ขิง เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณอันน่าทึ่ง

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขิง เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณอันน่าทึ่ง  (อ่าน 21 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แสงจันทร์5555
Jr. Member
**

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 80


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: สิงหาคม 01, 2018, 02:51:52 pm »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

[/b]
ขิà[/size][/b]
ขิง เป็นพืชที่มีเหง้าใต้ดิน ข้างนอกเหง้าเป็นน้ำตาลปนเหลือง เนื้อในสีขาวหรือเหลืองอ่อน มักเอามาทำกับข้าวเพราะเหตุว่าส่งกลิ่นหอม ยิ่งกว่านั้น ขิงยังคงใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องดื่ม สบู่ และเครื่องสำอางทั้งหลายแหล่ด้วยเหมือนกัน ด้านผลดีต่อสุขภาพ มีความเชื่อเกี่ยวกับการใช้ขิงรักษาโรคหลากหลายชนิดมาอย่างนาน อย่างเช่น โรคเกี่ยวกับระบบการทำงานเกี่ยวกับการย่อยอาหารอย่างท้องร่วง มีแก๊สในกระเพาะ ของกินไม่ย่อย อาการเมารถเมาเรือ อ้วก ไม่อยากอาหาร
คุณสมบัติของขิงมั่นใจว่าประกอบด้วยสารที่อาจช่วยลดอาการอ้วกรวมทั้งลดการอักเสบ โดยนักวิจัยโดยมากคาดว่าเป็นสารที่ออกฤทธิ์ในกระเพาะอาหารและก็ไส้ และสารนี้บางทีอาจมีผลต่อสมองหรือระบบประสาทส่วนที่ควบคุมอาการอ้วกด้วย แต่ว่าการสันนิษฐานดังที่กล่าวถึงมาแล้วยังไม่กระจ่างนัก และก็คุณลักษณะด้านอื่นๆมีข้อมูลน้อยกว่า ซึ่งคุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากขิงต่อสุขภาพที่เราเชื่อกันนั้น ขณะนี้ด้านวิทยาศาสตร์มีข้อมูลชี้แจงไว้ดังต่อไปนี้
การดูแลรักษาที่บางทีอาจได้ผล
อาการอาเจียนคลื่นไส้ที่เกิดจากการใช้ยาต้านทานเชื้อไวรัสเอชไอวีหรือเอดส์ สรรพคุณทุเลาอาการอ้วกอาเจียนของ[url=http://www.disthai.com/16488302/%E0%B8%82%E0%B8%B4%E0%B8%87]ขิง
บางทีอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคนี้ที่อยากได้รับผลข้างเคียงจากการใช้ยารักษาโรค โดยจากการศึกษาคนป่วยปริมาณ 102 คน แบ่งให้กรุ๊ปหนึ่งกินขิง 500 กรัม อีกกรุ๊ปกินยาหลอกวันละ 2 ครั้ง ในตอน 30 นาทีก่อนจะได้รับยารักษาโรคโรคภูมิคุมกันบกพร่องอย่างยาต้านรีโทรไวรัส เป็นเวลาทั้งผอง 14 วัน พบว่าขิงช่วยลดอาการอาเจียนอาเจียนที่เกิดขึ้นจากการรักษาโรคติดเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องได้
อาการอ้วกคลื่นไส้ภายหลังการผ่าตัด ขิงบางทีอาจช่วยบรรเทาอาการอาเจียนรวมทั้งคลื่นไส้จากการผ่าตัดได้เหมือนกัน โดยการเรียนทางวิทยาศาสตร์ส่วนมากชี้ว่าการกินขิง 1-1.5 กรัม ในตอน 1 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัดนั้นดูเหมือนจะช่วยลดอาการอาเจียนอ้วกที่บางทีอาจเกิดขึ้นในระหว่าง 24 ชั่วโมงหลังได้รับการผ่าตัด
