กระทู้ล่าสุดของ: xcv05s0df1

Advertisement


  แสดงกระทู้
หน้า: [1]
1  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / สมุนไพรเหงือกปลาหมอมีสรรพคุณ-เเละประโยชน์ที่น่าทึ่ง เมื่อ: สิงหาคม 22, 2018, 02:34:31 pm
[/b]
สมุนไพเหงือกปลาหมอ[/b][/url][/color][/size][/b]
ชื่อตระกูล : ACANTHACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acanthus ebracteatus Vahl
ชื่อพ้อง : Acanthus ilicfolius L. ; Acanthus ilicfolius L. var intergrifolia T.Anderson
ชื่อสามัญ : Sea holly
ชื่อประจำถิ่นอื่น : แก้มหมอ, แก้มหมอเล (กระบี่) ; จะเกร็ง, นางเกร็ง, เหงือกปลาหมอ, เหงือกปลาหมอน้ำเงิน (ทั่วไป) ; อีเกร็ง (ภาคกลาง)
ลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์
ไม้พุ่มขนาดเล็ก (US) สูงราว 30-100 ซม. ลักษณะลำต้นเป็นข้อ แข็ง และก็มีหนามอ่อนๆตามข้อๆละ 4 หนาม
ใบ เป็นใบโดดเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ๆสีเขียวเข้ม ลักษณะใบรูปไข่หรือรูปขอบขนาน ขอบของใบเว้าหรือเรียบ และมีหนามแหลม ปลายใบแหลม มีก้านใบสั่นๆ
ดอกเหงือกปลาหมอ ออกเป็นช่อตั้งตรงที่ยอด ช่อดอกยาว กลีบรองกลีบ มี 4 กลีบ แยกจากกันสีเขียวอ่อน กลีบสีขาว สีขาวขริบฟ้า หรือสีฟ้าอมม่วง แยกเป็น 2 ทาง กลีบบนยาวเท่ากับกลีบรองกลีบดอก แม้กระนั้นกลีบข้างล่างแผ่กว้างรวมทั้งโค้งลง ปลายกลีบหยักเว้าเป็น 3 หยักตื้นๆ
ผล เป็นฝักสีน้ำตาล ปลายฝักป้าน มีเม็ดภายใน 4 เม็ด
นิเวศวิทยา
เป็นไม้ที่โล่งแจ้ง มีอยู่ทั่วไปในป่าชายเลน ตามที่ลุ่มริมน้ำลำคลอง ส่วนมากชอบขึ้นในที่น้ำกร่อย บางครั้งก็พบในน้ำจืดบ้างเหมือนกัน
การปลูกรวมทั้งขยายพันธุ์
เจริญเติบโตเจริญในดินแทบทุกชนิด ความชื้นปานกลาง เพาะพันธุ์ด้วยการเพาะเม็ด
คุณประโยชน์ทางยา
รสรวมทั้งสรรพคุณในตำราเรียนยา
ทั้งต้น รสเค็มกร่อย แก้อาการผื่นผื่นคัน
ใบ รสเค็มกร่อย รักษาโรคปวดบวมรวมทั้งแผลอักเสบ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องอืด แพทย์แผนไทยตามต่างจังหวัดใช้ทั้ง 5 เป็นยาแก้ไข้หัว พิษฝี พิษรอยดำเจริญ แก้น้ำเหลืองเสีย ใช้ปรุงกับฟ้าทลายมิจฉาชีพรมหัวริดสีดวงทวาร ตำใบผสมกับขิงคั้นเอาน้ำหยอดตาแก้อาการตาเจ็บหรือตาแดง
ผล รสเค็มกร่อย ใช้เป็นยาขับเลือดอย่างแรง รวมทั้งแก้ฝีซาง ฝีตาน
ในประเทศประเทศอินเดีย ใช้ยอดและก็ใบอ่อนโขลกผสมน้ำเล็กน้อยปิดแผลที่ถูกงูกัด ต้นใช้รักษาแก้โรคที่เกี่ยวกับหลอดลมและก็แก้ไอ และก็นำมาต้มเอาน้ำดื่มเป็นยารักษาธาตุพิการ
ในประเทศสิงคโปร์ ใช้เม็ดเป็นยาแก้ไอ โดยต้มเม็ดกับดอกมะเฟืองหรือดอกตะลิงปลิง แล้วเพิ่มเติมเปลือกอบเชย แล้วก็น้ำตาลกรวด จิบแก้ไอ เมล็ดบดเป็นผงใช้พอกแก้ฝี หรือนำไปคั่วแล้วป่นละลายน้ำดื่มแก้ฝี ฝักต้มกินเป็นยาขับโลหิต แล้วก็แก้ฝี รากต้มเป็นยาดื่มแก้โรคงูสวัด
วิธีและก็ปริมาณที่ใช้
รักษาโรคผิวหนัง แผลพุพอง น้ำเหลืองเสีย โดยใช้ทั้งยังต้นและใบสด 3-4 กำมือ ล้างให้สะอาด สับเป็นชิ้นนำไปต้มน้ำ แล้วก็ใช้น้ำอาบ ยามเช้า-เย็น ตรงเวลา 1 สัปดาห์
ข้อควรทราบ
เหงือกปลาหมอมีอยู่ร่วมกัน 2 ประเภท คือ
เหงือกปลาหมอ Acanthus ilifolius L. หรือ Acanthus ilifolius L. var intergrifolia T.Anderson ลักษณะจะมีดอกสีฟ้าอมม่วง มีประสีเหลืองตรงกลางกลีบ มีใบประดับสีเขียวอีก 2 กลีบ รองรับดอกอยู่เป็นประจำไป
เหงือกปลาหมอ Acanthus ebracteatus Vahl ลักษณะจะมีดอกสีขาวค่อนข้างจะเล็ก มีใบแต่งแต้มรองรับช่อดอก แต่ตกหลุดไปก่อน
สรรพคุณของเหงือกปลาหมอ
ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้อายุยืน สุขภาพแข็งแรง เลือดลมไหลเวียนดี เส้นเลือดไม่ตัน บำรุงผิวพรรณ ด้วยการใช้อีกทั้งต้นเหงือกปลาหมอนำมาตำผสมกับพริกไทยในอัตราส่วน 2:1 แล้วคลุกผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นยาลูกกลอน ว่ากันว่าแม้รับประทานติดต่อกัน 1 เดือน จะมีผลให้สติปัญญาดี ไม่มีโรค / 2 เดือน ผิวหนังเต่งตึง / 3 เดือน ทำให้ริดสีดวงหาย / 4 เดือน ช่วยแก้ลม 12 พวก หูดี / 5 เดือน หมดโรค / 6 เดือน ทำให้เดินไม่ทราบเหนื่อย / 7 เดือนผิวสวย / 8 เดือน เสียงน่าฟัง / 9 เดือน หนังเหนียว (ทั้งยังต้น, ราก)
เหงือกปลาหมอมีคุณประโยชน์ช่วยบำรุงรักษาประสาท (ราก)
ช่วยรักษาอาการธาตุผิดปกติ (อีกทั้งต้น)
ช่วยทำให้เลือดลมปกติ (ทั้งต้น)เหงือกปลาหมอขาว
ช่วยทำให้เจริญอาหาร (อีกทั้งต้น)
ช่วยแก้โรคกษัย อาการผอมโซเหลืองหมดทั้งตัว ด้วยการใช้ทั้งต้นของเหงือกปลาหมอนำมาตำเป็นผงกินทุกวัน (ต้น)
ช่วยแก้อาการร้อนหมดทั้งตัว เจ็บระบบทั้งตัว ตัวแห้ง เวียนหัว หน้ามืดตามัว มือตายตีนตาย ด้วยการใช้ต้นของเหงือกปลาหมอและก็เปลือกมะรุมอย่างละเท่ากัน ใส่หม้อต้มผสมกับเกลือเล็กน้อย หมาก 3 คำ เบี้ย 3 ตัว วางบนปากหม้อ แล้วก็ใช้ฟืน 30 ดุ้น ต้มกับน้ำเดือดจนงวดแล้วชูลง เมื่อเสร็จให้อั้นลมหายใจกินขณะอุ่นๆจนกระทั่งหมด อาการก็จะ (ทั้งต้น)
ช่วยยับยั้งมะเร็ง ต่อต้านโรคมะเร็ง (อีกทั้งต้น)
ช่วยรักษาอาการปอดอักเสบ ด้วยการใช้เหงือกปลาหมอทั้งต้นแล้วก็อาหารมื้อเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ในรูปทรงที่เท่ากัน นำมาต้มกับน้ำจนเดือดแล้วเอามาดื่มในขณะอุ่นๆครั้งละ 1 แก้ว เช้าตรู่ ช่วงเวลากลางวัน เย็น อาการจะดียิ่งขึ้น (อีกทั้งต้น)
รักษาปอดบวม ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ใบ)
ต้นมีรสเค็มกร่อย สรรพคุณช่วยแก้ลักษณะของการปวดหัว (ต้น)
รากช่วยแก้แล้วก็บรรเทาอาการไอ หรือจะใช้เม็ดเอามาต้มดื่มแก้อาการไอก็ได้เหมือนกัน (ราก, เมล็ด)
ช่วยแก้โรคหืดหอบ (ราก)
ช่วยรักษาวัณโรค ด้วยการใช้ต้นนำมาตำผสมเป็นน้ำดื่ม (ต้น)
ช่วยแก้ลักษณะของการเจ็บตา ตาแดง ด้วยการใช้เหงือกปลาหมออีกทั้งต้นนำมาตำผสมกับขิง คั้นเอาแต่น้ำใช้หยอดตาแก้อาการ (อีกทั้งต้น)
ใบช่วยแก้ไข้ (ใบ)
ช่วยแก้ไข้จับสั่น ด้วยการใช้อีกทั้งต้นเหงือกปลาหมอมาตำผสมกับขิง (ต้น)
ช่วยแก้พิษไข้หัว ด้วยการใช้ทั้งต้นรวมถึงรากเอามาต้มอาบแก้อาการ (ทั้งยังต้น)
แก้อาการไอ เม็ดใช้ผสมกับดอกมะเฟือง เปลือกอบเชย น้ำตาลกรวด เอามาต้มรวมกันแล้วเอาแต่น้ำมากินเป็นยาแก้ไอ (เมล็ด)
ช่วยขับเสมหะ (ราก)
หากเป็นลม ให้ใช้ต้นเหงือกปลาหมอ 1 ส่วน / พริกไทย 2 ส่วน ผสมรวมกัน ตำให้ถี่ถ้วนเป็นผงแล้วนำมาละลายน้ำร้อนดื่ม (ต้น)
ช่วยแก้โรคกระเพาะ ด้วยการใช้อีกทั้งต้นรวมทั้งพริกไทย (10:5 ส่วน) ตำผสมปั้นเป็นยาลูกกลอน (ทั้งยังต้น)
ช่วยขับพยาธิ (เม็ด)
ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร ด้วยการใช้ต้นเหงือกปลาหมอกับขมิ้นอ้อย นำมาตำละลายกับน้ำแล้วทาบริเวณที่เป็นริดสีดวง หรือจะใช้ปรุงกับฟ้าทะลายมิจฉาชีพ ใช้รมหัวริดสีดวงก็ได้ (ต้น, ใบ)
ช่วยขับเยี่ยว ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ไม่เจาะจงส่วนที่ใช้)
ช่วยรักษามุตกิดระดูขาว ตกขาวของสตรี ด้วยการใช้ใบรวมทั้งต้นเอามาตำเป็นผุยผง ผสมกับน้ำผึ้งหรือน้ำมันมันงา ปั้นเป็นยาลูกกลอนรับประทานแก้อาการ (ต้น, ใบ, ราก)
ช่วยแก้ระดูมาไม่ปกติของสตรี ด้วยการใช้ต้นนำมาตำผสมกับน้ำผึ้ง น้ำมันงา (ต้น)
ช่วยรักษานิ่วในไต ด้วยการใช้ใบเอามาต้มเป็นน้ำดื่ม (ใบ)
ช่วยแก้ไตทุพพลภาพ ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ไม่เจาะจงส่วนที่ใช้)

ผลช่วยขับโลหิต หรือจะใช้เมล็ดผสมกับดอกมะเฟือง เปลือกอบเชย น้ำตาลกรวด นำมาต้มรวมกันแล้วมัวแต่น้ำมากิน หรือใช้ต้น 10 ส่วนรวมทั้งพริกไทย 5 ส่วน ผสมทำเป็นยาลูกกลอนรับประทานก็ได้ (เม็ด, ผล, ทั้งยังต้น)
ช่วยฟอกเลือด ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
แก้พิษเลือด ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (เปลือกต้น)
ช่วยรักษาแผล ด้วยการใช้ทั้งยังต้นนำมาตำผสมกับหัวสามสิบ ในอัตราส่วน 2:1 (ทั้งยังต้น)
ต้นเหงือกปลาหมอมีคุณประโยชน์ช่วยรักษาแผลพุพอง (ต้น)
ใบมีรสเค็มกร่อย สรรพคุณช่วยรักษาแผลอักเสบ (ใบ)
ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย ด้วยการใช้ต้น 3-4 ต้น เอามาหั่นเป็นชิ้น แล้วต้มน้ำอาบแก้อาการ (ต้น, ใบ, เมล็ด)
สำหรับผู้เจ็บป่วยเอดส์ที่มีแผลพุพองตามผิวหนัง ถ้าหากใช้ต้นมาต้มอาบและทำเป็นยารับประทานติดต่อกันประมาณ 3 เดือนจะช่วยทำให้อาการของแผลพุพองทุเลาลงอย่างแจ่มแจ้ง (ต้น)
ช่วยรักษาโรคผิวหนังหรือประป่า รักษากลากเกลื้อน อีสุกอีใส (ใบ)
ช่วยรักษาโรคเรื้อน โรคกุฏฐัง ด้วยการใช้ทั้งยังต้นเอามาตำมัวแต่น้ำกิน (ทั้งต้น)
ช่วยแก้ผดผื่นคันตามร่างกาย ใช้ล้างแผลเรื้อรัง ด้วยการใช้ต้นสดและก็ใบสดล้างสะอาดราว 3-4 กำมือ นำมาสับแล้วต้มกับน้ำอาบแก้ผื่นคันติดต่อกัน 3-4 ครั้ง (ต้น, ใบ)
เหงือกปลาหมอมีสรรพคุณทางยาช่วยแก้ลมพิษ (ต้น)
รากสดเอามาต้มเอาแต่น้ำ ใช้ดื่มเป็นยารักษาโรคงูสวัดได้ (ราก)
ช่วยรักษาฝี ฝีเรื้อรัง แผลฝีหนอง ฝีดาษ ตัดรากฝี แก้พิษฝีทุกประเภททั้งยังข้างในภายนอก ด้วยการใช้ต้นรวมทั้งใบทั้งสดรวมทั้งแห้งราว 1 กำมือ นำมาบดอย่างรอบคอบ แล้วเอามาพอกบริเวณที่เป็นฝี หรือวิธีที่สองจะเอามาสับเป็นชิ้นเล็กๆใส่น้ำให้ท่วมแล้วต้มในน้ำเดือดทิ้งไว้ 10 นาที แล้วนำมาดื่มก่อนที่จะกินอาหารครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 3 ครั้ง โดยประมาณ 2-3 อาทิตย์ หรือจะใช้เมล็ดเอามาคั่วให้เกรียมแล้วป่นอย่างถี่ถ้วน ชงกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ฝีก็ได้ (ต้น, ใบ, เมล็ด)
