ความแตกต่างระหว่างข้าวหอมมะลิ 105 แล้วก็ หอมมะลิ กข 15

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ความแตกต่างระหว่างข้าวหอมมะลิ 105 แล้วก็ หอมมะลิ กข 15  (อ่าน 15 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ManUThai2017
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 16265


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: มีนาคม 05, 2020, 07:03:46 pm »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

ความไม่เหมือนระหว่างข้าวหอมมะลิ 105 แล้วก็ หอมมะลิ กข 15

ข้าวหอมมะลิ เป็นสายพันธุ์ข้าวที่มีถิ่นเกิดในไทยมีลักษณะกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนใบเตยเป็นประเภทข้าวที่ปลูกได้คุณภาพดีที่สุดในไทยถ้าเกิดเทียบกับการปลูกภายในประเทศอื่นๆรวมทั้งเป็นจำพวกข้าวที่ทำให้ข้าวไทยเป็นสินค้าส่งออกที่รู้จักไปทั่วโลก

เมื่อปี พ.ศ. 2497 นายสุนทร สีหเนิน พนักงานข้าว จังหวัดฉะเชิงเทราได้รวบรวมพันธุ์ข้าวหอมในเขตอำเภอบางคล้า ได้ปริมาณ 199 รวงแล้ว ดร.ครุย บุณยราชสีห์ (ผู้อำนวยการกองบำรุงจำพวกข้าวตอนนั้น) ได้ส่งไปปลูกคัดพันธุ์บริสุทธิ์และก็เปรียบพันธุ์ที่สถานีทดลองข้าวโคกสำโรง (บัดนี้เป็นสถานีข้าวจังหวัดลพบุรี) ดำเนินงานคัดพันธุ์โดยนักวิชาการเกษตรชื่อนายมังกร จูมทอง ภายใต้การดูและของนายโอภาส พลศิลป์ หัวหน้าสถานีทดลองข้าวโคกสำโรงจนถึงปี พ.ศ. 2502 ได้พันธุ์บริสุทธิ์ข้าวขาวดอกมะลิ 4-2-105105 (เลข 4 หมายถึงอำเภอที่เก็บมาอำเภอบางคล้า หมายเลข 2 ซึ่งก็คือชื่อพันธุ์ข้าวที่เก็บในอำเภอนั้น เป็น จำพวกหอมมะลิ แล้วก็ หมายเลข 105 เป็น ตำแหน่งรวงข้าวของพันธุ์หอมมะลิที่เก็บในที่นั้น รวงที่ 105) และคณะกรรมการพิเคราะห์จำพวกข้าวได้อนุมัติให้เป็นจำพวกผลักดันแก่เกษตรกร ตอนวันที่ 25 พ.ย. พ.ศ. 2502 โดยเกษตรกรทั่วไปเรียกว่า “ขาวดอกมะลิ 105 ต่อมาได้มีการปรับแต่งพันธุ์ข้าว ขาวดอกมะลิ 105 จนได้ข้าวจำพวก กข 15 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ประกาศให้ ข้าวทั้งยัง 2 ประเภทเป็นข้าวหอมมะลิไทย

ลักษณะเฉพาะเจาะจงของกลิ่นหอมหวนมะลิ

ความหอมของข้าวหอมมะลิ เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากสารระเหยชื่อ 2-acetyl-1-pyroline ซึ่งเป็นสารที่ระเหยหายไปได้
การดูแลรักษาความหอมของข้าวหอมมะลิให้ดำรงอยู่นานนั้นจำเป็นที่จะต้องเก็บข้าวไว้ภายในที่เย็น อุณหภูมิราว 15 องศาเซลเซียส เก็บข้าวเปลือกที่มีความชุ่มชื้นต่ำ 14-15% ลดความชุ่มชื้นข้าวเปลือกที่อุณหภูมิไม่สูงเหลือเกิน นักการเกษตรกรบางท่านกล่าวว่า การใช้ปุ๋ยโปแตสเซียมสำหรับในการปลูกมีแนวโน้มช่วยให้ข้าวมีกลิ่นหอมเยอะขึ้น (ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน)

ข้าวขาวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวไวแสงสว่าง

ข้าวไวต่อตอนแสง คือ ข้าวที่จะออกรวงเมื่อแสงอาทิตย์ลดลงจากขณะธรรมดา ซึ่งหลายท่านอาจสงสัยแล้วเพราะอะไรจำต้องปลูก ในเมื่อมันควบคุมยากที่ต้องปลูกข้าวไวแสงเพราะเหตุว่าข้าวหลายสายพันธุ์ที่มีคุณลักษณะเด่นๆ
มันเป็นข้าวที่ถูกควบคุมด้วยยีน หรือพันธุกรรมที่หลงเหลือมาจากจำพวกป่า หรือชนิดดั้งเดิมที่เกิดขึ้นมาจากการปรับตัวตามธรรมชาติ เพื่อให้ดำรงเผ่าพันธุ์ตนเองไว้ได้ เป็นต้นว่า ข้าวขาวดอกมะลิ 105 และข้าวกข15 ซึ่งเป็นข้าวที่มีคุณลักษณะ นุ่มหอม แล้วก็เป็นที่ต้องการของตลาดแดดปกติที่ส่องถึงพื้นผิวโลกของเมืองไทยพวกเราคิดคำนวณที่ 12 ชั่วโมง ส่วนข้าวไวต่อตอนแสงสว่างคือข้าวที่จะออกดอกเมื่อโดนแสงน้อยกว่า 12 ชั่วโมง โดยข้าวไวต่อตอนแสงมี 2 แบบ ข้าวไวน้อยต่อตอนแสงสว่าง จะมีดอกเมื่อความยาวตอนกลางวันราว 11 ชั่วโมง 40-50 นาที รวมทั้งข้าวไวมากมายต่อช่วงแสง จะออกดอกเมื่อความยาวกลางวันโดยประมาณ 11 ชั่วโมง 10-20 นาที

