กระทู้ล่าสุดของ: dpdsio2s4a5

Advertisement


  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2
1  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / Re: รับผลิตกวาวเครือแดงเป็นยาสมุนไพรอย่างมากมาย ได้แก่ 44ครีมกวาวเครือแดง เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2018, 11:56:36 am
good เยี่ยมครับ
2  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / Re: 1พูดถึงการใช้หญ้ารีแพร์ที่สมุนไพรท่าพระจันทร์ Hถูกแนวทาง2ว่า การใช้ต้นหญ้ารีแพร์ เมื่อ: ตุลาคม 18, 2018, 11:39:26 pm
เชียงดาวเฮิร์บดีกว่าเยอะ
3  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / Re: เจียวกู้หลาน หรืออีกชื่อ ซีห่วยtห่วยแตกoตั่นขายส่งเจียวกู่หลาน, เป็นพืชตระกูลหญ้ เมื่อ: ตุลาคม 18, 2018, 11:22:55 am
ดีกว่าที่คิด
4  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / Re: หมามุ้ยเถาคันA รับผลิตกวาวเครือแดง,โรงงานรับผลิตกวาวเครือแดง,รับจ้างผลิตกวาวเครื เมื่อ: ตุลาคม 17, 2018, 10:57:45 pm
อะไร
5  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / Re: อาการปวดน้ำมันนวดสมุนไพรจำหน่ายน้ำมันเหลืองน้ำมันเหลือง6ข้างหลัง4 ปวดคอ และการปว เมื่อ: ตุลาคม 15, 2018, 10:36:11 pm
หอม ทาแล้วรู้สึดสบาย
6  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / Re: 1พูดถึงการใช้หญ้ารีแพร์ที่สมุนไพรท่าพระจันทร์ Hถูกแนวทาง2ว่า การใช้ต้นหญ้ารีแพร์ เมื่อ: ตุลาคม 10, 2018, 12:31:45 pm
555 จะบ้าหรือเปล่า
7  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / Re: 4ก่อนหน้าที่3ผ่านมาผู้บริโภครับผลิตถังเช่าเคยำมีความกังวล5ใจรับผลิตถังเช่าjต่อคอ เมื่อ: ตุลาคม 10, 2018, 12:04:44 pm
ตัวนี้สุดยอดมาก แข็ง อึด ทน
8  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / Re: อาการปวดน้ำมันนวดสมุนไพรจำหน่ายน้ำมันเหลืองน้ำมันเหลือง6ข้างหลัง4 ปวดคอ และการปว เมื่อ: ตุลาคม 09, 2018, 07:56:11 pm
ดันกระทู้ น้ำมันเหลืองให้โลกเห็น คนไทยชอบใช้
9  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / Re: 1พูดถึงการใช้หญ้ารีแพร์ที่สมุนไพรท่าพระจันทร์ Hถูกแนวทาง2ว่า การใช้ต้นหญ้ารีแพร์ เมื่อ: ตุลาคม 06, 2018, 08:00:19 am
ท่าพระจันทร์มีกี่จังหวัดและอยู่จังหวัดไหน ใครรู้บ้าง
10  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / Re: เห็ดหลินจือ108 (Lingzhi หรือ Reishi)เป็นเห็ด12ที่มีขนาดใหญ่22 มีสีแก่ มีพื้นผิวแ เมื่อ: ตุลาคม 01, 2018, 09:30:57 pm
สุดยอดสมุนไพรจีน เห็ดหลินจือ เห็ดหมื่นปี อายุยืน
11  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / Re: น้ำมันเหลืองจำพวกนก ชื่อวิทยาศาสตร์ Gallus gallus มีหลายตระกูล4 บินได้ในระยะสั้น เมื่อ: กันยายน 28, 2018, 09:55:12 pm
น้ำมันเหลืองอีกครั้ง
12  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / สมุนไพรพญายอนั้นมีสรรพคุณ-ประโยชน์ที่น่าอัศจรรย์ เมื่อ: กันยายน 01, 2018, 08:40:33 am
[/b]
สมุนไพรพญาย[/size][/b]
เสมหะพังพอนตัวเมีย
เสมหะพังพอนตัวเมีย ชื่อสามัญ Snake Plant
เสมหะพังพอนตัวเมีย ชื่อวิทยาศาสตร์ Clinacanthus nutans (Burm.f.) Lindau (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Clinacanthus burmanni Nees, Clinacanthus siamensis Bremek., Justicia nutans Burm. f.) จัดอยู่ในวงศ์เหงือกปลาแพทย์ (ACANTHACEAE)
สมุนไพรเสมหะพังพอนตัวเมีย [url=http://www.disthai.com/16913677/%E0%B8%9E%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD-%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A2]พญายอ
มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า ลิ้นมังกร ผักมันไก่ ผักลิ้นเขียด (จังหวัดเชียงใหม่), พญาบ้องคำ (ลำปาง), เสลดพังพอนตัวเมีย (พิษณุโลก), พญาบ้องดำ พญาปล้องทองคำ (ภาคกึ่งกลาง), ลิ้นงูเห่า พญายอ (ทั่วไป), โพะโซ่จาง (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), ชิงเจี้ยน หนิ่วซิ้วฮวา (ภาษาจีนกลาง) เป็นต้น
ลักษณะของเสลดพังพอนตัวเมีย
ต้นเสลดพังพอนตัวเมีย จัดเป็นพรรณไม้พุ่มไม้ปนเถา มักเลื้อยพาดไปตามต้นไม้อื่นๆมีความสูงได้โดยประมาณ 1-3 เมตร ลำต้นมีลักษณะสะอาด ต้นอ่อนเป็นสีเขียว ลำต้นมีลักษณะกลม ผิวเรียบเป็นปล้องสีเขียว แพร่พันธุ์ด้วยแนวทางปักชำหรือแยกเหง้ากิ้งก้านไปปลูก เจริญวัยเจริญในดินทุกชนิด ถูกใจดินร่วนซุย ระบายน้ำดี มีแสงแดดจัด มีเขตการกระจายพันธุ์ในจีน เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย รวมทั้งไทย ในประเทศไทยพบได้บ่อยขึ้นตามป่าเบญจพรรณทั่วทุกภาคของประเทศ หรือพบปลูกกันตามบ้านทั่วๆไป
ต้นเสมหะพังพอนตัวเมีย
ต้นพญายอ
ใบเสลดพังพอนตัวเมีย ใบเป็นใบผู้เดียว ออกเรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ๆรูปแบบของใบเป็นรูปใบหอก รูปรีแคบขอบขนาน ปลายใบรวมทั้งโคนใบแหลม ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-3 ซม. รวมทั้งยาวโดยประมาณ 7-9 ซม. แผ่นใบเป็นสีเขียวเข้ม ผิวใบเรียบ
ใบเสมหะพังพอนตัวเมีย
ดอกพญายอเสมหะพังพอนตัวเมีย มีดอกเป็นช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อมีดอกประมาณ 3-6 ดอก กลีบเป็นสีแดงส้ม โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ยาวราว 3-4 เซนติเมตร ปลายแยกออกเป็น 2 ปากหมายถึงปากล่างและก็ปากบน ดอกหนึ่งมี 5 กลีบ กลีบเป็นทรงกระบอก ส่วนกลีบรองกลีบดอกนั้นเป็นสีเขียว ยาวเท่าๆกัน มีขนคือต่อมเหนียวๆอยู่รอบๆ ดอกมีเกสรเพศผู้ 2 อัน ส่วนเกสรเพศเมียสะอาดไม่มีขน ออกดอกในช่วงประมาณต.ค.ถึงเดือนมกราคม (แต่มักจะไม่ค่อยออกดอก)
