ความแตกต่างระหว่างข้าวหอมมะลิ 105 และก็ หอมมะลิ กข 15

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ความแตกต่างระหว่างข้าวหอมมะลิ 105 และก็ หอมมะลิ กข 15  (อ่าน 14 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Saiswatka
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22027


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2020, 02:56:35 am »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

ความแตกต่างระหว่า[/url] และก็ หอมมะลิ กข 15[/b]

ข้าวหอมมะลิ เป็นสายพันธุ์ข้าวที่มีถิ่นกำเนิดในไทยมีลักษณะกลิ่นหอมสดชื่นคล้ายใบเตยเป็นชนิดข้าวที่ปลูกได้คุณภาพดีที่สุดในไทยหากเทียบกับการปลูกภายในประเทศอื่นๆและก็เป็นชนิดข้าวที่ทำให้ข้าวไทยเป็นสินค้าส่งออกที่รู้จักไปทั่วทั้งโลก

เมื่อปี พุทธศักราช 2497 นายสุนทร สีหเนิน บุคลากรข้าว จังหวัดฉะเชิงเทราได้เก็บรวบรวมชนิดข้าวหอมในเขตอำเภอบางคล้า ได้ปริมาณ 199 รวงแล้ว ดร.เสื้อครุย บุณยสิงห์ (ผู้อำนวยการกองบำรุงชนิดข้าวในช่วงเวลานั้น) ได้ส่งไปปลูกคัดเลือกจำพวกบริสุทธิ์รวมทั้งเปรียบเทียบจำพวกที่สถานีทดสอบข้าวโคกสำโรง (ในขณะนี้เป็นสถานีข้าวลพบุรี) ปฏิบัติการคัดประเภทโดยนักวิชาการเกษตรชื่อนายมังกร จูมทอง ภายใต้การดูและของนายโอภาส พลศิลป์ หัวหน้าสถานีทดสอบข้าวโคกสำโรงจวบจนกระทั่งปี พุทธศักราช 2502 ได้ชนิดบริสุทธิ์ข้าวขาวดอกมะลิ 4-2-105105 (ลำดับที่ 4 ซึ่งก็คืออำเภอที่เก็บมาอำเภอบางคล้า หมายเลข 2 คือชื่อพันธุ์ข้าวที่เก็บในอำเภอนั้น คือ ประเภทหอมมะลิ แล้วก็ เลข 105 เป็น ตำแหน่งรวงข้าวของพันธุ์หอมมะลิที่เก็บในที่นั้น รวงที่ 105) และก็คณะกรรมการพินิจชนิดข้าวได้อนุมัติให้เป็นชนิดส่งเสริมแก่เกษตรกร ช่วงวันที่ 25 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2502 โดยเกษตรกรทั่วๆไปเรียกว่า “ขาวดอกมะลิ 105 ถัดมาได้มีการปรับปรุงแก้ไขจำพวกข้าว ขาวดอกมะลิ 105 จนได้ข้าวพันธุ์ กข 15 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ประกาศให้ ข้าวอีกทั้ง 2 จำพวกเป็นข้าวหอมมะลิไทย

ลักษณะจำเพาะของกลิ่นหอมยวนใจมะลิ

ความหอมของข้าวหอมมะลิ มีต้นเหตุจากสารระเหยชื่อ 2-acetyl-1-pyroline ซึ่งเป็นสารที่ระเหยหายไปได้
การดูแลรักษาความหอมของข้าวหอมมะลิให้ดำรงอยู่นานนั้นจำเป็นที่จะต้องเก็บข้าวไว้ภายในที่เย็น อุณหภูมิราว 15 องศาเซลเซียส เก็บข้าวเปลือกที่มีความชื้นต่ำ 14-15% ลดความชื้นข้าวเปลือกที่อุณหภูมิไม่สูงเกินไป นักการเกษตรกรบางท่านกล่าวว่า การใช้ปุ๋ยโปตัสเซียมสำหรับเพื่อการปลูกมีแนวโน้มช่วยทำให้ข้าวมีกลิ่นหอมหวนเยอะขึ้น (ยังไม่มีข้อมูลการันตี)

ข้าวขาวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวไวแสง

ข้าวไวต่อตอนแสงสว่าง คือ ข้าวที่จะออกรวงเมื่อแดดลดน้อยลงจากช่วงปกติ ซึ่งผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบางทีอาจสงสัยแล้วทำไมจำเป็นต้องปลูก ในเมื่อมันควบคุมยากที่จะต้องปลูกข้าวไวแสงสว่างเพราะข้าวหลายสายพันธุ์ที่มีคุณลักษณะเด่นๆ
มันเป็นข้าวที่ถูกควบคุมด้วยยีน หรือกรรมพันธุ์ที่ตกค้างมาจากจำพวกป่า หรือพันธุ์เริ่มแรกที่เกิดจากการปรับตัวตามธรรมชาติ เพื่อดำรงเชื้อสายตัวเองไว้ได้ ตัวอย่างเช่น ข้าวขาวดอกมะลิ 105 และข้าวกข15 ซึ่งเป็นข้าวที่มีคุณสมบัติ นุ่มหอม และก็เป็นที่ต้องการของตลาดแสงแดดปกติที่ส่องถึงพื้นผิวโลกของประเทศไทยเราคิดคำนวณที่ 12 ชั่วโมง ส่วนข้าวไวต่อช่วงแสงคือข้าวที่จะมีดอกเมื่อโดนแสงน้อยกว่า 12 ชั่วโมง โดยข้าวไวต่อตอนแสงสว่างมี 2 แบบ ข้าวไวน้อยต่อตอนแสง จะมีดอกเมื่อความยาวตอนกลางวันประมาณ 11 ชั่วโมง 40-50 นาที และก็ข้าวไวมากต่อช่วงแสงสว่าง จะออกดอกเมื่อความยาวช่วงกลางวันประมาณ 11 ชั่วโมง 10-20 นาที