เมล็ดใช้ปิดพอกฝี (เม็ด)
ผลมีรสเผ็ดร้อน สรรพคุณช่วยถอนพิษ (ผล, ต้น)
ใบสดเอามาตำอย่างละเอียด สามารถใช้พอกรอบๆแผลที่ถูกงูกัดได้ (ใบ)
ช่วยแก้ผิวแตกตลอดตัว ด้วยการใช้ทั้งยังต้นของเหงือกปลาหมอ1 ส่วน / ดีปลี 1 ส่วน ใช้ผสมกันบดให้เป็นผงชงกับน้ำร้อนดื่มแก้อาการ (ทั้งยังต้น)
ต้น ถ้าเกิดประยุกต์ใช้จะช่วยแก้โรคเหน็บชา อาการชาทั้งตัวได้ (ต้น)
รากมีคุณประโยชน์ช่วยแก้อัมพาต (ราก)
แก้ลักษณะของการเจ็บข้างหลังเจ็บเอว ด้วยการใช้ต้นกับชะเอมเทศเอามาบดเป็นผง ผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอนรับประทาน (ต้น)
ใบใช้เป็นยาประคบปรับปรุงข้ออักเสบและแก้อาการปวดต่างๆ(ใบ)
ช่วยบำรุงรากผม ด้วยการใช้น้ำคั้นจากใบนำมาทาให้ทั่วหัว จะช่วยทำนุบำรุงรากผมได้ (ใบ) http://www.disthai.com/[/b]
2  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / กระเทียม มีประโยชน์-เเละสรรพคุณ มากกว่าที่คุณคิด ?.... เมื่อ: สิงหาคม 13, 2018, 01:57:02 pm

กระเทีย[/size][/b]
กระเทียม ชื่อสามัญ Garlic
[url=http://www.disthai.com/16488280/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1]กระเทีย[/b] ชื่อวิทยาศาสตร์ เป็นคำว่า Allium sativum L. จัดอยู่ในวงศ์พลับพลึง (AMARYLLIDACEAE) แล้วก็อยู่ในวงศ์ย่อย ALLIOIDEAE (ALLIACEAE)
สำหรับในประเทศไทยนิยมนำมาปลูกมากในทางภาคเหนือและภาคอีสาน แต่สำหรับกระเทียมที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพดี กลิ่นแรงคงจะหนีไม่พ้นจังหวัดศรีสะเกศ
สรรพคุณของกระเทียม
ช่วยทำนุบำรุงผิวหนังให้มีสุขภาพแข็งแรงและแข็งแรง
ช่วยสร้างเสริมการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อภายในร่างกาย
ช่วยคุ้มครองการเกิดโรคมะเร็ง
ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด
ช่วยทำให้สมดุลภายในร่างกาย
ช่วยแก้อาการเวียนหัวศีรษะ อาการมึน ปวดหัว หูอื้อ
ช่วยในเรื่องระบบแพร่พันธุ์รวมทั้งระบบฟุตบาทฉี่ เนื่องจากว่ามีสารที่ช่วยควบคุมฮอร์โมนทั้งยังหญิงรวมทั้งชาย ช่วยให้มดลูกบีบตัว เพิ่มกำลังวังชาให้มีเรี่ยวแรง
ช่วยรักษาโรคความดันโลหิต
ช่วยคุ้มครองป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ลดความเสี่ยงของหัวใจล้มเหลวรุนแรง
ช่วยต่อต้านเนื้องอก
ช่วยไขปัญหาผมบาง ยาวช้า มีสีเทา
ช่วยปกป้องการเกิดรวมทั้งรักษาโรคโลหิตจาง
ช่วยสำหรับการขับพิษรวมทั้งพิษอันตรายที่แปดเปื้อนในเม็ดเลือด
ช่วยคุ้มครองปกป้องฝาผนังเส้นเลือดดกและก็แข็งตัว
สารสกัดน้ำมันกระเทียมมีสารที่มีส่วนช่วยสำหรับในการละลายลิ่มเลือด
ช่วยคุ้มครองป้องกันการเกิดเส้นเลือดอุดตัน
มีสารต่อต้านไม่ให้เม็ดเลือดแดงแตก
ช่วยทุเลาอาการไอ น้ำมูกไหล คุ้มครองหวัด
ช่วยรักษาโรคหวัดและก็ไข้หวัดใหญ่
ช่วยรักษาอาการเยื่อบุจมูกอักเสบแล้วก็ไซนัส
ช่วยรักษาโรคไอกรน
ช่วยแก้อาการหอบ หืด
ช่วยรักษาโรคหลอดลม
ช่วยยับยั้งกลิ่นปากกระเทียม
ช่วยสำหรับการขับเหงื่อ
ช่วยสำหรับในการขับเสลด
ช่วยควบคุมโรคกระเพาะ ด้วยสารที่ช่วยยั้งไม่ให้น้ำย่อยของกินมาย่อยแผลในกระเพาะ
ช่วยในการขับลม
ช่วยรักษาอาการจุกเสียดแน่นท้อง ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ
ช่วยคุ้มครองโรคท้องผูก
ช่วยรักษาโรคบิด
ช่วยสำหรับเพื่อการขับเยี่ยว
ช่วยในการขับพยาธิได้หลายแบบ ดังเช่นว่า พยาธิแส้ม้า พยาธิเส้นด้าย พยาธิหมุด พยาธิไส้เดือน เป็นต้น
ช่วยรักษาโรคตับอ่อนอักเสบประเภทร้ายแรงได้
ช่วยป้องกันการเกิดโรคไต
ช่วยฆ่าเชื้อโรครา เชื้อแบคทีเรียต่างๆรวมทั้งเชื้อราตามหนังหัวและก็บริเวณเล็บ
ช่วยยับยั้งเชื้อต่างๆตัวอย่างเช่น เชื้อที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดฝีหนอง คออักเสบ เชื้อปอดบวม เชื้อวัณโรค ฯลฯ
ช่วยกำจัดพิษจากสารตะกั่วกระเทียมคุณประโยชน์
ช่วยรักษาขี้กลาก เกลื้อน
ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อ บำรุงข้อต่อและกระดูกภายในร่างกาย
บรรเทาอาการปวดข้อแล้วก็เมื่อยตามร่างกาย
ช่วยแก้อาการเคล็ดลับขัดยอกและเท้าพลิก เพราะว่ามีสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดมายังบประมาณริเวณที่นวดยาก้าวหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆนั่นเอง
มีสารต้านอาการไขข้ออักเสบ โรคข้อรูมาติเตียนสซั่ม
กระเทียมมีกลิ่นแรงจึงสามารถช่วยไล่ยุงได้อย่างดีเยี่ยม
ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย เพิ่มความยากอาหาร
ประโยชน์ของกระเทียม
ประโยชน์หลักๆของกระเทียมอาจจะหนีไม่พ้นการนำมาใช้เพื่อช่วยแต่งรสชาติของอาหาร ไม่ว่าจะใช้ผัด แกง ทอด ยำ ต้มยำ หรือน้ำพริกต่างๆอีกสารพัน