ดอกเสลดพังพอนตัวเมีย
พญาบ้องทองคำ
ลิ้นงูเห่า
ผลเสลดพังพอนตัวเมีย ผลเป็นผลแห้งรวมทั้งแตกได้ (แต่ผลไม่เคยติดเป็นฝักในประเทศไทย) ลักษณะของผลเป็นรูปกลมยาวรี ยาวได้ราวๆ 0.5 เซนติเมตร ก้านสั้น ภายในผลมีเมล็ดประมาณ 4 เม็ด
หมายเหตุ : เสลดพังพอน เป็นชื่อพ้องของพรรณไม้ 2 จำพวกหมายถึงเสลดพังพอนตัวผู้ และก็เสมหะพังพอนตัวเมีย ซึ่งจะไม่เหมือนกันตรงที่เสลดพังพอนเพศผู้ลำต้นจะมีหนามและมีดอกเป็นสีเหลือง ส่วนเสลดพังพอนตัวเมียลำต้นจะไม่มีหนามรวมทั้งมีดอกเป็นสีแดงส้ม เพื่อไม่ให้เป็นการงงหลายๆแบบเรียนก็เลยนิยมเรียกเสลดพังพอนตัวเมียว่า “พญายอ” หรือ “พญาบ้องทองคำ” โดยเสมหะพังพอนเพศผู้นั้นจะมีคุณประโยชน์ทางยาอ่อนกว่าเสลดพังพอนตัวเมีย แล้วก็แบบเรียนยาไทยนิยมประยุกต์ใช้ทำยากันมาก
สรรพคุณของเสลดพังพอนตัวเมีย
รากแล้วก็เปลือกต้นใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาบำรุงกำลัง (รากและก็เปลือกต้น)
ทั้งต้นและก็ใบใช้รับประทานเป็นยาทำลายพิษไข้ ดับพิษร้อน (อีกทั้งต้นรวมทั้งใบ)1,3 ใช้เป็นยาลดไข้ ด้วยการกางใบสด 1 กำมือ ตำให้ถี่ถ้วน ผสมกับน้ำแช่ข้าว ใช้พอกบนศีรษะคนไข้ราว 30 นาที ลักษณะของการมีไข้และลักษณะของการปวดศีรษะจะหายไป (ใบ)6
ช่วยแก้อาการผิดสำแดง (กินอาหารแสลงไข้ แล้วทำให้โรคกำเริบเสิบสาน) ด้วยการใช้รากสดนำมาต้มกินทีละประมาณ 2 ช้อนแกง (ราก)
ใช้เป็นยาแก้เจ็บคอ ด้วยการนำใบสดมาบดราวๆ 10 ใบ กลืนเอาแต่น้ำยาพอให้ยาจืด แล้วจึงคายกากทิ้ง (ใบ)6
ช่วยแก้คางทูม ด้วยการกางใบสดโดยประมาณ 10-15 ใบ ตำอย่างละเอียดผสมกับสุราโรง คั้นเอาน้ำมาทาบริเวณที่บวม อาการบวมจะหายไป และก็ลักษณะของการเจ็บปวดจะหายไปด้านใน 30 นาที (ใบ)
ใช้เป็นยารักษาโรคบิด (ต้นและก็ใบ)
รากใช้ปรุงเป็นยาขับฉี่ ขับระดู (ราก)
ใช้เป็นยาแก้ระดูมาเปลี่ยนไปจากปกติ (อีกทั้งต้น)
ช่วยแก้อักเสบแบบดีซ่าน (ต้น)
ใช้เป็นยาแก้แผลอักเสบจับไข้ ไข่ดันบวม ด้วยการกางใบสดราว 3-4 ใบ เอามาตำอาหารสาร 3-4 เม็ด ผสมกับน้ำพอเปียก ใช้พอกโดยประมาณ 2-3 รอบ จะช่วยทำให้อาการ (ใบ)
ลำต้นเอามาฝนแล้วก็ใช้ทาแผลสดจะช่วยให้แผลหายเร็ว (ลำต้น)ใช้รักษาแผลจากหมากัดมีเลือดไหล ด้วยการใช้ใบสดราวๆ 5 ใบ เอามาตำพอกบริเวณแผลสัก 10 นาที (ใบ)
ใช้รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ด้วยการกางใบสดนำมาตำเคี่ยวกับน้ำมะพร้าวหรือน้ำมันงา เอากากพอกแผล แผลจะแห้ง หรือจะใช้ใบสดนำมาตำอย่างระมัดระวังผสมกับสุรา ใช้เป็นยาพอกรอบๆที่ถูกไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก จะมีคุณประโยชน์ช่วยดับพิษร้อนก้าวหน้า4 ส่วนอีกหนังสือเรียนบอกว่า นอกเหนือจากการที่จะใช้รักษาแผลไฟลุกน้ำร้อนลวกได้แล้ว ยังช่วยรักษาแผลเปื่อยด้วยเหตุว่าถูกแมงกะพรุนไฟ แผลหมากัด แล้วก็แผลที่เกิดจากการเช็ดกกรดได้อีกด้วย เพียงแค่นำใบไปหุงกับน้ำมันแล้วนำมาทาบริเวณที่เป็น (ใบ)
ใช้รักษาแผลน้ำเหลืองเสีย ด้วยการกางใบประมาณ 3-4 ใบ อาหารสาร 5-6 เม็ด เพิ่มเติมน้ำลงไปให้เพียงพอเปียก แล้วเอามาพอก จะรู้สึกเย็นๆซึ่งยาจะช่วยดูดน้ำเหลืองได้ดี ทำให้แผลแห้งไว โดยให้แปลงยาวันละ 2 ครั้ง พอกไปสักพักหนึ่งแล้วให้เอาน้ำมาหยอดกันยาแห้งด้วย (ใบ)
ใช้แก้โรคผิวหนังผื่นคัน ด้วยการกางใบสดตำผสมกับเหล้าใช้ทา หรือใช้สุราสกัดใบเสลดพังพอน จะได้น้ำยาสีเขียวเอามาทาแก้ผื่นคัน (ใบ)
ใช้แก้สิวเม็ดผื่นผื่นคัน ด้วยการนำใบมาดองกับสุรา แล้วผสมดินสอพองใช้ทาแก้สิวแล้วก็เม็ดผดผื่นคัน (ใบ)
ใช้แก้ฝี ด้วยการใช้ใบเอามาตำผสมกับเกลือและสุรา ใช้พอกรอบๆที่เป็น เปลี่ยนยาทุกรุ่งเช้าแล้วก็เย็น (ใบ)
ต้นแล้วก็ใบใช้เป็นยาขับพิษ ทำลายพิษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย ดังเช่น งู ตะขาบ แมงป่อง มด ยุง ฯลฯ รวมถึงผื่นคัน ไฟลามทุ่ง ลมพิษ แผลไฟลุกน้ำร้อนลวก ด้วยการกางใบสดราว 5-10 ใบ นำมาขยี้หรือตำใช้ทาบริเวณที่เป็น หรือใช้ใบสดเอามาตำให้เพียงพอแหลก แช่ในเหล้าขาวประมาณ 1 อาทิตย์ แล้วจากนั้นจึงค่อยนำมาใช้ทาบริเวณที่เป็นแผลส่วนอีกตำรับยาแก้ลมพิษ ตามข้อมูลบอกว่า ให้ใช้ใบตำผสมกับดินสอพอง ใส่น้ำน้อย ใช้ทาบริเวณที่เป็น (ใบ)
[/b]
คนกรุงจะนำใบมาตากแห้งแล้วตำผสมกับแมงป่องปิ้ง ใช้เป็นยาแก้พิษงู (ใบ)
พญายอ ใช้รักษาอาการอักเสบ รักษาแผลร้อนในปาก แก้เริม (แผลผิวหนังประเภทเริม) อีสุกอีใส แก้งูสวัด ขยุ้มตีนสุนัข และใช้เป็นยาทำลายพิษต่างๆด้วยการกางใบเสมหะพังพอนตัวเมียสดประมาณ 10-20 ใบ (เลือกเอาเฉพาะใบสดสีเขียวเข้มวาว ไม่อ่อนหรือแก่จนถึงเหลือเกิน) แล้วนำมาตำผสมกับเหล้าหรือน้ำมะนาว คั้นเอาน้ำมาดื่มหรือเอาน้ำมาทาแผลและก็เอากากพอกรอบๆแผล หรืออีกวิธีให้ตระเตรียมเป็นทิงเจอร์เพื่อใช้ทารักษาอาการอักเสบจากเริมในปาก โดยใช้ใบสด 1 โล เอามาปั่นให้รอบคอบ เพิ่มแอลกอฮอล์ 70% ลงไป 1 ลิตร แล้วหมักทิ้งไว้ 7 วัน ระเหยบนเครื่องอังไอน้ำให้ปริมาตรลดน้อยลงครึ่งเดียว (ห้ามตั้งบนเตาไฟโดยเด็ดขาด) และเพิ่มเติมกลีเซอรีน (Glycerine pure) อีกเท่าตัว (ครึ่งลิตร) แล้วนำน้ำยาเสมหะพังพอนกลีเซอรีนที่ได้มาใช้ทาแผลเริม งูสวัด แผลร้อนในปาก แล้วก็ใช้ทำลายพิษต่างๆสำหรับแบบเรียนยาแก้งูสวัดอีกตำรับจะใช้ใบสดผสมกับดอกลำโพง โกฐน้ำเต้า อย่างละเท่ากัน รวมกันตำให้พอแหลก แช่กับเหล้า แล้วประยุกต์ใช้ทาแก้แผลงูสวัด (ใบ)
พญายอ ใช้แก้ถูกหนามพุงดอตำหรือถูกใบตะลังตังช้าง ด้วยการนำขี้ผึ้งแท้มาลุกลี้ลุกลนไฟให้ร้อน แล้วนำมาคลึงเพื่อดูดเอาขนย้ายใบตะลังตังช้างออกซะก่อน แล้วจึงใช้ใบเสมหะพังพอนผสมกับสุราทาบริเวณที่เป็น (ใบ)
