|
หัวข้อ: สมุนไพร ดาวอินคา เริ่มหัวข้อโดย: Narongrit999 ที่ ธันวาคม 14, 2018, 02:02:24 pm (https://static1-velaeasy.readyplanet.com/www.disthai.com/images/content/original-1542265195435.jpg)
ดาวอินคา ชื่อสมุนไพร ดาวอินคา ชื่ออื่นๆ ถั่วดาวอินคา ชื่อวิทยาศาสตร์ Plukenetia volubilis. ชื่อสามัญ sacha inchi, sacha mani , Inca peanut. วงศ์ Euphorbiaceae ถิ่นกำเนิด ดาวอินคาติดอยู่ เป็นพืชตระกูล Euphorbiaceae เหมือนกันกับ ยางพารา สบู่ดำ หรือมันสำปะหลัง นับเป็นพืชเฉพาะถิ่นชนิดหนึ่ง มีถิ่นกําเนิดจากบริเวณลุ่มแม่น้ําอเมชอน ในประเทศประเทศเปรู ทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งมนุษย์รู้จักประยุกต์ใช้ผลดีตั้งแต่สมัยอินติดอยู่ หรือในตอนปี ค.ศ. 1438-1533 และสืบทอดมากันมาสู่ชาวพื้นเมืองมาจนถึงเดี๋ยวนี้ ซึ่งมีการนำดาวอินค้างมาใช้ประโยชน์หลากหลาย ดังนี้ จากต้นตอ รวมทั้งประวัติที่ชาวอินคานำมาใช้ประโยชน์ ประเทศไทยก็เลยเรียกพืชชนิดนี้ว่า ถั่วดาวอินค้าง ในปัจจุบันก็มีการเพาะปลูกดาวอินคาในแถบทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วก็มีการนำดาวอินค้างมาดัดแปลง เป็นต้นว่า น้ำมันดาวอินคาที่ได้จากการสกัด ถั่วดาวอินคาอบเกลือ หรือถั่วดาวอินติดอยู่คั่ว สำหรับในประเทศไทยได้มีบริษัทเอกชนนำดาวอินติดอยู่เข้ามาผลักดันการปลูกหนแรก เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเริ่มที่จังหวัดหนองคายเพราะว่ามีความคิดเห็นว่ามีที่ตั้งภูมิศาสตร์เส้นทางคมนาคมที่เหมาะสม และสามารถเชื่อมโยงไปสู่กรุ๊ปประเทศอินโดจีนได้จนถึงมีการปลูกอย่างแพร่หลายในหลายพื้นที่ในตอนนี้ ลักษณะทั่วไป ดาวอินค้างจัดเป็นไม้เลื้อยเนื่องจากมีลำต้นเป็นไม้เลื้อยที่แก่นาน 10-50 ปี ลำต้นแตกกิ่งเป็นเถาเลื้อยได้ยาวมากว่า 2 เมตร เถาอ่อนมีสีเขียว เถาแก่หรือโคนเถามีสีน้ำตาล แก่นเถาแข็ง รวมทั้งเหนียว ใบของถั่วดาวอินติดอยู่เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ แตกใบเป็นใบผู้เดียว เรียงสลับเยื้องกันตามความยาวของเถา ใบมีรูปหัวใจ โคนใบกว้าง แล้วก็เว้าตรงกลางเป็นฐานหัวใจ ส่วนปลายใบแหลม แผ่นใบมีสีเขียวสด แล้วก็มีร่องตื้นๆตามเส้นแขนงใบ ส่วนขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย มีก้านใบยาวประมาณ 2-4 ซม. ส่วนแผ่นใบกว้างราวๆ 8-10 ซม. ยาวโดยประมาณ 12-18 เซนติเมตร ดอกเป็นช่อตามซอกใบบนเถา แต่ละช่อมีดอกขนาดเล็กจำนวนหลายชิ้น ดอกมีลักษณะทรงกลม สีเขียวอมเหลือง เป็นดอกประเภทแยกเพส แม้กระนั้นรวมอยู่ในช่อดอก แล้วก็ต้นเดียวกัน โดยดอกเพสภรรยาจะอยู่บริเวณโคนช่อดอก 2-4 ดอก ส่วนดอกเพศผู้มีหลายชิ้นถัดจากดอกเพศเมียมาจนถึงปลายช่อดอก ดังนี้ ถั่วดาวอินค้างจะติดดอกทีแรกเมื่ออายุราว 5 เดือน ข้างหลังเมล็ดผลิออกรวมทั้งผลจะแก่ที่พร้อมเก็บได้ราวอีก 3-4 เดือน ข้างหลังออกดอกผลเรียกเป็นฝัก มีลักษณะเป็นแคปซูลที่แบ่งได้พูๆหรือแฉก 4-7 พูขนาดฝักกว้าง 3-5 ซม. เปลือกผลอ่อนมีสีเขียวสด รวมทั้งมีประสีขาวกระจัดกระจายทั่ว และหลังจากนั้นก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีดำเมื่อสุก แล้วก็แก่กระทั่งแห้งเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล พร้อมกับเปลือกปริแตกจนกระทั่งเห็นเมล็ดภายใน เม็ดดาวอินติดอยู่ใน 1 ผลหรือฝัก จะมีจำนวนเม็ดตามพูหรือแฉก อาทิเช่น ฝักมี 5 พู ก็จะมี 5 เมล็ด แม้มี 7 พู ก็จะมี 7 เมล็ด โดยเม็ดจะแทรกอยู่ในแต่ละพูในแนวตั้งเม็ดมีรูปทรงกลม แล้วก็แบน ขอบเมล็ดบางแหลมกึ่งกลางเม็ดนูนเด่น ขนาดเม็ดกว้าง 1.5-2.0 เซนติเมตร ยาว1.8-2.2 ซม. น้ำหนักเมล็ดเฉลี่ย 1.5 กรัม/เมล็ด เปลือกเม็ดเป็นแผ่นบาง มีสีน้ำตาลอมดำ ต่อมาจากเปลือกเป็นเนื้อเม็ดที่มีสีขาว เนื้อเมล็ดเมื่อคั่วสุกจะกรอบ รวมทั้งมีรสมันอร่อย มีน้ำมันจำนวนมาก การขยายพันธุ์ ดาวอินค้างสามารเติบโตก้าวหน้าในลักษณะอากาศอุ่น ที่อุณหภูมิ 10-36 องศาเซลเซียสที่มีความสูงตั้งแต่100-2000 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งสามารถปลุกได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ในการขยายพันธุ์สามารถเพาะพันธุ์โดยเมล็ด โดยการนำเม็ดที่แก่แล้วมาเพาะในถุงสีดำ เมื่อต้นสูงราว 30 ซม. จึงย้ายปลูกหรือหยอดเม็ดในหลุมปลูกเลยก็ได้ ระยะปลูก 2 x 3 ถึง 2 x 4 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ จะปลูกได้ 200 – 300 ต้น เป็นพืชที่ไม่ชอบน้ำขังเฉอะแฉะในพื้นที่ต่ำควรยกร่อง ทำค้างสำหรับให้ต้นเลื้อยพัน โดยใช้วัสดุในพื้นที่ ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมักใช้ท่อพีวีซีเป็นเสาหลักแล้วก็ใช้สายโทรศัพท์เก่ากางระหว่างเสาเป็นค้างสำหรับให้ยอดเลื้อยพัน ส่วนปุ๋ยที่ใช้ควรจะเป็นปุ๋ยอินทรีย์ โดยปกติดาวอินคาสามารถให้ผลผลิต 600 – 800 กิโลต่อไร่แล้วก็ได้ผลผลิตนาน 15 – 50 ปี อย่างยิ่งจริงๆ รวมทั้งน้ำมัน (35-60%) โดยมีกรดไขมันจำพวก omega-3 ดังเช่นlinolenic acid ราว 45-53% (12.8–16.0 g/100 g seed) , omega-6 ดังเช่น linoleic acid ประมาณ 34-39% (12.4–14.1 g/100 g seed) และก็ omega-9 ราว 6-10% ของไขมันทั้งปวง อัตราส่วนของ omega-6 /omega-3 อยู่ในช่วง 0.83–1.09 ยิ่งไปกว่านี้มี phytosterols เป็นต้นว่า beta-sitosterol รวมทั้งstigmasterol สารที่มีฤทธิ์ต้านทานออกซิเดชันอย่างเช่น วิตามินอีในรูป tocopherols สารกรุ๊ปฟีโนลิก แล้วก็แคโรทีนอยด์ รวมถึงกรดอะมิโยหลายอย่างตัวอย่างเช่น สิสเตอีน (cysteine) ไทโรซีน (tyrosine) ทรีโอนีน (threonine) แล้วก็ทริปโตเฟน (tryptophan) ส่วนคุณค่าทางโภชนาการของเมล็ดดาวอินคา (คั่วเกลือจำนวน 100 กรัม) พลังงาน 607 กิโลแคลอรี โปรตีน 32.14 กรัม ไขมันทั้งหมด 46.43 กรัม คาร์โบไฮเดรต 17.86 กรัม น้ำตาล 3.57 กรัมแคลเซียม 143 มก. ธาตุเหล็ก 4.59 มก. โซเดียม 643 มิลลิกรัม คุณประโยชน์/สรรพคุณ เมล็ดดาวอินคาสามารถใช้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารกินเล่น ยกตัวอย่างเช่น ถั่วคั่วเกลือ ถั่วทอด หรือ นำมาดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ของกิน