|
หัวข้อ: ทำไมต้องเครื่องมือวิทยาศาสตร์ เพราะวิชาวิทยาศาสตร์เรียนให้สนุกต้องมีอุปกรณ์ที่ดี เริ่มหัวข้อโดย: SEO.No1 ที่ ธันวาคม 18, 2018, 10:46:11 am ทำไมต้องสื่อการเรียนการสอน เพราะวิชาวิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่เทคโนโลยีต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เป็นต้นว่า พวกเราจะมองเห็นได้ว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ในตอนนี้มีฟังก์ชั่นใหม่ๆรวบรวมมาอยู่ในเครื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็นกล้องที่เอาไว้สำหรับถ่ายภาพ, เครื่องเล่นเกมส์, ทีวี ไปจนกระทั่งเป็นธนาคารให้พวกเราสามารถทำธุรกรรมด้านการเงินได้ โดยที่เราไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเวลาไปที่แบงค์ การเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆเหล่านี้ ผู้ที่มีความรู้และความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์จะมีความรู้ความเข้าใจถึงหลักการที่เกี่ยวพันและทราบถึงความเป็นไปรวมถึงแนวโน้มของสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ง่ายยิ่งกว่า เนื่องมาจากเทคโนโลยีถือเป็นหนึ่งในวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ซึ่งเป็นการนำวิชาความรู้เบื้องต้นที่เราเรียนกันในวิชาวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนมาต่อยอดเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆออกมานั่นเอง
. (http://intereducation.co.th/th/wp-content/uploads/2018/06/Motic-D-EL4-BTU8-Blue-600x600.jpg) . อย่างไรก็ดี การเล่าเรียนวิชาวิทยาศาสตร์อาจจะมีความต่างที่เกิดขึ้นจากด้านการเรียนวิชาอื่นๆอยู่บ้าง ในแง่ว่าการที่จะทำความเข้าใจแนวทางให้เข้าถึงแก่นที่จริงจริงนั้น เด็กนักเรียนต้องเล่าเรียนสิ่งต่างๆเพิ่มอีกไปจากการเรียนด้วยการฟังนำเสนอหรืออ่านหนังสือ โดยน่าจะควรมีการทดลองปฏิบัติจริงด้วยตัวเอง จึงต้องใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์เพื่อมองสิ่งที่พวกเราต้องการหาคำตอบจากการตั้งข้อสงสัยหรือความพึงพอใจค้นคว้าข้อมูล แล้วจึงบันทึกและก็สรุปผลการทดสอบออกมา . (http://intereducation.co.th/th/wp-content/uploads/2018/07/DSCN4247-600x684.jpg) . สำหรับการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ในยุคสมัยนี้ โรงเรียนจำเป็นจะต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ที่จำเป็นสำหรับทำทดลองให้อีกทั้งคุณครูคุณครูแล้วก็เด็กนักเรียนได้ใช้งานอย่างครบถ้วน สิ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ควรได้รับการพัฒนาจากในสมัยก่อนที่เครื่องมือวิทยาศาสตร์ไม่มีความพอเหมาะให้ผู้เรียนได้มีประสบการณ์สำหรับเพื่อการใช้อย่างทั่วถึง ทำให้เป็นข้อกำหนดสำหรับในการทำความเข้าใจ เครื่องมือวิทยาศาสตร์รวมทั้งซีเอไอจะกระตุ้นให้การเรียนวิทยาศาสตร์มีความน่าสนใจเยอะขึ้นเรื่อยๆและช่วยทำให้ผู้เรียนเห็นภาพจริงจากการลงมือปฏิบัติกระตุ้นให้เกิดความรู้ความเข้าใจได้ง่าย เป็นพื้นฐานสำหรับการต่อยอดการเรียนรู้ไปเป็นวิธีการที่ไม่สิ้นสุดจากการตั้งข้อซักถามหรือสมมติฐานแล้วกระทำการหาคำตอบด้วยตัวเอง . (http://intereducation.co.th/th/wp-content/uploads/2018/06/motic-sk-223-btu10.jpg) . การปรับใช้อุปกรณ์วิทยาศาสตร์รวมทั้งเครื่องมือวิทยาศาสตร์สำหรับในการเรียนการสอน เช่น สื่อการเรียนการสอน หลักสูตรการศึกษาเล่าเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ในขณะนี้ แบ่งสาระการเรียนรูออกเป็น 8 สาระ ตามหลักสูตรศูนย์กลางการเรียนขั้นต้น พุทธศักราช 2551 (ฉบับแก้ไข พุทธศักราช2560) อาทิเช่น สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ, สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ, สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกแล้วก็อวกาศ, สาระที่ 4 ชีววิทยา, สาระที่ 5 เคมี, สาระที่ 6 ฟิสิกส์, สาระที่ 7 โลก ดาราศาสตร์, และอวกาศ และสาระที่ 8 เทคโนโลยี ซึ่งในแต่ละสาระจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์วิทยาศาสตร์สำหรับในการสอนที่ต่างกันออกไป ตามแบบดังต่อไปนี้ - วิทยาศาสตร์ชีวภาพและก็ชีววิทยา: เป็นการเรียนรู้สิ่งมีชีวิตซึ่งจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่ช่วยทำให้เห็นสิ่งที่ตาเปล่าไม่เห็น ตัวอย่างเช่น กล้องจุลทรรศน์แล้วก็กล้องถ่ายภาพสเตอริโอ รวมถึงใช้โมเดลแบบจำลองต่างๆเพื่อแสดงให้นักเรียนเห็นภาพ - วิทยาศาสตร์กายภาพแล้วก็เคมี: เป็นการเรียนเกี่ยวกับสารและคุณลักษณะต่างๆซึ่งการที่จะเรียนสารแต่ละจำพวกจำเป็นต้องใช้เครื่องที่ใช้ในด้านที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ที่ต้องสำหรับห้องปฏิบัติการเคมี ยกตัวอย่างเช่น ตู้อบ, หม้อนึ่งความดันไอ, เครื่องปั่นแยก, เครื่องคนสารละลาย ไปจนกระทั่งวัสดุสำหรับวัดค่าต่างๆยกตัวอย่างเช่น pH meter, Refractometer ยิ่งกว่านั้นควรมีวัสดุอุปกรณ์ทั่วไปที่ใช้ทำการทดสอบรากฐาน ดังเช่น เครื่องแก้ว, พลาสติก, กระเบื้อง, สารเคมี, เครื่องชั่ง ฯลฯ . (http://intereducation.co.th/th/wp-content/uploads/2018/07/FSCN4261-600x659.jpg) . - วิทยาศาสตร์โลกและก็อวกาศ, โลก ดาราศาสตร์ และก็อวกาศ: ในสาระนี้จะเป็นการศึกษาธรรมชาติด้านในและก็ข้างนอกโลก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อม, ธรณีวิทยา หรือดาราศาสตร์ ซึ่งต้องใช้เครื่องมือวัดสำหรับเรียนรู้สิ่งแวดล้อม อาทิเช่น เครื่องตวงประสิทธิภาพน้ำ, เครื่องทดสอบดิน, เครื่องตวงปริมาณน้ำฝน เป็นต้น ถ้าเกิดจะเรียนวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตจากระยะไกล ดังเช่นว่า นก หรืออยู่ด้านนอกโลก ดังเช่นว่า ดวงดาว ก็จำเป็นต้องใช้กล้องส่องทางไกลหรือกล้องโทรทรรศน์ สำหรับการเรียนในห้องเรียนสามารถใช้แบบอย่างหิน,แร่ หรือวัตถุ ไปจนกระทั่งโมเดลแบบจำลองแสดงองค์ประกอบของโลก, ดวงดาว หรือปรากฎการณ์ต่างๆ - ฟิสิกส์: แบ่งออกเป็นหลายสาขาวิชา ดังเช่น กระแสไฟฟ้า, อิเล็กทรอนิกส์, แม่เหล็กไฟฟ้า, แสง, กลศาสตร์, คลื่นรวมทั้งเสียง, อุณหพลศาสตร์, พลังงาน ฯลฯ ซึ่งการศึกษาการสอนที่จะทำให้เด็กนักเรียนเข้าใจกฎหรือแนวความคิดต่างๆจำเป็นต้องอาศัยชุดแสดงสำหรับบอกให้เห็นภาพ นอกเหนือจากนี้การคำนวณนับว่าเป็นสิ่งจำเป็นเป็นอย่างมากในการศึกษาวิชาฟิสิกส์ โดยเหตุนั้นอุปกรณ์ที่สำหรับใช้ในการวัดค่าต่างๆเช่น มัลติมิเตอร์, เครื่องตวงแสงสว่าง, เสียง และก็อื่นๆเป็นเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นสำหรับในการวัดค่าตัวแปรที่พอใจ ซึ่งค่าที่ได้จะต้องนำไปคำนวณเพื่อหาสิ่งที่จำเป็นถัดไป . (http://intereducation.co.th/th/wp-content/uploads/2018/07/product657_product_image0_20170109055850.jpg) . - เทคโนโลยี: ตามหลักทฤษฎีในสาระวิชานี้ การที่จะรู้เรื่องหรือดัดแปลงเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องมีความชำนาญทางด้านคณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ในการดีไซน์หรือปรับปรุงในด้านของวิศวกรรม