ใช้เป็นยาแก้แพ้เกสรรักษาป่า ยางรักป่า แล้วก็ยางสาวน้อยผัดแป้ง ด้วยการกางใบผสมกับสุรา เอามาทาบริเวณที่คัน (ใบ
ใช้แก้ฝึก เหือด ด้วยการใช้ใบสดประมาณ 7 กำมือ เอามาต้มกับน้ำ 8 แก้ว ต้มให้เดือด 30 นาที เทยาออกและผึ่งให้เย็น แล้วนำใบสดมาอีก 7 กำมือ ตำผสมกับน้ำ 8 แก้ว แล้วเอาน้ำยาทั้งสองมาผสมกัน ใช้ทั้งยังกินและชโลมทา (ยาทาให้ใส่พิมเสนลงไปน้อย) เด็กที่เป็นหัด เหือด ให้กินวันละ 3 ครั้ง ครั้งละครึ่งแก้ว (ใบ)
พญายอ ต้นใช้เป็นยาพาราบวม เคล็ดลับขัดยอก บวมช้ำ กระดูกร้าว ช่วยขับความชื้นภายในร่างกาย แก้อาการปวดปวดเมื่อยเนื่องมาจากเย็นเปียกชื้น (อีกทั้งต้น)
รากใช้เป็นยาแก้อาการปวดปวดเมื่อยบั้นท้าย (ราก)
ขนาดรวมทั้งวิธีการใช้ : ยาแห้งให้ใช้ทีละ 5-10 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน ส่วนยาสดให้ใช้ครั้งละ 30 กรัม นำมาตำคั้นเอาน้ำกิน หรือตำพอกแผลด้านนอก
ข้อพึงระวังพญายอ
: ถึงแม้ในสมัยก่อนจะมีการใช้ใบสดเอามาตำแล้วพอกบริเวณที่เป็นแผล แต่ว่าในปัจจุบันวิธีนี้ไม่เป็นที่นิยมแล้ว ด้วยเหตุว่าจะชำระล้างได้ยาก ทำให้กากติดแผล และอาจจะทำให้ติดโรคเป็นหนองได้
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของเสลดพังพอนตัวเมีย
พญายอ รากพบสาร Betulin, Lupeol, β-sitosterol ส่วนใบเจอสาร Flavonoids ซึ่งมีฤทธิ์ลดการอักเสบ สารกรุ๊ป monoglycosyl diglycerides ดังเช่นว่า 1,2-O-dilinolenoyl-3-O-b-d-glucopyranosyl-sn-glycerol แล้วก็สารกรุ๊ป glycoglycerolipids ซึ่งมีฤทธิ์ยั้งเชื้อไวรัสเริม
จากการทดสอบในสัตว์ใช้สกัดจากใบสดของเสมหะพังพอนตัวเมียด้วย n-butanol พบว่า สามารถลดการอักเสบได้2 โดยพบว่าจะช่วยลดการอักเสบของข้อเท้าหนูที่ทำให้บวมด้วยสาร carrageenan ได้ เมื่อใช้ตำรับยาที่มีเสลดพังพอนตัวเมียจำนวนร้อยละ 5 ใน Cold cream และสารสกัดด้วยเอทานอลจากใบ นำมาทาเฉพาะที่ให้หนูแรท จะช่วยลดการอักเสบเรื้อรังได้ แต่เมื่อใช้สารสกัดด้วย n-butanol มาทาที่ผิวหนังจะไม่ได้ผล
สารสกัดจากใบความเข้ม 15 กรัม ต่อ 1 กก. มีคุณภาพต้านทานการอักเสบได้ดี
เมื่อให้หนูเม้าส์กินสารสกัดด้วย n-butanol จากใบ พบว่า จะช่วยลดความเจ็บปวดของหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้ปวดด้วยกรดอะซีติเตียนคได้ ขึ้นรถสกัดความแรง 90 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม จะมีฤทธิ์ใกล้เคียงกับเฟนนิวบิวทาโซนขนาด 100 มิลลิกรัมต่อกก. ส่วนสารสกัดด้วยน้ำแล้วก็สารสกัดด้วยเอทานอล 60 จากใบ พบว่าไม่เป็นผลลดความเจ็บปวด
สารสกัดด้วยเฮกเซน บิวทานอล แล้วก็เอทิลอะสิเตทจากใบเสมหะพังพอนตัวเมียมีฤทธิ์ต่อต้านไวรัสเชื้อเริม HSV-1 เมื่อนำไปทำเป็นตำรับเจลโดยใช้สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์ที่ความเข้มข้นปริมาณร้อยละ 4 และใช้ carbopol 940 เป็นสารก่อเจล พบว่าจะมีฤทธิ์ต่อต้านไวรัสได้ดีและไม่เป็นพิษต่อเซลล์ เวลาที่เมื่อใช้สารก่อเจล poloxamer 407 จะเป็นพิษต่อเซลล์ และจากรายงานการดูแลรักษาคนเจ็บโรคเริมที่อวัยวะสืบพันธุ์จำพวกเป็นซ้ำด้วยการใช้ยาจากสารสกัดเสลดพังพอนตัวเมีย เปรียบเทียบกับยา acyclovir แล้วก็ยาหลอก โดยให้ผู้ป่วยป้ายยาวันละ 4 ครั้ง ตรงเวลา 6 วัน พบว่าไม่มีความแตกต่างในระยะเวลาการตกสะเก็ดของแผลผู้ป่วยที่ใช้ยาจากสารสกัดใบและยา acyclovir โดยแผลจะเป็นสะเก็ดข้างใน 3 วัน แล้วก็หายสนิทด้านใน 7 วัน ซึ่งแตกต่างกับยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ โดยยาที่สกัดจากใบเสลดพังพอนตัวเมียจะไม่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบแล้วก็เคือง ในช่วงเวลาที่ acyclovir จะมีผลให้แสบ ยิ่งไปกว่านี้ยังมีการใช้ยาที่ทำจากเสมหะพังพอนตัวเมียในผู้ป่วยโรคเริม งูสวัด รวมทั้งแผลอักเสบในปาก แล้วพบว่าสามารถรักษาแผลและก็ลดการอักเสบเจริญ
[url=http://www.disthai.com/16913677/%E0%B8%9E%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD-%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A2]พญายอ[/url] สารที่สกัดจากบิวทานอล (Butanol) ของใบเสลดพังพอนตัวเมีย มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อไวรัส Varicella zoster ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสจำพวกที่ทำให้เกิดเริมแล้วก็อีสุกอีใส3 จากรายงานการรักษาคนไข้โรคงูสวัดด้วยยาจากสารสกัดจากใบเปรียบเทียบกับยาหลอก โดยให้ป้ายยาวันละ 5 ครั้ง ตรงเวลา 1-2 อาทิตย์ กระทั่งแผลจะหาย พบว่าคนป่วยสุดที่รักษาด้วยสารสกัดจากใบเสลดพังพอนตัวเมีย แล้วมีแผลเป็นสะเก็ดด้านใน 3 วัน และหายข้างใน 7-10 วัน จะมีเป็นจำนวนมากกว่ากรุ๊ปที่รักษาด้วยยาหลอกอย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติ แล้วก็ระดับความเจ็บปวดจะน้อยลงเร็วกว่ากลุ่มที่ใช้ยาหลอก โดยไม่พบผลกระทบใดๆก็ตาม9
จากการทดสอบความเป็นพิษ เมื่อป้อนสารสกัด n-butanol จากใบให้หนูเม้าส์ พบว่าเป็นพิษบางส่วน แต่ว่าจะเป็นพิษปานกลางเมื่อฉีดเข้าท้อง ส่วนสารสกัดด้วยเอทานอลขนาด 1.3 กรัมต่อกก. (เท่ากันใบแห้ง 5.44 กรัมต่อโล) เมื่อเอามาป้อนเข้าทางปากหรือฉีดเข้าท้องหนูเม้าส์ พบว่าไม่กระตุ้นให้เกิดอาการเป็นพิษอะไรก็แล้วแต่
จากการศึกษาเล่าเรียนพิษกึ่งเรื้อรัง
ด้วยการป้อนสารสกัด n-butanol จากใบในขนาด 270 และ 540 มิลลิกรัมต่อกิโล ให้หนูแรททุกวี่ทุกวัน นาน 6 อาทิตย์ พบว่าไม่เป็นผลต่อการเจริญเติบโต แต่ว่าพบว่ามีน้ำหนักต่อมธัยมัเศร้าใจลง ในเวลาที่น้ำหนักของตับมากขึ้น และไม่พบว่ามีความผิดปกติต่ออวัยวะอื่นๆหรืออาการไม่ประสงค์แต่ว่าอ http://www.disthai.com/[/b]