การค้นคว้าหนึ่งทดลองแบ่งผู้ป่วยปริมาณ 122 รับการผ่าตัดต้อกระจกให้รับประทานแคปซูลขิง 1 กรัม รวมทั้งอีกกรุ๊ปได้รับแคปซูลขิง 500 มก.แต่แบ่งให้ 2 คราวก่อนผ่าตัด ซึ่งผลสรุปพบว่าคนไข้ในกลุ่มข้างหลังมีอาการอาเจียนอ้วกน้อยครั้งแล้วก็มีความรุนแรงของอาการน้อยกว่า โดยงานศึกษาเรียนรู้นี้พบว่าการใช้ขิงนั้นน่าจะให้ความสามารถสูงสุดเมื่อรับประทานบ่อยๆแล้วก็สม่ำเสมอโดยแบ่งปริมาณการใช้
นอกจากนั้น การทดลองทาน้ำมันขิงบริเวณข้อมือของคนไข้ก่อนเข้ารับการผ่าตัด พบว่าช่วยปกป้องอาการอ้วกในคนเจ็บราว 80 เปอร์เซ็นต์จากผู้เข้ารับการผ่าตัดทั้งหมด แต่การใช้ขิงช่วยลดอาการคลื่นไส้คลื่นไส้ร่วมกับยาลดอาเจียนอาเจียนนั้นอาจให้ผลได้ไม่ดีนัก รวมถึงการใช้ขิงกับคนป่วยที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการอ้วกอ้วกน้อยอยู่แล้วก็บางทีอาจไม่ได้ผลเช่นกัน
อาการแพ้ท้อง การรับประทานขิงอาจมีส่วนช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้อง ยกตัวอย่างเช่น อาเจียน อาเจียน หรือเวียนหัว ผลการศึกษาเรียนรู้ชิ้นหนึ่งที่ช่วยยืนยันคุณสมบัตินี้เป็นการทดลองในหญิงที่มีอายุท้องต่ำกว่า 20 อาทิตย์ จำนวน 120 คน ซึ่งพบเจออาการแพ้ท้องวันแล้ววันเล่านานขั้นต่ำ 1 สัปดาห์ และไม่กระปรี้กระเปร่าขึ้นแม้จะแปลงการทานอาหารและจากนั้นก็ตาม ภายหลังกินสารสกัดจากขิง 125 มก. ซึ่งเท่ากันกับขิงแห้ง 1.5 กรัม วันละ 4 ครั้ง 4 วัน ผลลัพธ์ได้แสดงให้เห็นว่าขิงอาจสามารถประยุกต์ใช้ประโยชน์ในฐานะการรักษาช่องทางต่ออาการแพ้ท้องได้
นับว่าสอดคล้องกับอีกงานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยก่อนหน้าที่ชี้ว่าการรับประทานขิง 1 กรัมต่อวัน ติดต่อนาน 4 วัน สามารถช่วยลดความรุนแรงของอาการอ้วกคลื่นไส้ในหญิงท้องที่มีลักษณะอาการแพ้ท้องได้ อย่างไรก็ดีการใช้ขิงสำหรับคุณประโยชน์ด้านนี้อาจเห็นการดูแลรักษาได้ช้ากว่าหรือได้ผลดีไม่เทียบเท่าการใช้ยาแก้อ้วกอ้วก ยิ่งไปกว่านี้ การเรียนรู้เกี่ยวกับคุณลักษณะช่วยลดอาการแพ้ท้องของขิงยังมีข้อกำหนดและก็พบผลที่ไม่บ่อยนัก โดยมีบางการทดสอบที่ชี้ว่าขิงอาจไม่ได้มีส่วนช่วยสำหรับเพื่อการลดอาการแพ้ท้องเช่นกัน
อาการตาลายศีรษะ อาการที่เกิดขึ้นกับการอ้วกนี้บางทีอาจบรรเทาให้ดียิ่งขึ้นได้ด้วยการใช้คุณประโยชน์จากขิง จากงานค้นคว้าที่ทดสอบด้วยการให้คนที่มีลักษณะอาการบ้านหมุน และตากระตุกจากการกระตุ้นโดยใช้อุณหภูมิรับประทานผงเหง้าขิง ปรากฏว่าเหง้าขิงช่วยลดอาการตาลายศีรษะได้อย่างเป็นจริงเป็นจังเมื่อเทียบกับกรุ๊ปที่รับประทานยาหลอก แต่มิได้ช่วยลดช่วงเวลาหรือชะลอการกระตุกของตามากนัก
โรคข้อเสื่อม มีการเรียนรู้บางงานที่ชี้ว่าขิงอาจมีคุณประโยชน์ลดอาการเจ็บที่เกิดขึ้นมาจากโรคข้อเสื่อม จากการทดสอบหนึ่งที่ให้ผู้เจ็บป่วยรับประทานสารสกัดจากขิงประเภทหนึ่ง (Zintona EC) ในจำนวน 250 กรัม วันละ 4 ครั้ง พบว่าช่วยลดลักษณะของการปวดข้อเข่าภายหลังจากการรักษาตรงเวลา 3 เดือน ส่วนอีกงานศึกษาเรียนรู้วิจัยที่ใช้สารสกัดจากขิงผสมกับข่า พบว่าให้ผลลัพธ์ในการช่วยลดอาการเจ็บขณะยืน อาการเจ็บหลังเดิน แล้วก็อาการข้อติด
