรบุญธรรมนั้น ทนายเชียงใหม่ การเลิกกันของการรับบุตรบุญธรรม ๑. ผู้รับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมจะสมรสกันไม่ได้ (การรับบุตรบุญธรรมย่อมเป็นอันยกเลิกเมื่อมีการสมรส) ๒. ถ้าบุตรบุญธรรมบรรลุนิติภาวะแล้วจะเลิกโดยความตกลงกันในระหว่างผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมเมื่อใดก็ได้ ถ้าบุตรบุญธรรมยังไม่บรรลุนิติภาวะ การเลิกรับบุตรบุญธรรมจะทำได้ต่อเมื่อได้รับ ความยินยอมของบิดาและมารดา ๓. ฟ้องเลิกการรับบุตรบุญธรรม โดยมีเหตุดังต่อไปนี้ ๓.๑ ฝ่ายหนึ่งทำการชั่วร้ายไม่ว่าจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ เป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง หรือถูกเกลียดชัง หรือได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควรอีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้ ๓.๒ ฝ่ายหนึ่งหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่งอันเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้ ถ้าบุตรบุญธรรมกระทำการดังกล่าวต่อคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม ให้ผู้รับบุตรบุญธรรมฟ้องเลิกได้ ๓.๓ ฝ่ายหนึ่งกระทำการประทุษร้ายอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีหรือคู่สมรสของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจอย่างร้ายแรงและการกระทำนั้นเป็นความผิดที่มีโทษอาญา อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้ ๓.๔ ฝ่ายหนึ่งไม่อุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่ง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องเลิกได้ ๓.๕ ฝ่ายหนึ่งจงใจละทิ้งอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องเลิกได้ ๓.๖ ฝ่ายหนึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเกินสามปี เว้นแต่ความผิดที่กระทำโดยประมาท อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้ ๓.๗ ผู้รับบุตรบุญธรรมทำผิดหน้าที่บิดามารดา เป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อบุตรบุญธรรม บุตรบุญธรรมฟ้องเลิกได้ ๓.๘ ผู้รับบุตรบุญธรรมผู้ใดถูกถอนอำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมด และเหตุที่ถูกถอนอำนาจปกครองนั้นมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่า ผู้นั้นไม่สมควรเป็นผู้รับบุตรบุญธรรมต่อไปบุตรบุญธรรมฟ้องเลิกได้ทนายความเชียงใหม่ เครดิต : https://www.นพนภัสทนายความเชียงใหม่.com/ Tags : ทนายความเชียงใหม่ หัวข้อ: Re: กฎเหณฑ์การับบุตรบุญธรรมตามกฎหมายเป็นอย่างไร เริ่มหัวข้อโดย: saibennn9 ที่ มกราคม 29, 2019, 09:42:40 am ขอบคุณครับ
|