Advertisement
5 อ็อพชั่นล้ำๆ ที่สนับสนุนให้ขับรถปลอดภัยช่วงพรรษฤดู 
ช่วงฤดูฝนมีโอกาสเสี่ยงโอกาสจะเกิดเทกระจาดทางรถยนต์ได้มากกว่าฤดูอื่นๆ ด้วยเหตุว่าสภาพถนนที่ลื่น พร้อมทั้งทัศนวิสัยที่ย่ำแย่ ทำให้มีจังหวะเสี่ยงประสบอุบัติเหตุได้มากกว่า
Sanook! Auto จึงขอชักจูง 5 อ็อพชั่นล้ำๆ ใน
รถยนต์รุ่นใหม่ ที่จะช่วยให้การขับรถหน้าฝนปลอดภัยขึ้นครับ
1.ที่ปัดน้ำฝนโดยอัตโนมัติ
หมู่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติไม่เพียงแต่เพิ่มความคล่องแคล่วขณะขับขี่ท่ามกลางสายฝนเท่านั้น อย่างไรก็ดียังช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้สมาธิไปกับการบังคับบัญชารถได้อย่างเต็มที่ เพราะว่าไม่ต้องมานั่งควบคุมความแรงของใบปัดกันบ่อยๆ แม้กระทั่งวรุณหยุดไปแล้ว ระบบก็จะหยุดการทำงานโดยอัตโนมัติ
ทั้งนี้ หากว่าที่ปัดน้ำฝนโดยอัตโนมัติจะทำงานด้วยตัวของมันเอง แต่เราทำได้ปรับความไว (Sensitivity) ต่อปริมาณน้ำฝนได้ ยิ่งปรับความรวดเร็วเพิ่มปริมาณเท่าไหร่ ก้านปัดก็จะลงมือไวมากขึ้นอย่างเดียว
2.ระเบียบเบรก ABS
เบรก ABS (Anti-lock Brake System) แทบจะกลายเป็นระบบความปลอดภัยขั้นรากฐานของรถตามสมัยนิยมไปแล้ว ซึ่งระบบนี้จะช่วยป้องกันล้อล็อคตายหากเบรกกะทันหันแบบเต็มแรง ทำให้ผู้ขับขี่สามารถบังคับทิศทางตัวรถได้ และใช้ระยะเบรกสั้นกว่าบนถนนเปียก
ในเมื่อที่ระบบเบรก ABS ทำงาน แป้นเบรกจะมีอาการสั่นสะท้านจนรู้สึกได้ รวมถึงมีเสียงดังจากล้อเป็นจังหวะ ซึ่งเป็นการทำงานโดยทั่วไปแล้วของระบบเอบีเอส ให้เหยียบเบรกอย่างเต็มแรงต่อไปจนกว่าจะพ้นอันตราย ไม่ต้องถอนเท้าจากแป้นเบรกแต่อย่างใด
3.ระบบควบคุมเสถียรภาพ
ระบบกำกับความคงตัวมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามแต่ละค่าย เช่น ESP, DSC, VSA หรือ VSC เป็นต้น แต่หลักการทำงานของทุกยี่ห้อมีลักษณะคล้ายกัน โดยทันทีที่ตรวจพบว่ารถเกิดอาการเสียหลัก ไม่ว่าจะเกิดจากการเข้าโค้งเร็วเกินไป หรือไม่มีอาการเหินน้ำ ระบบจะสั่งลดความเร็วล้อข้างใดข้างหนึ่งโดยอัตโนมัติ เพื่อดึงตัวรถให้กลับมาตั้งตรงเหมือนเดิม เมื่อระบบดังกล่าวทำงาน จะส่งสัญญาณกระพริบบริเวณหน้าปัด หรือบางรุ่นอาจมีเสียงเตือนให้ได้ยิน นั่นแปลว่าระบบเพิ่งช่วยชีวิตคุณเอาไว้!
4.ระบบเตือนรถออกนอกเลนโดยบังเอิญระบบดูแลรักษารถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ จะส่งเสียงเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบว่ารถเขี้ยวเล็บออกนอกเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว รถบางรุ่นสาม
รถ[/url]ดึงพวงมาลัยกลับมาอยู่ในเลนโดยอัตโนมัติ ซึ่งมีอรรถประโยชน์มากโดยเฉพาะเวลาที่ฝนตก เนื่องจากทัศนวิสัยที่ย่ำแย่อาจทำให้คุณมองเห็นเส้นแบ่งเลนไม่ถนัด แต่ระบบดังกล่าวจะทำงานผ่านกล้องที่ติดตั้งไว้โซนกระจกหน้าเพื่ออ่านเส้นแบ่งเลน ช่วยเสริมความสถิรให้กับผู้ขับขี่ได้
ข้อควรระวังของระบบดังกล่าวก็คือ หากถนนบางช่วงมีเส้นแบ่งเลนเลือนลาง ไม่ชัดเจน หรือขาดหายไปแบบดื้อๆ ระบบก็จะตัดการทำโดยอัตโนมัติ และไม่แจ้งเตือนผู้ขับขี่แต่อย่างใด แล้วก็ไม่ควรพึ่งพาระบบมากจนเกินไปครับ
5.ระบบป้องกันการชนหน้าหนากบิลป้องกันการชนด้านหน้าพร้อมระบบช่วยเบรก จะช่วยลดการเสี่ยงการชนหน้าทนหากทัศนวิสัยไม่ชัดเจนได้ โดยระบบจะแจ้งเตือนเมื่อรถคันหน้าเกิดเบรกกะทันหัน หากผู้ขับขี่ยังไม่เหยียบเบรก ตัวรถจะสั่งเบรกให้อัตโนมัติเพื่อลดความรุนแรงของการชนได้
แต่หมู่ดังกล่าวมีหลากหลายแบบแผนการทำงาน ในรถบางรุ่นทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 15 กม./ชม. บางรุ่นอาจขยับขึ้นเป็น 50 กม./ชม. ขณะที่รถยุโรปบางรุ่นอาจรองรับการทำงานที่ความเร็วถึง 200 กม./ชม. จึงควรศึกษาการทำงานระบบของรถตัวเองให้ดีด้วย
ทั้งนี้ แม้ว่ารถใหม่ๆ จะมีระบบความปลอดภัยที่หลากหลาย แต่สิ่งสำคัญคือผู้ขับขี่ต้องไม่ประมาท ปฏิบัติตามกฎจราจร ซึ่งเป็นมูลฐานของความปลอดภัยทั้งปวงครับ
Tags : รถใหม่, รูปภาพรถ