เป็นต้นว่า ซอส ซีอิ้วเต้าเจี้ยว รวมทั้งดัดแปลงเป็นแป้ง ดาวอินติดอยู่สำหรับใช้ทำกับข้าวรวมทั้งทำขนมหวาน ในปัจจุบันนิยมนำเมล็ดดาวอินคานำมาสกัดน้ำมัน ซึ่งนำไปใช้ผลดีในหลายด้าน ตัวอย่างเช่น ใช้เป็นน้ำมันรับประทานเพื่อเป็นอาหารเสริมให้แก่ร่างกาย โดยมักผลิตในรูปบรรจุขวดหรือใส่แคปซูลพร้อมรับประทาน ใช้เป็นน้ำมันทอดหรือปรุงอาหาร ใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องแต่งตัว ยกตัวอย่างเช่น โฟมสำหรับล้างหน้า สบู่ น้ำหอม แล้วก็ครีมที่เอาไว้ดูแลผิว น้ำมันที่สกัดได้ใช้สำหรับทานวดแก้ปวดเมื่อย รวมทั้งใช้ชโลมผมให้ดกดำ รวมทั้งจัดทรงง่าย ส่วน คุณประโยชน์ของดาวอินค้าง มีดังนี้ สารสำคัญที่พบในเมล็ดดาวอินคา ยกตัวอย่างเช่นกรดไขมันโดยเฉพาะ omega-3 รวมทั้ง phytosterols นั้นมีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในเลือดยิ่งไปกว่านี้สารต้านขบวนการออกซิเดชัน เช่น tocopherols สารกลุ่มฟีโนลิก รวมทั้งแคโรทีนอยด์ สามารถต่อต้านอนุมูลอิสระและป้องกันการออกสิเดชันของไขมัน ก็เลยสามารถช่วย ลดไขมันในเลือด และก็ปกป้องโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ แล้วก็กรดไขมันโอเมก้า 3 ในดาวอินคายังมีสรรพคุณช่วยทำให้ร่างกายซึมซับแคลเซียมมาบำรุขี้ตระหนี่รอบเดือนกก้าวหน้าขึ้น ทั้งยังช่วยรักษาความแข็งแรงของเยื่อห่อเซลล์ ลดการอักเสบของหลอดเลือด แล้วก็ลดการเสี่ยงโรคไขข้อได้อีกด้วย ทั้งในดาวอินคายังอุสูดดมไปด้วยวิตามินอี และก็วิตามินเอที่ช่วยบำรุงสุขภาพผิวแล้วก็ผมช่วยปกป้องสารต้านอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุของการอักเสบ ช่วยลดริ้วรอย และก็ช่วยบำรุงรักษาผิวให้ชุ่มชื้น นอกเหนือจากนี้ยังช่วยคุ้มครองปกป้องโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (cardiovascular disease) ต่อต้าน rheumatiod arthritis มะเร็ง รวมทั้งป้องกันเชื้อไวรัส โทวัวฟีรอคอยล (tocopherols) ไฟโตสเตอรอคอยล (phytosterol) สารโทวัวฟีรอคอยลแล้วก็ฟลาโวนอยด์จากถั่วดาวอินค้างช่วยลดการเสี่ยงต่อโรคหัวใจและก็โรคมะเร็ง สารประกอบฟีนอลิก (phenolic compounds) แล้วก็สารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ในส่วนของเปลือกรวมทั้งเมล็ดเจอกรดไขมันอิ่มตัวที่มีคุณลักษณะ anti-antherogenic, anti-thrombogenic รวมทั้ง hypercholesterolemic effect รวมทั้งยังช่วย ช่วยคุ้มครองปกป้องการแข็งตัวของเลือด คุ้มครองโรคความดันเลือดสูง ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และก็ป้องกันเบาหวาน กระตุ้นความจำช่วยส่งเสริมวิวัฒนาการของสมองคุ้มครองปกป้องโรคสมองเสื่อม ควบคุมความดันในดวงตา และเส้นเลือด แบบอย่าง/ขนาดการใช้ ในขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดแบบ / ขนาดการใช้หรือขนาดกินดาวอินคาอย่างแน่ชัด โดยบางงานศึกษาเรียนรู้ระบุว่า เมล็ดดาวอินค้างกินไม่ได้ เนื่องจากมีสารกลุ่มที่ยับยั้งกานทำงานของเอ็นไซม์ทริปสิน (trypsin inhibitor) แต่สามารถเอามาหีบเอาน้ำมันมาใช้รับประทานเพื่อได้ประโยชน์จากน้ำมันดาวอินคาและบางการวิจัยระบุว่าเมล็ดดาวอินค้างสามารถกินได้เมื่อทำให้สุกแล้ว แต่แม้กระนั้นถ้าอยากกินเพื่อปกป้องรวมทั้งเยียวยารักษาโรคควรจะหารือแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก็จะเป็นการดีที่สุด การศึกษาเล่าเรียนทางเภสัชวิทยา ที่ผ่านมามีการค้นคว้าทางคลินิกที่ศึกษาถึงผลของน้ำมันดาวอินคา ว่ามีคุณลักษณะที่สามารถน้ามาใช้แทนโอเมก้า-3 ที่มีอยู่ในน้้ามันปลาได้หรือไม่ โดยมีงานค้นคว้าที่เล่าเรียนผลของน้ำมันจากดาวอินติดอยู่ต่อการลดระดับไขมันในเลือด ทดสอบในคนป่วยที่มีปัญหาคลอเรสเตอรอลในเลือดสูง โดยให้รับประทานน้ำมันที่สกัดจากดาวอินคา 5 หรือ10 มิลลิลิตรเป็นระยะเวลา 4 เดือน พบว่าอีกทั้ง 2 กลุ่มมีผลคลอ-เรสเตอคอยลทั้งผองและก็ไขมันที่ไม่จ้าเป็นในเลือดน้อยลง และเพิ่มระดับไขมันเอชดีแอล แสดงให้เห็นถึงว่ากรดไขมันโอเมก้า-3 ที่อยู่ในดาวอินค้างออกฤทธิ์คล้ายกับกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่สกัดออกมาได้จากน้ำมันปลา การเรียนทางพิษวิทยา สำหรับความปลอดภัยสำหรับในการกินน้ำมันดาวอินคา ได้มีงานวิจัย ให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบอายุระหว่าง 25-55 ปีจ้านวน 30 คน เป็นเพศชาย 13 คน แล้วก็เพศหญิง 17 คน กินน้ำมันดาวอินติดอยู่ วันละ 10-15 มิลลิลิตร โดยเปรียบเทียบกับน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวันปริมาณเท่ากัน ช่วงเช้า เป็นระยะเวลา 4 เดือน พบว่าผลกระทบที่เจอเป็นหลักในกรุ๊ปที่กินน้ำมันดาวอินค้าง ได้แก่อาการคลื่นไส้ เรอ ส่วนอาการอื่นๆที่พบบ้าง ดังเช่น ร้อนวูบวาบ ปวดศีรษะ ปวดท้อง ท้องผูก ส่วนผลข้างเคียงที่เจอเป็นหลักในกรุ๊ปที่กินน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน เป็นต้นว่าอ้วกท้องเฟ้อ ส่วนอาการอื่นๆที่พบบ้าง ตัวอย่างเช่น ปวดท้อง ในส่วนของค่า หลักการทำงานของตับยกตัวอย่างเช่น AST (Aspartate transaminase), ALT (Alanine Aminotransferase), GGT (Gammaglutamyl transferase), Alkaline Phosphatase, Total Bilirubin, Albumin, Total protein ค่าการท้างานของไต เป็นต้นว่า Creatinine ค่าการอักเสบ อย่างเช่น CRP แล้วก็ค่ากรดยูริค(Uric acid) ทั้งปวงนี้ไม่พบว่ามีความผิดปกติ คำแนะนำ / สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวัง 1. เหตุเพราะยังไม่มีการกำหนดขนาดการใช้ดาวอินคาอย่างแน่ชัด ด้วยเหตุนั้นในการใช้ปกป้องหรือบำบัดรักษาโรค ควรขอคำแนะนำแพทย์หรือผู้ชำนาญ 2. ไม่สมควรใช้ติดต่อกันในปริมาณมากลเป็นระยะเวลานานเพราะอาจส่งผลต่อระบบต่างๆในร่างกาย 3. สำหรับเพื่อการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดัดแปลงของดาวอินค้าง ควรเลือดผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและก็ได้รับการรับรองจากหน่วยงานอาหารแล้วก็ยา เอกสารอ้างอิง
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : คาวอินคา Tags : ดาวอินคา
|