ด้วยเหตุดังกล่าวเมื่อเลือกปลูกข้าวประเภทที่ไวต่อตอนแสงสว่างไม่ว่าจะเริ่มปลูกเมื่อใดก็ตาม เมื่อถึงตอนฤดูหนาวของเมืองไทย ซึ่งเป็นตอนที่ช่วงกลางวันสั้นกว่าช่วงเวลากลางคืน ข้าวก็จะมีดอกในทันที จึงเป็นสาเหตุของคำว่า “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ”(12 ส.ค. – 5 ธันวาคม) เนื่องจากประเภทข้าวที่พวกเราปลูก คือ ข้าวขาวดอกมะลิ 105 แล้วก็ข้าว กข15 ซึ่งเป็นข้าวหนักแก่การเก็บเกี่ยว มากยิ่งกว่า 120 วัน หากพวกเราปลูกเร็วเกินความจำเป็นก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลเพิ่มขึ้น
ถ้าปลูกช้าเกินไป ข้าวก็จะไม่สามารถที่จะสะสมของกินได้เต็มที่ก่อนออกรวง ทำให้ผลผลิตต่ำลงนั่นเอง

ลักษณะของสายพันธุ์

– นิยมปลูกในช่วงฤดูนาปี จะมีกลิ่นหอมหวนมาก เมื่อเจอสภาวะน้ำแห้งและอากาศเย็น
– เป็นข้าวที่ไวต่อช่วงแสงสว่าง เป็นข้าวหนัก คุณภาพดี
– เก็บเกี่ยวได้ราวกลางเดือน พ.ย. อายุจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 120 วัน
– ผลผลิตราว 363 กกต่อไร่ (แม้กระนั้นหากดูแลดีก็ได้ผลผลิตสูงมากขึ้นกว่านี้ได้)
– ทนต่อสภาพดินเค็ม ดินเปรี้ยว ความแล้ง ก้าวหน้า
– พื้นที่เสนอแนะสำหรับเพื่อการปลูก ภาคอิสานแล้วก็เหนือตอนบน
– จำนวน อะไม่โลสต่ำเป็นราว 12-17% (ยิ่งมีค่าต่ำเท่าไร ยิ่งมีความหอมมากมาย)

จุดเด่น
– มีกลิ่นหอม นุ่ม อร่อย ถึงแม้ตอนข้าวสวยแล้วก็เย็น ถ้าเกิดเก็บเป็นข้าวเปลือก
– เมือเอามาสีเป็นข้าวสารก็ยังคงความนิ่มหอมไว้ได้

หอมมะลิ ชนิด กข 15 (ที่เรียกว่า หอมมะลิ ได้จากการปรับแก้จำพวกโดยการใช้รังสีชักพาให้มีการกลายพันธุ์ ของข้าวหอมมะลิ 105) รับประกันสายพันธุ์เมื่อ เมื่อวันที่ 28 ม.ย. 2521

ลักษณะของสายพันธุ์
– นิยมปลูกในฤดูนาปี จะมีกลิ่นหอมมาก เมื่อพบภาวะน้ำแห้งและเย็น แต่เป็นข้าวชนิดเบาให้ผลผลิตได้มาก
– จะสุกแล้วก็สามารถเกี่ยวได้ก่อนข้าวหอมมะลิ 105 ราวๆ 20 วัน
– -ผลผลิต ราว 560 กก.ต่อไร่
– ทนแล้งรวมทั้งดินเค็ม ดินกรด ได้ดิบได้ดี
– ปลูกภายในพื้นที่ภาคอิสาน
– ปริมาณอมิโลส 14-17 % (ยิ่งมีค่าต่ำเท่าไหร่ ยิ่งมีความหอมมาก)

จุดเด่น
– มีกลิ่นหอมยวนใจ นุ่ม ราวกับข้าวหอมมะลิ 105 แต่ว่ากลิ่นจะหอมน้อยกว่า เพราะการปรับแก้สายพันธุ์

ข้าวหอมนิลุบล ชื่อเรียก กข31(จังหวัดปทุมธานี 80) ยืนยันสายพันธุ์ เมื่อวันที่ 6 เดือนมีนาคม 2550

รูปแบบของสายพันธุ์
– เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อตอนแสงสว่าง เม็ดสั้น เป็นข้าวนาปรังอายุเก็บเกี่ยวแน่ๆราวๆ 110 วัน
– ผลผลิตเฉลี่ย 738 กิโลต่อไร่ (นาหว่านน้ำโคลน)
– จำนวนอมิโลสสูง (27.3 – 29.8 %)
– มีกลิ่นหอมยวนใจและนุ่มเวลาหุงเสร็จใหม่ๆแต่ว่าจะแข็งกระด้างเมื่ออาหารเย็นตัวลง

Tags : ข้าวหอมมะลิ,ข้าวหอมมะลิ ราคา



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