ยิ่งกว่านั้น มีการศึกษาเล่าเรียนเปรียบสมรรถนะระหว่างขิงและยาพารา โดยให้คนไข้โรคข้ออักเสบในกระดูกสะโพกแล้วก็ข้อหัวเข่ากินสารสกัดขิง 500 มิลลิกรัมทุกวี่ทุกวัน วันละ 2 ครั้ง ขิงได้ผลทุเลาลักษณะของการปวดได้เทียบเท่ากับการใช้ยาไอบูโพรเฟน 400 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง และก็ยังมีงานศึกษาค้นคว้าวิจัยที่แนะนำว่าการนวดด้วยน้ำมันที่มีส่วนผสมของขิงรวมทั้งส้มอาจช่วยบรรเทาอาการปวดรวมทั้งอ่อนเพลียที่เกิดขึ้นในช่วงสั้นๆของคนไข้ที่มีลักษณะอาการเจ็บเข่าได้ด้วย
อาการปวดระดู เว้นเสียแต่ลักษณะของการปวดจากโรคข้อเสื่อม การเรียนบางงานยังชี้ว่าขิงอาจมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาลักษณะของการปวดประจำเดือน เช่น การทดลองในนิสิตมหาวิทยาลัย 120 คน โดยให้กินผงเหง้าขิงครั้งละ 500 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้งในตอน 2 วันก่อนเริ่มมีประจำเดือนต่อเนื่องไปจนถึง 3 วันแรกของการมีเมนส์ รวมทั้งสิ้นเป็น 5 วัน พบว่าผงเหง้าขิงมีส่วนช่วยลดความร้ายแรงของอาการปวดรอบเดือนได้อย่างมีนัยสำคัญด้านการเรียนรู้เปรียบคุณภาพของขิงและยาลดอาการปวดระดูอย่างเมเฟนามิค (Mefenamic acid) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) 400 มิลลิกรัม ในอาสาสมัคร 150 คน โดยแบ่งกลุ่มรับประทานแคปซูลขิงหรือยาแต่ละชนิดในปริมาณ 250 มก. วันละ 4 ครั้ง นาน 3 วัน โดยเริ่มตั้งแต่มีประจำเดือน ผลสรุปปรากฏไปในทิศทางเดียวกันกับงานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยแรก คือ ขิงมีประสิทธิภาพทุเลาความรุนแรงของลักษณะของการปวดเมนส์ไม่ต่างกับการใช้ยาเมเฟนามิคหรือไอบูโพรเฟน
การดูแลรักษาที่บางทีอาจไม่ได้เรื่อง
อาการเมารถและก็เมาเรือ นับเป็นสรรพคุณของขิงที่มีการเอ๋ยถึงกันมาก แต่ทว่าหากแม้ขิงอาจจะช่วยลดอาการเวียนหัวได้ แม้กระนั้นสำหรับเพื่อการวิงเวียนอาเจียนที่เกิดจากการเดินทางนั้น งานศึกษาค้นคว้าวิจัยส่วนใหญ่กล่าวว่าขิงอาจไม่มีส่วนช่วยได้จริง ดังเช่นว่า การแบ่งกลุ่มให้เด็กนักเรียนนายเรือ 80 ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการออกเรือท่ามกลางสมุทรที่มีคลื่นแรง รับประทานเหง้าขิง 1 กรัม เทียบกับอีกกลุ่มที่รับประทานยาหลอก ปรากฏว่ากลุ่มที่กินขิงนั้นมีอาการคลื่นไส้และก็หน้ามืดลดลงจริงแต่ว่าอยู่ในระดับน้อยเพียงแค่นั้น หรือในอีกงานศึกษาเรียนรู้วิจัยที่ชี้ว่าการรับประทานผงขิงในจำนวน 500 กรัม 1,000 กรัม หรือเหง้าขิงสด 1,000 มิลลิกรัม ต่างไม่มีส่วนช่วยสำหรับเพื่อการคุ้มครองป้องกันอาการเมารถหรือการทำงานของกระเพาะอาหารที่เกี่ยวข้องกับอาการเมารถที่เกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแต่ประการใด
การดูแลและรักษาที่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอต่อการกำหนดสมรรถนะ
อาการอาเจียนคลื่นไส้จากแนวทางการทำเคมีบำบัดรักษา อีกหนึ่งสรรพคุณคือลดอาการอาเจียนแล้วก็คลื่นไส้ ซึ่งมีการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ แต่หลักฐานเกี่ยวกับการใช้ขิงในผู้ป่วยที่รับเคมีบำบัดนั้นยังเป็นที่โต้วาทีกันอยู่ว่าจะมีส่วนช่วยได้จริงหรือไม่ การศึกษาเล่าเรียนหนึ่งที่ชี้ถึงคุณประโยชน์ข้อนี้ของขิง โดยให้ผู้เจ็บป่วยรับประทานแคปซูลขิงที่มีขิง 0.5-1.5 กรัม เทียบกับยาหลอก ตั้งแต่ 3 วันก่อนวันทำเคมีบำบัดนานสม่ำเสมอตรงเวลา 6 วัน พบว่า หรูหราความร้ายแรงของอาการคลื่นไส้ที่เกิดขึ้นภายหลังจากการดูแลและรักษาน้อยกว่ากรุ๊ปที่มิได้กินแคปซูลขิง แต่ว่าเห็นผลได้ชัดในกรุ๊ปที่ใช้แคปซูลขิง 0.5 กรัม กับ 1 กรัมแค่นั้น ส่วนกลุ่มที่กินแคปซูลขิง 1.5 กรัมกลับสำเร็จน้อยกว่า มีความหมายว่าการกินขิงในจำนวนมากจึงอาจไม่ได้ทำให้อาการคลื่นไส้ดียิ่งขึ้นอย่างที่น่าจะเป็น
แม้กระนั้น มีหลักฐานที่ถกเถียงข้อช่วยเหลือดังกล่าวมาแล้วข้างต้นซึ่งเป็นงานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยที่เผยว่าการกินขิงไม่ได้มีประสิทธิภาพดีไปกว่าการใช้ยาแก้อาเจียน ดังนี้ ผลการศึกษาเรียนรู้ที่ขัดแย้งกันนี้ คาดว่าอาจมีสาเหตุมาจากจำนวนขิงที่ใช้ทดลองนั้นแตกต่าง รวมทั้งขณะที่เริ่มรักษาโดยใช้ ขิงจะนำมาใช้คุณประโยชน์ด้านการแพทย์ในด้านนี้แล้วได้ผลหรือไม่คงควรจะมีการพิสูจน์เพิ่มต่อไป
เบาหวาน คุณลักษณะขอàขิง[/url]ต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของคนป่วยเบาหวานในขณะนี้ยังมีผลการศึกษาวิจัยที่ไม่แน่นอน งานศึกษาค้นคว้าวิจัยหนึ่งพบว่าการรับประทานขิง 2 กรัม นาน 12 อาทิตย์ สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสม ระดับไขมันในเลือด แล้วก็สารมาลอนไดอัลดีไฮด์ที่แสดงถึงระดับอนุมูลอิสระในผู้เจ็บป่วยเบาหวานประเภทที่ 2 และอาจช่วยลดการเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังบางประเภทจากโรคเบาหวานได้ ในขณะเดียวกัน มีการค้นคว้าวิจัยอื่นๆที่ชี้แนะว่าขิงนั้นส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดจริง แต่ไม่เป็นผลต่อระดับอินซูลิน หรือบางงานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยกล่าวว่าขิงมีผลกับอินซูลิน แต่ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง ซึ่งผลการศึกษาเรียนรู้ที่ต่างกันนั้นอาจมาจากจำนวนขิงหรือระยะเวลาที่ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานในแต่ละการทดลองนั้นไม่เท่ากันนั่นเอง
อาหารไม่ย่อย มีการวิจัยศึกษาเล่าเรียนประสิทธิภาพของขิงในคนป่วยที่มีลักษณะอาการของกินไม่ย่อยจำนวน 11 คน โดยให้รับประทานแคปซูลที่ประกอบด้วยขิง 1.2 กรัมหลังจากการอดอาหาร 8 ชั่วโมง ผลปรากฏว่าขิงช่วยกระตุ้นให้กระเพาะเกิดการย่อยของกินรวมทั้งเกิดการบีบตัวของกระเพาะส่วนปลาย ทว่าการรับประทานขิงนั้นไม่มีผลต่ออาการที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหรือสารเปปไทด์ในไส้ อย่างไรก็แล้วแต่ ผู้ร่วมการทดสอบนี้มีจำนวนน้อย ทำให้ไม่บางทีอาจกำหนดได้อย่างชัดเจนว่าขิงช่วยลดอาการอาหารไม่ย่อยได้แน่ๆแค่ไหน
อาการแฮงค์ เชื่อกันว่าการกินน้ำขิงจะสามารถช่วยทุเลาอาการแฮงค์ซึ่งเป็นผลข้างๆจากการดื่มแอลกอฮอล์ได้ สำหรับคุณประโยชน์ข้อนี้มีงานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยเมื่อก่อนที่ชี้แนะว่าการผสมขิงกับเปลือกภายในของส้มเขียวหวาน รวมทั้งน้ำตาลทรายแดงก่อนดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยลดอาการเมาค้างในตอนหลัง รวมถึงอาการอ้วก อาเจียนรวมทั้งท้องเสีย อย่างไรก็ตาม การเล่าเรียนดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วยังจัดว่ากำกวมอยู่มากมายและไม่บางทีอาจยืนยันได้ว่ามีสาเหตุมาจากขิงจริงๆหรือส่วนผสมอื่นๆที่ใช้ประกอบ
ลดคอเลสเตอรอล คุณลักษณะของขิงซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลนั้นได้มีการทดลองโดยให้คนป่วยที่มีสภาวะไขมันในเลือดสูงรับประทานแคปซูลขิงวันละ 3 ครั้ง ทีละ 1 กรัม ผลกล่าวว่าเมื่อเทียบกับผู้ป่วยกลุ่มที่กินยาหลอก ขิงมีคุณภาพช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการใช้ขิงลดระดับคอเลสเตอรอลจะได้ผลดีกระทั่งสามารถนำมาใช้รักษาผู้ป่วยภาวะนี้ได้ไหมอาจจำต้องรอการศึกษาเล่าเรียนในอนาคตที่แจ่มกระจ่างกันต่อไป
ลักษณะของการเจ็บกล้ามหลังออกกำลังกาย คุณลักษณะด้านการบรรเทาปวดรวมทั้งลดการอักเสบของขิงจะช่วยลดลักษณะการเจ็บจากการบริหารร่างกายได้ด้วยหรือเปล่านั้นยังคงคลุมเครือแล้วก็เป็นที่ปะทะคารมกันอยู่เช่นเดียวกัน จากการทดลองหนึ่งที่ให้ผู้เข้าร่วมกินขิงสดหรือขิงที่ทำให้สุกด้วยความร้อนแล้ว 2 กรัมโดยตลอดนาน 124 ชั่วโมง พบว่าทั้งขิงสดและก็ขิงสุกต่างมีส่วนช่วยลดลักษณะของการเจ็บกล้ามเนื้อจากการบริหารร่างกายแบบหดยืดกล้ามเนื้อได้ในระดับปานกลางไปจนถึงระดับมาก
แต่ว่าอีกงานศึกษาค้นคว้าวิจัยหนึ่งกลับเจอผลสรุปในทางตรงกันข้าม จากการให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบที่ทำกิจกรรมออกกำลังกายยืดหดกล้ามเหมือนกัน กินขิง 2 กรัมในช่วง 1 วันแล้วก็ 48 ชั่วโมงหลังจากการบริหารร่างกาย พบว่าไม่ได้นำมาซึ่งการทำให้ลักษณะของการเจ็บกล้ามเนื้อ การอักเสบ หรือเจ็บที่เกิดขึ้นจากการออกกำลังกายลดลง แต่ผู้ศึกษาค้นคว้าและวิจัยพบว่าการกินขิงอาจช่วยให้ลักษณะของการเจ็บกล้ามค่อยๆดีขึ้นในวันแล้ววันเล่า หากแม้บางทีอาจไม่เห็นผลประโยชน์ทันที
อาการปวดหัวไมเกรน มีการศึกษากับคนป่วย 100 คน ที่เคยมีลักษณะอาการปวดหัวไมเกรนเฉียบพลันโดยให้รับผงขิงหรือยารักษา http://www.disthai.com/[/b]



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