บริการหลังงานพิมพ์ เข้าหัวปฎิทิน บริการปั๊มปรุฉีก โดย รวีวิริยะ

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บริการหลังงานพิมพ์ เข้าหัวปฎิทิน บริการปั๊มปรุฉีก โดย รวีวิริยะ  (อ่าน 79 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pramotepra222
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11838


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2017, 05:36:54 pm »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

บริการทำสันปก ปั๊มไดคัท ปั๊มเคทอง หลังการพิมพ์เสร็จ ทำบล็อคออกแบบ โดย รวีวิริยะ
ให้บริการงาน ปั๊มไดคัCalendar [url=https://rvydiecut.com/]เข้าหัวปฏิทิน
คำว่า ปฏิทิน ในภาษาอังกฤษเป็น"calendar" เป็นคำที่มาจากภาษาท่าทาง ซึ่งนำมาจากคำบอกเล่าของชาวกรีกโบราณอีกครั้ง ว่า "Kalend" ซึ่งมีความหมายในภาษาอังกฤษว่า "I cry" ปัจจัยที่ใช้คำนี้ด้วยเหตุว่ามีที่มาว่า ในอดีตกาลจะมีคนรอร้องบอกชาวเมือง เพื่อบอกเล่าเหตุที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า รวมทั้งประกาศวันขึ้นเดือนใหม่ เพื่อให้ลูกหนี้ชำระเงินที่ค้าง ครั้นถัดมาสังคมเริ่มซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ปฏิทินก็เลยได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแทนคนร้องบอกข่าว ปฏิทินจึงนับว่าเป็นสิ่งบอกเวลา แล้วก็แปลงเป็นสิ่งสำคัญในวิถีชีวิตประจำวันไปสุดท้าย ต่อมามนุษย์จึงได้เริ่มบันทึก วัน เวลา ขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร หรือที่เรียกกันว่า "ปฏิทิน"
ปฏิทินสมัยโบราณ
จากหลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบในขณะนี้ เช้าใจกันว่าชาติแรกที่คิดค้น ระบบการนับวันแบบปฏิทินนั้นเป็น ชาวบาบิโลเนียน พวกเขาระบุวัน เดือน ปี โดยพินิจจากระยะต่างๆของดวงจันทร์ ซึ่งหมายถึงการสังเกตข้างขึ้นข้างแรมนั่นเอง โดยเมื่อกำเนิดข้างขึ้นและก็ข้างแรมครบ 1 รอบก็จะถือเป็น 1 เดือน ปฏิทินแบบนี้เรียกว่าปฏิทินจันทรคติ และก็พวกเขายังกำหนดให้ 1 ปีนั้นมี 12 เดือนอีกด้วย ปัจจัยที่ชาวบาบิโลเนียนกำหนดให้ 1 ปี มี 12 เดือน เพราะว่า เมื่อใดที่เกิดข้างขึ้นและก็ข้างแรมครบ 12 รอบ ฤดูกาลก็จะเวียนกลับมาอีกครั้ง
อาณาจักรใกล้กันก็ได้เห็นด้วยเอาปฏิทินของชาวบาบิโลเนียมาใช้ในอาณาจักรตนเอง ได้แก่ ชาวอียิปต์โบราณ ชาวภาษากรีก แล้วก็ชาวเซเมติก ฯลฯ เมื่อความเจริญทางด้านเทคโนโลยีมีมากขึ้นเรื่อยๆ ชาติที่นำเอาปฏิทินแบบบาบิโลเนียนไปใช้นั้น ก็ได้กระทำการปรับปรุงรวมทั้งปรับปรุงให้มีความแม่นยำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะชาวอียิปต์โบราณ ที่พัฒนาแนวคิดเรื่องปฏิทินได้อย่างคืบหน้ามากที่สุด แรกเริ่มชาวโรมันกำหนดให้ 1 ปี มี 355 วัน (ตามระบบจันทรคติ) และทุกๆ4 ปี (ปีอธิกวาร) จำต้องเพิ่มวันเข้าไปอีก 22 วัน เพื่อให้ตรงกับฤดู หรือการคำนวณแบบสุริยคติ) จวบจนกระทั่ง 46 ปีกลายคริสต์ศักราช จูเลียส ซีซาร์ ที่จักรวรรดิโรมัน ซึ่งได้เข้าครอบครองอียิปต์ ในรัชสมัยของพระนางคลีโอพัตรา ได้นำแนวความคิดของนักดาราศาสตร์ชาวอียิปต์ชื่อ โซซิเจเนส (Sosigenes) มาแก้ไขให้หนึ่งปีมี 365 วัน ปฏิทินแบบนี้เรียกว่าปฏิทินจูเลียน ซึ่งใช้กันมายาวนานจนถึง คริสต์ศักราช 1582 จึงมีการปรับแต่งอีกครั้งหนึ่ง
ปฏิทินช่วงปัจจุบัน
เนี่องจากการที่จะต้องเพิ่มวันเข้าไปในปฏิทิน 1 วัน ในทุกๆ4 ปี ทำให้ในสมัยต่อๆมากำเนิดความสับสนในช่วงฤดูกาล พูดอีกนัยหนึ่งปฏิทินสั้นกว่าปีฤดูกาล ดังนั้นการปรากฏทางธรรมชาติต่างๆจะมาถึงเร็วกว่าปีปฏิทินมากขึ้นทุกปี เป็นต้นว่าใน คริสต์ศักราช 1582 วสันตวิษุวัต (วันที่ตอนกลางวันและค่ำคืนยาวเสมอกัน) ตามปฏิทินเดิมคือวันที่ 21 มี.ค. แม้กระนั้นการเกิดนี้กลับเกิดขึ้นจริงในวันที่ 11 มีนาคมแทน เมื่อเป็นแบบนี้ ศาสนจักรก็เลยเข้ามามีหน้าที่สำหรับการปรับแก้ พระสันตปาปา เกรกอปรี่ที่ 13 ได้ออกประกาศให้หักวันออกมาจากปฏิทินเสีย 10 วัน มีผลทำให้ในปี คริสต์ศักราช 1582 นั้นหลังวันที่ 4 เดือนตุลาคม แปลงเป็นวันที่ 15 ต.ค. แทนที่จะเป็นวันที่ 5 เดือนตุลาคม ในปีอธิกวารให้เพิ่มวันชั่วครั้งชั่วคราว 24 ชั่วโมงในปีหน้าให้ลบออก นอกเหนือจากนั้นยังกำหนดให้วันที่ 1 ม.ค.ของทุกปีเป็นวันขึ้นปีใหม่ และก็ให้เรียกปฏิทินแบบใหม่นี้ว่า ปฏิทินเกเกลื่อนกลาดอเรียน ประกาศนี้มีผลทำให้ยุโรปซึ่งอยู่ใต้การปกครองของศาสนจักร จะต้องใช้ปฏิทินแบบเดียวกันต่อจากนั้นมา
เดี๋ยวนี้ "ปฏิทิน" เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย นักธุรกิจติดต่อนัดหมายกันผ่าน วัน เวลา ในปฏิทิน นอกเหนือจากนี้ปฏิทินยังรอย้ำเตือนถึง วัน ในช่วงเวลาที่สำคัญต่างๆเช่น วันเกิด วันหยุด ฯลฯ นอกนั้นยังมีปฏิทินที่กำหนดวันสำคัญทางศาสนา ซึ่งต้องอาศัยการประกาศอย่างเป็นทางการ อาทิเช่น วันเริ่มถือศีลอดเดือนรอมะฎอน วันจาริกแสวงบุญของอิสลามิกชน (ฮัจญ์) รวมทั้งวันอาชูคอยอ์ เป็นต้น
 
