กระทู้ล่าสุดของ: Borpitmaha

Advertisement


  แสดงกระทู้
หน้า: [1]
1  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / ปัญหาการจราจรคับคั่ง เมื่อ: ธันวาคม 03, 2013, 02:07:59 pm
ปัญหาการจราจรคับคั่ง



  ปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ปริมณฑลและเมืองใหญ่เช่นเชียงใหม่ นครราชสีมา ไม่ใช่แค่ปัญหาทางด้านเทคนิคที่จะแก้ได้ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจการเมืองที่สะท้อนให้เห็นภาพถึงโครงสร้างและปัญหาทั้งหมดของสังคมไทยทั้งหมด การที่รัฐบาลและผู้บริหาร กทม. ชุดไหนก็ตามยังแก้ปัญหานี้ไม่ได้ สะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถของคนไทยที่ยังไม่สามารถเข้าใจและไม่สามารถหาหนทางแก้ไขปัญหาการจราจรที่ต้นตนได้อย่างแท้จริง


    สาเหตุสำคัญที่สุดของปัญหาการจราจรติดขัด คือ มีการใช้รถส่วนตัวกันมากกว่าการขนส่งสาธารณะ ซึ่งไม่มีเมืองใหญ่ๆที่ไหนในโลกเขาทำกัน แม้แต่เมืองที่ประชาชนเขาจะรวยกว่า ซื้อรถยนต์ได้มากกว่าคนไทย แต่เขาก็ใช้การขนส่งสาธารณะเป็นหลัก ใช้รถส่วนตัวเฉพาะบางกรณีเท่านั้น การใช้รถส่วนตัวมาก ทำให้เปลืองพื้นที่ถนนมาก เมื่อเทียบกับการขนส่งสาธารณะ เช่น รถใต้ดิน รถไฟ รถเมล์ ที่ใช้พื้นที่ต่อคนน้อยกว่ารถส่วนตัวมากมายหลายเท่า

    สาเหตุที่คนกรุงเทพฯ และคนเมืองใหญ่ใช้รถส่วนตัวกันมากเป็นทั้งเรื่องค่านิยม และเนื่องมาจากไม่มีบริการขนส่งสาธารณะที่ดีพอ ทางจะแก้ไขปัญหาจราจรที่สำคัญที่สุดคือ จะต้องแก้ที่การขนส่งสาธารณะ แต่รัฐบาลในอดีตไม่ได้คิดเรื่องนี้จริงจัง เพราะพวกเขาเคยชินกับนั่งรถส่วนตัวจนไม่สนใจพัฒนาการขนส่งสาธารณะ ปัญหาอีกประการก็คือ มีการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยและมีความคิดแบบปัดแข้งปัดขา ไม่อยากให้คนอื่นได้หน้าตาหรือได้ประโยชน์ โครงการขนส่งสาธารณะที่มีผู้เสนอขึ้นมาจึงมักถูกพับไว้เสมอเมื่อคนเคยเสนอหมดอำนาจ

    ในระยะสั้น 3-4 ปีข้างหน้า ก่อนที่โครงการขนส่งสาธารณะใหญ่จะแล้วเสร็จ รัฐบาลและ กทม. ควรเน้นการปรับปรุงการขนส่งสาธารณะที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน คือ รถเมล์ รถปรับอากาศ รถไฟ เรือ อย่างเร่งด่วน ทำให้มีหลายเส้นทาง หลายรูปแบบมีจำนวนมากขึ้นคุณภาพดีขึ้น และให้สิทธิพิเศษการขนส่งสาธารณะมากกว่ารถส่วนตัว รัฐบาลควรจะเก็บภาษีใช้รถใช้ถนนสำหรับรถยนต์ในกรุงเทพฯ และปริมาณฑลให้สูงขึ้นหลายเท่าตัว เพื่อจะได้สกัดกั้นการใช้รถส่วนตัวและจะได้นำเงินจำนวนนี้ไปพัฒนาและแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯและปริมณฑล ไม่ใช่เอาเงินภาษีทั่วไปจากประชาชนทั้งประเทศมาสร้างและปรับปรุงถนน สะพาน ฯลฯ ในกรุงเทพฯเพื่อสนับสนุนคนใช้รถส่วนตัวมากขึ้น และรถติดมากขึ้นอย่างที่เป็นอยู่