ดังนั้นเมื่อเลือกปลูกข้าวชนิดที่ไวต่อตอนแสงไม่ว่าจะเริ่มปลูกเมื่อไรก็ตาม เมื่อถึงตอนหน้าหนาวของประเทศไทย ซึ่งเป็นช่วงที่ช่วงกลางวันสั้นกว่าช่วงเวลาค่ำคืน ข้าวก็จะออกดอกทันที ก็เลยเป็นที่มาของคำว่า “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันบิดา”(12 ส.ค. – 5 ธันวาคม) เพราะว่าชนิดข้าวที่พวกเราปลูก เป็น ข้าวขาวดอกมะลิ 105 รวมทั้งข้าว กข15 ซึ่งเป็นข้าวหนักมีอายุการเก็บเกี่ยว มากยิ่งกว่า 120 วัน หากเราปลูกเร็วเกินไปก็จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับเพื่อการดูแลเพิ่มขึ้น
ถ้าปลูกช้าเกินความจำเป็น ข้าวก็จะไม่สามารถสะสมของกินได้เต็มกำลังก่อนออกรวง ทำให้ผลผลิตลดลงนั่นเอง

ลักษณะของสายพันธุ์

– นิยมนำมาปลูกในฤดูนาปี จะมีกลิ่นหอมมาก เมื่อพบภาวการณ์น้ำแห้งแล้วก็อากาศเย็น
– เป็นข้าวที่ไวต่อตอนแสงสว่าง เป็นข้าวหนัก คุณภาพดี
– เก็บเกี่ยวได้ราวช่วงเวลากลางเดือน พฤศจิกายน อายุจนเก็บเกี่ยวราวๆ 120 วัน
– ผลิตผลประมาณ 363 กกต่อไร่ (แม้กระนั้นถ้าดูแลดีก็ได้ผลิตผลสูงขึ้นกว่านี้ได้)
– ทนต่อสภาพดินเค็ม ดินกรด ความแล้ง ก้าวหน้า
– พื้นที่ชี้แนะสำหรับการปลูก ภาคอิสานรวมทั้งเหนือตอนบน
– ปริมาณ อะไม่โลสต่ำเป็นโดยประมาณ 12-17% (ยิ่งมีค่าต่ำเยอะแค่ไหน ยิ่งมีความหอมมาก)

จุดเด่น
– มีกลิ่นหอมหวน นุ่ม อร่อย แม้ตอนข้าวสุกและก็เย็น หากเก็บเป็นข้าวเปลือก
– เมือนำมาสีเป็นข้าวสารก็ยังคงความนิ่มหอมไว้ได้

หอมมะลิ จำพวก กข 15 (ที่เรียกว่า หอมมะลิ ได้จากการปรับปรุงพันธุ์โดยการใช้รังสีชักชวนให้มีการกลายพันธุ์ ขอàข้าวหอมมะลิ[/url] 105) รับรองสายพันธุ์เมื่อ ตอนวันที่ 28 เมษายน 2521

รูปแบบของสายพันธุ์
– นิยมปลูกในฤดูนาปี จะมีกลิ่นหอมหวนมาก เมื่อพบสภาวะน้ำแห้งและก็เย็น แต่เป็นข้าวประเภทเบาให้ผลผลิตได้มาก
– จะสุกรวมทั้งสามารถเกี่ยวได้ก่อนข้าวหอมมะลิ 105 ราว 20 วัน
– -ผลิตผล ประมาณ 560 กิโลกรัมต่อไร่
– ทนแล้งแล้วก็ดินเค็ม ดินเปรี้ยว เจริญ
– ปลูกเอาไว้ในพื้นที่ภาคอิสาน
– จำนวนอมิโลส 14-17 % (ยิ่งมีค่าต่ำเท่าไหร่ ยิ่งมีความหอมมาก)

จุดเด่น
– มีกลิ่นหอมหวน นุ่ม เสมือนข้าวหอมมะลิ 105 แต่กลิ่นจะหอมน้อยกว่า เพราะว่าการปรับปรุงสายพันธุ์

ข้าวหอมอุบล ชื่อเรียก กข31(จังหวัดปทุมธานี 80) ยืนยันสายพันธุ์ ช่วงวันที่ 6 มีนาคม 2550

รูปแบบของสายพันธุ์
– เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสงสว่าง เม็ดสั้น เป็นข้าวนาปรังอายุเก็บเกี่ยวแน่นอนโดยประมาณ 110 วัน
– ผลิตผลเฉลี่ย 738 โลต่อไร่ (นาหว่านน้ำตม)
– จำนวนอมิโลสสูง (27.3 – 29.8 %)
– มีกลิ่นหอมสดชื่นและก็นุ่มเวลาหุงเสร็จใหม่ๆแต่ว่าจะหยาบเมื่อข้าวเย็นตัวลง

Tags : ข้าวหอมมะลิ 105,ข้าวหอมมะลิ ราคา



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