Tags : สมุนไพรเสลดพังพอน (พญายอ)
13  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / รากสามสิบมีสรรพคุณ-ประโยชน์ที่น่าทึ่ง เมื่อ: สิงหาคม 22, 2018, 02:47:22 pm

รากสามสิ[/size][/b]
[url=http://www.disthai.com/16660416/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%9A-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2]รากสามสิบ
สรรพคุณ ว่านสามสิบ ตำราเรียนยาพื้นบ้าน ใช้ ต้นหรือราก ต้มน้ำ แก้แท้งลูก และก็โรคคอพอก ราก มีรสเฝื่อนฝาดเย็น รับประทานเป็นยาแก้พิษร้อนในหิวน้ำ แก้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ครั่นเนื้อครั่นตัว ฝนทาแก้พิษแมลงป่องกัดต่อย แก้ปวดฝี ทำให้เย็น ถอนพิษฝี พิษปวดแสบปวดร้อน ช่วยทำนุบำรุงเด็กในครรภ์ บำรุงตับ ปอด ชูกำลัง ผสมกับเหง้าขิงป่า รวมทั้งต้นจันทน์แดงผสมสุราโรงใช้เป็นยาแก้วิงเวียน อีกทั้งต้นหรือราก ต้มน้ำกิน แก้แท้งลูก และโรคคอพอก ผล มีรสเย็น ปรุงเป็นยาแก้พิษไข้เซื่องซึม แก้พิษไข้กลับ ไข้ซ้ำ มักใช้ร่วมกับผลราชดัด เพื่อดับพิษไข้จากบิดเรื้อรัง
รากสามสิบ ส่งเสริมความรัก แล้วก็ กระชับความเกี่ยวข้องให้ชีวิตของการการเป็นสามีภรรยา คลายกล้ามของมดลูก บำรุงหัวใจ ,แก้การอักเสบ ,บำรุงเลือด แก้ปวดระดู ประจำเดือนมาไม่ปกติ ลดภาวการณ์มีลูกยาก เสริมฮอร์โมนเพศหญิง กระชับช่องคลอด ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว บำรุงผิวพรรณ ลดสิวฝ้า ชลอความแก่ แก้อาการวัยทอง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Asparagus racemosus Willd.
สกุล : Asparagaceae
ชื่ออื่น : สาวร้อยผัว รากศตวารี จ๋วงเครือ (เหนือ) ผักชีช้าง (จังหวัดหนองคาย) ผักหนาม (จังหวัดโคราช) สามร้อยราก (จังหวัดกาญจนบุรี) สามสิบ ชีช้าง จั่นดิน ม้าสามต๋อน
ลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์
ไม้เลื้อย เนื้อแข็ง ลำต้นสีเขียว มีหนามแหลม มักเลื้อยพันตันไม้อื่น เลื้อยยาว 1.5-4 เมตร เถากลมเรียบ เถาอ่อนเป็นเหลี่ยม ตามข้อเถามีหนามแหลม มีเหง้าแล้วก็รากใต้ดินออกเป็นกลุ่มคล้ายกระสวยออกเป็นพวงคล้ายรากกระชาย อวบน้ำ เป็นเส้นกลมยาว โตกว่าเถามากมาย ลำต้นมีหนาม เถาเล็กเรียว กลม สีเขียว ใบเดี่ยว แข็ง ออกรอบข้อ เป็นฝอยเล็กๆเหมือนหางกระรอก สีเขียวดก หรือเป็นกลุ่ม 3-4 ใบ เรียงแบบสลับ ใบรูปเข็ม กว้าง 0.5-1 มิลลิเมตร ยาว 3-6 ซม. แผ่นใบมักโค้ง สันเป็นสามเหลี่ยม มี 3 สัน ปลายใบแหลม เป็นรูปเคียว โคนใบแหลม มีหนามที่ซอกกระจุกใบ ก้านใบยาว 13-20 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ แบบช่อกระจะ ยาว 2-4 ซม. ดอกย่อย สีขาว ขนาดเล็ก มีกลิ่นหอมสดชื่น มี 12-17 ดอก ก้านดอกย่อย ยาวราว 2 มม. กลีบรวม มี 6 กลีบ เชื่อมกันเป็นหลอดรูปดอกเข็ม ปลายแยกเป็นแฉก ส่วนหลอดยาว 2-3 มิลลิเมตร ส่วนแฉกรูปช้อน ยาว 3-4 มิลลิเมตร กลีบดอกบางและก็ร่น เกสรเพศผู้ เชื่อมรวมทั้งอยู่ตรงข้ามกลีบรวม ขนาดเล็กมี 6 อัน ก้านยกอับเรณูสีขาว อับเรณูสีน้ำตาลเข้ม รังไข่รูปไข่กลับ ยาวราวๆ 1 มม. อยู่เหนือวงกลีบ มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีออวุล 2 เม็ด หรือมากกว่า ก้านเกสรเพศเมียสั้น ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็นสามแฉกขนาดเล็ก ผลสด ออกจะกลม หรือเป็น 3 พู ผิวเรียบวาว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-6 มิลลิเมตร ผลอ่อนสีเขียวเมื่อสุกสีแดงหรือม่วงแดง เม็ดสีดำ มี 2-6 เม็ด ออกดอกตอนม.ย.ถึงเดือนมิถุนายน พบตามป่าโปร่ง หรือเขาหินปูน
สาวร้อยผัวหรือรากสามสิบ เป็นสมุนไพรไทยมีรสขนมหวานเย็น ที่แอบแฝงไปด้วยสรรพคุณขนานเอก บำรุงเครื่องเพศในสตรี แล้วก็ยังเสริมสมรรถนะทางเพศให้แก่บุรุษ
นิยมนำส่วนของใบอ่อน ยอดอ่อน ผลอ่อน ซึ่งมีกลิ่นหอมยวนใจเหมือนผักชีลาว มารับประทานเป็นผัก และนำส่วนของรากที่มีลักษณะเหมือนกระชาย แม้กระนั้นมีขนาดใหญ่และยาวกว่าทั้งมีกลิ่นหอมสดชื่น มาใช้ดองยาสมุนไพร บำรุงกำลังในสตรีด้วยคุณประโยชน์ที่สอดคล้องกับชื่อที่เรียกขานกันว่า สาวร้อยสามี ที่สื่อความหมายได้ว่า ไม่ว่าสาวใด อายุเยอะแค่ไหน อยู่ในวัยมีเมนส์หรือหมดประจำเดือนก็ตาม แม้ได้ทานหัวพืชประเภทนี้เป็นประจำ จะช่วยทำให้ดูเป็นสาวกว่าวัย มีพลังทางเพศ แล้วก็ยังช่วยเพิ่มขนาดของอก ด้วยแนวทางนำรากสดมาต้มรับประทานหรือจะนำรากไปตากแห้ง แล้วนำมาบดเป็นผงปั้นเป็นลูกกลอนผสมกับน้ำผึ้งกินก็ได้เช่นกันตามตำราอายุรเวท มีการใช้รากสามสิบเป็นสมุนไพรหลักสำหรับบำรุงในเพศหญิง ช่วยให้เพศหญิงกลับมาเป็นสาวได้อีกรอบ