“ปฏิทิน” อีกหนึ่งสื่อสิ่งพิมพ์ยอดนิยมมาก เพราะเหตุว่ามีอายุการใช้งานได้ช้านานตลอดทั้งปี รวมทั้งช่วยสร้างการเขียนจำในตัวผลิตภัณฑ์ได้อยู่เป็นประจำ สามารถดีไซน์พิเศษให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ ทั้งยังปฏิทินจัดโต๊ะ ปฏิทินพก ปฏิทินห้อย และก็อื่นๆตามต้นแบบที่คุณต้องการ สามารถสั่งพิมพ์ปฏิทินปี 2560/2017 กับเราได้ไม่จำกัดจำนวน (Print On Demand)
ประเภทของปฏิทิน
ปฏิทินจัดโต๊ะ ขนาดมาตรฐาน 8 x 6 นิ้ว 6 x 8 นิ้ว 7 x 5 นิ้ว 5 x 7 นิ้ว มีทั้งยังแบบ 13, 16 แผ่น
ปฏิทินแขวน โดยปกติจะมีรูปภาพรูปใหญ่หนึ่งรูป หรือ เป็นรูปภาพทั้งสิบสองเดือนก็ได้
ปฏิทินแบบนำพา มีขนาดเท่านามบัตร มีสิบสองเดือนเป็นช่องเล็กๆอยู่ในนั้น
ปฏิทินส่วนตัว ลูกค้าสามารถใส่ชื่อ รูปภาพ วันเกิดหรือวันสำคัญต่างๆลูกเล่นอื่นๆได้
ประเภทกระดาษ
กระดาษอาร์ตการ์ด 210-310 เอ็งรม
กระดาษการ์ดขาว 210-250 มึงรม
หรือกระดาษพิเศษชนิดต่างๆ
ต้นแบบการพิมพ์
พิมพ์ 4 สี
เคล็ดลับพิเศษ
ฉาบ PVC ด้าน
ฉาบ PVC เงา
เคลือบ UV
ฉาบ SPOT UV
ปั๊มนูน หรือ ปั๊มจม
ปั๊มฟอยล์
การเย็บเล่มปฏิทิน
เจาะรูร้อยห่วง เป็นต้นว่า ห่วงกระดูกงู , ห่วงพลาสติก
 

จำพวกของการพิมพ์ การพิมพ์แบ่งออกได้หลายประเภทตามลักษณะต่าง ดังต่อไปนี้

แบ่งตามจุดหมายสำหรับการ พิมพ์ ได้ 2 จำพวก คือ
1 ศิลปภาพพิมพ์ (GRAPHIC ART) เป็นงานพิมพ์ภาพเพื่อกำเนิดความงามเป็น งานวิจิตรศิลป์
2 ดีไซน์ภาพพิมพ์ (GRAPHIC DESIGN) เป็นงานพิมพ์ภาพคุณประโยชน์ใช้สอยนอก เหนือไปจากความสวยงาม ดังเช่น หนังสือต่างๆบัตรต่างๆภาพประชาสัมพันธ์ ปฏิทิน อื่นๆอีกมากมาย จัดเป็นงาน ปรับใช้ศิลป