    การจะทำให้การใช้รถส่วนตัวในเขตกรุงเทพฯชั้นใน ซึ่งจราจรติดจัดมากลดลงมีทางทำได้หลายทาง เช่น ตั้งด่านเก็บค่าผ่านเข้าเมืองชั้นใน โดยให้มีการจ่ายแบบรายปี รายเดือนหรือคูปองได้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาตรงด่านเก็บเงินกันมาก นอกจากนั้นก็ควรขึ้นราคาที่จอดรถให้สูงขึ้น บังคับห้ามจอดรถริมถนนตามถนนชั้นใน รวมทั้งถนนที่มีการจราจรหนาแน่นอื่นๆ จะเป็นการบีบทางอ้อมให้คนใช้รถน้อยลงได้บ้าง แต่ทั้งนี้ก็ต้องปรับปรุงการขนส่งสาธารณะ เช่น รถเมล์ รถปรับอากาศ รถไมโครบัส รถตู้ให้ดีขึ้นมีมากสาย มีจำนวนรถมากขึ้น มาบ่อยขึ้น และการบริการดีขึ้น รวมทั้งควรจัดให้มีรถเมล์เล็ก รถตู้ ฯลฯ แล่นถึงหมู่บ้าน ตามตรอกซอยที่มีคนอยู่หนาแน่นให้ทั่วถึง เพราะปัญหาหนึ่งที่คนต้องใช้รถส่วนตัวกันมากก็เพราะบ้านอยู่ตามชานเมือง ซึ่งรถเมล์เข้าไม่ถึง

    ปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ สะท้อนปัญหาสังคมไทยอีกอย่าง คือ เป็นสังคมของคนรวยส่วนน้อย ที่นั่งในรถส่วนตัวคันละ 1 – 2 คน และคนจนส่วนใหญ่ที่ต้องห้อยโหนแออัดยัดเยียดในรถเมล์ ซึ่งใช้เวลารอนานกว่าจะแย่งขึ้นได้ คนรวยมีเงินซื้อรถส่วนตัว  มีอำนาจต่อรองสูง ใช้ถนนได้ฟรีหรือเกือบฟรี ส่วนการที่สังคมมีคนจนขึ้นรถเมล์มาก ก็ทำให้การปรับราคารถเมล์ทำได้ลำบาก รถเมล์ก็เลยไม่สามารถพัฒนาได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการบริหารแบบรัฐวิสาหกิจที่ขาดประสิทธิภาพด้วย

    ทางแก้คือ รัฐบาลควรเก็บภาษีค่าธรรมเนียมการใช้รถใช้ถนนของรถส่วนตัวมากขึ้นและใช้สิทธิพิเศษลดหย่อนด้านภาษี ค่าธรรมเนียมรถสาธารณะมากขึ้น เปิดโอกาสให้การขนส่งสาธารณะปรับราคา เพื่อนำไปสู่การปรับคุณภาพได้ โดยรัฐบาลอาจต้องให้เงินอุดหนุนคนจนและนักเรียนที่ต้องอาศัยรถเมล์ไปทำงานและโรงเรียน ให้จ่ายค่าโดยสารในราคาต่ำหน่อยในระยะ 2-3 ปีแรก เช่น ซื้อเป็นตั๋วเดือน คูปอง ฯลฯ ในระยะยาวก็ต้องแก้ปัญหาการกระจายรายได้ให้เป็นธรรมมากขึ้น คนจนจะได้มีรายได้มากขึ้น จะได้เสียค่ารถเมล์และรถสาธารณะอื่นๆสูงขึ้นได้

    สิ่งที่รัฐบาลและผู้บริหาร กทม.น่าจะทำอีกอย่าง คือ ทำทางรถจักรยาน ปลูกต้นไม้สองข้างทางให้คนใช้รถจักรยานได้แบบในเนเธอร์แลนด์และประเทศอื่นๆ  จะทำให้ประหยัดค่าน้ำมัน ลดอากาศเป็นพิษ คนมีสุขภาพดีขึ้น ส่วนรถมอเตอร์ไซต์น่าจะหาทางจำกัดจำนวน ควบคุมความเร็ว เน้นให้แล่นเฉพาะในซอยขนาดเล็กที่ไม่มีรถรับส่งสาธารณะ เพราะปัจจุบันมอเตอร์ไซต์เพิ่มจำนวนมาก เฉพาะในกรุงเทพฯ ก็หลายล้านคัน มอเตอร์ไซต์ทำให้อากาศเป็นพิษและเกิดอุบัติเหตุมาก การขนส่งทางน้ำก็น่าจะเร่งส่งเสริมพัฒนาให้ได้มากกว่านี้ โดยต้องดำเนินการให้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

    การประกาศให้โรงเรียน และธนาคาร เปิดและเลิกในเวลาต่างกันนิดหน่อยอย่างที่ทำอยู่ ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการจราจร ถ้าจะแก้ให้ได้จริงต้องให้เวลาโรงเรียนและสถานที่ทำงานขนาดใหญ่ทุกประเภทเหลื่อมเวลากันมากๆ เช่น แห่งหนึ่งเข้า 7 โมง อีกแห่งเข้า 10 โมงหรือแบ่งเป็นภาคเช้า ภาคบ่ายไปเลย หรือจะให้ดีกว่านั้นก็คือ อย่าหยุดเสาร์อาทิตย์พร้อมกันให้สถานที่ทำงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจเอกชนและสถาบันการศึกษาต่างคนต่างมีวันหยุดที่ต่างกันไป สำหรับวันหยุดประจำภาคของสถาบันการศึกษา ควรจะหยุดหน้าฝนมากกว่าหยุดหน้าร้อนตามแบบฝรั่ง ในต่างจังหวัดเด็กนักเรียนที่ได้หยุดหน้าฝน ก็จะได้ช่วยพ่อแม่ทำการเกษตร ในเมืองเองการเดินทางหน้าฝนรถก็มักจะติดมากกว่าในช่วงที่ฝนไม่ตก รวมทั้งไปโรงเรียนหน้าฝน เด็กก็มีโอกาสเป็นหวัดได้ง่าย

    การพัฒนาให้โรงเรียนและสถาบันการศึกษา มีคุณภาพใกล้เคียงกันทั้งในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศก็เป็นสิ่งจำเป็น จะทำให้คนอยากเรียนโรงเรียนใกล้บ้านโดยไม่ต้องเดินทางไกล รวมทั้งนักเรียนนักศึกษาในต่างจังหวัดก็จะได้เลือกเรียนในต่างจังหวัดได้ การที่สถาบันการศึกษาดีๆ กระจุกตัวในกรุงเทพมาก ทำให้คนรวยคนชั้นกลางส่งลูกหลานมาแออัดยัดเยียดอยู่กันในกรุงเทพฯมาก คนเหล่านี้ก็มักมีเงินซื้อรถให้ลูกที่เป็นนิสิตนักศึกษาขับด้วย ทำให้การใช้รถเก๋งส่วนตัวในกรุงเทพฯ มีมากขึ้นอีก

    ปัญหาการจราจรคับคั่งในกรุงเทพฯ สะท้อนให้เห็นว่าความเจริญทางเศรษฐกิจรวมศูนย์ที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมากไป คนชั้นกลางชั้นสูงใช้รถส่วนตัวกันมาก การจะแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯและปริมณฑล ต้องเชื่อมโยงกับการแก้ไขนโยบายพัฒนาประเทศให้มุ่งกระจายการพัฒนาสู่ต่างจังหวัดและพัฒนาเพื่อคนจนมากขึ้น ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเทคนิคการจราจรเท่านั้น ซึ่งนอกจากจะแก้ไม่ได้ผลแล้วยังต้องใช้งบประมาณสิ้นเปลืองมากขึ้น ทำให้มีงบประมาณเหลือไปช่วยต่างจังหวัดลดลงอีก กลายเป็นปัญหางูกินหางไม่รู้จบสิ้น

 

ที่มา …จาก
วิทยากร เชียงกูล – ปฏิรูปการเมือง.– กรุงเทพฯ : มิ่งมิตร, 2540.


