|
หัวข้อ: เรามาตรวจความพร้อมเพรียงก่อนไปตลาดจีน | โปรโมทสิ้นค้าที่จีน เริ่มหัวข้อโดย: ceoseo1 ที่ กุมภาพันธ์ 18, 2019, 02:59:07 pm ในปีให้หลังเราคงมองเห็นและก็ได้ยินข่าวเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของตลาดจีนกันหลายคราว การตลาดจีน
ไม่ว่าจะเป็นปริมาณนักเดินทางจีนที่มาเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยตลอด รวมทั้งเรื่องราวของนักธุรกิจจีนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยแล้วก็ประเทศเ พื่อนบ้านมากขึ้น ทั้งยังยังได้ยินว่าจีนได้ปัดกวาดซื้อผลไม้ไทยอย่างเช่น ทุเรียน ไปจนถึงหมดตลาด และก็เพราะว่าข่าวสารนี้เองก็เลยทำให้พวกเราตื่นเต้นและก็ต้องการจะคว้าโอกาสบุกตลาดดินแดนมังกร. หลายท่านคิดว่าขอแค่ 1% ของตลาดจีนก็เพียงพอแล้วซึ่งฟังมองไม่ยากเย็นสักเท่าไหร่ แต่ว่าในความจริงนั้นมันง่ายอย่างนั้นจริงหรอ? หลังจากที่ได้เรียนธุรกิจไทยจำนวนหลายชิ้นที่เพียรพยายามบุกตลาดจีนในขณะที่เสร็จและล้มเหลว ทำให้พวกเราพากเพียรค้นหาเหตุผลเพื่อที่จะตอบคำถามที่ว่า “อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจประสบผลสำเร็จในตลาดจีนได้?” สิ่งที่เราค้นพบ คือ มีเหตุมีผลหลายสิ่งหลายอย่างประกอบเข้าด้วยกัน ซึ่งค่อนข้างที่จะไม่เหมือนกันออกไปตามแต่ละธุรกิจแม้กระนั้นก็ยังมีอะไรบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน แล้วก็เป็นเหตุผลที่ชอบได้ยินครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ว่าจะอยู่ในธุรกิจไหนก็ตาม ก็เลยดูได้ว่ามันเป็นเหตุผลสำคัญที่ธุรกิจจำเป็นที่จะต้องจัดการและเตรียมให้ดีก่อนจะก้าวเข้าสู่ตลาดจีนครับผม ขออนุญาตสรุปให้ฟังดังต่อไปนี้ครับ บริการการตลาดออนไลน์จีน Product Market Fit ผลิตภัณฑ์จะต้องเป็นที่สิ่งอยากได้ของคนจีน (https://balldedmak.files.wordpress.com/2019/02/ed1.png) จริงอยู่ที่คนจีนนั้นมีมากไม่น้อยเลยทีเดียว แม้กระนั้นไม่ใช่ว่าเค้าจะซื้อทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่วางจำหน่ายอยู่หน้าร้านค้า ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยติดกับเนื่องจากว่าคิดเพียงแค่ว่าการนำผลิตภัณฑ์ไปขายตามร้านที่ชาวจีนนิยมอาทิเช่น ได้แก่ ร้านขายของฝากหรือร้านค้าปลอดภาษีจะมีผลให้มียอดขายเพิ่มขึ้นมาทันครั้ง แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วยังมีสินค้าที่ไม่มีคนซื้อ แล้วก็ทั้งยังเงินที่ยังจมกับค่า สต๊อกผลิตภัณฑ์ที่จำต้องตระเตรียมไว้ให้ร้านต่างๆเพียงแค่เพราะว่าผลิตภัณฑ์ไม่ตรงตามความปรารถนาของคนจีน ฟังดูเหมือนกับว่าเป็นความรู้ทั่วไปสำหรับนักธุรกิจอย่างพวกเรา ที่จะจำต้องทำสินค้าให้ตรงตามความปรารถนาของลูกค้า แต่ว่าหลายท่านอาจจะสะดุ้งถ้าผมพูดว่ามีหลายบริษัทที่ล้มเหลวด้วยเหตุว่าไม่เคยรู้ว่าผู้ซื้ออยากได้อะไร สิ่งที่ต้องการของลูกค้าจีนมีหลากหลายต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับกรุ๊ปลูกค้าเป้าหมายที่เราต้องการจะจับ และมันไม่สามารถที่จะอธิบายให้ครบข้างในบทความเดียวได้ แต่ผมมีทางลัดมาบอกที่ใครๆก็สามารถทำได้ ซึ่งจะช่วยย่นเวลาสำหรับการพินิจพิจารณารวมทั้งการลองถูกลองผิดไปได้เยอะแยะทีเดียว แนวทางนั้นก็คือแนวทางการทำจุดโฟกัสกรุ๊ปกับลูกค้าคนจีน วิธีการทำจุดโฟกัสกลุ่มจะก่อให้ได้เรียนรู้รวมทั้งรู้เรื่องลูกค้าจีนมากเพิ่มขึ้น รวมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของชาวจีนได้อย่างแม่นยำ ตั้งแต่เรื่องของรูปแบบของสินค้า รสชาติ ความรู้สึกสำหรับในการใช้ แล้วก็รวมถึงจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ในสายตาของลูกค้าก่อนจะลงทุนทำการตลาด USP - Unique Selling Point ผลิตภัณฑ์ต้องมีจุดเด่นชัดแจ้ง เมื่อคิดที่จะทำสินค้าขายให้กับชาวจีนหลายๆคนชอบดูผลิตภัณฑ์ที่ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าและคัดลอกอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นผลไม้อบแห้ง หมอนยางพารา กระเป๋า ของที่ระลึกหรือเครื่องแต่งหน้า ล้วนแต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีในท้องตลาดอยู่ไม่น้อย แม้กระนั้นถ้าเรามาดูในความเป็นจริงแล้วโดยมากบริษัทพวกนั้น เป็น บริษัทที่มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าเป็นของตัวเองอาทิ เช่น เจ้าของร้านค้าที่มีทัวร์มาลงอยู่แล้วหรือเป็นเจ้าของเองเลยก็ตาม เนื่องจากว่าเขาสามารถบังคับให้ทัวร์จีนซื้อได้ แม้กระนั้นในทางตรงกันข้ามสำหรับบริษัทที่ไม่ได้เป็นเจ้าของช่องทางการจำหน่ายแบบปิด ควรต้องแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในตลาดทั่วไป ด้วยเหตุผลดังกล่าวการทำผลิตภัณฑ์ที่ซ้ำจะไม่สามารถที่จะดึงดูดความพอใจและก็เปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆของบริโภคให้มาซื้อผลิตภัณฑ์พวกเราได้เลย ผู้ซื้อจีนโดยมากจะทำเช็คราคาและผลิตภัณฑ์คู่แข่งในตลาดทางออนไลน์ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าใดๆก็ตาม หรือไม่ก็ตกลงใจจากการบอกปากต่อปาก ซึ่งมีความหมายว่าบริษัทที่จะต้องการจะแย่งรูปทรงของตลาดจากผลิตภัณฑ์เดิมที่มีวางจำหน่ายอยู่ในตลาดอยู่แล้ว จะต้องทำปรับปรุงให้ลูกค้าเห็นจุดแข็งด้วยสิ่งใหม่ที่น่าดึงดูดถึงจะบรรลุผลสำเร็จได้ Clever Pricing Strategy กำหนดราคาอย่างฉลาด อีกสาเหตุที่สำคัญสำหรับในการตกลงใจของลูกค้าจีน คือ ราคา แน่นอนนะครับว่าลูกค้าจีนก็ได้ไม่มีความแตกต่างกับลูกค้าอื่นๆ ที่จะจะต้องทำการตรวจสอบราคาก่อนที่จะคิดที่จะตัดสินใจซื้อ ไม่ใช่ว่าเค้าอยากจับจ่ายซื้อของที่ถูกที่สุด แม้กระนั้นการเช็คราคาเป็นแนวทางการทำเค้าให้มั่นใจว่าตนเองจะไม่โดนหลอก จะต้องรู้เรื่องครับว่าในประเทศจีนนั้นมีนักต้มตุ๋นรวมทั้งมีผลิตภัณฑ์ปลอมเยอะเยอะแยะ ทำให้ผู้บริโภคจีนนั้นควรต้องรอบคอบสำหรับการจ่ายตลาดเป็นอย่างยิ่งเพื่อไม่ให้โดนหลอก ลูกค้าจีนก็เลยนิยมที่จะซื้อของจากต่างประเทศจากร้านที่น่าไว้ใจเพราะคิดว่าคุณภาพของผลิตภัณฑ์จะดียิ่งกว่าของจีนอย่างแน่นอน ลูกค้าออนไลน์ส่วนมากที่สั่งซื้อของจากไทยจะบังคับให้ผู้ส่งของนั้นถ่ายภาพกรรมวิธีการส่งโดยให้ติดสติ๊กเกอร์หรือเขียนเนื้อความลงบนกล่องเพื่อให้ มั่นใจว่ากล่องนั้นมาจากเมืองไทยจริงๆไม่ใช่ส่งมาจากไหนสักที่หนึ่งในจีน ถึงแม้ราคาของสินค้าต่างแดนจะสูงขึ้นยิ่งกว่าของในประเทศจีนก็ตาม แม้กระนั้นถ้าสามารถสร้างความมั่นใจถึงคุณภาพที่ดีมากยิ่งกว่าได้ คนซื้อจีนก็ยอมจ่ายครับผม ส่วนราคาจะตั้งอยู่ที่เท่าไหร่นั้นขึ้นกับสินค้าคู่แข่งขันและกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการนะครับ เมื่อพวกเราหาคู่แข่งขันของสินค้าพวกเราพบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมเราควรจะจำต้องทำเทียบราคาเพื่อสามารถแข่งขันกับคู่ปรปักษ์ในตลาดได้ วิธีการเทียบราคาที่ดีที่สุด เป็น การค้นหาในออนไลน์นะครับ แนวทางง่ายๆเป็นการไปที่เว็บไซต์ Taobao.com ซึ่งเป็นเว็บอีคอมเมิร์ซของจีนที่ใหญ่ที่สุด ที่เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของอาลีบาบากลุ่มครับผม การค้นหาในเว็บไซต์นี้จะมีผลให้พวกเราเห็นราคาตามท้องตลาดที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทั้งๆที่มีเอเจนหรือบุคคลปกติขายอยู่ จนกระทั่งร้านที่เป็นทางการของ TMall จึงทำให้พวกเราสามารถตั้งราคาได้เหมาะอย่างยิ่งขึ้นนะครับ อีกวิธีหนึ่งของการเปรียบเทียบราคา เป็น การค้นหาใน Baidu ขอรับ ซึ่งเป็น Search Engine ลำดับหนึ่งของจีน ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวทางที่คนประเทศไทยใช้คือใช้ Google ค้นหาเพื่อดูรีวิวหรือเปรียบราคาผลิตภัณฑ์ ผู้ซื้อจีนจะใช้เว็บไซต์นี้ในการหาข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ซึ่งผลการค้นหาอันดับแรกๆโดยมากจะเป็นเว็บไซต์หรือหัวข้อที่มีลูกค้ารายอื่นเขียนรีวิวสินค้าไว้ ก็เลยเป็นอีกหนทางหนึ่งที่นักธุรกิจไทยควรจะให้ความใส่ใจในการค้นหาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของคู่แข่ง และก็จะก่อให้การตั้งกลยุทธ์นั้นสอด เกี่ยวแล้วก็เหมาะสมกับตลาดจีนครับ สินค้าที่ประสบผลสำเร็จไม่จำเป็นที่ต้องราคาแพงที่ถูกกว่าคู่ปรปักษ์ในตลาด แต่ต้องมีราคาที่เหมาะสมและสามารถโชว์จุดแข็งของสินค้าออกมาได้อย่างแจ่มแจ้ง บริการการตลาดออนไลน์จีน Competitive Cost Structure ต้นทุนต้องต่ำจริง (https://balldedmak.files.wordpress.com/2019/02/ed2.png) หลังจากที่พวกเราได้ดูราคาค้าปลีกซึ่งนับได้ว่าเป็นราคาสูงสุดที่จะขายในท้องตลาดแล้ว สิ่งถัดมาที่พวกเราจำเป็นต้องมองก็คือเงินลงทุนทั้งหมด ตั้งแต่ต้นทุนการสร้างกระทั่งต้นทุนการโฆษณาแล้วก็แนวทางการขาย ฟังดูเหมือนว่าเป็นความทราบทั่วไปสำหรับการทำธุรกิจอยู่แล้วว่าถ้าต้นทุนยิ่งสูงผลกำไรก็ยิ่งน้อย แล้วจะทำให้แข่งกับคู่แข่งในตลาดยาก แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วน้อยคนที่จะเห็นด้วยว่าผลิตภัณฑ์บางอย่างเมื่อนึกถึงต้นทุนแล้วไม่เหมาะสมสำหรับการขายในตลาดจีน เนื่องจากว่าวิธีขายผลิตภัณฑ์ไปสู่ตลาดจีนควรมีรายจ่ายเพิ่มเติมหมายถึง ค่าขนส่ง ภาษี ค่าคอมมิชชั่นให้ผู้แทน และก็รวมถึงวิถีทางแนวทางการขายอื่นๆ ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องคำนึงถึงความคุ้มค่ารวมทั้งความเป็นไปได้ของแนวทางการขายผลิตภัณฑ์ไปสู่ตลาดจีน โปรโมทสิ้นค้าที่จีน ค่าขนส่งรวมทั้งภาษีนั้นหาได้อย่างง่ายดาย โดยขึ้นอยู่กับขนาด ประเภทของผลิตภัณฑ์ แล้วก็หนทางการขนส่ง แต่ว่าสิ่งที่นักธุรกิจหลายๆคนลืมนึกถึง เป็น ค่าคอมมิชชั่น นั่นซึ่งก็คือราคาขายส่งพื้นที่เอเจนปรารถนานำไปขายในจีน โดยบริษัทสามารถหาหนทางการจำหน่ายโดยตรงได้อาทิเช่น เป็นต้นว่า ไปเปิดร้านค้าในเมืองจีนหรือตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่นักเดินทางจีนไป โดยแนวทางลักษณะนี้จะไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่น ทั้งยังสามารถคุมราคาการขายได้เอง แต่ว่าวิธีแบบนี้ไม่เป็นที่ชื่นชอบเท่าไรนักด้วยเหตุว่าต้องใช้งบประมาณมากมายก่ายกองในการเปิดร้านค้าให้มากพอ เพื่อดึงดูดลูกค้าจีนอีกทั้งยังต้องมีค่าการตลาดเพื่อที่จะสร้างร้านขายของในแต่ละสาขาให้มีชื่อเสียง แต่ว่าแนวทางที่นิยมแล้วก็ง่ายยิ่งกว่านั้นเป็นการหาตัวแทนการจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นทั้งยังในประเทศไทยหรือในจีนเอง KOL influence เพราะเอเจนพวกนี้มีร้านรวงเป็นผู้ช่วยเหลือเยอะแยะอยู่แล้ว ทั้งยังยังมีลูกค้าประจำที่พร้อมรวมทั้งยอมที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอยู่แล้ว เอเจนส่วนมากปรารถนาสิทธิ์สำหรับการจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจึงควรต่อรองแล้วก็ไตร่ตรองให้รอบคอบอีกที ค่าคอมมิชชั่นหรือส่วนต่างราคาเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เอเจนจะรับและ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน โฆษณาสินค้าเราหรือไม่ แม้จะไม่มีมาตรฐานกลางเกี่ยวกับค่าคอมมิชชั่น แม้กระนั้นโดยส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับชนิดของสินค้า ยกตัวอย่าง ดังเช่นว่า เครื่องแต่งหน้า ค่าคอมมิชชั่นในตลาดจะอยู่ที่ราวๆ 30-50% ของราคาขายปลีก ส่วนบริการต่างๆรวมทั้งการท่องเที่ยว จะอยู่ที่ประมาณ 10%-40% ของราคาขายปลีก เป็นต้น Strategic Sales Channel ขายให้ตรงประเด็น (https://balldedmak.files.wordpress.com/2019/02/ed3.png) ช่องทางวิธีขายมีอยู่หลายแนวทางร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์ในเว็บไซต์ชั้นแนวหน้าของจีน, ผ่านทางโซเชียลมีเดียของจีนเอง หรือจะเป็นแบบออฟไลน์ โดยขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านขายของฝากที่ชาวจีนนิยมเข้าก็สามารถทำได้ แน่ๆขอรับว่ามีวิถีทางการขายยิ่งเยอะแยะยิ่งดี จะทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้จากหลายหลายทาง แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเราจำต้องนึกถึงก็คือค่าใช้สอยและก็เงินลงทุนของหนทางต่างๆนี้เปรียบเทียบกับยอดขายที่คาดว่าจะได้รับ เพื่อดูว่าคุ้มสำหรับเพื่อการลงขายในวิถีทางนั้นนั้นหรือเปล่า ต่อให้มีงบประมานสำหรับการลงทุนสูงก็ตามทีเราก็ไม่ควรไม่เอาใจใส่ที่จะวิเคราะห์หนทางต่างๆว่าคุ้มหรือไม่ด้วย เพื่อจะได้ตัดทางที่ไม่มีความจำเป็นออกไป รวมทั้งจะได้ย้ายงบประมาณส่วนนี้ไปใช้กับส่วนอื่นที่เป็นประโยชน์ได้มากกว่า อาทิเช่น การลงทุนสำหรับในการตลาดฯลฯ ช่องทางออนไลน์ในประเทศจีนมีอยู่เยอะแยะหลายเว็บไซต์อาทิเช่น ยกตัวอย่างเช่น Taobao, TMall, JD.com, Kaola รวมทั้ง VIP.com ซึ่งมีความแตกต่างกันนิดหน่อยและก็มีจุดเด่นที่ต่างกัน เนื่องจากเว็บไซต์ส่วนมากไร้คุณค่ารายปีหรือรายจ่ายอื่นๆล้นหลาม จึงทำให้พวกเราสามารถนำสินค้าวางจำหน่ายตามวิถีทางเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องกังวลถึงเรื่องความคุ้มค่าของแต่ละช่องทาง แต่ก่อนที่พวกเราจะเสียเวลาศึกษาหาวิธีสมัครแล้วก็หาคนมาบริหารร้านออนไลน์ต่างๆพวกนี้ พวกเราจำเป็นต้องไม่ลืมว่าเมื่อวางขายสินค้าสำเร็จแล้วพวกเราควรจะมีพนักงานคอยดูแลแล้วก็บริหารออเดอร์สินค้า ซึ่งมีความหมายว่าอาจจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับเพื่อการจ้างหรือค่าเสียเวล่ำเวลาของพนักงานที่ทำหน้าที่ขายด้วย ถ้าเกิดมีหลายช่องทางจะทำให้การบริหารจัดแจงนั้นยากขึ้นและใช้เวลาที่มากกว่า ด้วยเหตุดังกล่าวในการเริ่มต้นพวกเราไม่ควรมีวิถีทางแนวทางการขายมากจนเกินไป ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ที่1ถึง2วิถีทางก็เพียงพอแล้ว สำหรับช่องทางออฟไลน์ก็มีอยู่หลายหนทางด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าของเราเอง ร้านที่พวกเราฝากขายหรือเป็นร้านขายของที่ลูกค้าซื้อไปขายอีกที ด้วยเหตุนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสถานที่ตั้ง ก่อนที่พวกเราจะตัดสินใจวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ไหนก็ช่าง เราจำเป็นต้องคำนึงถึงสถานที่ตั้งรวมทั้งจำพวกลูกค้าที่จะเข้ามาในร้านค้า พวกเราอาจจะรู้ๆกันอยู่กันอยู่แล้วว่าถ้าร้านอยู่ไกลจากสถานที่เที่ยว หรือที่พักที่อาศัยของชาวจีนก็จะทำให้ปริมาณลูกค้าน้อย แต่ที่แปลกไปกว่านั้นคือหลายคนมีความรู้สึกว่าถ้าเกิดเปิดร้านขายสินค้าในบริเวณที่ทัวร์จีนถูกใจลงก็คงจะดี โดยยิ่งไปกว่านั้นถ้าเป็นสถานที่ที่ทัวร์ลงอย่างต่อเนื่อง เป็นต้นว่า สวนนงนุช วัดพระแก้ว ร้านขายหมอนยางพาราRubber Land ซึ่งมีปริมาณชาวจีนต่อวันไม่น้อยกว่า 20,000 คน ก็คงจะทำให้ร้านรวงที่อยู่บริเวณใกล้ๆนั้นมีลูกค้าเข้าเป็นเยอะมากเช่นเดียวกันใช่หรือไม่ มีหลายร้านค้าที่ทำแบบนั้นแต่ในที่สุดจะต้องปิดตัวลงเพราะเหตุว่าไม่มีลูกค้าเข้ามาเลยซักคน และก็นี่เองเป็นหลุมพรางที่หลายต่อหลายๆคนรู้ผิดดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน การกำหนดตำแหน่งของร้านนั้นสำคัญมากและพวกเราจำเป็นต้องมองว่าลูกค้าที่เราเพียรพยายามเย้ายวนใจเข้ามานั้นเป็นคนใดกันแน่ ในกรณีนี้ถ้าหากอยากได้ล่อใจนักท่องเที่ยวที่มากับทัวร์นับได้ว่าเป็นไปได้ยากมากมาย เพราะเหตุว่าแต่ละทัวร์จะต้องมีการวางแผนมาอยู่แล้วว่าจำเป็นต้องไปไหน ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวแล้วก็สถานที่ Shopping ซึ่งพวกสถานที่นั้นได้ถูกระบุวางแผนไว้อย่างชัดเจนแล้ว ถึงร้านรวงของพวกเราจะอยู่ตรงทางผ่าน ของลูกทัวร์ แต่ลูกทัวร์ก็จะไม่สามารถที่จะเข้ามาซื้อของในร้านค้าพวกเราได้เลยถ้าเกิดพวกเราไม่ได้ตกลงกับไกด์หรือบริษัททัวร์ไว้ก่อน โดยธรรมดาทุกหนทุกแห่งที่ไกด์พาทัวร์ลงจะต้องมีผลประโยชน์ให้กับทางไกด์หรือบริษัททัวร์เสมอ ซึ่งส่วนใหญ่ค่าคอมมิชชั่นจะอยู่ที่ประมาณ 5% ถึง 40% ร่วมกัน ในการที่เราจะดึงดูดไกด์ให้นำทัวร์มาลงในร้านของเราได้นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจั ยมาก โดยส่วนมากแล้วเวลาของแต่ละทัวร์จะออกจะน้อยอยู่แล้ว ซึ่งทำให้เขานั้นเพิ่มร้านค้าใหม่ๆได้ค่อนข้างยาก เพราะถ้าควรต้องมาลงในร้านค้าของเรา ไกด์จึงควรทำการแปลงแผนกำทีดการหรือยกเลิกการไปร้านขายของเก่า ซึ่งหมายความว่าร้านของเราต้องมีจุดที่ยั่วยวนใจมากกว่าร้านเดิม ได้แก่ ให้ค่าคอมมิชชั่นที่มากกว่าหรือสินค้าที่น่าสนใจ ทั้งทัวร์บางกลุ่มจะโดนห้ามไม่ให้เปลี่ยนกลยุทธ์หรือเพิ่มร้านขายของใหม่ๆเข้าไป หากร้านเหล่านั้นมีผลิตภัณฑ์ขายดิบขายดีของชาวจีน ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้ร้านค้าที่อยากได้ลูกค้าทัวร์จีนควรต้องทำการศึกษาและทำการบ้านละเอียดพอสมควร ซึ่งในตอนนี้มีน้อยรายที่สามารถทำแบบนี้ได้ แม้กระนั้นที่น่าดึงดูดไปกว่านั้นคือในปัจจุบันนี้มีนักท่องเที่ยวอิสระเข้ามาในประเทศไทยเยอะมากในปีที่ผ่านมา ตลาดนักเดินทางอิสระนี้ยังไม่มีใครสามารถครอบครองตลาดได้ทั้งปวงเพราะว่านอกเหนือจากจะเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหม่ ทั้งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะกระจายตัวกันไปตามสถานที่ต่างๆตามสิ่งที่ต้องการของแต่ละกลุ่มลูกค้า ความโชคดีของนักการตลาดที่อยากได้ยั่วยวนใจลูกค้ากลุ่มนี้ก็ เป็น มีวิถีทางในการหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจนั้นก็คือทางออนไลน์นั่นเอง ซึ่งแสดงว่าถ้าหากร้านรวงของพวกเราอยู่ในตำแหน่งที่เดินทางไปง่าย เราสามารถใช้การตลาดช่วยประชาสัมพันธ์ให้มีคนรู้จักกันร้านค้าได้มากขึ้น โดยมุ่งเน้นการใช้เครื่องมือออนไลน์ หน้าร้านอีกแบบอย่าง คือ ร้านรวงที่ค้าส่งให้กับเอเจนชาวจีนในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าที่อยู่ถนนหนทางราษฎรบำเพ็ญ หรือกระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆที่มีคนจีนอยู่มากมาย อาทิเช่น หน้ามหาวิทยาลัย ซึ่งร้านรวงเหล่านี้นอกจากจะมีคนบริการที่สามารถกล่าวภาษาจีน ยังมีการร่วมมือกับการขนส่งที่จะช่วยส่งของบรรลุเป้าหมายในจีนได้อย่างไม่ยากเย็นและก็รวดเร็วทันใจ โดยหากผลิตภัณฑ์ของพวกเราเป็นที่นิยมของชาวจีนเอเจนเหล่านี้จะเป็นคนช่วยกระจัดกระจายขายสินค้าและก็ขนส่งให้กับรายย่อยด้วย โดยถือได้ว่าแนวทางที่สะดวกสบายสำหรับเจ้าของผลิตภัณฑ์เลยทีเดียว เว้นแต่ร้านในประเทศไทยของเราเองแล้ว พวกเรายังสามารถนำสินค้าของเราไปวางตามร้านค้าที่อยู่เมืองจีนได้ด้วยด้วยเหมือนกัน บริการ การตลาดออนไลน์จีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านค้าซุปเปอร์มาร์เก็ตของไทยในบริเวณต่างๆในจีน ซุปเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งมีตัวแทนที่รับผลิตภัณฑ์จากไทยส่งไปจีนเอง โดยเหตุนี้จึงทำให้ง่ายต่อการติดต่อรวมทั้งการประสานงาน ส่วนมากเป็นบริษัทไทยรวมทั้งสามารถสื่อสารเป็นภาษาไทยได้ แต่จะมีความยุ่งยากนิดหน่อย คือ แนวทางลักษณะนี้ควรต้องขอใบอนุญาตต่างๆที่เกี่ยวโยงเช่น ตัวอย่างเช่น ฉลากภาษาจีน หรือ อย.จีน ให้ถูกก่อนถึงจะสามารถวางขายได้ การขอใบอนุญาตต่างๆนั้นมิได้ยากเกินความสามารถโดยเฉพาะหากมีคนรู้เรื่องภาษาจีนก็สามารถติดต่อโดยตรงกับหน่วยงานที่เกี่ยวโยงได้ หรือถ้าหากไม่ต้องการที่จะอยากยุ่งยากก็สามารถถามบริษัทที่นำเข้าของไทยให้ช่วยจดได้เหมือนกัน แม้กระนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีการต่อรองที่ว่าควรต้องให้เขาเป็นผู้จำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว ช่องทางการจำหน่ายถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ผู้ประกอบการจะต้องกระทำวางแผนเลือกหนทางจำหน่ายที่ไม่ยุ่งยากต่อการเข้าถึงของลูกค้า โดยเน้นย้ำกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นหลักก่อน เนื่องจากว่าความประพฤติการซื้อของของแต่ละกลุ่มลูกค้าแตกต่างกัน Killer Promotional Campaign การตลาดสุดยอดเยี่ยม เมื่อเรามั่นอกมั่นใจแล้วว่าผลิตภัณฑ์ของพวกเราเป็นที่ต้องการของตลาดและก็สามารถชิงชัยกับคู่แข่งขันรายอื่นในตลาดได้ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องราคาหรือลักษณะเด่นอื่นๆของผลิตภัณฑ์ สิ่งจำเป็นต่อไปที่จะจำเป็นต้องดูก็คือวิธีทำการตลาด จะทำเช่นไรให้คนรู้จักกัน แล้วก็จะใช้วิถีทางไหนดี การตลาดแบ่งได้เป็นสองแบบ คือ ออนไลน์และออฟไลน์ แต่เนื่องมาจากการตลาดออฟไลน์โดยหลักๆแล้วไม่ได้แตกต่างกับแนวทางการประชาสัมพันธ์ในไทยเพียงแต่มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ทำให้บริษัทโดยมากที่พึ่งเริ่มเจาะตลาดจีนตกลงใจที่ยังไม่ลงงบประมาณกับวิธีการแบบนี้ ดังนั้นเรามาดูแนวทางการทำตลาดโดยใช้เครื่องไม้เครื่องมือออนไลน์ในจีนกันเลยดีกว่า เพื่อเป็นจุดเริ่มสำหรับหลายๆบริษัทที่กำลังเริ่มที่จะก้าวเข้าไปในตลาดจีน ก่อนที่จะวางแผนการตลาดได้นั้นเราจะต้องเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคจีนก่อนว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้เขาตกลงใจซื้อสินค้าของเรา จุดแรกที่จะทำให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์ของสินค้าพวกเรานั่นก็ เป็น การโฆษณาในมุมกว้าง ซึ่งทำได้หลายแนวทางตัวอย่างเช่น การทำคลิป viral โปรโมทในรายการ หรือการใช้ผู้มีอำนาจทางด้านสังคม (KOL) เสนอแนะต่อก็สามารถทำเป็น เมื่อคิดแผนกรรมวิธีการโปรโมทควรจะที่จะพิจารณาถึงกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่เราต้องการจะเข้าถึงเพื่อเลือกหนทางที่สมควร ตัวเลขยอดวิวรวมทั้งการเข้าถึงของสื่อไม่ใช่สิ่งสำคัญเสมอไป แม้กระนั้นจำเป็นที่จะต้องดูคุณภาพของยอดทิวทัศน์นั้นๆว่าตรงกับลูกค้าเป้าหมายของพวกเราหรือเปล่า การตลาดแนวทางลักษณะนี้ห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาดต่อการสร้างการรับทราบของแบรนด์โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมทั้งจะส่งผลดีต่อการตัดสินใจเมื่อลูกค้าต้องการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันนี้ จุดลำดับที่สองที่แบรนด์น่าจะโฟกัส เป็น การผลิตฐานข้อมูลที่รองรับการค้นหาภาษาจีนเพื่อลูกค้าชาวจีนที่ลูกค้าอยากซื้อผลิตภัณฑ์ คล้ายกับการที่ลูกค้าไทยใช้ Google สำหรับในการค้นหาผลิตภัณฑ์และก็ข้อมูลต่างๆของผลิตภัณฑ์ให้เยอะขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ใดสินค้าหนึ่งลูกค้าจีนจะค้นหาข้อมูลเหมือนกันนี้ในแพลตฟอร์มแล้วก็เว็บไซต์ของจีน โดยจะใช้ 3 วิถีทางหลักๆคือ Baidu (ไป๋ตู้), Weibo (เว๋ยป๋อ), และก็ Wechat (วีแชท)โดยจึงควรมีข้อมูลที่ครบถ้วน และน่าไว้วางใจบนแพลตฟอร์มเหล่านี้ เว้นเสียแต่เว็บไซต์ภาษาจีนแล้วเราต้องมีบทความบนกระดานข่าวสารโด่งดังอื่นๆด้วย บริการ การตลาดออนไลน์จีน โดยบทความกลุ่มนี้จะเขียนขึ้นในมุมมองของลูกค้าที่ชี้แนะลูกค้ารายอื่นๆแทนที่จะเป็นการเขียนโดยแบรนด์เอง การมีบทความเขียนในกระดานข่าวต่างๆนั้นยิ่งไปกว่านี้จะมีผลให้อันดับสำหรับเพื่อการค้นหาอยู่สูงกว่าเว็บที่เราเพิ่งสร้างใหม่ ทั้งยังยังเป็นเหตุให้ลูกค้าพอใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆสำหรับในการตกลงใจซื้อสินค้าเพราะคำแนะนำที่มาจากลูกค้าร่วมกัน Summary ทั้งสิ้นนี้คือหกหัวข้อที่นักธุรกิจไทยจำต้องคำนึงถึงก่อนจะเริ่มลงมือฝ่าตลาดจีนขอรับ หากแม้เราจะไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมากเท่าไรนัก แต่ก็หวังว่าความทราบนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการที่คิดจะเริ่มลุยตลาดจีนเริ่มได้ถูกนะครับ ซึ่งในแต่ละหัวข้อจะมีเนื้อหาลึกซึ้งมากเลยทีเดียวนะครับในบทความต่อๆไปพวกเราจะกระทำเจาะลึกในแต่ละด้านนะครับส่วนถ้าคนใดกันมีปริศนาสามารถส่ งเข้ามาได้นะครับ เรายินดีอธิบายและก็ให้คำแนะนำเต็มกำลังขอรับ ตลาดจีนนับได้ว่าเป็นตลาดที่ใหญ่มากและมีไม่เหมือนกันกับตลาดในหลายๆประเทศครับ ผู้ประกอบธุรกิจที่จะทราบตลาดจีนจึงควรเรียนรู้หาข้อมูลให้สุดกำลัง เพื่อจะได้ก้าวเดินอย่างมุ่งมั่นและก็มีประสิทธิภาพมากที่สุดนะครับ แม้แต่จะเหนื่อยและก็จะต้องมีความอดทนสูงแต่ผลสรุปเมื่อทำสำเร็จแล้วจะคุ้มแน่นอนครับผม ขอขอบคุณบทความ บทความโปรโมทสิ้นค้าที่จีน https://www.levelupthailand.com คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : KOL influencer Tags : การตลาดจีน,บริการ การตลาดออนไลน์จีน,โปรโมทสิ้นค้าที่จีน
|