ในอินเดียก็เรียกสมุนไพรชนิดนี้คล้ายกับเมืองไทย โดยในภาษาสันสกฤต เรียกว่า ศตาวรี (Shtavari) แปลว่า ต้นไม้ที่มีรากหนึ่งร้อยราก หรือบางแบบเรียนกล่าวว่าหมายคือ เพศหญิงที่มีร้อยสามี “Satavari” (this is an India word meaning’a woman who has a hundred husbands) รากสามสิบเป็นสมุนไพรที่ถูกเอ่ยถึงในคู่มือ พระเวท ซึ่งเป็นคำภีร์ที่มีมาก่อนอายุยงรเวทด้วย ก็เลยน่าจะถือได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีการใช้มานานหลายพันปีแล้ว และก็ในประเทศอินเดียใช้ รากสามสิบ ทำเป็นของว่างเหมือนกันกับประเทศไทย
ในตำราอายุรเวทใช้รากสามสิบเป็นสมุนไพรหลักสำหรับบำรุงในเพศหญิง ในการทำให้หญิงกลับมาเป็นสาว (Female rejuvention) นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหาอื่นๆของเพศหญิงตัวอย่างเช่น ภาวการณ์เมนส์ไม่ปกติ ปวดรอบเดือน ภาวการณ์มีบุตรยาก ตกขาว ภาวะอารมณ์ทางเพศถดถอย ภาวการณ์หมดปะจำเดือน(menopause) แล้วก็ใช้บำรุงนมบำรุงครรภ์ คุ้มครองป้องกันการแท้ง (habitual abortion) และก็อาการที่ไม่ประสงค์อื่นๆของผู้หญิง
ถึงแม้สมุนไพรประเภทนี้จะสะดุดตาต่อเพศหญิงแล้ว ในประเทศอินเดียยังใช้สำหรับการเพิ่มพลังทางเพศให้กับเพศชายอีกด้วย ซึ่งก็อาจคล้ายกับทางภาคเหนือของไทยที่ใช้สาวร้อยผัว หรือที่เรียกในภาคเหนือว่า “ม้าสามต๋อน” เป็นยาดองเพื่อเพิ่มพลังทางเพศชาย รวมทั้งยังคงใช้เพื่อสรรพคุณทางยาอื่นๆอีกมาก ดังเช่น ยาแก้ไอ ยารักษาโรคกระเพาะ ยาแก้บิด แก้ไข้ แก้อักเสบ ซึ่งจัดได้ว่าสมุนไพรจำพวกนี้เป็นสมุนไพร ที่ใช้สูงที่สุดในอินเดีย ปัจจุบันมีสารสกัดด้วยน้ำ ของรากสามสิบ จากอินเดียไปจำหน่ายที่สหรัฐอเมริกา ในลักษณะเป็น dietary supplement หรือพวกอาหารเสริมซึ่งสามารถขายได้ ทั่วไปไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์
[/b]
คุณประโยชน์สมุนไพรรากสามสิบ (รากศตวารี)
ช่วยสร้างสมดุล แก่ระบบฮอร์โมนผู้หญิง
แก้ปวดประจำเดือน
แก้รอบเดือนมาแตกต่างจากปกติ
แก้อาการตกขาว
ไขปัญหาช่องคลอดอักเสบ ช่วยดับกลิ่นในช่องคลอด
ช่วยให้ช่องคลอดกระชับ
ไขปัญหาการมีลูกยาก คุ้มครองปกป้องการแท้งลูก
บำรุงน้ำนม
ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว
ช่วยระบาย ขับปัสสาวะ
ลดกลิ่นเต่า กลิ่นปาก
ช่วยเพิ่มขนาดหน้าอก รวมทั้งบั้นท้าย
กระชับรูปทรง
ช่วยลดไขมันส่วนเกิน
ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
บำรุงเลือด แล้วก็บำรุงหัวใจ
บำรุงฮอร์โมนเพศ
บำรุงผิวพรรณ
ลดสิว ลดฝ้า ช่วยผิวขาวใส
แก้อาการวัยทอง ชะลอความแก่
ใช้รักษาโรคตับ ปอดทุพพลภาพ
ชูกำลัง แก้กระษัย
สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวังสำหรับในการใช้รากสามสิบ
รายงานการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์พบว่ารากสามสิบมีฤทธิ์เสมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน โดยเหตุนี้จึงห้ามนำมาใช้ในสตรีที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง ยกตัวอย่างเช่น คนไข้โรค uterine fribrosis หรือ fibrocystic breast
ผลที่ได้รับจากการวิจัยสมุนไพรรากสามสิบ
การศึกษาในหนูแรทของสารสกัดรากด้วยเอทานอลต้นรากสามสิบ แบ่งเป็น 2 ตอน คือ ตอนรุนแรง และช่วงยาวตลอด
โดยการเล่าเรียนในระยะฉับพลันป้อนสารสกัดเอทานอลต้นรากสามสิบขนาด 1.25 กรัม/กก. ให้กับหนูแรทที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน รวมทั้งหนูแรทที่เป็นเบาหวานจำพวกที่ 1 รวมทั้ง ชนิดที่ 2 พบว่าไม่เป็นผลลดระดับน้ำตาลในเลือด แต่ช่วยทำให้ทนต่อการเพิ่มขึ้นของเดกซ์โทรส (glucose tolerance) ในนาทีที่ 30  รวมทั้งการเรียนตอนยาวสม่ำเสมอโดยป้อนสารสกัดเอทานอลรากสามสิ[/b]ขนาด 1.25 กรัม/กก.วันละ 2 ครั้ง นาน 28 วัน ให้กับหนูที่เป็นโรคเบาหวานจำพวกที่ 2 ตอนที่หนูโรคเบาหวานกลุ่มควบคุมได้รับน้ำในขนาดที่เสมอกัน พบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ และเพิ่มระดับของอินซูลิน 30% เมื่อเทียบกับกรุ๊ปโรคเบาหวานควบคุม นอกเหนือจากนี้ยังเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มระดับอินซูลินในตับอ่อน และก็เพิ่มกลัยโคเจนที่ตับเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มโรคเบาหวานควบคุม จากการเรียนในครั้งนี้สรุปได้ว่าฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดของสารสกัดรากสามสิบน่าจะเป็นผลมาจากการขัดขวางการสรุปยและการดูดซึมสารคาร์โบไฮเดรต และก็การเพิ่มการหลั่งอินซูลิน ซึ่งต้นรากสามสิบคงจะมีสาระสำหรับเพื่อการนำมารักษาผู้เจ็บป่วยเบาหวานได้
ที่มา : หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร ที่ทำการข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล [url=http://www.disthai.com/]http://www.disthai.com/