ที่มา : http://bangkokrides.com/article/article20.html


 
2  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / ลดอุบัติเหตุ เจ็บ ตาย จากการขับขี่ เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2013, 08:54:53 am



ลดอุบัติเหตุ เจ็บ ตาย จากการขับขี่
อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญ และช่วยกันรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิต จากอุบัติเหตุบนท้องถนนให้น้อยลง  ขณะที่ผู้ขับขี่เองยังคงใช้รถบนท้องถนนอย่างประมาท ทั้งไม่สวมหมวกนิรภัย  ขับรถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด  ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถแก้ไขได้ หากผู้ขับขี่ไม่ใส่ใจในการดูแลชีวิตของตนเองให้มากขึ้น

ปัญหาบนท้องถนนเหล่านี้ ผลักดันให้ คณะทำงานสนับสนุนการดำเนินการงานป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุจราจรทางถนนใน ระดับจังหวัด  (สอจร.) ร่วมกับ ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) และภาคีป้องกันอุบัติเหตุ เปิดข้อมูลการประเมินตนเอง และจัดอันดับ 76 จังหวัด ที่มีความปลอดภัยทางถนนยอดเยี่ยมกับจังหวัดที่ยังมีความเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนน นอกจากนี้ยังมีการประชุมเชิงปฏิบัติการ “พลังเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน” มีการแบ่งห้องประชุมต่างๆ 5 ห้องด้วยกัน มีห้องท้องถิ่น ห้องสถานศึกษา ห้องบังคับใช้กฎหมาย ห้อง MIS และห้องสถานประกอบการรถสาธารณะ กิจกรรมในครั้งนี้แต่ละห้องจะมีการพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้กันอย่างกว้างขวาง

หนึ่งในห้องบังคับใช้กฎหมายที่ร่วมประชุมครั้งนี้ พ.ต.อ.วันไชย เอกพรโรจน์ รองตำรวจภูธร จังหวัดระนองเปิดเผยถึงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุว่า ตำรวจภูธร จังหวัดระนอง มุ่งเน้นในเรื่องของลดอุบัติเหตุให้มีจำนวนเป็นศูนย์ จากอุบัติเหตุบนท้องถนน ในแต่ละเดือนมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น  5 ราย ส่วนใหญ่เป็นรถมอเตอร์ไซต์ ปัญหามาจากขับรถเร็ว แต่ถ้าผู้ขับขี่สวมหมวกนิรภัยตัวเลขการตายก็จะไม่สูง


พ.ต.อ.วันไชย  ชี้แจงต่อว่า สาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุอยู่ที่ผู้ขับขี่ไม่สวมหมวกนิรภัย ตำรวจภูธร จังหวัดระนอง จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100% เป็นการรณรงค์นำร่องใน 2 เขตพื้นที่ คือ โรงพักเมืองระนองกับโรงพักสามน้ำ จากสถิติผู้ขับขี่ไม่สวมหมวก 40% และผู้ซ้อนท้าย 1% เลยมีการประชาสัมพันธ์ 3 เดือน แต่ผลที่ออกมาไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย จึงใช้มาตราการต่อไป คือให้ทุกองค์กรขับเคลื่อนไปด้วยกัน อย่างเช่น ช่วยกันสวมหมวกนิรภัยให้ประชาชนเห็น นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยง ทางโค้งต่างๆ อีกด้วย