ซึ่งในตอนหลายปีที่ผ่านเลยมา การศึกษาเรียนรู้ที่เรียกว่าสะเต็มเรียน (STEM Education) เป็นการผสานการเรียนรู้แบบบูรณาการ 4 สาขาวิชา ดังเช่นว่า วิทยาศาสตร์ (Science), เทคโนโลยี (Technology), วิศวกรรม (Engineering) และเลขคณิต (Mathematics) รวมกันเป็น STEM นั่นเอง ซึ่งในวงการเรียนระดับประเทศจัดว่า STEM เป็นวาระหลักในการศึกษาเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง การที่จะจัดการเรียนการสอนหรือกิจกรรมต่างๆตามหนทาง STEM จำเป็นอย่างยิ่งที่จำเป็นต้องให้ผู้เรียนได้มีการเรียนรู้แบบลงมือทำ (Hands-on) ด้วยการเริ่มต้นที่ปัญหาที่อยากได้ปรับปรุงหรือหัวข้อที่อยากศึกษาเล่าเรียน แล้วให้นักศึกษาคิดหาวิธีด้วยการใช้ศาสตร์ทั้งยัง 4 เพื่อจะหาผลสรุปออกมา การเรียนในลักษณะนี้บางทีอาจจะให้เด็กนักเรียนคิดสิ่งประดิษฐ์ใหม่แบบง่ายๆขึ้นมาเอง หรือบางครั้งอาจจะใช้ชุดการทดสอบแบบ Hands-on Lab ซึ่งควรจะมีการสร้างสิ่งของขึ้นมาเอง นอกจากนั้นสามารถใช้หุ่นยนต์ควบคุมด้วยโปรแกรมเพื่อให้เด็กนักเรียนดีไซน์หุ่นยนต์จากตัวต่อรวมทั้งเขียนคำสั่งให้ปฏิบัติตามที่ต้องการเพื่อขจัดปัญหาหรือทำตามแผนการที่ต้องการ . ประโยชน์ที่ได้รับมาจากการมีวัสดุอุปกรณ์วิทยาศาสตร์รวมทั้งเครื่องที่ใช้ในด้านที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สำหรับการเรียนการสอน การที่ผู้เรียนได้มีโอกาสใช้เครื่องใช้ไม้สอยและก็เครื่องที่ใช้ในด้านที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์หลายๆประเภทตั้งแต่ยังเด็ก จะทำให้เกิดความใกล้ชิดรวมทั้งสามารถใช้งานได้ตามจุดมุ่งหมาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ถัดไปในภายภาคหน้าในขณะที่จะต้องใช้สำหรับในการดำเนินงานจริง โดยสามารถใช้วัสดุอุปกรณ์รวมทั้งวัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องมาจากอุปกรณ์ส่วนมากที่ใช้สำหรับเพื่อการทำการทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์ชอบมีฟังก์ชั่นการใช้แรงงานที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่เพียงแค่เปิดสวิตช์แล้วใช้งานได้เลย ควรมีการตั้งค่าหรือสอบเปรียบเทียบเพื่อมีความเที่ยงตรงสูงที่สุด รวมทั้งมีความรู้และมีความเข้าใจสำหรับเพื่อการเลือกใช้วัสดุให้ถูกชนิดและมีความตระหนักถึงความปลอดภัยระหว่างทำการค้นคว้าทดสอบ . (http://intereducation.co.th/th/wp-content/uploads/2017/01/69e5b8475f637ea6b58ea0782df627d1.jpg) . สำหรับการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์นั้น วัสดุอุปกรณ์วิทยาศาสตร์รวมทั้งเครื่องมือวิทยาศาสตร์รวมทั้งสื่อที่ใช้สำหรับประกอบการเรียนการสอนถือได้ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ช่วยทำให้เด็กนักเรียนมีความเข้าใจและมีประสบการณ์สำหรับเพื่อการกระทำการทดสอบ ไม่ว่าจะเป็นในโรงเรียนระดับใดก็ตามหรือแม้กระทั้งการเรียนนอกเวลาเรียนด้วยตัวเองที่บ้านโดยมีผู้ดูแลช่วยสนับสนุน ด้วยเหตุนั้นผู้ที่มีการเกี่ยวข้องควรจัดเตรียมสิ่งกลุ่มนี้ให้พร้อมใช้งานเมื่ออยากได้แล้วก็ติดตามข้อมูลความรู้ใหม่ๆเพื่อให้รู้ถึงการพัฒนาของวัสดุอุปกรณ์และสื่อการเรียนต่างๆซึ่งมีความน่าจะเป็นที่จะจะต้องนำมาประยุกต์ใช้ในอนาคต . สนใจอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ติดต่อได้ที่นี่ Website อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ http://intereducation.co.th/th/ Tags : อุปกรณ์วิทยาศาสตร์,เครื่องมือวิทยาศาสตร์,สื่อการเรียนการสอน
|