Advertisement
[b]สมุนไพร[/b].com/wp-content/uploads/2017/09/%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87.png" alt="" border="0" />สมุนไพรขานา[/size][/b]
ขานาง Homalium tomentosum (Vent.) Benth.บางถิ่นเรียกว่า ขานาง (ภาคกลาง จังหวัดเชียงใหม่ จันทบุรี) ขางนาง ขานาง (ภาคกึ่งกลาง) ค่านาง โคด (ระยอง) ช้างเผือกหลวง (เชียงใหม่) แซพลู้ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) ปะหง่าง (ราชบุรี) เปลือย (กาญจนบุรี) ยุ่ยขานาง เปื๋อยนาง (อุตรดิตถ์) เปื๋อยค่างไห้ (จังหวัดลำปาง) ลิงขอคืนดี (จังหวัดโคราช) แลนไฮ้ (ลาว-แม่ใส่)
ต้นไม้ ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ 15-30 มัธยม ลำต้นกลมตรง เปลือกลางเรียบ สีขาวหรือสีเทาอ่อน ที่โคนต้นมีพูพอน ใบ ผู้เดียว ออกเวียนสลับกับตอนปลายๆกิ่ง รูปไข่กลับ ถึงรูปไข่กลับปนขอบขนาน กว้าง 4-7 เซนติเมตร ยาว 10-15 ซม. ปลายใบกลมมน หรือ เป็นติ่งแหลม โคนสอบแคบ โคนสุดมน ขอบของใบจะมนตื้นรวมทั้งห่างๆด้านล่างมีขนสากหนาแน่น เส้นใบมีราวๆ 12 คู่ เกือบจะขนานกัน ก้านใบอ้วนสั้น ยาว 1-3 เซนติเมตร ดอก เล็ก สีเขียว ออกเป็นช่อยาวตามง่ามใบ
[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร ช่อดอกยาว 10-35 ซม. ห้อยลง ไม่มีก้านดอก ติดเป็นกลุ่มๆเวียนกันบนแกนดอกกลุ่มละ 2-3 ดอก เป็นดอกบริบูรณ์เพศ กลีบเลี้ยงเชื่อมกันเป็นรูปกรวย มีขน ปลายแยกเป็น 5-6 แฉก กลีบดอกไม้ติดอยู่ในท่อกลีบเลี้ยง กลีบดอกไม้แต่ละกลีบจะมีเกสรเพศผู้ติดอยู่ ก้านเกสรยาวราวๆ 2 มิลลิเมตร รังไข่มี 1 ช่อง ฝาผนังรังไข่ติดกับผนังภายในของท่อกลีบเลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียมี 2-3 อัน แยกจากกัน หรือ ชิดกันเพียงเล็กน้อยที่โคนก้าน ผล เล็ก ยาวราวๆ 3 มิลลิเมตร เป็นประเภทผลแห้งแก่ไม่แตก ข้างในมีเพียงแต่ 1 เมล็ด
นิเวศน์วิทยา: ขึ้นตามป่าเบญจพรรณทั่วๆไป ความสูง 50-300 ม.
สรรพคุณ : ราก น้ำต้มรากเป็นยาฝาดสมาน