 แบ่งตามวิธีการสำหรับเพื่อการพิมพ์ ได้ 2 ประเภท คือ
1 ภาพพิมพ์ต้นแบบ (ORIGINAL PRINT) ได้ผลสำเร็จงานพิมพ์ที่ผลิตขึ้นมาจากแม่พิมพ์และก็วิธี การพิมพ์ที่ถูก สร้างสรรค์และก็กำหนดขึ้นโดยนักแสดงเจ้าของผลงาน รวมทั้งผู้ครอบครองผลงาน ต้องลงนามรับประกันผลงานทุกชิ้น บอกลำดับที่ในการพิมพ์ แนวทางการพิมพ์ รวมทั้ง วัน เดือน ปี ที่พิมพ์ด้วย
2 ภาพพิมพ์จำลองแบบ (REPRODUCTIVE PRINT) ได้ผลงานพิมพ์ที่ผลิตขึ้นจากแม่พิมพ์ หรือแนวทาง การพิมพ์วิธีอื่น ซึ่งไม่ใช่กรรมวิธีเดิมแต่ว่าได้รูปแบบเหมือนเดิม บางกรณีบางทีอาจเป็นการ ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น

 แบ่งตามจำนวนครั้งที่พิมพ์ ได้ 2 ชนิดหมายถึง
1 ภาพพิมพ์ถาวร เป็นภาพพิมพ์ที่พิมพ์ออกมาจากแม่พิมพ์อะไรก็ตามที่สำเร็จงานออกมามีลักษณะ เช่นกันทุกประการ ตั้งแต่ 2 ชิ้นขึ้นไป
2 ภาพพิมพ์ครั้งเดียว เป็นภาพพิมพ์ที่พิมพ์ออกมาเห็นผลงานเพียงแต่ภาพเดียว ถ้าเกิดพิมพ์อีกจะ สำเร็จงานที่ไม่อย่างเดิม

 แบ่งตามชนิดของแม่พิมพ์ ได้ 4 จำพวก คือ
1 แม่พิมพ์นูน (RELIEF PROCESS) เป็นการพิมพ์โดยให้สีติดอยู่บนผิวหน้าที่ทำให้นูน ขึ้นมาของแม่พิมพ์ ภาพที่ได้มีเหตุที่เกิดจากสีที่ติดอยู่ในส่วนบนนั้น แม่พิมพ์นูนเป็นแม่พิมพ์ ที่สร้างขึ้นมาเป็นชนิดแรก ภาพพิมพ์จำพวกนี้ตัวอย่างเช่น ภาพพิมพ์แกะไม้ (WOOD-CUT) ภาพพิมพ์แกะยาง (LINO-CUT) ตรา (RUBBER STAMP) ภาพพิมพ์จากเศษอุปกรณ์ต่างๆ
2 แม่พิมพ์ร่องลึก (INTAGLIO PROCESS) เป็นการพิมพ์โดยให้สีอยู่ในร่องที่ทำให้ลึกลง ไปของแม่พิมพ์โดยใช้แผ่นโลหะทำเป็นแม่พิมพ์ (แผ่นโลหะที่นิยมใช้เป็นแผ่นทองแดง) รวมทั้งทำให้ลึกลงไปโดยใช้น้ำกรดกัด ซึ่งเรียกว่า ETCHING แม่พิมพ์ร่องลึกนี้พัฒนาขึ้นโดย ฝรั่ง สามารถพิมพ์งานที่มีความ ละเอียด คมชัดสูง สมัยเก่าใช้สำหรับการพิมพ์ หนังสือ พระคู่มือ แผนที่ เอกสารต่างๆไปรษณียากร ธนบัตร ปัจจุบันนี้ใช้ในการพิมพ์งานที่เป็นศิลปะ และธนบัตร
3 แม่พิมพ์พื้นราบ (PLANER PROCESS) เป็นการพิมพ์โดยให้สีติดอยู่บนผิวหน้า ที่ราบเรียบของแม่พิมพ์ โดยไม่ต้องขุดหรือแกะพื้นผิวลงไป แม้กระนั้นใช้สารเคมีเข้าช่วย ภาพพิมพ์ จำพวกนี้ดังเช่นว่า ภาพพิมพ์หิน (LITHOGRAPH) การพิมพ์ออฟเซท (OFFSET) ภาพพิมพ์กระดาษ (PAPER-CUT) ภาพพิมพ์ครั้งเดียว (MONOPRINT)
4 แม่พิมพ์ฉลุ (STENCIL PROCESS) เป็นการพิมพ์โดยให้สีผ่านทะลุช่องของแม่พิมพ์ลงไป สู่ผลงานที่อยู่ข้างหลัง เป็นการพิมพ์ประเภทเดียวที่ได้รูปที่มีด้านเดียวกันกับแม่พิมพ์ ไม่กลับซ้าย เป็นขวา ภาพพิมพ์ชนิดนี้เช่น ภาพพิมพ์ปรุ (STENCIL) ภาพพิมพ์ตะแกรงไหม (SILK SCREEN) การพิมพ์อัดสำเนา (RONEO) ฯลฯ


สำหรับผู้ที่พึงพอใจสั่งทำการ์ดแต่งงาน พิมพ์การ์ดแต่งงาน การ์ดเชิญ บัตรเชิญ โปสการ์ดต่างๆสามารถติดต่อเพื่อขอราคางานและก็ซักถามรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการทำการ์ดได้ สั่งทำได้ตามจำนวนที่ต้องการใช้งาน ไม่มีจำนวนอย่างน้อยสำหรับเพื่อการสั่งทำ

กริ๊ปเปอร์ (Gripper) หรือฟันจับ คือองค์ประกอบในเครื่องพิมพ์ระบบออฟเซ็ทที่มีหน้าที่จับกระดาษแล้วพากระดาษวิ่งไปตามส่วนต่างๆของเครื่องพิมพ์ ฟันจับกระดาษมีหลายชุดส่งผ่านจากชุดหนึ่งไปยังอีกชุดหนึ่งตั้งแต่ต้นจนถึงพิมพ์เสร็จสมบูรณ์

กลับตีลังกา เป็นคำที่ใช้ในโรงพิมพ์สำหรับเรียก การพิมพ์ลงบนแผ่นพิมพ์ที่ใช้เพลท 1 ชุด พิมพ์ด้านหน้าแล้วกลับกระดาษสลับด้านฟันจับมาแบบเป็นๆคนละข้างกับหน้าแรก วิธีการแบบนี้ทำให้แผ่นพิมพ์ 1 แผ่น ได้งาน 2 ชุดเช่นเดียวกัน

กลับนอก เป็นคำที่ใช้ในสถานที่พิมพ์สำหรับเรียก การพิมพ์ลงบนแผ่นพิมพ์ที่ใช้เพลท 2 ชุด พิมพ์ด้านหน้า 1 ชุด พิมพ์ข้างหลังอีกหนึ่งชุด

กลับในตัว เป็นคำที่ใช้ในสำนักพิมพ์สำหรับเรียก การพิมพ์ลงบนแผ่นพิมพ์ที่ใช้เพลท 1 ชุด พิมพ์ข้างหน้าแล้วกลับกระดาษสลับข้างพิมพ์โดยด้านฟันจับกระดาษยังคงเป็นด้านเดียวกันกับด้านแรก แนวทางนี้ทำให้แผ่นพิมพ์ 1 แผ่น ได้งาน 2 ชุดเช่นกัน

การพิมพ์ระบบออฟเซ็ท คือระบบการพิมพ์ที่มิได้ถ่ายทอดภาพพิมพ์จากแม่พิมพ์ลงบนงานโดยตรง แต่ว่าจะผ่านตัวกลางขั้นหนึ่งก่อน กล่าวคือ ภาพพิมพ์ของน้ำหมึกจะถูกถ่ายจากเพลทลงผ้ายางแล้วจึงส่งผ่านไปยังกระดาษ สำนักพิมพ์ส่วนมากจะใช้เครื่องพิมพ์ออฟเซ็ทในการพิมพ์รายงาน

การแยกสี (Color Separation) คือการแยกสีจากงานอาร์ตเวิร์คสีออกมาเป็นภาพ 4 ภาพสำหรับแม่สีแต่ละสี เมื่อนำไปทำเป็นเพลทแม่พิมพ์ 4 แผ่น ทางสำนักพิมพ์ก็สามารถใช้พิมพ์ด้วยแม่สีแต่ละสีซ้อนทับกันได้ภาพใส่สีราวกับต้นฉบับขัดเงา การทำให้ผิวกระดาษเรียบเงาวาวขึ้นโดยกระบวนการขัดผิว
ขึ้นเส้น (Score) เป็นวิธีการที่ทางโรงพิมพ์ทำเส้นลึกบนกระดาษ เพื่อสะดวกต่อการพับในแนวที่อยากรวมทั้งช่วยไม่ให้ผิวกระดาษ น้ำหมึกเกิดการแตกตามรอยพับ

เข้ารูปเล่ม (Binding) ขั้นตอนในโรงพิมพ์ เป็นการรวมแผ่นพิมพ์ให้เป็นเล่ม เริ่มจากการตัดเจียนแผ่นพิมพ์ภายหลังพิมพ์เสร็จ พับ เก็บรวมเล่ม ยึดติดเป็นเล่ม ซึ่งบางทีอาจใช้การเย็บมุงหลังคา หรือไสสันทากาว หรือเย็บกี่ทากาว หรือเย็บกี่ห่อปกแข็ง เสร็จแล้วตัดเจียนให้เท่ากัน (นอกจากวช้แนวทางหุ้มปกแข็ง)
เข้าห่วงเหล็ก/พลาสติก เป็นกระบวนการเข้าเล่มโดยใช้ห่วงเหล็ก/พลาสติกร้อยเข้าไปในรูด้านข้างด้านหนึ่งของหนังสือ/ปฏิทินที่เจาะตระเตรียมไว้ ทำให้แผ่นพิมพ์ไม่หลุดจากกัน



การเข้าเล่ม มี
การเข้าเล่มแบบเย็บอก หรือเย็บมุงหลังคา
เป็นการเย็บเล่มอีกแนวทางที่ง่ายอย่างยิ่งๆและบางครั้งอาจจะง่ายดายยิ่งกว่าวิธีการเข้ารูปเล่มแบบกาวหัวเสียอีก กรรมวิธีการเย็บเล่มแบบงี้จะใช้เย็บสมุดจดบันทึกของนักเรียนนิสิต สมุดโน้ตย่อทั่วไป แคตตาล็อกสินค้า หรือหนังสือทำมือ กรรมวิธีการเข้ารูปเล่มแบบงี้เป็นสามารถกางได้ออกสุดกำลังแต่ไม่เหมาะสมกับหนังสือที่มีจำนวนหน้ามากมาย แนวทางการเข้าเล่มก็คือเอาแผ่นกระดาษทั้งหมดทั้งปวงมาเรียงกัน (ไม่เกิน 80 แผ่น) แล้วพับครึ่งตามแนวตั้ง แล้วต่อจากนั้นใช้ลวดเย็บกระดาษเย็บเป็นอันว่าเสร็จแล้ว เป็นไงขอรับง่ายกว่านี้มีอีกไหม
เป็นการเย็บเล่มที่ง่ายที่สุด เป็นพับครึ่งแล้วเย็บแม็กซ์ (Staple) เข้าที่เข้าทางกลางกระดาษ 2-3 อัน เหมาะสมกับหนังสือดกไม่เกิน 25 แผ่น
ข้อดี ของการเย็บอย่างนี้ เป็นเร็วทันใจ ทุนต่ำ รวมทั้งกางหนังสือออกได้มากที่สุด เหมาะสมกับวิธีการทำสมุด ที่อยากเขียนได้ทั่วหน้ากระดาษ
จุดด้วย ไม่สวย กระดาษแผ่นกึ่งกลางได้โอกาสยื่น เลยกระดาษแผ่นอื่นออกมา Staple ที่พับไม่ดีอาจเป็นโทษเวลาเขียนได้

เข้ารูปเล่มกาวหัว
การเข้าเล่มแบบงี้เหมาะใช้สำหรับพวกใบเสร็จ สมุดใบเสร็จรับเงินเล่มเล็ก สมุดฉีก หรือกระดาษโน้ต ซึ่งเป็นการเข้ารูปเล่มเพื่อใช้สำหรับฉีกออกโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำก็ง่ายสุดๆสามารถทำใช้ได้เองเลย เพียงเอากระดาษที่ต้องการใช้มาเรียงกันเป็นตั้งให้พอดีไม่หนากระทั่งเกินความจำเป็น แล้วต่อจากนั้นเอากาวลาเท็กซ์ทาที่ขอบข้างบนบริเวณสันกระดาษ จากนั้นก็รอให้กาวแห้งแล้วติดกระดาษห่อตรงหัวเพื่องามก็เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย
เหมาะสมกับการทำกระดาษโน้ต memo ใบเสร็จ หรือกระดาษสมุดรายงาน ใบ order ร้านอาหาร ก็ใช้วิธีนี้ ที่ไม่ต้องการให้่มีรอยฉีกน่าสะอิดสะเอียน เพราะเหตุว่าหลุดง่ายมาก แะเพราะว่ามีกาวที่สันข้างบนก็เลยถูกเรียกว่า "เข้าเล่มกาวหัว"

เข้าเล่มแบบไสกาว(ไสสันทากาว)
เป็นแนวทางเย็บเล่มที่เป็นที่ชื่นชอบมาก รวมทั้งมักพบ เหตุเพราะนิตยาสารส่วนใหญ่จะเข้าเล่มแบบงี้ แนวทางแบบนี้เย็บเล่มแบบไสกาวจะตรวจงานได้เป็นระเบียบรวมทั้งมีราคาไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับการเข้าเล่มแนวทางอื่นๆก็เลยเหมาะกับหนังสือเล่มที่มีความครึ้มระดับหนึ่งประมาณ 100 หน้าขึ้นไปแม้กระนั้นไม่เกิน 200 หน้า การเข้าเล่มแบบงี้มีข้อเสียคือทำให้กางหนังสือออกได้ไม่เต็มที่ แม้ใช้งานไปนานๆก็จะหลุดออกมาเป็นแผ่นๆได้ง่าย การเข้าเล่มแบบไสกาวก็เลยเหมาะกับการผลิตหนังสือที่มีปริมาณหน้าไม่มากในระดับสถานที่พิมพ์ขนาดเล็กถึงกลา
ตำราเรียน วารสาร พ็อคเก็ตบุคส์ นิยมเข้าแบบนี้ เพราะเหตุว่าการสร้างหนังสือมากมาย ในระดับสถานที่พิมพ์ ราคาจะไม่แพง เพราะว่ามีเครื่องเย็บเล่มสันกาว ร้อนที่เข้าได้นาทีละหลายเล่ม
ข้อดี งาม จัดเก็บง่าย ทุนต่ำเข้าได้ไม่ว่าเล่มหนาหรือบาง เหมาะกับการผลิตจำนวนไม่ใช่น้อย
ข้อตำหนิ ไม่ค่อยคงทน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเกิดกระดาษเอ็งรมสูง หนามากๆอาทิเช่นนิตยสารที่มีหน้าสีมาก จะยิ่งหลุดง่าย
วิธีเย็บเล่มแบบไสกาว นี้จะทำได้ต้องใช้เครื่องเข้ารูปเล่มราคาสูง ซึ่งสามารถไสกาวตรงสันให้เป็นเกล็ด ก่อนลงกาวที่ละลาย เพื่อให้กาวซึมได้ทั่วสันหนังสือ เพิ่มคงทนถาวร
เย็บเล่มแบบสันกาว (ราวกับหนังสือ)
เป็นการเข้ารูปเล่มที่มีลักษณะราวกับการเข้าเล่มแบบไสสันทากาว แต่ว่าจะได้งานที่ออกมางดงามแล้วก็คงทนกว่า เพราะว่าการเย็บเล่มแบบไสกาวร้อน จะใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วยสำหรับในการหัวเข่าเล่ม นั้นคือ เครื่องเข้าเล่มไสกาวร้อน ซึ่งมีอีกทั้งระบบอัตโนมัติไปจนถึงระบบใช้มือโยก (Manual) ซึ่งข้อดีของการใช่เครื่องเย็บเล่มไสกาวร้อนนั้น คือ การเข้ารูปเล่มนั้นแข็งแรงและก็ทนกว่าแบบทากาว เพราะเหตุว่าใช้ความร้อนสำหรับในการละลายกาว แล้วใช้แรงกดทับของเครื่องในการพับสันปก ทั้งยังงานที่ออกมาก็มีความเรียบร้อยมากยิ่งกว่า เข้าเล่มได้ดกกว่า บางเครื่องได้ครึ้มถึง 500 แผ่น หรือราว 6 เซนติเมตร แล้วก็ดำเนินการได้เร็วกว่า เครื่องบ้างรุ่นสามารถเข้าเล่มได้ถึง 200 เล่มต่อชั่วโมง ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว
ลักษณะคล้ายไสกาว เพียงแต่ไม่มีการไส คงเหลืออยู่แต่ว่าใส่กาวที่สัน ร้านค้าถ่ายเอกสารที่หรูหราขึ้นอีกนิด หรือมั่นอกมั่นใจในความสามารถหน่อย มักเข้าเล่มด้วยแนวทางลักษณะนี้ ด้วยเหตุว่าใช้ความสามารถ มากกว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องไสกาวราคาแพง
ข้อดี จัดเก็บบนชั้นหนังสือง่าย งาม(แล้วแต่ร้านค้า) คงทนถาวรกว่าไสกาว เพราะมีการเย็บลวดเสร็มที่สันด้วย จึงไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลว่ารายละเอียดจะหลุดกล้วยๆ

ข้อบกพร่อง มีการเย็บที่สัน ถ้าตัวอักษรที่อยู่ใกล้สันด้านใน อาจอ่านยาก แล้วก็ด้วยเหตุว่าเป็นงานหัตถกรรมมีหลายกระบวนการกว่า ราคาก็เลยสูงตาม ยิ่งเล่มหนาๆราคายิ่งสูง บางร้านไม่อาจจะเข้ารูปเล่มที่หนาเกิน 200 หน้าได้ เพราะเหตุว่าไม่มีอุปกรณ์และก็คุณภาพงานบางทีอาจไม่นิ่ง เหมือนเข้าเล่มด้วยเครื่องไสกาว
กระดูกงู
เป็นการเย็บเล่มที่ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ความสามารถมากมายราวกับสันกาว เพียงแต่มีเครื่องเจาะกระดาษสำหรับใส่กระดูกงู พบได้บ่อยมองเห็นในร้านเอกสารที่เปิดใหม่ หรือที่ทำงานที่ไม่มีพนักงาน ที่ช่ำชองในการเข้าเล่มแบบอื่นๆ
ข้อดี เปิดกางไดถึง 360 ํ เหมาะกับโต๊ะแล็คเชอร์แคบๆไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลหรือกลุ้มใจเรื่องตัวหนังสือตรงสันอ่านไม่เห็น เหมาะสำหรับเข้ารูปเล่มเพื่อเก็บสะสมแล็คเชอร์ Sheet เก่าๆหรือรายงานที่มีการเขียนติดขอบกระดาษมากมาย ที่สำคัญปรับแต่งสอดแทรกรายละเอียดได้ง่าย
ข้อตำหนิ บางคนอาจมองว่าไม่เรียบร้อย พกใส่กระเป๋ายาก นานไปกระดูกงูที่เป็นพลาสติกมีโอกาสแตกสูง การใส่กระดูกงูมักคู่ก้ับแผ่นใสปกด้านหน้าแล้วก็ข้างหลัง