ทั้งนี้นอกจากห้องบังคับใช้กฎหมายแล้ว ห้องสถานศึกษายังมีส่วนสำคัญในการช่วยกันหาทางออกของอุบัติเหตุ โดยใช้กลยุทธ์เพิ่มหลักสูตรการเรียนรู้อุบัติเหตุบนถนนให้กับเด็ก ไพศาล ลาภจรัสแสงโรจน์ ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล 3 จังหวัดลำปาง เล่าว่า ทางโรงเรียนมองว่าการเกิดอุบัติเหตุในสถาณศึกษาเป็นภัยมืด เกิดขึ้นบ่อยมาก ทางโรงเรียนจึงใช้วิธีสอนเด็กในวิชาเรียน เกี่ยวกับการตระหนักถึงพิษภัยบนท้องถนน เพราะโรงเรียนหรือภาคส่วนต่างๆได้ดำเนินการมาพอสมควรในเรื่องของการรณรงค์ อย่างเช่น ศึกษาเกี่ยวกับการลดอุบัติเหตุ รณรงค์ใช้รถบนถนน ซึ่งการแก้ไขเหล่านี้เป็นช่วงหรือกระแสมากกว่า เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

“การแทรกด้วยหลักสูตรในห้องเรียนสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืนมากกว่า ถึงแม้ผู้บริหารหรือใครย้ายไป ถ้าจัดเป็นแผนกิจกรรมในชั้นเรียน อยู่ในหลักสูตรแผนการเรียน ก็จะอยู่ในโรงเรียนเหมือนเดิม ทั้งนี้โรงเรียนเทศบาล 3 จังหวัดลำปางมีแผนดำเนินโครงการนี้กับเด็กตั้งแต่ ชั้นอนุบาล ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพราะปลูกฝังด้วยการเรียน สร้างการรับรู้ ระมัดระวัง รวมไปถึงสร้างความถนัดให้กับเด็กอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งเมื่อใช้แผนดังกล่าวช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาอุบัติเหตุไม่เกิดกับนักเรียนเลย เด็กจะสวมหมวกนิรภัยในการขับขี่ และระมัดระวังมากขึ้น และที่สำคัญสถิติการสวมหมวกนิรภัยของนักเรียนมีจำนวนที่มากขึ้นด้วย” ผู้อำนวยการสถานศึกษา กล่าวทิ้งท้าย

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ถ้าเราขับขี่ด้วยความไม่ประมาท และไม่ระมัดระวัง หันมาใส่ใจเรื่องนี้ให้กันมากขึ้นนะค่ะ

 
ที่มา : http://bangkokrides.com/article/article18.html






 
3  พูดคุยทั่วไป / พูดคุยทั่วไป / การทดลองเดินเรือในคลองแสนแสบส่วนต่อขยาย วัดศรีบุญเรือง - มีนบุรี ของกรุงเทพ เมื่อ: ตุลาคม 12, 2013, 12:44:54 pm
การทดลองเดินเรือในคลองแสนแสบส่วนต่อขยาย วัดศรีบุญเรือง - มีนบุรี ของกรุงเทพมหานคร
ยังเปิดให้บริการตามปกติอยู่นะครับ ประชาชนทั่วไป สามารถเข้าใช้บริการได้ตามปกติเลยครับ




ส่วนจากปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนมา วันนี้ได้มีการนำ GPS ไปติดตั้งยังเรือครบทุกลำแล้ว
เพื่อจำกัดความเร็วไว้ไม่เกิน 20 กม./ชม. ซึ่งจะไม่ก่อคลื่น กระทบต่อริ่มตลิ่งแน่นอน


ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามนี้

เมื่อวันเสาร์ที่ 5 ต.ค. 56 เวลา 11.30 น. สส. วิชาญ นำคนขึงเชือกกั้นขวางลำคลองเพื่อไม่ให้เรือโดยสารแล่นผ่าน ที่ ตลาดขวัญเรียม  ต่อมาได้มีประชาชนเรียกร้องให้ สส. วิชาญ นำเชือกออก เพื่อให้เรือโดยสารแล่นผ่านได้ในเวลาต่อมา

เมื่อวันจันทร์ที่ 7 ต.ค. 56 เวลา 11.00 น.    สส. วิชาญ และ สก วิรัช มีนชัยนันท์ นำชาวมีนบุรี เข้ายืนหนังสือร้องเรียนต่อ รองผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร นาย อมร  กิจเชวงกุล ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร  พร้อมรับฟังปัญหาความเดือนร้อนของชาวมีนบุรีผู้ได้รับผลกระทบจากการทดลองเดินเรือในคลองแสนแสบส่วนต่อขยาย ของกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับเรื่อง ตะลิ่งพัง และเสียงรบกวนจากเรือ  ทำให้วิถีชีวิตความป็นอยู่เปลี่ยนไป ต้องการให้สร้างเขื่อนถาวรก่อนมีการเดินเรือต่อไป

