Advertisement
ต้องบอกเลยว่าปัจจุบันนี้หูฟังบลูทูธคือไอเท็มที่นิยมกันไปทั่วทุกมุมโลก เนื่องจากเทคโนโลยีไร้สายถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดดพร้อมกับความสะดวกสบายในการใช้งาน กระทั่ง Apple ต้องส่งหูฟัง AirPod ไร้สายเข้าสู่ตลาดจนทั้งค่ายเล็กค่ายใหญ่ต้องหันมาพัฒนาหูฟังอย่างนี้เพื่อฟาดฟันกันอย่างสนุกสนาน
ถึงแม้ว่าหูฟังบลูทูธจักได้รับการเห็นด้วยจากผู้บริโภคอย่างอย่างยอดเยี่ยมก็ยังมีหลายๆ คนที่มีหลักการแบบล้าสมัยหรือมีความประจักษ์แจ้งที่ไม่แม่นยำสำหรับหูฟังแบบนี้ ทำให้เกิดการลังเลในการเลือกมาใช้งาน ซึ่งพวกเราจะมาลองดูกันว่ามีอะไรบ้าง
ใช้หูฟังบลูทูธแล้วน้ำเสียงกระตุก
บางท่านที่เคยใช้หูฟังบลูทูธ คงจะเจอะเจอกับสภาพกระตุกหรือว่าดีเลย์ ภาพไม่ตรงกับเสียงในข้อนี้มองว่าในสมัยนี้มีให้เห็นบางเบามากแล้ว สาเหตุที่ทำให้หูฟังบลูทูธกระตุกหรือล่าช้านั้นเกิดจากการใช้สัญญาณบลูทูธเวอร์ชั่นเก่าๆ เช่น เวอร์ชั่น1 หรือ 2 ที่มี Bandwidth หรือการถ่ายโอนสัญญาณเป็นไปอย่างจำกัด จึงทำให้เกิดท่วงทีกระตุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหูฟังไร้สายออกกำลังที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด จึงทำให้การจับสัญญาณในหูฟังบลูทูธรุ่นเก่าๆ ทำกันได้ไม่เข้าที
หรือว่าอีกกรณีคือไปพานพบผลิตภัณฑ์ที่มิได้มาตรฐาน ที่มักมีการต่อสัญญาณที่ไม่ดีอย่างไรก็ตามถ้าหากเป็นหูฟังที่มาจากแบรนด์แถวหน้า ข้อสงสัยนี้ก็จักปราศจากให้เห็นเล็กน้อย เนื่องด้วยทุกวันนี้บลูทูธ ส่วนใหญ่จักใช้เวอร์ชั่นตั้งแต่ 3 ขึ้นไป และนิยมใช้ 4.0 หรือกระทั่ง 4.2 ด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตามจำต้องดูที่ต้นทางด้วย (โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือเครื่องเล่นเพลง) ว่ารองรับบลูทูธเวอร์ชันอะไร
2. หูฟังบลูทูธสุรเสียงไม่เยี่ยมเท่าแบบมีสาย
ใจความสำคัญนี้ยังเป็นหัวเรื่องที่โต้เถียงกันอยู่มากจนกระทั่งทุกวันนี้ อย่างไรก็ตามในความจริงหากคุณเป็นนักฟังเพลงธรรมดามิใช่คนฟังผู้ชำนาญ ปัจจุบันนี้หูฟังบลูทูธ มูลค่าตั้งแต่หลักร้อยจนกระทั่งไปถึงหลักหมื่นนั้นก็ให้สุรเสียงได้เกือบไม่ต่างจากหูฟังมีสายแล้ว เพราะหูฟังไร้สายถูกปฏิรูปขึ้นมาเยอะมาก ในขณะเดียวกันแบรนด์ระดับโลกอย่าง Sony ก็นำ LDAC (เป็นการถอดรหัสเสียง ที่ให้ความละเอียดสูง ส่งสัญญาณไร้สาย) ที่เป็นเทคโนโลยีของตัวเองมาใช้เพื่อจะยกฐานะการฟังเพลงแบบ Hi-Res ไม่แพ้หูฟังประเภทมีสายก็ว่าได้ แต่อย่างไรก็ตามก็แล้วแต่คุณภาพของสินค้าและผู้ประกอบการด้วย เพราะว่าบางครั้งบางคราวหูฟังพวกมีสายแม้คุณภาพกระจอกสุรเสียงก็อาจแย่กว่า
หูฟังบลูทูธก็ได้
3. หูฟังบลูทูธมีมูลค่าแพง
ครั้นครั้งหูฟังบลูทูธ เข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ต้องพูดว่ามีราคาค่อนข้างแพง แต่ว่าด้วยการพัฒนาอย่างเร็วทำให้หูฟังบลูทูธมีมูลค่าแทบไม่ต่างจากหูฟังมีสายไปมากเท่าไหร่ เรียกว่าแข่งขันกันถูกเลยก็ได้ และแต่ละแบรนด์ก็จักมีระยะราคาที่ต่างๆ นาๆอยู่แล้ว ตั้งแต่ไม่แพงจนกระทั่งแพงโคตร เหมือนกับหูฟังมีสาย ความแตกต่างในแต่ละระยะราคาจักเป็นเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานอื่นๆที่งอกเงยเข้ามา เช่นสามารถรองรับ NFC หรือป้องกันเสียงดังรบกวน (Noise Cancelling) ได้ หรือกระทั่งป้องกันน้ำฉันนั้นหูฟังบลูทูธที่หลายคนมองว่ามีมูลค่าแพง แท้จริงแล้วก็มีการไล่ระดับมูลค่าตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นหลักแสนตามฟังก์ชันการใช้งานเช่นเดียวกับหูฟังมีสายปกตินั่นเอง
4. คิดว่าไม่ได้ช่วยให้สะดวกขึ้น
บางคนอาจจะคิดว่าหูฟังบลูทูธ คงจะไม่ได้ช่วยให้เราสะดวกสบายขึ้นจากการมีหูฟังไร้สายเพียงใดนัก ยิ่งกว่านั้นต้องคอยกังวลว่าแบตจะหมดตอนไหน
แต่กระนั้นด้วยการที่ไร้สายให้ยุ่งเหยิงจึงเป็นเหตุให้การเคลื่อนย้ายเนื้อตัวหรือเขยื้อนไปในที่อื่นๆ ง่ายๆและเป็นอิสระ รวมไปถึงสามารถใช้ในตอนออกกำลังกายได้เป็นอย่างยอดเยี่ยม ส่วนหากว่าใครมองว่าการเชื่อมต่อนั้นจะยุ่งยาก ด้วยเหตุว่าต้องคอยเชื่อมต่อบลูทูธ เสมอก็โล่งอกได้ เนื่องด้วยปกติมันจะทำการเชื่อมเข้ากับอุปกรณ์ของท่านแค่ทีแรกในเวลาต่อๆ ไปเมื่อประสงค์ใช้งาน แค่กดปุ่มเดียวก็สามารถเข้าคู่ได้โดยอัตโนมัติ
ทั้งหมดนี้คือประเด็นของหูฟังบลูทูธที่ท่านฉงน และยังไม่รู้เรื่อง ถ้าหากใครยังสองจิตสองใจอยู่อยากให้ทดลองใช้กันดูแล้วจักประทับใจนะครับ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง :
หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดีTags : หูฟังบลูทูธ,หูฟังบลูทูธ ราคา,หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี