|
หัวข้อ: 10 อาการแพ้ท้อง ระหว่างมีครรภ์ ที่ม่าม้าควรจะทราบและก็เตรียมจัดการ เริ่มหัวข้อโดย: SEO.No1 ที่ พฤษภาคม 28, 2019, 03:42:20 am อาการแพ้ท้อง ระหว่างตั้งครรภ์ กับ 10 อาการแพ้ท้องที่ม่าม้าควรรู้ เพื่อต่อกรกับอาการต่างๆในระหว่างแพ้ท้องได้
(https://www.konthong.com/wp-content/uploads/2017/08/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B9%8C.jpg) อาการแพ้ท้อง ระหว่างตั้งครรภ์ - แพ้ท้องดีมากยิ่งกว่าไม่แพ้จริงไหม - อาการแพ้ท้อง(Morning sickness) เป็นอาการหรือความรู้สึกที่ไม่เป็นสุขที่เกิดขึ้นกับหญิงมีครรภ์มากยิ่งกว่า 80-90% ว่าที่แม่ที่กำลังวางแผนต้องการมีครรภ์ หรือ ม่าม้าที่กำลังมีท้องก็เลยมีเรื่องที่วิตกกังวลเช่นเดียวกัน คือ อาการแพ้ท้อง ซึ่งจำนวนมากมักมีลักษณะอาเจียนอาเจียน ตาลายศีรษะ อ่อนแรงง่าย อ่อนล้ามากยิ่งกว่าปกติ แต่ว่าอาการเหล่านี้จะดีขึ้นเมื่อมีอายุครรภ์มากกว่า 3 เดือน อาการแพ้ท้องอาจมีความร้ายแรงไม่เหมือนกัน รวมทั้งอาการต่างกัน ซึ่งมีปัจจัยการแพ้จาก อาการคนท้อง เข้าชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ อาการคนท้อง http://www.konthong.com 3 เหตุ ดังต่อไปนี้ 1. ร่างกายมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนแล้วก็ฮอร์โมนเอชซีจี (HCG – Human chorionic gonadotropin) ที่เกลื่อนกลาดสร้างสูงขึ้น 2. อาการไม่สบายใจระหว่างท้อง และก็ภาวะความพร้อมเพรียงของร่างกายและจิตใจแม่ 3. สาเหตุอื่นๆเช่น ระบบประสาทอัตโนมัติขาดตกบกพร่อง ทำให้สมดุลฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง - การแพ้ท้องก็มีจุดเด่นนะ- แม้การแพ้ท้องอาจจะก่อให้แม่รู้สึกไม่มีความสุข แม้กระนั้นการแพ้ท้องเป็นกลไกของร่างกายที่ สร้างปฏิกิริยาสนองตอบต่อสิ่งแวดล้อมของม่าม้าเพื่อคุ้มครองป้องกันอันตราย โดยยิ่งไปกว่านั้นอาการจะมีมากมายในช่วง 3 เดือนแรกซึ่งเป็นช่วงที่สำคัญมากในการสร้างอวัยวะสำคัญของลูก อาทิเช่น สมอง หัวใจ ปอด แขนขา ฯลฯ ร่างกายก็เลยไม่ยอมรับทุกสิ่งที่มีความรู้สึกว่าก่อให้เกิดอันตรายต่อเด็กอ่อนน้อยในครรภ์ม่าม้า ตัวอย่างเช่น เหม็นน้ำหอมที่เคยใช้ เหม็นอาหารบางสิ่งบางอย่าง เป็นต้น อาการแพ้อย่างงี้ถึงจะสร้างความทรมานม่าม้าได้แต่ก็เกิดเรื่องที่ดี ที่แสดงว่าลูกน้อยในครรภ์พวกเราจะมีความแข็งแรงแล้วก็ไม่มีอันตรายแล้วยังปลอดภัยจากอันตราย เพราะเป็นปฏิกิริยาการปฏิเสธอาหารที่เป็นพิษหรือสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เป็นอันตรายของลูกนั่นเอง ครรภ์เป็นพิษ (https://www.konthong.com/images/9c7697a124ed8865c2a5eea155620e9e.gif) 10 อาการแพ้ท้องที่คุณแม่ควรทราบรวมทั้งจัดแจงต่อกร 1. อาการแพ้ท้องในแม่นั้น กำเนิดได้หลายอาการรวมทั้งแตกต่างในแต่ละคน หรือแม่บางคนอาจไม่มีอาการแพ้เลยก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยของระดับของฮอร์โมน ความรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ตลอดจนภาวะความแข็งแรงของร่างกายร่วมด้วย ซึ่งโดยทั่วไปจะมี อาการแพ้ท้อง 10 อาการดังนี้ 2. อาการเหม็น หรือไวต่อกลิ่นมากเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เหม็นของกินบางชนิด น้ำหอม บางครั้งเหม็นกลิ่นตัวคุณพ่อ แต่ชอบกลิ่นอะไรบางอย่างอาทิเช่น กลิ่นข้าวหุงสุกใหม่ๆ อาการคลื่นใส้อ้วก ผะอืด ผะอม อึดอัดท้องรวมทั้งหน้าอกจนกระทั่งอยากจะอาเจียนออกมา แม้จะท้องว่าง 3. ปวดแสบลิ้นปี่ ฮอร์โมนตอนท้องจะก่อให้กล้ามหูรูดหลอดของกินคลายตัวทำให้น้ำย่อยไหลถอยกลับขึ้นมาที่หลอดอาหารได้ และในเวลาที่ม่าม้าอาเจียน กินอาหารได้น้อย น้ำย่อยที่อ้วกออกมาจะทำให้แสบหลอดของกินและขมที่ลิ้นได้ 4. ความชอบสำหรับในการรับประทานเปลี่ยนไป เช่น อยากกินอาหารแปลกๆหรือ ของกินที่มีรสเปรี้ยว 5. อาการเหน็ดเหนื่อย ด้วยเหตุว่าฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่สูงขึ้นมีผลทำให้กล้ามภายในร่างกายคลายตัวอาหารคนท้อง 6. ลักษณะของการปวดศรีษะ จากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป และก็การพักผ่อนที่น้อยเกินไป 7. อาการง่วงตลอดเวลา ร่างกายปรารถนาพัก 8. อารมณ์ผันแปร จิตใจหวั่นไหว เครียด กังวลง่าย 9. ลักษณะของการปวดเยี่ยวเสมอๆมีเหตุที่เกิดจากระดับฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น จะเป็นในขั้นแรกๆและช่วงหลังมดลูกที่ขยายขนาดขึ้นจะไปกดแทรกกระเพาะปัสสาวะทำให้ปวดเยี่ยวบ่อยๆ 10. อาการผื่นคัน หรือผิวหนังแพ้ได้ง่าย เช่นม่าม้าบางบุคคลเป็นผดผื่น หรือ เป็นกระและฝ้าตามใบหน้า - วิธีรับมือกับอาการแพ้ท้อง - อาการแพ้ท้องในม่าม้านั้น มีได้ตั้งแต่อาการน้อย ไปจนกระทั่งรุนแรงจนจำเป็นต้องนอนในโรงพยาบาล บางคนเริ่มแพ้ท้องตั้งแต่ตั้งท้องยาวไปถึงใกล้คลอดก็มี ซึ่งเรามีเทคนิคการจัดการแล้วก็ผ่อนคลายอาการแพ้ท้องที่แม่มีครรภ์สามารถทำเป็นง่ายและก็ได้ผล สามารถเป็นสุขกับการท้องได้ ดังนี้ขา 1. สวมเสื้อผ้าที่หละหลวมโปร่งสบาย เพื่อให้ร่างกายได้บรรเทาเต็มกำลัง 2. งดเว้นเครื่องดื่มเย็น เสนอแนะดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆหลังจากที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้วช่วงเช้า กินน้ำขิงลดอาการอึดอัดอยากจะอาเจียนและขับลมได้ 3. ถ้าหากต้องการกินอาหารรสเปรี้ยวเสนอแนะทานผลไม้รสเปรี้ยวมากกว่าจะนึกถึงของกินมักดองที่ไร้สาระต่อสถาพทางร่างกาย 4. ทานขนมปังกรอบหรือแครกเกอร์ช่วงเช้าหลังตื่นนอน ป้องกันท้องว่างและลดลักษณะของการปวดแสบท้องแล้วก็หลอดอาหาร 5. รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย และก็อาหารอุ่นๆสดใหม่เสมอ แล้วก็ แบ่งมื้ออาหารออกเป็น 5-6 มื้อต่อวันเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ 6. รักษาระดับน้ำตาลในเลือดด้วยการมีลูกอม หรือขนมปังชิ้นเล็กพกติดตัว น้ำผลไม้ไว้ กินเป็นของว่างระหว่างมื้อ อาการใกล้คลอด 7. หากิจบาปที่มักจะทำความเครียดลดลง อย่างเช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือบันเทิงใจๆ 8. เลี่ยงการใช้น้ำหอมหรือผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอมยวนใจ 9. หลังตื่นนอนห้ามลุกในทันที รอร่างกายปรับภาวะอย่างน้อย 5 นาที รวมทั้งหาช่องทางพักหลับในช่วงเวลากลางวัน 10. หลีกเลี่ยงสถานที่ร้อน อบอ้าว ผู้คนแออัด (https://www.konthong.com/wp-content/uploads/2019/01/logo-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87-272x90.png) ส่วนม่าม้าที่มีอาการแพ้ท้องมากยิ่งกว่าปกติ นั้น มีคำแนะนำเพิ่มเติมอีก เป็นให้พิจารณาอาการรวมทั้งระดับความรุนแรงสำหรับเพื่อการแพ้ แล้วประพฤติตนดังต่อไปนี้คะอาการแพ้ท้อง 1.แม่ที่มีอาการบางส่วน ตัวอย่างเช่น อาเจียน จะอาเจียน แม้กระนั้นยังพอทานได้ ควรกินอาหารอ่อน ย่อยง่าย เน้นย้ำของกินที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ดังเช่น น้ำผลไม้สด น้ำขิง หลบหลีกของกินรสจัด อาหารที่มีไขมันสูง หรือ อาหารกลิ่นฉุนๆ 2.แม่ที่มีลักษณะปานกลาง มีลักษณะอาการตั้งแต่อาเจียนรุนแรง เวียนหัวอยู่บ่อยๆรวมทั้งรับประทานอาหารได้น้อย เสนอแนะให้ไปปรึกษาแพทย์ บางทีอาจต้องขอรับยาบรรเทาอาการ ได้แก่ ยาแก้วิงเวียน ยาช่วยย่อยรวมทั้งขับลม ลดอาการอยากจะอาเจียน อาการคนท้อง[/b] ฯลฯ 3.คุณแม่ที่มีลักษณะร้ายแรง จนไม่อาจจะทานอาหารได้ มีลักษณะอาการอ้วกคลื่นไส้ตลอดวัน อ่อนเพลีย จนน้ำหนักลด ปากแห้งตลอดระยะเวลาซึ่งมาจากร่างกายได้รับน้ำแล้วก็อาหารไม่พอ แนะนำให้ไปพบคุณหมอให้เร็วที่สุด เนื่องจากบางทีอาจจำเป็นต้องนอนรักษาอาการในโรงพยาบาลอย่างเช่น ให้ น้ำเกลือชดเชยน้ำและเกลือแร่ เพราะเหตุว่าถ้าเกิดปล่อยไว้จะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยคะ Website: บทความอาการคนท้อง http://www.konthong.com Tags : อาการแพ้ท้อง
|