[url=http://www.disthai.com/16488280/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1]กระเทียม
เป็นเครื่องสมุนไพรที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด และยังเป็นพืชที่ธาตุซีลีเนียมสูงขึ้นยิ่งกว่าพืชชนิดอื่นๆทั้งยังมีสารอะดีโนซีน (Adenosine) ซึ่งเป็นกรดนิวคลีอิกที่เป็นตัวสร้าง DNA รวมทั้ง RNA ของเซลล์ในร่างกาย
นอกเหนือจากนั้นยังมีการนำกระเทียมไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆอย่างมากมาย ตัวอย่างเช่น กระเทียมเสริมอาหาร กระเทียมสกัดผง สารสกัดน้ำมันกระเทียม กระเทียมดอง ฯลฯ
[/b]
ค่าทางโภชนาการของกระเทียมดิบ ต่อ 100 กรัม
พลังงาน 149 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 33.06 กรัม
น้ำตาล 1 กรัม
ใยอาหาร 2.1 กรัม
ไขมัน 0.5 กรัม
โปรตีน 6.36 กรัม
วิตามินบี 1 0.2 มิลลิกรัม 17%
วิตามินบี 2 0.11 มก. 9%
วิตามินบี 3 0.7 มิลลิกรัม 5%
วิตามินบี 5 0.596 มก. 12%
วิตามินบี 6 1.235 มก. 95%
วิตามินบี 9 3 ไมโครกรัม 1%
วิตามินซี 31.2 มก. 38%
ธาตุแคลเซียม 181 มิลลิกรัม 18%
ธาตุเหล็ก 1.7 มิลลิกรัม 13%
ธาตุแมกนีเซียม 25 มก. 7%
ธาตุแมงกานีส 1.672 มิลลิกรัม 80%
ธาตุฟอสฟอรัส 153 มิลลิกรัม 22%
ธาตุโพแทสเซียม 401 มิลลิกรัม 9%
ธาตุสังกะสี 1.16 มก. 12%
ธาตุซีลีเนียม 14.2 ไมโครกรัม
% ปริมาณร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายอยากในวันแล้ววันเล่าสำหรับผู้ใหญ่ (ที่มาที่ไป : USDA Nutrient database)
ข้อเสนอแล้วก็ข้อควรปฏิบัติตามสำหรับการใช้กระเทียม
กระเทีย[/b]ยิ่งสดเท่าไรก็ยิ่งมีสรรพคุณที่ดีเลิศขึ้นเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นสำหรับกระเทียมที่ผ่านความร้อนด้วยแนวทางต่างๆหรือผ่านการหมักดอง จะทำให้วิตามินรวมทั้งสารอัลลิซินที่มีอยู่ในกระเทียมนั้นย่อยสลายไป
วิตามินและแร่ที่อยู่ในกระเทียมนั้น จะมีมากหรือน้อยก็ขึ้นกับดินและก็ลักษณะอากาศที่ใช้เพื่อการเพาะปลูกอีกด้วย
สำหรับหญิงที่กำลังตั้งท้องหรือให้นมลูก ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดเป็นปกติ มีระดับความดันเลือดเป็นปกติ คนที่มีลักษณะอาการของเลือดหยุดไหลช้า รวมถึงผู้ที่ใช้ยาอื่นๆเป็นประจำ ยกตัวอย่างเช่น ยาปฏิชีวนะ ยาแอสไพริน ยาแก้อักเสบ ยาต้านทานเชื้อไวรัส คุณไม่ควรรับประทานกระเทียมหรือสินค้ากระเทียมเสริมในปริมาณที่มากจนถึงเกินไป เพราะว่าอาจก่อให้เป็นโทษต่อร่างกายได้
สำหรับคนที่ได้รับกลิ่นของกระเทียมเป็นประจำ อาจจะส่งผลให้กำเนิดอาการแพ้กระเทียมเมื่อกินได้ โดยอาจจะมีอาการคลื่นไส้ และก็มีของกินหัวใจที่เต้นแรงไม่ปกติ แม้กระนั้นอาการดังกล่าวจะเบาๆหายไปเองภายในช่วงเวลา 3-4 ชั่วโมง ซึ่งกระเทียมที่ประยุกต์ใช้สำหรับเพื่อการทำกับข้าวมักจะนำมาซึ่งอาการแพ้ได้น้อยกว่ากระเทียมแบบใหม่ๆ
สำหรับคนที่อยู่ในห้องครัวหรือผู้ต้องใช้มือสัมผัสกับกระเทียมเสมอๆและเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน อาจก่อให้ผิวหนังเกิดการอักเสบ มีตุ่มน้ำได้ ด้วยเหตุนั้นคุณควรเลี่ยงการสัมผัส[url=http://www.disthai.com/16488280/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1]กระเทียม
โดยตรงเสมอๆด้วยการใส่ถึงมือทุกคราวในตอนที่จะใชกระเทียม[/url]
ถึงแม้กระเทียมจะเป็นพืชที่มีคุณประโยชน์อยู่ล้นหลาม แม้กระนั้นคุณก็ไม่ควรที่จะเลือกใช้กระเทียมเพื่อหวังผลสำหรับในการรักษาอาการหรือโรคใดโรคหนึ่ง อีกทั้งคำตอบที่ได้ในแต่ละบุคคลก็บางครั้งก็อาจจะต่างกันออกไป ด้วยเหตุดังกล่าวคุณควรที่จะเลือกกินให้หลากหลายและก็ครบ 5 หมู่ จะเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยม เพราะว่าผักสมุนไพรธรรมดา ถ้าศึกษากันอันที่จริงแล้ว มันก็เป็นประโยชน์มากพอๆกับกันเลย
เดี๋ยวนี้ในบ้านเรายังไม่มีการยืนยันว่ากระเทียมนั้นจะสามารถรักษาโรคได้จริง คงจะเป็นได้เพียงแต่สมุนไพรลู่ทางในการรักษารวมทั้งสมุนไพรเสริมสุขภาพแค่นั้นhttp://www.disthai.com/[/b]

Tags : สมุนไพรกระเทียม
3  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / ทับทิมสามารถนำมาทำเป็นสมุนไพรรักษาโรคได้เป็นอย่างดี เมื่อ: สิงหาคม 08, 2018, 06:24:48 pm

ทับทิ[/size][/b]
การกินเพื่อสุขภาพ
ทับทิม ยอดเยี่ยมราชินีแห่งผลไม้ มีสาระทั้งต้น
การกินเพื่อสุขภาพ
ทับทิม สุดยอดราชินีที่ผลไม้ เป็นประโยชน์ทั้งยังต้น
อัปเดตปัจจุบันตอนวันที่ พฤษภาคม 3, 2018 โดยประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
แชร์บทความนี้
[url=http://www.disthai.com/16488281/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A1]ทับทิม
เป็นผลไม่ที่นิยมกินกันมาก รวมทั้งขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของคุณค่าที่มากมาย จนได้รับสมญาว่า ราชินีแห่งผลไม้ พูดกันว่าทับทิมนั้นคือผลไม้ที่ถูกนำมาใช้ในวงการแพทย์มาแล้วนับพันปี ในปัจจุบันทับทิมถือเป็นผลไม้ที่นิยมนำมาปลูก และก็รับประทานกันทั่วทั้งโลก สามารถหารับประทานได้ง่ายในประเทศไทย ดูได้จากร้านค้าขายน้ำทับทิม หรือผลทับทิมสด ที่เกือบจะมีอยู่ตามถนนหรือทุกตลาดในประเทศไทย
ประโยชน์ซึ่งมาจากทับทิมมีจำนวนมาก ทั้งยังในเรื่องของสารอาหาร แล้วก็การปกป้องโรค
วิตามินซีสูงมาก
ทับทิมนับว่าเป็นผลไม่ที่มีวิตามินซีสูงมาก ในน้ำทับทิมเพียง 1 แก้ว มีวิตามินซีถึงจำนวนร้อยละ 40 ของจำนวนที่พวกเราอยากได้ในหนึ่งวัน (สำหรับคนแก่) ด้วยจำนวนวิตามินซีที่สูงในระดับนี้ก็เลยมีคุณประโยชน์สำหรับการลดการเสี่ยงสำหรับการเป็นโรคหวัด หรือแพ้อากาศได้อย่างยอดเยี่ยม
ช่วยบำรุงผิวพรรณ
การกินทับทิมสด หรือน้ำทับทิมนั้น จะช่วยให้ผิวพรรณของพวกเราดูสดใส เพราะทับทิมเป็นผลได้ที่มีสรรพคุณสำหรับการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสำหรับเพื่อการชะลอวัย ลดการเกิดริ้วรอยในผิวของพวกเรา รวมทั้งด้วยจำนวนวิตามินซีที่สูงก็เลยช่วยในเรื่องทำให้ผิวกระจ่างขาวสวยใส ยิ่งกว่านั้นเรายังสามารถใช้น้ำทับทิมราว 1 ช้อนชา ทาบริเวณบริเวณใบหน้า ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยสำหรับเพื่อการบำรุงผิวหน้าให้มองเต่งตึงมากขึ้นเรื่อยๆได้อีกด้วย คุณประโยชน์ในข้อนี้ของทับทิมสามารถยืนยันได้จากการที่ในปัจจุบัน มีเครื่องสำอางหรือครีมหลายชนิดได้นำทับทิมไปเป็นองค์ประกอบ
เส้นเลือดรวมทั้งหัวใจดีขึ้น
ในทางการแพทย์มีการวิจัยแล้วพบว่าทับทิม มีคุณประโยชน์ช่วยสำหรับในการทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ลดภาวการณ์ขาดเลือดในผู้ป่วยโรคหัวใจ นอกเหนือจากนี้ยังพบว่าคนที่มีความดันเลือดสูง เมื่อกินน้ำทับทิมวันละ 50cc จะช่วยลดระดับความดันเลือดได้ร้อยละ 5 ช่วยลดสภาพการณ์การแข็งตัวของไขมันในเส้นเลือดได้อีกด้วย
ลดการเสี่ยงสำหรับในการกำเนิดโรคมะเร็ง
เนื่องมาจากคือผลไม้ที่มีค่าการต้านอนุมูลอิสระที่สูง จึงช่วยลดการเสี่ยงสำหรับเพื่อการกำเนิดโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี มีงานศึกษาเรียนรู้วิจัยพบว่า การรับประทานทับทิมช่วยลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยยั้งการเติบโตของเซลล์ของมะเร็งถึง 13ช นิด รวมทั้งยังสามารถช่วยทำลายเซลล์ของมะเร็งในหลอดอาหาร และก็ไส้ได้อีกด้วย
ประโยชน์อื่นๆของทับทิม
เว้นเสียแต่คุณประโยชน์หลักที่กล่าวไปในข้างต้นแล้ว ทับทิมยังมีคุณประโยชน์อื่นอีกเพียบเลย ไม่ว่าจะเป็น ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องในหญิงมีครรภ์ ช่วยทำให้ปรับสมดุลในวัยหมดระดู ลดความเสี่ยงสำหรับการเป็นโรคความจำเสื่อมในคนชรา คุ้มครองป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน เสริมสุขภาพกระดูกลดการเสี่ยงสำหรับในการเป็นโรคกระดูกพรุน ป้องกันการเสื่อมสรรถยนต์ภาพทางเพศ ลดการตกขาว พูดได้ว่ามีสรรพคุณล้นหลามจริง
 นอกจากส่วนที่เรานิยมรับประทานกันอย่างเมล็ดแล้ว องค์ประกอบอื่นของทับทิมก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน ทั้งที่ยังไม่ตายยาและก็สมุนไพร
ใบ: สามารถทำน้ำยาบ้วนปากหรือล้างตาได้ ยาพอกที่ทำจากใบสามารถช่วยบรรเทาอาการผมร่วงได้อย่างยอดเยี่ยม
เปลือก: ลดการเกิดริ้วรอยในผิวของเราใช้รักษา แผลหิด กากโรคเกลื้อน มีคุณประโยชน์เกี่ยวกับการดูแลและรักษาโรคในทางเดินอาหาร เช่นรักษาอาการท้องเสียได้
เปลือกของลำต้น และก็ราก: สามารถเอามาทำเป็นยาถ่ายพยาธิได้อีกด้วย โดยนำมาผสมกับกานพลู และบางทีอาจใส่ดีเกลือต้มกับน้ำประมาณสามถ้วย มีคุณประโยชน์สำหรับเพื่อการถ่ายพยาธิ
ดอก: มีคุณประโยชน์สำหรับการสมานแผล แล้วก็ทุเลาอาการอักเสบของหูชั้นใน
[url=http://www.disthai.com/16488281/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A1]ทับทิม[/url]ถือเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ในทุกส่วนของต้น ไม่ใช่เพียงเม็ด หรือน้ำทับทิม จึงไม่ประหลาดใจเลยที่ทับทิมจะได้รับฉายานามว่า "ราชชินีแห่งผลไม้"
โรคและอาการอื่นๆดังเช่นว่า โรคหลอดเลือดหัวใจ การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เจ็บกล้ามหลังการบริหารร่างกาย กรุ๊ปอาการอ้วนลงพุง โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เยื่อบุช่องปากอักเสบ ผิวไหม้จากแสงแดด การต่อว่าดเชื้อทริวัวโมแนส (Trichomoniasis) ท้องเสีย โรคบิด เจ็บคอ โรคริดสีดวงทวาร อาการวัยทอง และอื่นๆยังจำต้องทำการวิจัยวิจัยเพิ่มอีกเพื่อหาหลักฐานเกี่ยวกับสมรรถนะและก็ความปลอดภัยของทับทิมสำหรับการรักษาโรค
ความปลอดภัยสำหรับการกินทับทิมหรือสินค้าจากทับทิม
โดยธรรมดาการรับประทานน้ำทับทิมออกจะมีความปลอดภัย แต่ในบางรายที่มีอาการแพ้ผลสดของทับทิมบางทีอาจเป็นผลข้างๆจากการกินน้ำทับทิมได้
รากทับทิมมีสารที่เป็นพิษต่อสุขภาพร่างกาย การรับประทานรากรวมทั้งลำต้นของทับทิมในปริมาณมากอาจไม่ปลอดภัย
สารสกัดจากทับทิมค่อนข้างจะปลอดภัยสำหรับในการรับประทานหรือนำมาใช้กับผิวหนัง แต่ว่าอาจจะเป็นผลให้กำเนิดอาการแพ้เล็กน้อยในบางราย อาทิเช่น อาการคัน บวม น้ำมูกไหล หรือหายใจลำบาก
การกินน้ำทับทิมค่อนข้างจะมีความปลอดภัยสำหรับหญิงมีครรภ์หรืออยู่ในตอนให้นมบุตร แต่ยังไม่มีรายงานยืนยันความปลอดภัยสำหรับในการกินหรือใช้ทับทิมในต้นแบบอื่น อย่างเช่น สารสกัดจากทับทิม จำเป็นจะต้องขอคำแนะนำแพทย์ก่อนที่จะมีการรับประทานทุกหน
น้ำทับทิมอาจก่อให้ความดันเลือดลดต่ำลงน้อย ซึ่งอาจจะส่งผลให้คนไข้ที่มีภาวะความดันต่ำอาการแย่ลง
[/b]
ผู้ที่มีลักษณะอาการแพ้จากพิษพืชอาจมีความเสี่ยงที่จะกำเนิดอาการแพ้จากการกินทับทิม
คนไข้ที่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดควรจะหยุดรับประทานทับทิมอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เนื่องจากว่าทับทิมนำมาซึ่งการทำให้ความดันโลหิตต่ำลง ก็เลยอาจกระทบต่อความดันโลหิตในขณะผ่าตัดหรือมีผลต่อเนื่องไปยังหลังการผ่าตัด
การรับประทานทับทิมพร้อมกันกับยาบางชนิดอาจจะเป็นผลให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างยา อาทิเช่น ยาที่เกี่ยวกับลักษณะการทำงานของตับโดยโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีตับ Cytochrome ประเภท P450 2D6 หรือประเภท P450 3A4 ยาลดความดันเลือดหรือเอซีอี อินฮิบิเตอร์ ยารักษาโรคความดันเลือดสูง ยาโรสุวาสแตตำหนิน คนที่รับประทานยาเสมอๆหรือมีโรคประจำตัวควรจะหารือแพทย์ก่อนที่จะมีการกินเพื่อให้เกิดความปลอดภัย http://www.disthai.com/[/b]
4  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / เห็ดหลินจือช่วยรักษาโรคต่างๆได้จริงหรือ?... เมื่อ: สิงหาคม 08, 2018, 09:02:47 am
[/b]
เห็ดหลินจือ[/size][/b]
เห็ดหลินจือมีผลอย่างไรต่อเซลล์ต่อมะเร็ง โรคหัวใจ โรคไต โรคเบาหวาน โรคความดันสูง และก็โรคอื่นๆอันแสนเหนื่อยที่จะรักษา ติดตามผลวิจัยยืนยันสรรพคุณได้ในบทความนี้จ้ะ
บทความพวกนี้อ้างอิงคุณประโยชน์ของเห็ดหลินจือจากผลวิจัยยืนยันจากที่ต่างๆเพื่อเพื่อนฝูงได้ไตร่ตรองด้วยตัวเองว่ารักษาโรคก้าวหน้าแค่ไหนแล้วก็น่าไว้ใจแค่ไหน ถ้าหากเพื่อนๆเคยอ่านบทความเกี่ยวกับสรรรพคุณหรืองานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยเกี่ยวกับเห็ดหลินจือจากที่อื่นมาก่อน แล้วรู้สึกอ่านไม่ง่ายเท่าไรหรือเปล่าเข้าใจ บทความในเว็บแห่งนี้คนเขียนได้คัดและเก็บจากหลายที่แล้วก็เขียนในภาษาที่อ่านง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพื่อนฝูงๆชอบเนื้อหานี้ก็จะเป็นอันมากหัวใจให้คนเขียนได้บทความดีๆให้เพื่อนพ้องอ่านกันอีกต่อไปบทความเห็ดหลินจือรักษาโรคเด็ดๆที่เพื่อนฝูงๆจะต้องถูกใจ
ระบบภูมิคุ้มกันคือกลไกการกำจัดเชื้อโรค สารเคมีปะปน เซลล์ของมะเร็ง รวมทั้งสิ่งเจือปนอื่ๆที่จะเข้ามาทำอัตรายต่อสุขภาพร่างกายเรานั้นเอง ฉะนั้นถ้าเกิดสหายๆมีระบบระเบียบภูมิต้านทานดีก็จะไม่ป่วยง่าย หรือถ้าป่วยก็จะฟื้นเร็ว แม้กระนั้นถ้าหากระบบภูมิต้านทานไม่ดีก็จะป่วยบ่อยครั้งรวมทั้งเป็นหนักกว่าคนที่มีระบบูมิคุ้มกันแข็งแรง มาถึวนี้แล้วเพื่อนฝูงๆคงจะมองเห็นความสำคัญของการมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงกันแล้ว
คนจีนโบราณใช้เห็ดหลินจือมานานกว่า 2000 ปีแล้ว แต่ว่าในสมัยนั้นยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าเพราะเหตุไรคนที่ทานเห็ดหลินจือถึงมีอายุยืนและก็แข็งแรงไม่ค่อยเป็นโรค ในตอนนี้เราสมารถพิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าสารกรุ๊ป Polysacchayide ในเห็ดหลินจือนั้นสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพวกเราได้จริง สารกลุ่มดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วสามารถกระตุ้นการสร้าง Interleukin และ Immuoglodulin ซึ่งส่งผลให้ระบบภูเขามคุ้มครองดีและก็แข็งแรงขึ้น
ระบบภูมิคุ้มกันที่ถูกเสริมด้วยสาร Polysaccharide ในเห็ดหลินจือจะสามารถต่อต้านวรัส เซลล์มะเร็ง และก็จำกัดสารอนุมูลอิสระเจริญขึ้น ยิ่งไปกว่านี้ยังช่วยทำให้ถูกผลข้างเคียงที่โดนยาต้านทานโรคมะเร็งบางตัวและกระบวนการทำคีโมกดภูมิคุ้มกันให้มีระบบภูมิคุ้มกันอีก และก็เห็ดหลินจือยังมีสารออกฤทธิ์ต้านทานการแบ่งตัวของเชื้อ HIV อีกด้วย ซึ่ง กรุ๊ปดังที่กล่าวมาข้างต้นคือกลุ่ม Bitter Triterpenoids
A
นักค้นคว้าได้ศึกษาค้นพบสารหลายอย่างในเหล็ดหลินจือที่ช่วยลดจำนวนไขมันในเส้นเลือดเป็นGanoderic Acid แล้วก็ Lucidenic Acid ซึ่งสาร 2 ชนิดที่ได้กล่าวผ่านไปแล้วก่อนหน้านี้ เว้นแต่ช่วยลดไขมันในเส้นโลหิตได้แล้ว ยังปกป้องไม่ให้ไขมันอุดตันเส้นโลหิตได้โดยตรงอีกด้วย ยิ่งกว่านั้นยังมีสารกรุ๊ป Nucleotide ซึ่งสามารถช่วยลดการอุดตันของลิ่มเลือดในเส้นเลือด แล้วก็ช่วยลดอัตราเสี่ยงที่จะเป็นอัมพาตได้อีกด้วย
ได้มีนักวิทยาศาสตร์ที่ประเทศญี่ปุ่นทดสอบให้สารสกัดเห็ดหลินจือกับคนที่เป็นโรคไขมันเส้นเลือดสูง 70 ราย รวมทั้งทำเก็บผลการทดสอบหลังจากผ่านไป 3 เดือน พบว่าวัวเรสเตอคอยลของผู้รับการทดสอบลดลงไปถึง 74% ซึ่งก็สอดคล้องกับผลจากการวิจัยจากทั่วโลก และยังพบว่าเห็ดหลินจือ นอกจากช่วยลดการอุดตันของไขมันในเส้นเลือดแล้ว ยังทำให้เลือดไหลเวียนดียิ่งขึ้นอีกด้วย
เพราะฉะนั้น จึงอาจจะกล่าวว่า สิ่งที่ใช้พิสูจน์ทางคุณลักษณะแล้วก็คุณประโยชน์ของเห็ดหลินจือยังคงมีจำกัด บาง งานศึกษาค้นคว้าวิจัยเป็นการทดสอบขนาดเล็ก หลักฐานที่ได้ยังไม่มีคุณภาพพอเพียง หรือเป็นเพียงแค่การทดสอบในคนเจ็บบางกรุ๊ปแค่นั้น ประสิทธิผลของเห็ดหลินจือต่อโรคมะเร็ง จึงยังคงเป็นประเด็นการค้นคว้าที่ควรจะปฏิบัติการทดลองต่อไป เพื่อได้เห็นผลลัพ์ที่แจ่มกระจ่าง และก็มีประโยชน์ในวงกว้างต่อการดูแลรักษาคนป่วยมะเร็งได้ในอนาคต
[/b]
ภาวะต่อมลูกหมากโต รวมทั้งการเจ็บป่วยในระบบทางเท้าปัสสาวะ
มีขั้นตอนการทดสอบหนึ่งที่ใช้สารสกัดจากเห็ดหลินจือทดลองในคนเจ็บเพศ 88 รายซึ่งมีอายุเกินกว่า 49 ปีขึ้นไป ที่มีลักษณะปัสสาวะติดขัด หลังการทดสอบกว่า 12 อาทิตย์ ผลสรุปที่ได้เป็น ผู้ป่วยต่างหรูหราคะแนน IPSS ที่ดีขึ้น ( TNE lnternational Prostate Symptom Score )ซึ่งเป็นค่าคะแนนสากลสำหรับเพื่อการวัดปัญหาในระบบฟุตบาทปัสวะของคนเจ็บจากการตอบปัญหา กลับไม่ปรากฏผลในเชิงการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิต การขับถ่ายปัสวะ หรือขนาดของต่อมลูกหมากอะไร
ฉะนั้น การทดลองดังที่กล่าวถึงแล้วจึงยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาสตร์ที่เด่นชัดเพียงพอ จำเป็นต้องมีการค้นคว้าทดลองในด้านนี้ถัดไปในอนาคต เพื่อค้นหาข้างหลังฐานที่แจ่มชัดสำหรับในการสรุปเกี่ยวกับประสิทธิของเห็ดหลินจือต่อการรักษาภาวการณ์ต่อมลูกหมากโตหรือปัญหาด้านสุขภาพใดๆที่เกี่ยวพัน
ลดสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงของโรคเส้นโลหิตหัวใจ
จากการวิเคราะห์ผลการทดลองทางด้านการแพทย์ 5 ราการ ซึ่งมีคนไข้เบาหวานจำพวก 2 ร่วมทดสอบกว่า 398 รายพบว่า เห็ดหลินจือไม่เป็นผลทางการรักษาในเชิงการลดระดับน้ำตาลในเลือดไม่มีหลักฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพเพียงพอจะสนับสนุนผลทางการรักษาพวกนั้น และไม่มีข้อมูลที่พอเพียงสำหรับในการรับรองด้านความปลอดภัยจากการบริโภคเห็ดหลินจือสิ่งเดียวกัน โดยหนึ่งในงานค้นคว้าวิจัยเหล่านั้น ได้แสดงถึงผลข้างเคียงจากการบริโภคเห็ดหลินจือในคนเจ็บบางราย เป็นอาการคลื่นใส้ ท้องเดิน หรือท้องผูก
โดยเหตุนี้จำเป็นจะต้องมีการค้นคว้าทดสอบถึงประสิทธิภาพของเห็ดหลินจือสำหรับในการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆพวกนี้เพื่อปกป้องและก็การดูแลรักษาโรคเส้นโลหิตหัวใจถัดไป รวมถึงให้ได้ความแจ้งชัดชัดดเจนในด้านดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมากขึ้นเรื่อยๆ อันเป็นผลดีต่อกรรมวิธีรักษาป้องกันโรคเส้นเลือดหัวใจแล้วก็อาการต่างๆที่เกี่ยวถัดไปในอนาคต
5  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / บุก เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณประโยนช์ที่น่าอัศจรรย์ เมื่อ: สิงหาคม 06, 2018, 06:42:34 pm
[/b]
บุก
บุ [/color]มีคุณประโยชน์ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด รักษาโรคเบาหวาน เป็นยาแก้ไข้จับสั่น ช่วยแก้ไอ ละลายเสลด แก้โรคท้องมาน ใช้สำหรับสตรีเมนส์มาเปลี่ยนไปจากปรกติ ใช้แก้พิษงู ใช้เป็นยาแก้แผลไฟเผารวมทั้งน้ำร้อนลวก แก้ฝีหนองบวมอักเสบ  ใช้เป็นยาพารา แก้ฟกช้ำดำเขียว ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร ช่วยขับประจำเดือนของสตรี ใช้เป็นยาพอกฝี
[url=http://www.disthai.com/16488234/%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%81]บุก
มีชื่อสามัญว่า Konjac อ่านออกเสียงว่า คอน-จัค มีชื่อด้านวิทยาศาสตร์ว่า Amorphophallus konjac K.Koch ชื่อเรียกอื่นๆของบุก อย่างเช่น บุกระอุงคก เบีย เบือ มันซูรัน หัวบุก บุกคางคก บุกหนาม บุกหลวง แพทย์ ยวี จวี๋ ยั่ว แพทย์ยื่อ เป็นต้น
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นบุก
ต้นบุก นับว่าเป็น ไม้ล้มลุกชนิกหนึ่ง เป็นไม้เนื้ออ่อน รูปแบบของลำต้นอ้วนแล้วก็มีสีเขียวเข้ม ใบบุกเป็นใบเดี่ยว ซึ่งใบของบุกจะแตกใบที่ยอดและใบแผ่ขึ้นราวกับร่มกาง ดอกของบุกจะมีสีเหลือง จะบานในเวลาเย็น มีกลิ่นฉุน ลักษณะเสมือนดอกหน้าวัว
ลำต้นแทงขึ้นมาจากหัวใต้ดิน มีความสูงของต้นราวๆ 50-150 ซม. หัวที่อยู่ใต้ดินนั้นมีขนาดใหญ่ รูปแบบของหัวเป็นรูปออกจะกลมแบนนิดหน่อย หรือกลมแป้น มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 25 ซม. ผิวเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ ลำต้นและกิ่งมีลักษณะกลมใหญ่ เปลือกลำต้นเป็นสีเขียวมีลายแต้มสีขาวปะปนอยู่
ใบบุก ใบเป็นใบประกอบแบบขน มีใบย่อยเรียงสลับ รูปแบบของใบเป็นรูปไข่กลมรี ปลายใบแหลม ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีปริมาณยาวราว 15-20 เซนติเมตร
ดอกบุก มีดอกเป็นดอกเดี่ยว ลักษณะของดอกเป็นทรงทรงกระบอกกลมแบน มีกลิ่นเหม็น สีม่วงแดงอมเขียว มีกาบใบยาวราว 30 เซนติเมตร สีม่วงอมเหลือง โผล่ขึ้นพ้นจากกลีบเลี้ยงที่มีสีม่วง
ผลบุก รูปแบบของผลเป็นรูปกลมแบน เมื่อสุกจะเป็นสีส้ม
สรรพคุณของบุก
สำหรับสรรพคุณของบุก เรานิยมใช่ประโยน์ทางยาของบุก จาก หัว รากและก็เนื้อของลำต้น รายละเอียด ดังนี้
หัวบุก มีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นโลหิต รักษาโรคโรคเบาหวาน เป็นยาแก้ไข้จับสั่น ช่วยแก้ไอ ละลายเสมหะ แก้โรคท้องมาน ใช้สำหรับสตรีรอบเดือนมาแตกต่างจากปรกติ ใช้แก้พิษงู ใช้เป็นยาแก้แผลไฟลุกรวมทั้งน้ำร้อนลวก แก้ฝีหนองบวมอักเสบ  ใช้เป็นยาพารา แก้บวมช้ำ
รากของบุก ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร ช่วยขับประจำเดือนของสตรี ใช้เป็นยาพอกฝี
[/b]
ข้อควรพิจารณาในการบริโภคบุก
สำหรับข้อห้ามในการกินบุกเป็นหัวบุกจะมีรสเผ็ด เป็นยาร้อน มีพิษ ออกฤทธิ์ต่อม้าม ตับ รวมทั้งระบบทางเดินอาหาร ฉะนั้น ในฝูงคนที่ ม้าม ตับ และก็ระบบทางเดินอาหาร ไม่ดี ควรจะหลบหลีกกิน และไม่กินมากจนเกินไป ซึงข้อควรคำนึงในการบริโภคบุก มีเนื้อหาดังต่อไปนี้
ในเนื้อหัวบุกป่าจะมีผลึกของแคลเซียมออกซาเลท (Calcium oxalate) เยอะๆ ที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดอาการคัน ส่วนเหง้าและก้านใบถ้าหากปรุงไม่ดีแล้วกินเข้าไปจะทำให้ลิ้นพองรวมทั้งคันปากได้
ก่อนเอามากินต้องกำจัดพิษออกก่อน และไม่กินกากยาหรือยาสด
กรรมวิธีการกำจัดพิษจากหัวบุก ให้นำหัวบุกมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆตำพอเพียงแหลก คั้นเอาน้ำออกพักไว้ นำกากที่ได้ไปต้มน้ำ แล้วคั้นเอาแต่น้ำ นำไปผสมกับน้ำที่คั้นทีแรก แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปต้มกับน้ำปูนใสเพื่อพิษหมดไป เมื่อเดือดก็พักไว้ให้เย็น จะจับกันเป็นก้อน ก็เลยสามารถใช้ก้อนดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วในการปรุงอาหารหรือนำไปตากแห้งเพื่อใช้เป็นยาได้ถ้าหากอาการเป็นพิษจากการกินบุก ให้กินน้ำส้มสายชูหรือชาแก่ แล้วตามด้วยไข่ขาวสด แล้วให้รีบไปพบแพทย์
เพราะว่าวุ้นบุกสามารถขยายตัวได้มาก จึงไม่ควรบริโภควุ้นบกวันหลังการกิน แต่ว่าให้กินก่อนที่จะกินอาหารไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง ส่วนการบริโภคของกินที่ผลิตขึ้นจากวุ้น ได้แก่ วุ้นก้อนแล้วก็เส้นวุ้น สามารถบริโภคพร้อมของกินหรือหลังอาหารได้ เพราะเหตุว่าวุ้นดังที่ได้กล่าวมาแล้วได้ผ่านวิธีการแล้วก็ได้ขยายตัวมาก่อนแล้ว และการการที่จะขยายตัวหรือพองตัวได้อีกนั้นจึงเป็นได้ยาก ส่วนในเรื่องของคุณประโยชน์ทางโภชนาการนั้นพบว่าวุ้นบุกไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย เพราะว่าไม่มีการเสื่อมสภาพเป็นน้ำตาลในร่างกาย และไม่มีวิตามินและแร่ หรือสารอาหารอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นประโยชน์ต่อสภาพทางด้านร่างกายเลยกลูโคแมนแนนส่งผลทำให้การดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมันต่ำลง ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดผลเสียและไม่ดีต่อสุขภาพโดยรวมได้ แต่ว่าจะไม่เป็นผลต่อการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในน้ำ
การกินผงวุ้นบุกในปริมาณมาก อาจจะเป็นผลให้มีลักษณะอาการท้องเสียหรือท้องขึ้น มีลักษณะอาการกระหายน้ำมากยิ่งกว่าเดิม บางบุคคลอาจมีอาการอ่อนแรงเพราะว่าระดับน้ำตาลในเลือดน้อยลงได้http://www.disthai.com/[/b]
หน้า: [1]
ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย