โรคไซนัสอักเสบ มีสมุนไพรที่มีสรรพคุณเเละประโยชน์สมารถรักษาให้โรคหายขาดได้เป็นอย่

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: โรคไซนัสอักเสบ มีสมุนไพรที่มีสรรพคุณเเละประโยชน์สมารถรักษาให้โรคหายขาดได้เป็นอย่  (อ่าน 32 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
teareborn
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 743


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2018, 04:43:11 pm »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement


โรคไซนัสอักเสบ (Sinusitis)
โรคไซนัสอักเสบเป็นยังไง  ไซนัสเป็นโพรงอากาศที่อยู่ข้างในกระดูกบริเวณรอบๆหรือใกล้เคียงกับจมูก ซึ่งมีอยู่ 4 กลุ่มใหญ่ๆในแต่ละข้าง  ไซนัสที่ใหญ่ที่สุดอยู่ข้างในกระดูกโหนกแก้ม (maxillary sinus)  อีกกลุ่มหนึ่งมีอยู่หลายโพรง มีขนาดเล็ก รวมทั้งอยู่ระหว่างบริเวณโคนจมูก และก็หัวตาแต่ละข้าง (ethmoidal sinuses)  ในกระดูกหน้าผากก็มีไซนัสด้านใน (frontal sinus) นอกเหนือจากนั้นยังมีไซนัสที่อยู่ใต้ฐานกะโหลกศีรษะ (sphenoidal sinus) ด้วย  หน้าที่ของไซนัสนั้นไม่รู้กระจ่าง  แม้กระนั้นมั่นใจว่าบางทีอาจช่วยทำให้เสียงที่เราเปล่งแสงออกมา กังวานขึ้น, ช่วยทำให้กะโหลกศีรษะค่อยขึ้น และก็ช่วยรักษาสมดุลของศีรษะ, ช่วยสำหรับเพื่อการปรับความดันของอากาศด้านในโพรงจมูก  ในเรื่องที่มีการเปลี่ยนของความดัน และก็สร้างสารคัดหลั่งที่ป้องกันการตำหนิดเชื้อของโพรงจมูกรวมทั้งไซนัส
ซึ่งในคนธรรมดาทั่วไป เมือกที่ทำขึ้นในโพรงไซนัสจะระบายลงตามทางเชื่อมมาออกที่รูเปิดในโพรงจมูก กลายเป็นน้ำมูก หรือเสมหะใส เพื่อให้ความชุ่มชื้นและล้างโพรงจมูก แม้กระนั้นถ้าหากรูเปิดดังกล่าวข้างต้นถูกอุดกั้น (ตัวอย่างเช่น ไม่สบายหวัด หรือโรคไข้หวัดภูมิแพ้) ทำให้เมือกในโพรงไซนัสไม่อาจจะ ระบายออกมาได้ เมือกก็จะหมักหมมแปลงเป็นอาหารในการเจริญเติบโตของเชื้อโรคที่แผ่ขยายมาจากโพรงจมูกเข้าไปในไซนัส ทำให้เยื่อบุไซนัสอักเสบบวม ขนอ่อนในไซนัสสูญเสียหน้าที่สำหรับเพื่อการขับมูก ทำให้มีการสะสมของเมือกมากยิ่งขึ้นกลายเป็นหนองขังอยู่ในไซนัส กำเนิดอาการโรคภูมิแพ้ขึ้นมา
โรคไซนัสอักเสบ ยังสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือประเภทกระทันหัน (มีลักษณะอาการน้อยกว่า 30 วัน) ประเภทครึ่งหนึ่งรุนแรง (มีลักษณะอยู่ระหว่าง 30-90 วัน) แล้วก็ชนิดเรื้อรัง (มีอาการมากยิ่งกว่า 90 วัน) โดยการอักเสบอาจกำเนิดกับไซนัสได้ทุกตำแหน่ง เป็นต้นว่า ไซนัสข้างตา (Ethmoid sinus), ไซนัสหน้าผาก (Frontal sinus), ไซนัสโหนกแก้ม (Maxillary sinus) และไซนัสที่อยู่ใต้ฐานกะโหลกศีรษะ (Sphenoidal sinus) แต่ว่าที่พบบ่อยที่สุดหมายถึงไซนัสโหนกแก้ม (Maxillary sinus) ซึ่งจะมีผลให้มีอาการปวดที่บริเวณโหนกแก้ม  แต่โรคนี้ส่วนใหญ่มักจะไม่มีความร้ายแรง นอกเหนือจากสร้างความเบื่อหน่ายหรือปวดทรมาทรกรรม ส่วนน้อยที่บางทีอาจเกิดภาวะสอดแทรกรุนแรง ถ้าหากได้รับการดูแลและรักษาอย่างแม่นยำตั้งแต่ต้น ก็มักจะหายได้ หรือลดภาวะแทรกซ้อนลงได้
  โรคแพ้อากาศเป็นโรคที่พบมากที่สุดโรคหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์  ราวๆกันว่ามวลชนทั่วๆไป 1 ใน 8 คน  จะเป็นโรคภูมิแพ้ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต  เกิดการของการเกิดไซนัสอักเสบ   มีลัษณะทิศทางที่เกิดมากขึ้นเรื่อยๆในช่วงฤดูกาลที่มีคนไม่สบายหวัดหรือมีการอักเสบติดโรคในทางเดินหายใจมาก โดยธรรมดา
มากยิ่งกว่า 0.5% ของผู้ป่วยที่เป็นโรคหวัด ได้โอกาสเกิดเป็นไซนัสอักเสบตาม มา ผู้ป่วยที่เป็นโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (Allergic rhinitis) หรือโรคหืดจะมีไซนัสอักเสบร่วมด้วยประมาณ 40-50% เกิดการของไซนัสอักเสบจำพวกฉับพลันที่เกิดขึ้นมาจากการต่อว่าดเชื้อแบคทีเรียในผู้ใหญ่ที่เกิดตามหลังหวัดพบได้โดยประมาณจำนวนร้อยละ 0.5-2 รวมทั้งในเด็กพบได้โดยประมาณปริมาณร้อยละ 5-10 สำหรับโรคแพ้อากาศเรื้อรังนั้น  ในกรุ๊ปพลเมืองทั่วไปเจโรคแพ้อากาศ[/url]เรื้อรังราวๆจำนวนร้อยละ 1.2-6 
สาเหตุของโรคแพ้อากาศ

  • การตำหนิดเชื้อของระบบทางเท้าหายใจตอนบน (Upper respiratory tract infec tion) ระยะต้นมีต้นเหตุจากเชื้อไวรัสโรคไข้หวัด ซึ่งจะไปทำให้เยื่อบุจมูกอักเสบ ซึ่งอาจอักเสบต่อ เนื่องเข้าไปถึงในไซนัส ถัดมามีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย โดยธรรมดาก็จะหายได้เป็นปกติ แต่ถ้าการต่อว่าดเชื้อนั้นรุนแรง อาจเกิดการทำลายของเยื่อบุจมูกแล้วก็เยื่อบุไซนัส ทำให้มีการบวมและมีพังผืด นำไปสู่การอุดตันของรูเปิดระหว่างไซนัสกับโพรงจมูก ร่วมกับการที่เซลล์ขน (Cilia) ที่มีหน้าที่ผลักดันสารคัดหลั่งในไซนัส ไม่ทำงาน ก็จะก่อให้การอักเสบแปลงเป็นการอักเสบเรื้อรังได้
  • การต่อว่าดเชื้อของฟัน โดยยิ่งไปกว่านั้นฟันกรามน้อยรวมทั้งฟันกรามแถวบน โดยทั่วไปพบว่า ราว 10% ของการอักเสบของไซนัสแมกซิลลาจะเป็นผลมาจากฟันผุ (เพราะผนังข้างล่างของไซนัสแมกซิลลาจะชิดกับรากฟันดังกล่าว) บางรายจะแสดงอาการเด่นชัดภายหลังที่ไปถอนฟันแล้วเกิดรูทะลุระหว่างไซนัสแมกซิลลาแล้วก็เหงือก (Oroantral fistula) ขึ้น
  • โรคติดเชื้ออื่นๆตัวอย่างเช่น ไข้หวัดใหญ่ โรคฝึกหัด โรคไอกรน
  • การว่ายน้ำ ดำน้ำ ซึ่งอาจเกิดการสำลักน้ำเข้าไปในจมูกและเข้าไปในไซนัสได้ โดยอาจมีเชื้อโรคเข้าไปด้วย กระตุ้นให้เกิดการอักเสบได้ ยิ่งไปกว่านี้ สารคลอรีน (Chlorine) ในสระว่ายน้ำ ยังเป็นสารเคมีที่ส่งผลให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุไซนัสได้
  • การกระทบชนอย่างแรงบริเวณใบหน้า อาจจะทำให้ไซนัสโพรงอันใดโพรงหนึ่งแตกหัก ช้ำบวม หรือมีเลือดออกด้านในโพรง ก่อให้เกิดการอักเสบติดเชื้อตามมาได้
  • มีสิ่งเจือปนในจมูก ได้แก่ เมล็ด ก็เลยก่อการอุดตันโพรงจมูก จึงเป็นต้นเหตุให้เกิดการติดเชื้อโรคอีกทั้งในโพรงจมูก รวมทั้งในไซนัส
  • จากการเปลี่ยนแปลงความดันอากาศบริเวณตัวในทันที (Barotrauma หรือ Aero sinusitis) ดังเช่น ขณะเรือบินขึ้นหรือลงหยุด รวมทั้งการมุดน้ำลึก เป็นต้น ถ้ารูเปิดของไซนัสขณะ นั้นบวมอยู่ ดังเช่น กำลังเป็นหวัด หรือโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (Allergic rhinitis) กำเริบ จะส่งผลให้เยื่อบุ บวมเยอะขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงอาจมีการหลั่งของเหลว/สารคัดเลือกหลั่งออกมา หรือมีเลือดออกได้ จึงก่อการอักเสบขึ้น ซึ่งพบมากที่ไซนัสฟรอนตัล ที่มา  :    wikipedia                 

ส่วนภูมิแพ้เรื้อรังมักได้ผลสำเร็จสอดแทรกจากไซนัสอักเสบรุนแรงที่  ไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง ยิ่งไปกว่านี้ ยังอาจเกิดขึ้นจากปัจจัยอื่นๆอาทิเช่น หวัดภูมิแพ้เรื้อรัง ริดสีดวงจมูก เนื้องอกในโพรงจมูกหรือไซนัส ผนังกั้นจมูกคด การติดเชื้อของฟุตบาทหายใจส่วนต้นซ้ำซากจำเจ การสูบยาสูบ มลภาวะที่เกิดขึ้นทางอากาศ โรคกรดไหลย้อน (หูรูดปลายหลอดของกินเสื่อม ทำให้มีน้ำย่อยซึ่งเป็น กรดไหลย้อนขึ้นมาที่ไซนัส เวลานอนตอนกลางคืน) โรคฟันแล้วก็ช่องปากเรื้อรัง สภาวะภูมิต้านทานต่ำ (อย่างเช่น โรคเบาหวาน เอดส์) เป็นต้น
อนึ่งสำหรับในการอักเสบรุนแรงของไซนัส มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ยกตัวอย่างเช่น เชื้อไวรัสหวัด แต่ว่าเมื่อเป็นการอักเสบเรื้อรัง มักมีต้นเหตุที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น Streptococci, Staphylococcus, Haemophilus influenzae, Klebsiella pneumoniae, Bacteroides melaninogenicus, แต่อาจพบจากการติดเชื้อราได้ เป็นต้นว่า Aspergillus แล้วก็ Dematiaceous fungi
อาการของโรคไซนัสอักเสบ
ภูมิแพ้ทันควัน  ในผู้ใหญ่มักมีลักษณะอาการปวดบริเวณใบหน้าบริเวณไซนัสที่อักเสบ อาทิเช่น ปวดที่บริเวณศีรษะตา หน้าผาก โหนกแก้ม  รอบๆกระบอกตา หรือข้างหลังกระบอกตา บางรายบางทีอาจรู้สึก คล้ายปวดฟัน         ที่มา  :    wikipedia               
ตรงฟันซี่บน อาจปวดเพียงแต่ด้านเดียวหรือ 2 ข้างก็ได้ อาการปวดมักเป็นมากตอนเวลาเช้าหรือบ่าย เวลาก้มศีรษะหรือแปลงท่า ผู้ป่วยมักมีลักษณะคัดเลือกแน่นจมูก พูดเสียงขึ้นจมูก มีน้ำมูกเป็นหนองออกข้นเหลืองหรือเขียว                 
หรือมีเสลดข้นเหลืองหรือเขียวไหลจากข้างหลังจมูกลงในคอ จำเป็นต้องรอสูดหรือขากออก  อาจมีอาการปวดหัว มีไข้ อ่อนเพลีย เจ็บคอ ปวดหู ไอ หายใจมีกลิ่นเหม็น ความรู้สึก ในการรับรู้กลิ่นหรือรสชาติต่ำลง
ในเด็ก อาการมักไม่ชัดเจนเท่าผู้ใหญ่ อาจมีอาการเป็นหวัดเป็นเวลานานกว่าธรรมดา กล่าวคือมีน้ำมูก (ใสหรือข้นเป็นหนองก็ได้) และก็ไอยาวนานกว่า 10 วัน ชอบไอทั้งช่วงเวลากลางวันและช่วงกลางคืน อาจมีไข้ต่ำๆและหายใจมีกลิ่นเหม็นร่วมด้วย  เด็กบางรายบางทีอาจแสดงอาการเป็นหวัดร้ายแรงกว่าธรรมดา ยกตัวอย่างเช่น จับไข้สูงยิ่งกว่า 39 องศาเซลเซียส น้ำมูกข้นเป็นหนอง ปวดที่บริเวณใบหน้า หลังตื่นนอนมองเห็นอาการบวมรอบๆตา ซึ่งลักษณะของไซนัสอักเสบระยะนี้มีระยะเวลาฟื้นตัวกระทั่งหายดีราว 2 – 4 อาทิตย์
ภูมิแพ้เรื้อรัง มักมีลักษณะอาการตลอดทุกเมื่อเชื่อวันนานเกิน 90 วัน โดยในผู้ใหญ่มักมีลักษณะคัดจมูก มีเสมหะข้นเหลืองหรือเขียวไหลจากด้านหลังจมูกลงในคอหายใจมีกลิ่นเหม็น ความรู้สึกในการรับทราบกลิ่นลดลง จำนวนมากมักไม่มีไข้และก็ลักษณะของการปวดไซนัสแบบที่เจอในภูมิแพ้รุนแรง  ในเด็กมักมีลักษณะอาการไอ น้ำมูกไหล จาม หายใจมีกลิ่นเหม็น มีโรคติดเชื้อของทางเท้าหายใจส่วนต้น หรือหูชั้นกึ่งกลางอักเสบ โดยในอาการของภูมิแพ้ระยะนี้มักกำเนิดตลอดกำเนิด 12 อาทิตย์ รวมทั้งพบได้ทั่วไปร่วมกับโรคภูมิแพ้
ทั้งนี้ไซนัสอักเสบมักมีเหตุมาจากการต่อว่าดเชื้อไวรัส เจอในอัตรา 90% ของคนป่วย หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนหรือการพัฒนาโรคที่ร้ายแรงขึ้น อาการจะดีขึ้นกว่าเดิมแล้วก็หายดีเองภายในระยะเวลาราว 10 วัน ในขณะการต่อว่าดเชื้อแบคทีเรียจนถึงทำให้ภูมิแพ้จะเจอได้ไม่บ่อยนัก ราว 5-10% เท่านั้น แล้วก็จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาต้านทานเชื้อแบคทีเรียโดยเฉพาะ ซึ่งมักมีลักษณะเป็นเวลายาวนานกว่า 10 วัน หรืออาการกำเริบภายหลังจากเป็นมานาน 5 วัน
กรรมวิธีการรักษาโรคไซนัสอักเสบ ในพื้นฐานแพทย์จะไต่ถามอาการและเรื่องราวเจ็บไข้ ร่วมกับการตรวจร่างกายเป็นสำคัญแล้วก็อาจมีการตรวจพิเศษเพิ่มเติมอีก ดังนี้
ประวัติการรักษา/เรื่องราวอาการ

  • เรื่องราวที่ช่วยสำหรับการวินิจฉัยโรคไซนัสอักเสบฉับพลัน อาทิเช่น เป็นหวัดมานานมากกว่า 7-10 วัน,  เป็นหวัดที่มีลักษณะอาการรุนแรงมากมาย,  ไข้สูง,  คัดจมูก, มีน้ำมูกเหลืองข้น,  ได้กลิ่นน้อยลง, ปวดหรือ
  • ตื้อทึบบริเวณโหนกแก้มคล้ายปวดฟันบน, ปวดรอบๆจมูก หัวคิ้ว หรือหน้าผาก, เจ็บคอ, เสมหะไหลลงคอ, ไอ, ปวดศีรษะ, อาการทางจมูกที่ไม่ดีขึ้นหลังให้ยาหดหลอดเลือด  โดยมีอาการดังกล่าวภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน   ผู้ป่วยโรคไซนัสอักเสบเรื้อรังมักมีอาการไม่เฉพาะเจาะจงเช่น คัดจมูก, การรับกลิ่นลดลงหรือไม่ได้กลิ่น, มีน้ำมูกสีเขียวเหลืองในจมูกหรือไหลลงคอ, ปวดศีรษะ, มีกลิ่นปาก, ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น, ลิ้นเป็นฝ้า, คอแห้ง, มีเสมหะในคอ, เจ็บคอ ระคายคอเรื้อรัง, ไอ, ปวดหูหรือ หูอื้อ
  • การตรวจร่างกาย ได้แก่
  • การตรวจในโพรงจมูก มักพบว่าเยื่อบุจมูกบวมแดง อาจพบมีหนองหรือมูก บางรายอาจพบหนองตามตำแหน่งที่มีรูเปิดของไซนัส
  • มีอาการเจ็บ โดยเมื่อกดลงบนใบหน้า ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บ จุดกดเจ็บของไซนัสแม็กซิลล่าอยู่ที่ผนังด้านหน้าชิดกับจมูก จุดกดเจ็บของไซนัสฟรอนตัลอยู่ที่ใต้หัวคิ้วใกล้กับดั้งจมูก หรืออาจจะเคาะเบาๆที่บริเวณหน้าผากซึ่งถ้ามีการอักเสบจะรู้สึกเจ็บ จุดกดเจ็บของไซนัสเอธมอยด์อยู่ที่บริเวณหัวตา ส่วนไซนัสสฟีนอยด์ไม่สามารถตรวจได้เนื่องจากอยู่ลึกมาก แต่ทั้งนี้ ในไซ นัสอักเสบเรื้อรัง มักไม่มีอาการกดเจ็บอย่างชัดเจน ยกเว้นแต่มีการอักเสบเฉียบพลันแทรกซ้อน
  • การตรวจในช่องปาก อาจพบมีหนองไหลจากโพรงหลังจมูกลงมาบนผนังลำคอ เรียกว่า Postnasal drip ซึ่งเป็นตัวช่วยในการวินิจฉัยไซนัสอักเสบเรื้อรังที่ค่อนข้างจะแน่นอนอย่างหนึ่ง อาจพบผนังลำคอเป็นตุ่ม ขรุขระ เนื่องจากมีเนื้อเยื่อน้ำเหลืองในช่องคอโตขึ้น จากต้องทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคที่ติดมากับหนองจากไซนัส ซึ่งไหลลงมาในลำคอเป็นประจำ แต่ลักษณะขรุขระนี้ อาจจะพบได้ในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ คอหอยอักเสบ และผู้ป่วยที่ผ่าตัดต่อมทอนซิล และอาจพบมีฟันผุโดยเฉพาะ ฟันกรามบน
  • การตรวจพิเศษ เช่น
  • การตรวจเพื่อดูการผ่านทะลุของแสง (Transillumination test) ใช้ช่วยการวินิจฉัยการอัก เสบของไซนัสแม็กซิลล่า และ ของไซนัสฟรอนตัล ถ้าไซนัสไม่มีแสงสว่างผ่านลอดไปได้เลยจะช่วยบอกว่ามีโรคได้อย่างแม่นยำ แต่ในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี วิธีนี้มักไม่ได้ประโยชน์เพราะเยื่อบุและผนังกระดูกเด็กที่ล้อมไซนัส มักจะหนากว่าผู้ใหญ่ แสงจึงมักผ่านไม่ได้
  • การตรวจภาพไซนัสด้วยอัลตราซาวด์ สามารถตรวจหาหนองในโพรงไซนัสได้ดี
  • การเจาะไซนัส (Antral proof puncture) ใช้ตรวจไซนัสแมกซิลลา
  • Sinuscopy เป็นการส่องกล้องตรวจในไซนัส ปัจจุบันเกือบจะเข้ามาแทนที่วิธีเจาะไซนัส Antral proof puncture โดยทำต่อจากการถ่ายภาพเอกซเรย์ธรรมดา ไซนัสสำหรับผู้ป่วยโพรงอากาศข้างจมูกแม็กซิลล่าอักเสบเรื้อรัง ถ้าพบหนองก็สามารถเก็บตัวอย่างส่งเพาะเชื้อ และล้างหนองได้ในคราวเดียวกัน ถ้าพบเป็นถุงน้ำ หรือ ริดสีดวงขนาดเล็กก็จะตัดออกผ่านทางกล้องส่องได้ นอกจากนี้ การเห็นพยาธิสภาพและการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุและของรูเปิดไซนัสด้วยตาโดยตรง ทำให้สามารถวินิจฉัยและวางแผนให้การรักษาไซนัสอักเสบที่เหมาะสมต่อไปได้อย่างเหมาะสม
  • การถ่ายภาพไซนัสด้วยเอมอาร์ไอ ใช้แยกก้อนเนื้อ หรือถุงน้ำออกจากของเหลว
  • การตรวจด้วยการส่องกล้องโพรงจมูก (Nasal endoscopy)
  • การถ่ายภาพไซนัสด้วยเอกซเรย์
  • การถ่ายภาพไซนัสด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เป็นวิธีดีที่สุดในการตรวจหาพยาธิสภาพของไซนัสในปัจจุบัน แต่ค่าใช้จ่ายในการตรวจค่อนข้างแพง
  • หลักในการรักษาโรคไซนัสอักเสบ ประกอบด้วย
  • กำจัดเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุ  โดยการให้ยาต้านจุลชีพ  เพื่อทำให้อาการของโรคดีขึ้นเร็ว   การเลือกชนิดของยาต้านจุลชีพขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อ, การดำเนินโรค,  ความไวต่อยาต้านจุลชีพของเชื้อนั้นๆ และ อุบัติการของการดื้อยา     ระยะเวลาของการให้ยาต้านจุลชีพนั้น  ในรายที่เป็นไซนัสอักเสบเฉียบพลันควรให้ยาต้านจุลชีพอย่างน้อย 10-14 วัน หรือให้จนผู้ป่วยไม่มีอาการผิดปกติแล้วให้ต่ออีก 1 สัปดาห์หลังจากนั้น     ในรายที่เป็นไซนัสอักเสบเรื้อรังควรให้ยาต้านจุลชีพเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3-6 สัปดาห์ เช่น ยากลุ่ม Amoxicillin, Clarithromycin และ Azithromycin แต่หากผู้ป่วยต้องอยู่อาศัยในบริเวณที่มีโอกาสติดเชื้อสูง หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังรับยาไปแล้ว 2-3 วัน แพทย์จะใช้ยารักษาในขั้นถัดไป เช่น Amoxicillin-clavulanate, Cephalosporins, Macrolides, Fluoroquinolones และ Clindamycin เป็นต้น
  • ทำให้การไหลเวียนของสารคัดหลั่งและอากาศภายในไซนัสดีขึ้น
  • 1 ยาหดหลอดเลือด ทำให้การบวมของเยื่อบุจมูกลดลง,  บรรเทาอาการคัดจมูก ทำให้รูเปิดของไซนัสโล่งขึ้น  อาจให้ในรูปยาพ่นหรือยาหยอดจมูก หรือ ยารับประทาน หรือให้ร่วมกันทั้งสองชนิดก็ได้    สำหรับยาหดหลอดเลือดที่พ่นหรือหยอดจมูก ไม่ควรใช้นานกว่า 7 วัน เพราะจะทำให้เยื่อบุจมูกเสียได้   ส่วนยาหดหลอดเลือดชนิดรับประทาน  ควรระวังผลข้างเคียง เช่น ความดันโลหิตสูง  หัวใจเต้นเร็ว  นอนไม่หลับ  กระสับกระส่ายด้วย เช่น pseudoephedrine และ phenylephrine โดยแพทย์จะจ่ายยาในปริมาณรับประทาน 10 - 14 วัน ยาลดอาการคัดจมูกแบบพ่นหรือหยด เช่น Oxymetazoline และ Hydrochloride ใช้รักษาภายใน 3-5 วัน
  • 2 ยาสตีรอยด์พ่นจมูก (Nasal Cortixosteroids) อาจมีประโยชน์ในรายที่เป็นไซนัสอักเสบเรื้อรัง หรือ ไซนัสอักเสบเป็นๆ หายๆ โดยเฉพาะถ้ามีโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือชนิดที่ไม่แพ้ร่วมด้วย ยาพ่นจมูกดังกล่าวจะช่วยลดการอักเสบในจมูก  ทำให้รูเปิดของไซนัส ที่มาเปิดในโพรงจมูกโล่งขึ้น  ช่วยให้การไหลเวียนของอากาศ  การระบายของสารคัดหลั่งหรือ หนองที่อยู่ภายในไซนัสดีขึ้น
  • 3 ยาต้านฮิสตะมีน ไม่แนะนำให้ใช้ ยาต้านฮิสตะมีนรุ่นเก่าในผู้ป่วยไซนัสอักเสบ ที่ไม่ได้มีโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ร่วมด้วย   เนื่องจากอาจทำให้น้ำมูกและสารคัดหลั่งแห้งและเหนียวได้ ในรายที่มีโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ร่วมด้วย  ควรเลือกใช้ยาต้านฮิสตะมีนรุ่นใหม่  เนื่องจากมีผลข้างเคียงดังกล่าวค่อนข้างน้อย 
  • 4  ยาละลายมูกหรือเสมหะ ยังไม่มีการศึกษาที่แสดงถึงประสิทธิภาพของยาละลายมูกในการรักษาโรค ไซนัสอักเสบชัดเจน
  • 5 การล้างจมูกด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ  เป็นการชะล้างเอาน้ำมูก หนอง  สิ่งสกปรกในจมูก ซึ่งเกิดจากการอักเสบในโพรงจมูกและไซนัสออก  เพื่อให้โพรงจมูกและบริเวณรูเปิดของไซนัสโล่ง   ทำให้การพัดโบกของขนกวัดที่เยื่อบุจมูกดีขึ้น อาการต่างๆ ของผู้ป่วยจะดีขึ้นเร็ว
  • 6 การสูดดมไอน้ำเดือด จะช่วยทำให้เยื่อบุจมูกยุบบวม  โล่ง  อาการคัดจมูกน้อยลง  อาการปวดตื้อๆ ที่ศีรษะดีขึ้น   นอกจากนั้นยังทำให้การพ่นยาเข้าไปในจมูก มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • 7 การผ่าตัด   ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยที่เป็นโรคไซนัสอักเสบ มักจะหายได้โดยการใช้ยาอย่างเต็มที่  ส่วนน้อยที่ต้องรับการผ่าตัด  ดังนั้นในการรักษาจึงพยายามใช้ยาอย่างเต็มที่ก่อน   การผ่าตัดเป็นการแก้ไขพยาธิสภาพที่ทำให้รูเปิดระหว่างโพรงจมูกและไซนัสอุดตัน โดยแพทย์จะใช้การผ่าตัดด้วยวิธี Functional Endoscopic Sinus Surgery (FESS) เป็นการผ่าตัดผ่านทางรูจมูกด้วยกล้องเอ็นโดสโคปซึ่งเป็นกล้องขยายที่มีขนาดเล็ก แพทย์จะใช้เครื่องมือที่ถูกออกแบบมาพิเศษในการผ่าตัดนี้และมองภาพขณะผ่าตัดผ่านกล้อง ผู้ป่วยจะได้รับยาชาหรือยาสลบในขณะผ่าตัดโดยขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการป่วย
สิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ก่อเกิดโรคไซนัสอักเสบ

  • เป็นโรคหวัดเรื้อรังโดยมิได้รับการรักษาให้หายสนิท
  • การเกิดการตำหนิดเชื้อที่ฟัน ดังเช่นว่า ฟันผุ การถอนฟันแล้วมีการติดเชื้อคราวหลัง
  • การเช็ดกกระทบอย่างแรงที่บริเวณใบหน้ารอบๆโพรงไซนัส
  • คนที่มีสภาวะของโรคภูมิแพ้
  • อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี ดังเช่นว่าย่านโรงงาน หรือ ชุมชนแออัด
  • ผนังข้างๆของโพรงจมูกโค้งงอผิดแบบ (Paradoxical turbinate)
  • ต่อมอะดีนอยด์โต หรือ มีสิ่งแปลกปลอมในจมูกเด็กเป็นเวลานานๆอาทิเช่น เมล็ดผลไม้ต่างๆ
  • คนเจ็บที่ใส่ท่อช่วยหายใจ หรือใส่สายให้อาหารทางจมูก อยู่เป็นเวลานาน
  • ภาวะที่ทำให้เซลล์ขน (Cilia) ซึ่งเป็นเซลล์สนับสนุนสารคัดเลือกหลั่งออกมาจากไซนัส เสียไป จึงมีการคั่งของสารคัดหลั่งในไซนัส รวมทั้งมีการอักเสบติดเชื้อโรคได้ อาทิเช่น ในภาวการณ์ข้างหลังเป็นโรคหวัด

การติดต่อของโรคไซนัสอักเสบ โรคแพ้อากาศเป็นโรคที่เกิดขึ้นมาจากการอักเสบบวมของเยื่อบุไซนัสกระตุ้นให้เกิดการแคบของรูเปิดจากไซนัสที่เข้าสู่โพรงจมูก และเกิดการคั่งค้างของสารคัดหลั่ง (มูก) ในโพรงไซนัสไม่สามารถที่จะกระบายออกและเมื่อมีการสะสมของมูกมากมายก็เลยแปลงเป็นหนองขังในไซนัสเกิดอาการต่างๆตามมา โดยโรคแพ้อากาศนี้ไม่จัดอยู่ในโรคติดต่อเพราะว่าไม่พบการติดต่อจากคนสู่คน หรือจากสัตว์สู่คนอะไร
การปฏิบัติตนเมื่อป่วยด้วยโรคไซนัสอักเสบ

  • ควรจะรับประทานยาดังที่แพทย์สั่งให้การรักษาอย่างเอาจริงเอาจัง แล้วก็ติดตามผลการรักษากับหมออย่างต่อเนื่อง
  • พักให้พอเพียง
  • กินน้ำมากมายๆ
  • ดมกลิ่นละอองน้ำอุ่น รวมทั้งล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ (ในเรื่องที่แพทย์แนะนำแล้วก็สอนให้ทำ)
  • หลบหลีกสารก่อภูมิแพ้ ควันจากบุหรี่ และก็มลภาวะที่เกิดขึ้นทางอากาศ
  • งดเว้นดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์
  • หลบหลีกการว่ายน้ำในสระว่ายน้ำนานๆเนื่อง จากคลอรีนในสระอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุจมูกและก็ไซนัสได้
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางโดยเครื่องบินในตอนที่จับไข้หวัด หวัดภูมิแพ้ หรือไซนัสอักเสบกำเริบ หากหลบหลีกมิได้ ควรจะกินยาแก้คัดจมูก อย่างเช่น สูโดเอฟีดรีน (pseudoephedrine) ทีละ 1-2 เม็ดก่อนเดินทาง และซ้ำได้ทุก 6 ชั่วโมงระหว่างเดินทางระยะไกล
การปกป้องตนเองจากโรคไซนัสอักเสบ

  • หมั่นดูแลรักษาสุขภาพร่างกายทั่วไปให้แข็งแรง (ดังเช่น ทานอาหาร สุขภาพ บริหารร่างกาย นอนหลับพักให้เพียงพอ ความเครียดน้อยลง)
  • ป้องกันตนเองจากหวัด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการป่วยภูมิแพ้ หรือหากเจ็บป่วยหวัดแล้วจำเป็นต้องรีบรักษาให้หายขาดอย่างเร็ว
  • อยู่ในที่มีอากาศระบาย ไม่มีฝุ่นผง หรือสิ่งที่จะทำให้เกิดอาการโรคภูมิแพ้
  • อย่าให้ร่างกายจะต้องเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็วเกินไป
  • ไม่ว่ายน้ำ มุดน้ำ ขณะที่มีการติดเชื้อโรคในช่องจมูก
  • ลด หรือ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
  • รักษาสุขภาพฟันคุ้มครองป้องกันไม่ให้ฟันผุเพื่อเลี่ยงการต่อว่าดเชื้อในช่องปากที่เป็นสาเหตุของโรภูมิแพ้
สมุนไพรที่ช่วยป้องกัน/รักษาโรคภูมิแพ้
ฟ้าทะลายโจร ชื่อวิทยาศาสตร์Andrographis paniculata (Burm. f.) Nees วงศ์    Acanthaceae สารออกฤทธิ์ andrographolide, deoxyandographolide, didehydro-deoxyandrographolide รวมทั้ง neoandrographolide ฟ้าทะลายขโมยให้ผลสำหรับในการคุ้มครองปกป้องหวัดแล้วก็บรรเทาอาการหวัด การเรียนในเด็กนักเรียนโตตอนหน้าหนาว ให้กินยาเม็ดฟ้าทะลายโจรแห้ง ขนาด 200 มก./วัน ในเดือนแรกของการทดลองยังไม่พบความต่างระหว่างกรุ๊ปที่กินยาและก็กลุ่มควบคุม ภายหลัง 3 เดือนของการทดลอง อุบัติการณ์การเป็นหวัดต่ำลงอย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับกรุ๊ปควบคุม อัตราการเป็นหวัดในกรุ๊ปที่ได้รับฟ้าทะลายโจรพอๆกับ 20% ในขณะที่กลุ่มควบคุมมีอัตราการเป็นหวัดพอๆกับ 62%    การศึกษาเล่าเรียนทางสถานพยาบาล ในผู้ที่มีอาการติดเชื้อโรคของระบบทางเดินหายใจส่วนบนอย่างฉับพลัน รวมถึงกลุ่มอาการไซนัสอักเสบด้วย กลุ่มทดลอง 95 คน รับประทานยา Kan Jang (ประกอบด้วยสารสกัดมาตรฐานของฟ้าทะลายมิจฉาชีพ 85 มิลลิกรัม (มี andrographolide 5 มิลลิกรัม) และสารสกัด Eleutherococcus senticosus 120 มิลลิกรัม) กลุ่มควบคุม 90 คน รับประทานยาหลอก ทั้งคู่กลุ่มรับประทานยานาน 5 วัน วัดผลโดยให้แต้มจากการคาดการณ์อุณหภูมิ ลักษณะของการปวดหัว ปวดกล้าม อาการแสดงทางคอ ไอ อาการแสดงทางจมูก ความรู้สึกไม่สบายตัว และอาการทางตา ผลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้ารวมทั้งการวิจัยพบว่า คะแนนรวมยอดของกลุ่มทดลองสูงขึ้นมากยิ่งกว่ากรุ๊ปควบคุม โดยจะมีอาการปวดหัว อาการทางจมูก อาการทางคอ รวมทั้งความรู้สึกเจ็บป่วยตัวน้อยลง
ปีบ ชื่ออื่นๆ กาซะลอง กาดสะลอง (เหนือ)  ชื่อวิทยาศาสตร์  Millingtonia hortensis L.f. ชื่อตระกูลBignoniaceae  คุณประโยชน์         ตำราเรียนยาไทย ดอก รสหวานขมหอม ขยายหลอดลม มวนเป็นบุหรี่สูบรักษาโรคหืด สูบแก้ริดสีดวงจมูก ภูมิแพ้ บำรุงน้ำดี เพิ่มการหลั่งน้ำดี บำรุงเลือด  องค์ประกอบทางเคมี  ดอกมีสารฟลาโวนอยด์ hispidulin ช่วยขยายหลอดลม และเจอฟลาโวนอยด์อื่นๆยกตัวอย่างเช่น scutellarein, scutellarein-5-galactoside, hortensin, cornoside, recimic, rengyolone, rengyoside B, rengyol, rengyoside A,  iso rengyol, millingtonine ใบเจอฟลาโวนอยด์ hispidulin, dinatin และสารอื่นๆได้แก่ ß carotene, rutinoside เปลือกต้น เจอสารที่ให้ความขม แล้วก็สารแทนนิน รากพบ Lapachol, β-sitosterol, poulownin
เอกสารอ้างอิง

  • ผศ.นพ.สุรเกียรติ อาศนะเสน.ไซนัสอักเสบ..รักษาได้.สาขาวิทยาโรคจมูกและภูมิแพ้ ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศ



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