เย็บเล่มแบบเย็บกี่

ถือเป็นการเข้ารูปเล่มที่ดีที่สุด เพราะความทนทานพอๆกับเล่มสันกาวเย็บลวด แต่ว่าเหนือกว่าตรงที่สมารถยนต์กางหน้า หนังสืออกได้สุด นิยมใชในหนังสือเล่มครึ้ม ราคาแพง ดังเช่นว่า Dictionary พจนานุกรม สารานุกรม กระบวนการค่อนข้างจะยุ่งยากหน่อย โดยจะนำเอาหลายๆหน้ามาแยกเป็นส่วนๆเย็บด้วยถาง แล้วจึงร้อยเย็บรวมกันอีกทีหนึ่ง ก่อนจะประกบเป็นเล่ม การเย็บกี่ยังแบ่งย่อยเป็นอีก 3 แบบ ดังในรูป
นอกนั้นยังมีการเย็บเล่มแบบสันรูด, เทปกาว หรือแล็คซีน ซึ่งมีชื่อเสียงกันดีอยู่แล้ว เพราะมีมานาน ร้านทำสำเนาร้านเล็กร้านค้าน้อยแทบทุกร้านทำกันเป็นอยู่แล้ว เพราะไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเครื่องใช้ หรือความชำนาญอะไรมากไม่น้อยเลยทีเดียว
แล้วว่า งานทำสำเนา เป็นธุรกิจที่ไม่แน่นอน เป็นบางวันมีลูกค้าเข้ามาบริการน้อย แม้กระนั้นครั้งคราวก็มาก เพราะฉะนั้น เครื่องมือสิ้นเปลือง ไม่ว่าจะเป็นน้ำหมึก หรือกระดาษ จะต้องซื้อมาเก็บไว้ในปริมาณอย่างเพียงพอ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้ารอนาน และไม่จำต้องเสียเวล่ำเวลาเดินทางไปซื้อบ่อยมากมากเกินไป
 
ช่วงเวลาการสร้าง
- งานพิมพ์ระบบ Inkjet 2-5 วัน ถ้าเกิดมีการไดคัทช่วงเวลาผลิต 5-7 วัน
- งานพิมพ์ระบบ Digital Offset 1-3 วัน ถ้าหากมีการเพิ่มงานข้างหลังพิมพ์ระยะเวลาการสร้าง 3-7 วัน
- งานพิมพ์ระบบ Offset ช่วงเวลาการสร้าง 7-10 วัน
** ระยะเวลาการผลิตที่โล่งเป็นเวลาภายหลังลูกค้าตรวจปรูฟแบบเรียบร้อยแล้ว และเป็นเวลาคร่าวๆการอาจมีความเคลื่อนไหว ขึ้นกับตอนงานมากมาย งานน้อย โดยทางสำนักพิมพ์จะแจ้งให้รู้ล่วงหน้าก่อนสั่งผลิตงาน

เนื้อหาสำหรับการขอราคางานแต่ละประเภท
- นามบัตร ขนาดเท่าไหร่ พิมพ์กี่สี กี่ด้าน กระดาษอะไร กี่มึงรม ฉาบด้วยไหม (มัน/ด้าน) มีวิธีการอย่างอื่นเพิ่มด้วยหรือป่าวร้อง ดังเช่นว่า ไดคัท ปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน Spot UV ฯลฯ แล้วก็จำนวนกี่ชื่อๆละกี่ใบ (ขั้นต่ำ 100 ใบ/ชื่อ)
- ใบปลิว ขนาดเท่าไหร่ พิมพ์กี่สี กี่ด้าน กระดาษอะไร กี่แกรม เคลือบด้วยไหม (มัน/ด้าน) มีเทคนิคอันอื่นเพิ่มด้วยหรือป่าว ดังเช่น ไดคัท ปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน Spot UV ฯลฯ จำนวนกี่แบบๆละกี่ใบ
- แผ่นพับ ขนาดกางออกมากแค่ไหน เมื่อพับแล้วขนาดสำเร็จมากแค่ไหน พิมพ์กี่สี กี่ด้าน กระดาษอะไร กี่มึงรม เคลือบด้วยหรือเปล่า (มัน/ด้าน) มีเทคนิคอย่างอื่นเพิ่มด้วยหรือป่าว ดังเช่นว่า ไดคัท ปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน Spot UV ฯลฯ จำนวนกี่แบบๆละกี่ใบ
- โปสเตอร์ ขนาดเท่าไหร่ พิมพ์กี่สี กี่ด้าน กระดาษอะไร กี่มึงรม เคลือบด้วยหรือไม่ (มัน/ด้าน) มีวิธีการอย่างอื่นเพิ่มด้วยหรือป่าว อย่างเช่น ไดคัท ปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน Spot UV ฯลฯ ปริมาณกี่แบบๆละกี่ใบ
- การ์ด ขนาดเท่าไร พิมพ์กี่สี กี่ด้าน กระดาษอะไร กี่แกรม เคลือบด้วยหรือไม่ (มัน/ด้าน) มีแนวทางอย่างอื่นเพิ่มด้วยหรือป่าวร้อง เป็นต้นว่า ไดคัท พับ ปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน Spot UV ฯลฯ ปริมาณกี่แบบๆละกี่ใบ
- หนังสือ วารสาร แคตตาล็อก ขนาดเยอะแค่ไหน ปก ใช้กระดาษอะไร พิมพ์กี่สีกี่ด้าน เคลือบด้วยหรือเปล่า (มัน/ด้าน) มีเทคนิคอันอื่นเพิ่มด้วยหรือประกาศ อย่างเช่น ไดคัท ปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน Spot UV ฯลฯ เนื้อใน พิมพ์กี่สี กี่หน้า กระดาษอะไร และเย็บเล่มแบบไหน ปริมาณกี่แบบๆละกี่เล่ม
- รายการอาหาร ขนาดเยอะแค่ไหน ปก ใช้กระดาษอะไร พิมพ์กี่สีกี่ด้าน ด้าน เคลือบด้วยไหม (มัน/ด้าน) มีวิธีการอย่างอื่นเพิ่มด้วยหรือป่าวร้อง ยกตัวอย่างเช่น ไดคัท ปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน Spot UV เป็นต้น เนื้อใน พิมพ์กี่สี กี่หน้า กระดาษอะไร รวมทั้งเข้ารูปเล่มแบบไหน จำนวนกี่แบบๆละกี่เล่ม
- กล่องบรรจุภัณฑ์ ขนาดกางออกมากแค่ไหน พิมพ์กี่สี กี่ด้าน กระดาษอะไร กี่แกรม เคลือบด้วยหรือไม่ (มัน/ด้าน) มีแนวทางอย่างอื่นเพิ่มด้วยหรือป่าวร้อง ตัวอย่างเช่น ปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน Spot UV ฯลฯ ปะกาวกี่จุด ปริมาณกี่แบบๆละกี่กล่อง
- สติ๊กเกอร์ ขนาดเยอะแค่ไหน พิมพ์กี่สี อุปกรณ์เป็นสติ๊กเกอร์ PVC หรือสติ๊กเกอร์กระดาษ ฉาบด้วยหรือไม่ (มัน/ด้าน) แบบการไดคัท ปริมาณกี่แบบๆละกี่ดวง
- แฟ้มกระดาษ ขนาดกางออกมากแค่ไหน (ขนาดเสร็จเท่าใด) พิมพ์กี่สี กี่ด้าน กระดาษอะไร กี่แกรม ฉาบด้วยไหม (มัน/ด้าน) มีวิธีการอันอื่นเพิ่มด้วยหรือป่าวร้อง เช่น ปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน Spot UV ฯลฯ ติดกระเป๋า 1 หรือ 2 ด้าน ปริมาณกี่แบบๆละกี่แฟ้ม

 
จำพวกของกระดาษ
- กระดาษปรู๊ฟ เป็นกระดาษที่มีส่วนผสมของเยื่อกระดาษที่ใช้แล้วผสมกับเยื่อที่มีเส้นใยสั้น ซึ่งมีน้ำหนักเพียงแค่ 40-52 กรัมต่อตารางเมตร จะมีสีอมเหลือง ราคาถูกและก็ความแข็งแรงน้อย จึงเหมาะสมกับงานที่ไม่ต้องการที่จะอยากประสิทธิภาพมากมาย หรืองานพิมพ์หนังสือพิมพ์
- กระดาษแบงค์ เป็นกระดาษที่น้ำหนักไม่เกิน 50 กรัมต่อตารางเมตร ลักษณะบางไม่ฉาบผิว มีสีให้เลือกหลายสี เหมาะสำหรับงานพิมพ์แบบฟอร์มที่มีสำหลายชั้น
- กระดาษปอนด์ เป็นกระดาษที่มีสีขาว ผิวไม่เรียบ ทำจากเยื่อเคมีที่ผ่นการฟอก ซึ่งอาจมีส่วนผสมของเยื่อที่มาจากเศษผ้า น้ำหนักของกระดาษประเภทนี้อยู่ระหว่าง 60-120 กรัมต่อตารางเมตร ใช้สำหรับพิมพ์งานที่อยากได้ความสวยปานกลาง สามารถพิมพ์สีเดียวหรือหลายสีได้
- กระดาษอาร์ต เป็นกระดาษที่ผลิตโดยใช้สารเคมีแล้วเอามาขัดให้ขาว เหมาะสำหรับงานพิมพ์หนังสือ หรือกระดาษพิมพ์เขียน เพราะเหตุว่ามีความหนาแน่นสูงรวมทั้งคุณภาพดี
- กระดาษครั้งฟ เป็นกระดาษที่มีความเหนียวเป็นพิเศษ สีน้ำตาล ทำจากเยื่อซัลเฟต น้ำหนักอยู่ระหว่าง 80-180 กรัมต่อตารางเมตร เหมาะสำหรับทำงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์ ถุงกระดาษ แล้วก็กระดาษห่อของ ฯลฯ

ขนาดของกระดาษ
- ขนาดกระดาษ A0 คือ 84.1 เซนติเมตร x 118.9 ซม. หรือ 33.11 นิ้ว x 46.81 นิ้ว
- ขนาดกระดาษ A1หมายถึง59.4 เซนติเมตร x 84.1 ซม. หรือ 23.38 นิ้ว x 33.11 นิ้ว
- ขนาดกระดาษ A2หมายถึง42 เซนติเมตร x 59.4 ซม. หรือ 16.53 นิ้ว x 23.38 นิ้ว

- ขนาดกระดาษ A3หมายถึง29.7 ซม. x 42 เซนติเมตร หรือ 11.69 นิ้ว x 16.53 นิ้ว
- ขนาดกระดาษ A4เป็น21 เซนติเมตร x 29.7 เซนติเมตร หรือ 8.26 นิ้ว x 11.69 นิ้ว
- ขนาดกระดาษ A5เป็น14.8 เซนติเมตร x 21 ซม. หรือ 5.82 นิ้ว x 8.26 นิ้ว
- ขนาดกระดาษ A6เป็น10.5 ซม. x 14.85 ซม. หรือ 4.13 นิ้ว x 8.26 นิ้ว
- ขนาดกระดาษ A7หมายถึง7.4 เซนติเมตร x 10.5 ซม.



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