เมื่อวันอังคารที่ 8  ต.ค. 56 เวลา 15.00 น.  ณ ศาลาว่าการ กรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร เชิญผู้บริหาร กทม. ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าหารือ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ ชาวบ้านร้องเรียน  ให้เร็วที่สุด
     นายอมร   กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯ กทม.  กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ปัญหาความเดือนร้อนของชาวมีนในวันนี้ จะต้องได้รับการแก้ไข พร้อมระดมทุกฝ่ายลงพื้นที่สำรวจความเดือนร้อนของชาวบ้านทันที 


     นายอมร   กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯ กทม.  กล่าวต่อว่า กรุงเพมหานครจะต้องเดินหน้าต่อไปพร้อมกับความสุขของคนกรุงเทพฯ ขณะนี้ได้จัดสรร งบประมาณการสร้างเขื่อนถาวรแล้วใน ปี 57 เริ่มสรรหาผู้รับเหมาดำเนินการประมาณเดือน ธันวาคม 2556 เป็นต้นไป ขณะนี้ได้จัดสร้างเขื่อนชั่วคราว เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของชาวชุมชนที่อยู่ริมคลองแสนแสบทุกครั้วเรือน ตั้งแต่ ท่าน้ำวัดศรีบุญเรือง ยัง ท่าน้ำเขตมีนบุรี  ตลอดเส้นทางเป็นระยะทาง ประมาณ  11   กิโลเมตร     พร้อมยืนยันจะทดลองเดินเรือต่อไป เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการอีก กว่า 30,000 คน/เดือน  โดยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเดินทางขนส่งมวลชน ที่สะดวกสบาย และบรรเทาความเดือนด้านการจราจร ที่ทางกรุงเทพมหานคร เตรียมพร้อมให้กับชาวกรุงเทพฯ 

เมื่อวันพุธที่ 9 ต.ค. 56 เวลา 11.00 น.
นายอมร   กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯ กทม.  กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบัน มีปริมาณน้ำในคลองแสนแสบเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เป็นเหตุให้ ระดับของโป๊ะที่ท่าเรือทั้ง 14 ท่า ตั้งแต่ ท่าน้ำวัดศรีบุญเรือง ยัง ท่าน้ำเขตมีนบุรี  จึงระดมเจ้าหน้าที่ ปรับระดับบันไดทางเดินโป๊ะ ให้สะดวก และปลอดภัยในการเดิน ขึ้น-ลง เรือ ของผู้ใช้บริการ


วันพุธที่ 9 ต.ค. 2556  เวลา 14.00 น. นาย สมโภชน์   พงษ์เสมา ผู้อำนวยการเขตมีนบุรี  พร้อมคณะ นำผู้บริหารกรุงเทพธนาคม  นำทีมโดย ดร. ไมตรี  และเจ้าหน้าที่ สจส. กทม. เข้าสำรวจและแก้ไขปัญหาความเดือนร้อน พร้อมทำความเข้าใจกับผู้เดือดร้อน  ในเบื้องต้น ทางกรุงเทพนาคม ได้สั่งไม้สนจำนวน 1,000 ต้น เพื่อสร้างเขื่อนชั่วคราวตลอดแนว ลำคลองที่ยังเป็นฟันหลออยู่  ทั้งนี้จเป็นการบรรเทาความเดือนร้อนให้กับชาวริมคลองได้ จนกว่าทาง กทม. จะได้ผู้รับจ้างสร้างเขื่อนถาวรภายในเดือน ธ.ค. 56 นี้


วันศุกร์ที่ 11 ต.ค. 2556 ทางกทม.ได้นำ GPS ไปติดตั้งยังเรือทุกเรือ เพื่อจำกัดความเร็วไม่ให้เกิน 20 กม./ชม. เป็นการแก้ปัญหา คลื่นจากการเดินเรือ ไปกัดเซาะริมตลิ่ง





รวมสื่อประชาสัมพันธ์ โครงการทดลองเดินเรือ ในคลองแสนแสบส่วนต่อขยาย เส้นทาง วัดศรีบุญเรือง - มีนบุรี (ครึ่งปีหลัง)

การเสวนาครั้งที่ 16 คลองแสนแสบทศวรรษใหม่ ควรพัฒนาอย่างไร
 https://www.youtube.com/watch?v=UhtTJ1GZHFM
 https://www.facebook.com/boat.captain.94/posts/163416843839288

การเสวนาครั้งที่ 17 คลองแสนแสบทศวรรษใหม่ ควรพัฒนาอย่างไร
 https://www.youtube.com/watch?v=hd0JHZ3ECO4

การเสวนาครั้งที่ 18 คลองแสนแสบทศวรรษใหม่ ควรพัฒนาอย่างไร
 https://www.youtube.com/watch?v=pS0tSiBWkrk
 https://www.youtube.com/watch?v=vKRdoPpLqSA
 https://www.youtube.com/watch?v=XGqiyjbuZBE
 https://www.facebook.com/media/s ... 29202273&type=1
 https://www.facebook.com/photo.php?v=164535273727445
 https://www.facebook.com/photo.php?v=164537900393849
 http://captainboat.blogspot.com/2013/08/18.html

การเสวนาครั้งที่ 19 คลองแสนแสบทศวรรษใหม่ ควรพัฒนาอย่างไร
 https://www.youtube.com/watch?v=f4TlUCRsBUQ
 https://www.youtube.com/watch?v=sTXi17tZdl8
 http://captainboat.blogspot.com/2013/08/19.html

การเสวนาครั้งที่ 20 คลองแสนแสบทศวรรษใหม่ ควรพัฒนาอย่างไร

 https://www.youtube.com/watch?v=InRC33r0VCs
 https://www.youtube.com/watch?v=xTv7-IYABuY
 https://www.facebook.com/photo.php?v=166281660219473
 http://captainboat.blogspot.com/2013/08/20.html

การเสวนาครั้งที่ 21 คลองแสนแสบทศวรรษใหม่ ควรพัฒนาอย่างไร
 https://www.youtube.com/watch?v=GQO7HBWewlU
 https://www.facebook.com/media/s ... 29202273&type=1
 https://www.facebook.com/photo.php?v=166613820186257
 http://captainboat.blogspot.com/2013/08/21.html

การเสวนาครั้งที่ 22 คลองแสนแสบทศวรรษใหม่ ควรพัฒนาอย่างไร
 https://www.youtube.com/watch?v=VrZTB5Cjj-Y
 https://www.youtube.com/watch?v=agP3j_oOfe0
 http://captainboat.blogspot.com/2013/07/22-4.html
 http://captainboat.blogspot.com/2013/08/22.html

การเสวนาครั้งที่ 23 คลองแสนแสบทศวรรษใหม่ ควรพัฒนาอย่างไร
 https://www.youtube.com/watch?v=gHsAp8E1yc8
 https://www.youtube.com/watch?v=_SrGIbYo7l8
 http://captainboat.blogspot.com/2013/07/23-30-56.html
 http://captainboat.blogspot.com/2013/08/23.html

การเสวนาครั้งที่ 24 คลองแสนแสบทศวรรษใหม่ ควรพัฒนาอย่างไร
 https://www.youtube.com/watch?v=Vr0S05YC9DA
 http://captainboat.blogspot.com/2013/08/24.html

กิจกรรมประชาสัมพันธ์  https://www.youtube.com/watch?v=2qpQiL0XU6Q
tumblr 9 links http://captainboat.tumblr.com/
twitter 9Links https://twitter.com/CaptainBoatBKK
เราไม่ไกลกันเทป 4 http://www.youtube.com/watch?v=9yuHwm0_AUE&feature=share
เราไม่ไกลกันเทป 3 http://www.youtube.com/watch?v=f1bGWnp4BaQ&feature=share
 
หน้า: [1]
ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย