Advertisement
การดูแลรักษาโรคกรดไหลย้อนอย่างถูกวิธีจะช่วยคุ้มครองไม่ให้กำเนิดอาการแทรกอื่นๆลดความเจ็บปวดรวดร้าวทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสที่ทำให้คุณภาพชีวิตห่วยแตกลง การรักษาโรคกรดไหลย้อน สามารถรักษาได้หลายแนวทาง ดังนี้
1. รับประทานยาลดกรด
เพื่อลดการหลั่งกรดในกระเพาะ ช่วยรักษาและคุ้มครองการเกิดแผลในกระเพาะ ควรกินตามหมอสั่ง หรือหารือเภสัชกรที่ร้านขายยาทั่วๆไป ไม่สมควรซื้อยามารับประทานเอง สามารถจำแนกประเภทยาลดกรดได้ ดังต่อไปนี้
ยาลดกรดที่มีองค์ประกอบของอะลูมิเนียมไฮดรอคอยกไซด์ (aluminium hydroxide) และก็แมกนีเซียมไฮดรอคอยกไซด์ (magnesium hydroxide) ยานี้จะลดความเป็นกรดอย่างรวดเร็ว อาการแสบร้อนกลางอกจะดียิ่งขึ้น ส่งผลต่อระบบขับถ่ายได้น้อย แม้กระนั้นไม่ควรใช้ในผู้เจ็บป่วยโรคไต เนื่องจากว่าอลูมิเนียมไฮดรอคอยกไซด์สามารถลดปริมาณฟอสเฟตในเลือดในคนเจ็บโรคไตได้
ยาที่ออกฤทธิ์ลดการสร้างกรดในกระเพาะ เป็นยาที่ออกฤทธิ์ช้า แม้กระนั้นสามารถลดกรดได้ช้านานนานถึง 12 ชั่วโมง ตัวอย่างเช่น ไซเมทิดีน (cimetidine) ฟาโมทิดีน (famotidine) นิซาทิดีน (nizatidine) แล้วก็รานิทิดีน (ranitidine) ซึ่งปัจจุบันถูกเรียกคืนชั่วครั้งคราวเพื่อตรวจตรา อ่านเสริมเติม: ยา Ranitidine คืออะไร ทำไมถึงเลิกใช้?
ยาที่คุ้มครองป้องกันการผลิตกรดและรักษาหลอดของกิน เป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งกรดได้ยาวนานทำให้เยื่อที่เสียหายของหลอดอาหารมีเวลาฟื้นฟูกลับมาปกติได้ดังเดิม อาทิเช่น แลนโซพราโซล (lansoprazole) และก็โอมีพราโซล (omeprazole)
2. เปลี่ยนแปลงความประพฤติ
การปรับเปลี่ยนการกระทำในการดำรงชีพเป็นแนวทางที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดอาการต่างๆของกรดไหลย้อน และช่วยป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยการปรับแก้ที่ถูกจุดที่สุดเป็น การแก้ที่ต้นเหตุควรดูแลตนเองอยู่ตลอดถึงอาการจะดียิ่งขึ้น หรือหายก็ดีแล้วก็ตาม
เลี่ยงของกินที่เพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะ ได้แก่ ของกินรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มคาเฟอีน น้ำอัดลม กระเทียม หัวหอม เป็นต้น
ระงับความเครียด ดังเช่น นอนพักผ่อนให้พอเพียง ออกกกำลังกาย นั่งสมาธิ สวดมนต์ไหว้พระ หรือทำกิจกรรมต่างๆที่ชอบ ก็จะช่วยลดการหลั่งกรดในกระเพาะได้เป็นอย่างดี
ควบคุมน้ำหนัก โดยยิ่งไปกว่านั้นในคนอ้วน หรือคนที่น้ำหนักเกินกฏเกณฑ์มาตรฐาน หมั่นออกกำลังกายแล้วก็ควบคุมด้านการกินอาหารที่กิน เมื่อน้ำหนักลด ความดันในกระเพาะอาหารก็จะน้อยลง ทำให้กรดและอาหารในกระเพาะดันหูรูดหลอดอาหารลดลง อาการกรดไหลย้อนก็จะต่ำลงและก็ตามด้วย นอกจากนั้นยังเป็นผลดีต่อสุขภาพด้านอื่นๆและทำให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง
หลบหลีกการนอนราบ หรือการก้มถือของทันทีหลังจากกินอาหารเสร็จ ควรจะคอยให้อาหารย่อยก่อน 2-3 ชั่วโมง และไม่ควรออกกำลังกายหลังรับประทานอาหารเสร็จโดยทันทีเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าจะมีผลให้กำเนิดกรดไหลย้อนได้ง่าย
ควรทานอาหารทีละน้อยๆแต่ว่าบ่อย ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดออกมามากเกินความจำเป็น
3. ผ่าตัด
เหมาะสำหรับคนที่รักษาโดยการใช้ยาเป็นระยะเวลานานแล้ว ไม่สามารถที่จะสามารถควบคุมอาการ หรือหยุดยาได้
เหมาะสำหรับคนที่ไม่สามารถที่จะกินยาได้เป็นเวลานานๆและก็ได้รับผลข้างเคียงจากยา
4. บรรเทาลักษณะของกรดไหลย้อนด้วยสมุนไพร
ขมิ้นชัน จากงานศึกษาค้นคว้าวิจัยมหาวิทยาลัยมหิดลพบว่า ขมิ้นชันมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการหลั่งมูกในกระเพาะ ช่วยรักษาแผล ต่อต้านแบคทีเรีย รวมทั้งป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะได้ โดยเหตุนั้นขมิ้นชันก็เลยสามารถช่วยลดอาการต่างๆที่เกิดขึ้นจากกรดไหลย้อนได้ แต่ว่ามีสิ่งที่ห้ามและข้อควรตรึกตรองที่จำต้องเรียนก่อนรับประทาน ทางที่ดีควรจะปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนใช้
ขิง มีฤทธิ์ช่วยขับลม ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อจากอาหารไม่ย่อย ทำให้อาการต่างๆที่เกิดจากกรดไหลย้อนลดน้อยลงได้ มีหลายรูปแบบให้เลือกกิน อาทิเช่น ยาชง ยาผง ยาแคปซูล ฯลฯ
ใบกะเพรา มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาลักษณะของกรดไหลย้อนได้ โดยให้นำใบกะเพรา 1 กำ มาต้มกับน้ำราว 2-3 ลิตร ด้วยไฟปานกลาง 20 นาที ดื่มครั้งละ 1 แก้ว (250 ml) หลังรับประทานอาหาร 3 มื้อ แล้วก็ควรดื่มหลังรับประทานอาหารแล้ว 10-15 นาที
โรคกรดไหลย้อนระหว่างตั้งท้อง
หญิงมีครรภ์มากไม่น้อยเลยทีเดียวเผชิญกับอาการโรคกรดไหลย้อนโดยเฉพาะอาการแสบร้อนกึ่งกลางอก ลักษณะของกรดไหลย้อนสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาการท้อง โดยมักมีลักษณะอาการมากขึ้นเมื่อครรภ์เข้าสู่ไตรมาสด้านหลังๆเนื่องจากว่าฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ทำให้ระบบย่อยอาหารปฏิบัติงานช้าลง รวมถึงขนาดของมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นกดเบียดกระเพาะอาหารทำให้กรดและก็ของกินในกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดของกินได้ แต่ว่าอาการจะดีขึ้นเมื่อคลอดเด็กแรกเกิดออกมาแล้ว
เป้าหมายสำหรับเพื่อการรักษาโรคกรดไหลย้อนในหญิงตั้งครรภ์ไม่ได้มีความแตกต่างกับคนธรรมดาทั่วไปเป็น ย้ำการเปลี่ยนแปลงความประพฤติปฏิบัติ แต่ว่าการรับประทานยาลดกรดก็เป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยทำให้ลักษณะของกรดไหลย้อนดียิ่งขึ้นได้ ยาลดกรดมีหลายรูปแบบ หญิงตั้งท้องควรระมัดระวังถ้าหากซื้อยามารับประทานเองควรหารือหมอ หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา
หมายเหตุ: อย่าลืมปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนกระทำใช้ยาทุกครั้ง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยของคุณแล้วก็ลูกน้อยในครรภ์ และก็ระวังยาลดกรดที่มีโซเดียมไบคาร์บอเนต (sodium bicarbonate) อาจทำให้เกิดการสร้างของเหลวมากขึ้น โดยเหตุนี้หญิงมีท้องควรหลีกเลี่ยงยานี้
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง :
[url]http://genderandscience.org[/url]
Tags : genderandscience,genderandscience.org