Tags : สมุนไพรรากสามสิบ
14  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / กระเทียม มีประโยชน์-เเละสรรพคุณ มากกว่าที่คุณคิด ?.... เมื่อ: สิงหาคม 14, 2018, 09:42:22 am

กระเทีย[/size][/b]
กระเทียม ชื่อสามัญ Garlic
[url=http://www.disthai.com/16488280/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1]กระเทีย[/b] ชื่อวิทยาศาสตร์ คือคำว่า Allium sativum L. จัดอยู่ในวงศ์พลับพลึง (AMARYLLIDACEAE) รวมทั้งอยู่ในวงศ์ย่อย ALLIOIDEAE (ALLIACEAE)
สำหรับในประเทศไทยนิยมนำมาปลูกมากในทางภาคเหนือแล้วก็ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่สำหรับกระเทียมที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพดี กลิ่นฉุนอาจจะหนีไม่พ้นจังหวัดศรีสะเกศา
สรรพคุณของกระเทียม
ช่วยบำรุงรักษาผิวหนังให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงและก็แข็งแรง
ช่วยสร้างเสริมการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย
ช่วยคุ้มครองการเกิดโรคมะเร็ง
ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลแล้วก็น้ำตาลในเลือด
ช่วยปรับให้สมดุลภายในร่างกาย
ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ อาการงงงัน ปวดศีรษะ หูอื้อ
ช่วยในเรื่องระบบสืบพันธุ์แล้วก็ระบบทางเท้าปัสสาวะ เพราะว่ามีสารที่ช่วยควบคุมฮอร์โมนอีกทั้งหญิงและชาย ช่วยให้มดลูกบีบตัว เพิ่มพลังให้มีเรี่ยวแรง
ช่วยรักษาโรคความดันโลหิต
ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ลดการเสี่ยงของหัวใจล้มเหลวกะทันหัน
ช่วยต้านเนื้องอก
ช่วยแก้ไขปัญหาศีรษะบาง ยาวช้า มีสีเทา
ช่วยป้องกันการเกิดแล้วก็รักษาโรคโลหิตจาง
ช่วยในการขับพิษและสารพิษอันตรายที่แปดเปื้อนในเม็ดเลือด
ช่วยปกป้องฝาผนังเส้นโลหิตครึ้มและแข็ง
สารสกัดน้ำมันกระเทียมมีสารที่มีส่วนช่วยสำหรับในการละลายลิ่มเลือด
ช่วยคุ้มครองปกป้องการเกิดเส้นโลหิตอุดตัน
มีสารต้านไม่ให้เม็ดเลือดแดงแตก
ช่วยบรรเทาอาการไอ น้ำมูกไหล คุ้มครองป้องกันหวัด
ช่วยรักษาโรคไข้หวัดรวมทั้งไข้หวัดใหญ่
ช่วยรักษาอาการเยื่อบุจมูกอักเสบแล้วก็ไซนัส
ช่วยรักษาโรคไอกรน
ช่วยแก้อาการหอบ หืด
ช่วยรักษาโรคหลอดลม
ช่วยหยุดกลิ่นปากกระเทียม
ช่วยสำหรับการขับเหงื่อ
ช่วยสำหรับการขับเสมหะ
ช่วยควบคุมโรคกระเพาะ ด้วยสารที่ช่วยยั้งไม่ให้น้ำย่อยของกินมาย่อยแผลในกระเพาะ
ช่วยสำหรับในการขับลม
ช่วยรักษาอาการจุกเสียดแน่นท้อง อาการท้องอืด ท้องอืดท้องเฟ้อ
ช่วยคุ้มครองป้องกันโรคท้องผูก
ช่วยรักษาโรคบิด
ช่วยสำหรับเพื่อการขับฉี่
ช่วยสำหรับเพื่อการขับพยาธิได้หลายอย่าง ตัวอย่างเช่น พยาธิแส้ม้า พยาธิด้าย พยาธิหมุด พยาธิไส้เดือน ฯลฯ
ช่วยรักษาโรคตับอ่อนอักเสบจำพวกร้ายแรงได้
ช่วยป้องกันการเกิดโรคไต
ช่วยฆ่าเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียต่างๆรวมถึงเชื้อราตามหนังหัวและก็บริเวณเล็บ
ช่วยยั้งเชื้อต่างๆยกตัวอย่างเช่น เชื้อที่กระตุ้นให้เกิดฝีหนอง คออักเสบ เชื้อปอดบวม เชื้อวัณโรค ฯลฯ
ช่วยกำจัดพิษจากสารตะกั่วกระเทียมสรรพคุณ
ช่วยรักษาขี้กลาก เกลื้อน
ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเยื่อ บำรุงข้อต่อแล้วก็กระดูกในร่างกาย
บรรเทาอาการปวดข้อและก็เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวตามร่างกาย
ช่วยแก้อาการกลยุทธ์ปวดเมื่อยรวมทั้งเท้าแพลง เพราะว่ามีสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตมายังบริเวณที่นวดยาเจริญมากขึ้นนั่นเอง
มีสารต่อต้านอาการไขข้ออักเสบ โรคข้อรูมาตำหนิสซั่ม
กระเทียมมีกลิ่นฉุนก็เลยสามารถช่วยไล่ยุงได้อย่างดีเยี่ยม
ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย เพิ่มความยากอาหาร
คุณประโยช์จากกระเทียม
ประโยชน์หลักๆของกระเทียมคงจะหนีไม่พ้นการนำมาใช้เพื่อช่วยแต่งรสชาติของอาหาร ไม่ว่าจะใช้ผัด แกง ทอด ยำ ต้มยำ หรือน้ำพริกต่างๆอีกสารพัดสารพัน
[url=http://www.disthai.com/16488280/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1]กระเทียม
เป็นเครื่องสมุนไพรที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายอย่าง และก็ยังเป็นพืชที่ธาตุซีลีเนียมสูงขึ้นมากยิ่งกว่าพืชประเภทอื่นๆทั้งยังยังมีสารอะดีโนซีน (Adenosine) ซึ่งเป็นกรดนิวคลีอิกที่เป็นตัวสร้าง DNA และก็ RNA ของเซลล์ในร่างกาย
นอกจากนั้นยังมีการนำกระเทียมไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆอย่างนานัปการ ตัวอย่างเช่น กระเทียมเสริมของกิน กระเทียมสกัดผง สารสกัดน้ำมันกระเทียม กระเทียมดอง เป็นต้น
[/b]
คุณค่าทางโภชนาการของกระเทียมดิบ ต่อ 100 กรัม
พลังงาน 149 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 33.06 กรัม
น้ำตาล 1 กรัม
ใยอาหาร 2.1 กรัม
ไขมัน 0.5 กรัม
โปรตีน 6.36 กรัม
วิตามินบี 1 0.2 มก. 17%
วิตามินบี 2 0.11 มิลลิกรัม 9%
วิตามินบี 3 0.7 มก. 5%
วิตามินบี 5 0.596 มิลลิกรัม 12%
วิตามินบี 6 1.235 มิลลิกรัม 95%
วิตามินบี 9 3 ไมโครกรัม 1%
วิตามินซี 31.2 มิลลิกรัม 38%
ธาตุแคลเซียม 181 มิลลิกรัม 18%
ธาตุเหล็ก 1.7 มิลลิกรัม 13%
ธาตุแมกนีเซียม 25 มิลลิกรัม 7%
ธาตุแมงกานีส 1.672 มก. 80%
ธาตุฟอสฟอรัส 153 มิลลิกรัม 22%
ธาตุโพแทสเซียม 401 มิลลิกรัม 9%
ธาตุสังกะสี 1.16 มก. 12%
ธาตุซีลีเนียม 14.2 ไมโครกรัม
% ร้อยละของจำนวนชี้แนะที่ร่างกายอยากได้ในทุกๆวันสำหรับคนแก่ (ที่มาที่ไป : USDA Nutrient database)
คำแนะนำและก็ข้อควรปฏิบัติตามในการใช้กระเทียม
กระเทีย[/b]ยิ่งสดเท่าไรก็ยิ่งมีคุณประโยชน์ที่ดีเลิศขึ้นเท่านั้น แม้กระนั้นสำหรับกระเทียมที่ผ่านความร้อนด้วยวิธีการต่างๆหรือผ่านการหมักดอง จะก่อให้วิตามินแล้วก็สารอัลลิซินที่มีอยู่ในกระเทียมนั้นสลายตัวไป
วิตามินรวมทั้งแร่ธาตุที่อยู่ในกระเทียมนั้น จะมีมากมายหรือน้อยก็ขึ้นกับดินแล้วก็สภาพอากาศที่ใช้สำหรับการเพาะปลูกอีกด้วย
สำหรับหญิงที่กำลังมีครรภ์หรือให้นมลูก คนที่มีระดับน้ำตาลในเลือดเป็นปกติ หรูหราความดันเลือดปกติ คนที่มีลักษณะของเลือดหยุดไหลช้า รวมถึงคนที่ใช้ยาอื่นๆบ่อยๆ ตัวอย่างเช่น ยาปฏิชีวนะ ยาแอสไพริน ยาแก้อักเสบ ยาต้านเชื้อไวรัส คุณไม่ควรกินกระเทียมหรือผลิตภัณฑ์กระเทียมเสริมในจำนวนที่มากจนถึงเกินความจำเป็น เพราะเหตุว่าอาจก่อให้เป็นอันตรายต่อสภาพทางด้านร่างกายได้
สำหรับผู้ที่ได้รับกลิ่นของกระเทียมเสมอๆ อาจส่งผลให้กำเนิดอาการแพ้กระเทียมเมื่อรับประทานได้ โดยอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการอ้วก แล้วก็มีอาหารหัวใจที่เต้นแรงผิดปกติ แต่อาการดังกล่าวจะเบาๆหายไปเองภายในระยะเวลา 3-4 ชั่วโมง ซึ่งกระเทียมที่นำมาใช้สำหรับเพื่อการประกอบอาหารชอบก่อเกิดอาการแพ้ได้น้อยกว่กระเทียม
แบบใหม่ๆ
สำหรับผู้ที่อยู่ในครัวหรือผู้จำเป็นต้องใช้มือสัมผัสกับกระเทียมเป็นประจำและเป็นเวลานาน อาจจะเป็นผลให้ผิวหนังมีการอักเสบ มีตุ่มน้ำได้ ดังนั้นคุณควรเลี่ยงการสัมผัสกระเทียมโดยตรงเป็นประจำด้วยการใส่ถึงมือทุกหนตอนที่จะใช้กระเทียม
แม้ว่ากระเทียมจะเป็นพืชที่มีคุณประโยชน์อยู่มากมาย แต่ว่าคุณก็ไม่ควรที่จะเลือกใช้กระเทียมเพื่อหวังผลสำหรับเพื่อการรักษาอาการหรือโรคใดโรคหนึ่ง ทั้งยังคำตอบที่ได้ในแต่ละบุคคลก็บางครั้งอาจจะแตกต่างออกไป ด้วยเหตุนี้คุณควรจะเลือกรับประทานให้นานัปการแล้วก็ครบ 5 หมู่ จะเป็นลู่ทางที่ยอดเยี่ยม ด้วยเหตุว่าพืชผักสมุนไพรทั่วๆไป ถ้าเกิดเล่าเรียนกันจริงๆแล้ว มันก็มีสาระมากพอๆกับกันเลย
ปัจจุบันในบ้านพวกเรายังไม่มีการยืนยันว่ากระเทียมนั้นจะสามารถรักษาโรคได้จริง คงจะเป็นไปได้เพียงแต่สมุนไพรหนทางสำหรับการรักษาและสมุนไพรเสริมสุขภาพเท่านั้นhttp://www.disthai.com/[/b]
15  Sitemap SMB / สินค้าอื่นๆ / ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณที่น่าอัศจรรย์ เมื่อ: สิงหาคม 13, 2018, 05:49:55 pm
[/b]
ตะไคร[/size][/b]
[url=http://www.disthai.com/16913433/%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%89]ตะไคร้
(Lemon Grass) จัดเป็นพืชผักสมุนไพรชนิดหนึ่งที่นิยมเอามาทำกับข้าวสำหรับดับกลิ่นคาว และช่วยเพิ่มรสชาตของของกิน ในมากมายเมนู โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารประเภทต้มยำ แล้วก็แกงต่างๆรวมทั้งการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเป็นต้นว่า น้ำตะไคร้ ผงตะไคร้ ฯลฯ
ตะไคร้ เป็นไม้ล้มลุกสกุลเดียวกันกับหญ้า มีอายุมากยิ่งกว่า 1 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม มีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกตัวอย่างเช่น เมียนมาร์ ไทย ลาว มาเลเชีย อินโดนีเชีย เป็นต้น
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cymbopogon citratus (DC.)
วงศ์ : Graminae
ชื่อสามัญ : Lapine, Lemon grass, Sweet rush, Ginger grass
ชื่อเขตแดน:
– ตะไคร้
– ตะไคร้แกง
ตะไคร้มะขูด
– คาหอม
– ไคร
– จะไคร
– เชิดเกรย
– หัวสิงไค
– เหลอะเกรย
– ห่อวอตะโป
– เฮียงเม้า
ตะไคร้1
ลักษณะทั่วไป
ลำต้น
ลำต้นตะไคร้มีเหง้าใต้ดิน ลำต้นมีลักษณะตั้งชัน รูปทรงกระบอก มีความสูงได้ถึง 1 เมตร (และใบ)ส่วนของลำต้นที่พวกเราแลเห็นจะเป็นส่วนของกาบใบที่ออกเรียงช้อนกันแน่น โคนต้นมีลักษณะกาบใบห่อหุ้มครึ้ม ผิวเรียบ และก็มีขนอ่อนปกคลุม ส่วนโคนมีรูปร่างอ้วน มีสีม่วงอ่อนเล็กน้อย และก็ค่อยๆเรียวเล็กลงเปลี่ยนเป็นส่วนของใบ แกนกลางเป็นปล้องแข็ง ส่วนนี้สูงราว 20-30 ซม. ขึ้นกับความอุดมสมบูรณ์ของดิน และก็ประเภท และก็เป็นส่วนที่ประยุกต์ใช้สำหรับปรุงอาหาร
ตะไคร้ ใบ
ใบตะไคร้ประกอบด้วย 3 ส่วนเป็นก้านใบ (ส่วนลำต้นที่กล่าวข้างต้น) หูใบ (ส่วนต่อ
ระหว่างกาบใบ แล้วก็ใบ) แล้วก็ใบ
ใบตะไคร้ เป็นใบลำพัง มีสีเขียว มีลักษณะเรียวยาว ปลายใบโค้งลู่ลงดิน โคนใบเชื่อมต่อกับหูใบ ใบมีรูปขอบขนาน ผิวใบสากมือ และก็มีขนปกคลุม ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แม้กระนั้นคม กลางใบมีเส้นกึ่งกลางเรือใบแข็ง สีขาวอมเทา เห็นต่างกับแผ่นใบแน่ชัด ใบกว้างโดยประมาณ 2 ซม. ยาว 60-80 ซม.
ดอก
ตะไคร้เป็นพืชที่ออกดอกยาก ก็เลยไม่ค่อยประสบพบเห็น ดอกตะไคร้ดอกจะออกดอกเป็นช่อกระจาย มีก้านช่อดอกยาว และมีก้านช่อดอกย่อยเรียงเป็นคู่ๆในแต่ละคู่จะมีใบแต่งแต้มรองรับ มีกลิ่นหอมยวนใจ ดอกมีขนาดใหญ่คล้ายดอกอ้อ
ดอกตะไคร้
ประโยชน์ตะไคร้

  • ลำต้น และก็ใบสด

– ใช้เป็นเครื่องเทศเตรียมอาหารสำหรับกำจัดกลิ่นคาว ช่วยให้ของกินมีกลิ่นหอมสดชื่น และก็เปลี่ยนแปลงรสให้น่ากินเยอะขึ้น
– ใช้เป็นส่วนประกอบของยาทากันยุง สเปรย์กันยุง และยาจุดกันยุง


ที่มา: กองโภชนาการ (2544)(1)
สารสำคัญที่เจอ
ส่วนของลำต้น และก็ใบมีน้ำมันหอมระเหย (Volatile oil) ที่ประกอบด้วยสารหลายแบบ อย่างเช่น
– สิทราล (Citral) พบบ่อยที่สุด 75-90%
– ทรานซ์ ไอโซสิทราล (Trans-isocitral)
– ไลโมเนน (Limonene)
– ยูจีนอล (Eugenol)
– ลิท้องนาลูล (Linalool)
– เจอรานิออล (Geraniol)
– ติดอยู่ริโอฟิกลุ่มคำน ออกไซด์ (Caryophyllene oxide)
– พบรานิล อะสิเตท (Geranyl acetate)
– 6-เมทิล 5-เฮพเทน-2-วัน (6-Methyl 5-hepten-2-one)
– 4-โนที่นาโนน (4-Nonanone)
– เมทิลเฮพหนโนน (Methyl heptennone)
– สิโทรเนลลอล (Citronellol)
– ไมร์ซีน (Myrcene)
– การบูร (Camphor)
รวบรวมจาก กาญจนา ขยัน (2552)(2), ใจวรรณ ตระการชัยสกุล (2551) อ้างถึงในเอกสารหลายฉบับ(4)
[url=http://www.disthai.com/16913433/%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%89]
[/b]
สรรพคุณตะไคร้

  • ลำต้น และก็ใบ

– ช่วยทุเลา แล้วก็รักษาอาการไข้หวัด
– แ้ก้ไอ และก็ช่วยขับเสลด
– ทุเลาลักษณะโรคโรคหืดหอบ
– รักษาอาการปวดท้อง
– ช่วยขับฉี่ แก้เยี่ยวยาก
– ช่วยขับเหงื่อ
– ช่วยสำหรับการขับลม
– แก้อหิวาต์
– บำรุงธาตุ เจริญอาหาร
– ช่วยลดระดับความดัน โลหิตสูง
– ลดจำนวนคอเลสเตอรอลในเส้นโลหิต
– แก้ระดูมาเปลี่ยนไปจากปกติ

  • ราก

– ใช้เป็นยาปรับแต่งเจ็บท้อง และก็ท้องเสีย
– ช่วยขับเยี่ยว
– บรรเทาอาการไอ รวมทั้งขับเสลด

  • น้ำมันหอมระเหย

– ออกฤทธิ์ต้านทานเชื้อรา
– ช่วยกำจัดเซลลูไลท์
– ช่วยสำหรับในการถ่าย
– บรรเทาอาการท้องเสีย
– ลดอาการจุกเสียด แน่นท้อง จากฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้
– ช่วยขับน้ำดี
– ช่วยขับลม
– ระังับลักษณะของการปวด
– ต้านอาการอักเสบ รวมทั้งลดการต่อว่าดเชื้อ
– กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด
– ลดอาการเหงาหงอย
– ต่อต้านอนุมูลอิสระ
สะสมจาก กาญจนา ขยัน (2552)(2), กมลชาติชั้นวรรณะ ตระการชัยวงศ์ (2551)(4)
ฤทธิ์ทางยาของสารสกัดจากตะไคร้

  • ฤทธิ์ลดการบีบตัวของไส้

น้ำมันหอมระเหยของตะไคร้ออกฤทธิ์ลดอาการแน่นจุกเสียดด้วยการลดการบีบตัวของลำไส้ โดยมีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ ยกตัวอย่างเช่น Cineole รวมทั้ง Linalool

  • ฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียสาเหตุอาการของอาการท้องเดิน

สารเคมีในน้ำมันหอมระเหยของตะไคร้สามารถออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคแบคทีเรียที่สำคัญของอาการท้องเดินเป็นE. coli โดยมีสารออกฤทธิ์ เช่น Citral, Citronellol, Geraneol และ Cineole

  • ฤทธิ์ขับน้ำดี

น้ำมันหอมระเหยของตะไคร้สามารถออกฤทธิ์กระตุ้นการขับน้ำดีของตับอ่อน โดยมีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ ยกตัวอย่างเช่น Borneol, Fenchone รวมทั้ง Cineole

  • ฤทธิ์ขับลม

สาร Menthol, Camphor รวมทั้ง Linalool สามารถออกฤทธิ์กระตุ้นการขับลมในร่างกายได้
พิษของน้ำมันตะไคร้
ปริมาณน้ำมันตะไคร้ที่ทำให้หนูขาวตายที่ครึ่งหนึ่งของปริมาณหนูขาวทั้งปวง ด้วยการให้ทางปาก  ที่ความเข้มข้น 5,000 มิลลิกรัม/โล และการให้น้ำมันหอมระเหยทางกระเพาของกินแก่กระต่ายที่ทำให้กระต่ายตายที่ครึ่งเดียว พบว่า มีจำนวนความเข้มข้นเดียวกันกับการให้แก่หนูขาว
พิษเฉียบพลันของน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ที่ความเข้มข้น 1,500 ppm ในระยะเวลา 60 วัน กลับได้มาพบว่า หนูขาวที่ได้รับน้ำมันหอมระเหยของตะไคร้มีการเติบโตเร็วกว่ากรุ๊ปที่ไม้ได้รับ และก็ค่าทางเคมีของเลือดไม่มีความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด
หน้า: [1] 2
ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย