ร่างกายแข็งแรงสำคัญมากกว่าความมั่งคั่งอย่างแน่แท้มาดูแลสุขภาพกันเลยดีกว่า

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ร่างกายแข็งแรงสำคัญมากกว่าความมั่งคั่งอย่างแน่แท้มาดูแลสุขภาพกันเลยดีกว่า  (อ่าน 12 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Narongrit999
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21927


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2018, 12:19:32 am »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

สิ่งที่เราควรใส่ใจไว้เสมอว่า รวยสุขภาพดีกว่ารวยเงิน สุขภาพทางกายและกสุขภาพ[/url]ที่เกี่ยวข้องทางจิตการบรรลุผลด้านการเงินจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าเสียสุขภาพไป และก็ครั้งคราวจำต้องนำเงินที่หามาได้จ่ายเป็นค่าหมอจนกระทั่งหมดคนบางบุคคลพากเพียรเก็บเงินมาทั้งชีวิต แต่ว่าปลดปล่อยให้สุขภาพชำรุด และก็พบว่าเงินทั้งหมดที่หามาไม่อาจจะซื้อสุขภาพไว้ได้ก็เลยจำเป็นต้องเสียชีวิตไปอย่างปวดร้าวทรมาณโดยทั่วไปแล้วหากได้รับพรวิเศษ 3 ข้อให้อธิษฐานได้ตามความฝันสิ่งที่มนุษย์เราชอบอธิษฐานกันก็คือขอให้มีร่างกายแข็งแรงจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตขอให้แต่งงานที่ดีและก็ขอให้มีเงินมีทองแม้กระนั้นถ้าหากมีพรให้เลือกอธิษฐานได้เพียงแค่ข้อเดียวสิ่งที่จำต้องเลือกเป็นอันดับต้นๆคือการมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง เพราะถ้าหากมีโรครุมเร้า การจะมีคู่ที่ดีหรือรวยขนาดไหนก็ไม่มีประโยชน์ ซ้ำยังเป็นภาระหน้าที่ให้คู่แต่งงานหรือครอบครัวจะต้องมาคอยดูแลอีกสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง คือการบรรลุเป้าหมายที่ตีราคาไม่ได้ แต่หาได้น้อยมากที่คนไหนกันจะหันมาดูแลรักษาสุขภาพร่างกายอย่างเป็นจริงเป็นจัง กระทั่งจะเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาจึงค่อยเริ่มรู้สึกแม้กระนั้นก็มักจะสายเหลือเกินการบรรลุเป้าหมายในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านคู่ควง การเรียนงานการ การเงิน ฯลฯ จะไม่มีค่าอะไรเลยถ้าปราศจากสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ปัญหาด้านสุขภาพสามารถทำลายการบรรลุผลทั้งหมดทุกอย่างที่เคยมีมาไดภายในเวลาอันรวดเร็วทันใจ
ความสุขของคนที่ยังอยู่ในโลกของโลกียะก็คือ ความสบายที่ได้มาจากการเร้าประสาทสัมผัสนั่นเอง รูป รส กลิ่นเสียง สัมผัส หรือนามธรรมทั้งหลายที่เข้ามากระทบ ตา หู จมูก ลิ้น กาย หัวใจ นำมาซึ่งการก่อให้เกิดสุขเวทนา กิเลส อุปาทานด้วยเหตุนี้เมื่อทวารใดทวารหนึ่งเสียหาย ความสบายที่ได้รับจากทวารนั้นจะหมดไปทันที จะมีสาระอะไรถ้าเกิดมีเงินซื้อจอแอลซีดี (LCD) สามมิติราคาหลายแสนบาทแม้กระนั้นตามองมองไม่เห็นจะมีคุณประโยชน์อะไรกับการท่องเที่ยวต่างถิ่น ขณะที่ตัวเองเดินมิได้ จะเป็นประโยชน์อะไรกับการแต่งงานที่อบอุ่น หากตนเองมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน
สุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง เป็นการบรรลุเป้าหมายที่สำคัญที่สุดคนร่างกายแข็งแรงจะมองสดชื่น เค้าหน้าแจ่มใส มีพลังกายกำลังใจสูง ซึ่งจะมีผลทางอ้อมไปสู่ความสำเร็จด้านอื่น ๆ อีกด้วยคนเรามักไม่ค่อยรู้ดีว่า สิ่งที่เราเองครอบครองอยู่มีค่าเยอะแค่ไหนจนกว่าจะสูญเสียมันไป สุขภาพเป็นสิ่งที่มีราคาที่สุดในชีวิต แม้กระนั้นบางคนไม่เคยกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูแล้วก็ดูแลรักษาเลย จนเมื่อไม่สบายขึ้นมาจึงค่อยตระหนัก แต่ว่าเมื่อถึงเวลานั้นก็ยากเกินที่จะแก้ไขหรือแม้ว่าจะบำบัดรักษาได้ ก็จำต้องเสียค่าใช้จ่ายไปจำนวนไม่ใช่น้อยบางครั้งบางทีอาจเป็นเงินเก็บตลอดชีวิตเลยก็ได้
ถึงแม้โรคภัยไข้เจ็บบางจำพวกจะเกิดขึ้นจากกรรมพันธุ์ ซึ่งมียีนซ่อนเร้นที่กระตุ้นให้เกิดโรคซ่อนอยู่ (Initiator Gene) แต่ว่ายีนนี้จะไม่ทำงาน หากไม่มีการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม (Promoter) ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่มียีนมะเร็งปอดซ่อนเร้นอยู่ แต่ถ้าหากดำรงชีวิตอย่างมีสติไม่ดูดบุหรี่ อุตสาหะเลี่ยงควันพิษ ไอระเหยต่าง ๆ กินอาหารที่มีสาระ บริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ยีนมะเร็งที่มีอยู่ก็จะฝ่อไปในที่สุด ไม่สามารถแสดงผลได้ โรคส่วนมากมิได้ส่งผลมาจากกรรมพันธุ์อีกทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ สิ่งแวดล้อมก็เป็นสาเหตุก่อโรคได้ด้วยเหมือนกัน ถ้าเกิดรู้สึกตัวว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคใดโรคหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ ไต ตับ หรือแม้กระทั้งโรคประสาท เพราะเหตุว่ามีประวัติคนในครอบครัวเจ็บไข้ก็ต้องเฝ้าระวัง พากเพียรเรียนรู้หาข้อมูลการปฏิบัติตน เพื่อเลี่ยงสิ่งที่จะกระตุ้นให้เกิดโรค มีโรคประจำตัวที่เลี่ยงมิได้ก็สามารถผ่อนหนักให้เป็นค่อยได้ความจริงแล้วธรรมชาติสร้างอวัยวะให้พวกเราไว้อย่างแข็งแกร่งมาก ยก เป็นต้นว่า “ฟัน” สามารถบดบดได้ตรงเวลา 70 ปีโดยที่จะมีการสึกเพียงเล็กน้อย ถ้าเกิดนำเหล็กขนาดเท่ากับฟันมาสีกัน น่าไว้วางใจว่าไม่เกิน 2 ปีเหล็กนั้นจะกุดจนหมดไป ถึงกระนั้นเวลานี้ก็มีบุคคลที่ฟันผุ ฟันเสียกันจำนวนมาก ไม่ใช่เพราะว่าธรรมชาติวางแบบมาไม่ดี แต่ว่าเนื่องจากผู้ที่ใช้ปล่อยปละละเลยรักษา เหมือนกันกับอวัยวะอื่น ๆ หัวใจ ไต ตับ ปอด หรือแม้กระทั้งเส้นโลหิต ถือได้ว่าประติมากรรมขั้นที่สูงที่สุดของธรรมชาติที่สร้างมาให้ใช้งานได้ขั้นต่ำ 100 ปี แต่ว่าด้วยการดำรงชีวิตอย่างประมาท ทำให้อายุขัยของอวัยวะสั้นลง
อีกสิ่งหนึ่งซึ่งสามารถก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้อย่างกะทันหันปัจจุบันทันด่วนเป็นอุบัติเหตุแม้จะมีสุขภาพที่ดีเพียงใดแม้กระนั้นเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น จะมีปัญหาด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยทันที และบางเวลาถึงขนาดสูญเสียอวัยวะ เป็นเจ้าชายนิทรา เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต อื่นๆอีกมากมาย การดำรงชีวิตอย่างมีสติสัมปชัญญะจะช่วยคุ้มครองได้ พยายามหมั่นฝึกหัดเจริญสติอยู่เสมอ ๆ อุบัติเหตุต่าง ๆที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่มีสาเหตุจากกรรมเก่า คนเราสามารถเอาชนะกรรมได้ด้วยสติ ตามที่หลวงพ่อชาเคยกล่าวไว้ว่า “เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือกฎแห่งกรรมยังมีวิปัสสนากรรมฐาน”ตามแนวคิดของ อับราฮัม มาสโลว์ ปรมาจารย์ทางจิตวิทยาบอกไว้ว่า มนุษย์จะมีความต้องการทางด้านร่างกายเป็นลำดับแรก ได้แก่ ของกิน ยารักษาโรค การหายใจ การขับถ่ายการนอนหลับ อื่นๆอีกมากมาย ตราบใดที่สิ่งที่จำเป็นในระดับที่ค่อนข้างต่ำสุดนี้ยังไม่ได้รับการตอบสนอง จะไม่มีความฝันไปถึงความมุ่งมาดปรารถนาในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งแม้ว่าจะไปถึงเป้าหมายในชีวิตเท่าใด ถ้าความอยากได้พื้นฐานนี้ไม่ได้รับการโต้ตอบก็จะหาความสุขไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น มาริลีน มอนโร, เอลวิส เพรสลีย์, ไมเคิล แจ็กสัน อื่นๆอีกมากมาย ที่ล้วนเสียชีวิตด้วยการกินยานอนหลับเกินขนาด จะมองเห็นได้ว่า แม้กระทั้งความอยากได้ขั้นต้นอย่างการนอนให้หลับยังทำไม่ได้ การมีเงินมีทองเป็นพันล้านแต่มีปัญหาสุขภาพไม่ว่ากายหรือใจ ในที่สุดเงินที่มีก็ซื้อความสำราญมิได้
ความสุขที่แท้จริงมาจากร่างกายที่แข็งแรง ซึ่งคำว่า “สุขภาพ” แปลตรงตัวก็ได้ความหมายว่า ภาวะแห่งสุข เมื่อแก่ขึ้นจะทราบว่าร่างกายที่แข็งแรงมีค่ามากยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมด หากแม้มีชีวิตที่ไม่ได้มั่งคั่งอะไร แต่มีร่างกายแข็งแรงก็จะมีความสุข ชีวิตความเป็นอยู่ของคนเราในขณะนี้ หากเทียบแล้ว สะดวกและก็ดียิ่งกว่าฮ่องเต้ในสมัยก่อนด้วย ยุคนั้นไม่มีสุขาแบบบ้านในปัจจุบัน จะต้องใช้กระโถน ไม่มีระบบท่อ พัดลม เครื่องปรับอากาศ ทีวี คอมพิวเตอร์ อื่นๆอีกมากมาย ยารักษาโรคยิ่งไม่ต้องเอ๋ยถึง มีแต่ว่าสมุนไพรซึ่งให้ผลการรักษาไม่แน่นอนซึ่งผู้ที่ตรากตรำที่สุดในโลกตอนนี้ก็ยังสามารถเข้าถึงยารักษาโรคที่มีคุณภาพได้มากกว่าใครๆก็อยากได้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง อายุยืนยาว แล้วก็ดูอ่อนกว่าวัย จึงเลือกสรรเคล็ดวิธีสำหรับการชะลอวัย และเสริมความแข็งแรงด้วยแนวทางต่างๆนานา ขณะที่ผู้คนจำนวนมากบางทีอาจตั้งเรื่องที่น่าสงสัยว่า ที่เรารับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมเข้าไปอย่างใหญ่โตนั้น ตามที่เป็นจริงแล้วเราได้รับวิตามินมากเกินไป หรือวิตามินนั้นไปเสริมส่วนที่ขาดจริงหรือไม่ขอทําความเข้าใจก่อนว่า ความนิยมสำหรับในการกินวิตามินเริ่มขึ้นในยุโรปแล้วก็อเมริกา เพราะว่าผู้คนมีพฤติกรรมการกินของกินที่ไม่เหมาะสมกับสุขภาพ กระทั่งมีผู้เจ็บป่วยเยอะมาก ก็เลยพอๆกับเปิดช่องทางให้บริษัทอาหารเสริมทั้งหลายแหล่ใช้จุดอ่อนนี้เป็นแนวทางตลาด โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ป่วยโดยตรง และในที่สุดก็เลยขยายมาสู่ฝูงคนธรรมดาทั่วๆไป โดยอ้างถึงว่าจำต้องได้รับอาหารเสริมแค่นั้นเท่านี้เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง โดยไม่กล่าวว่าแหล่งที่มาของวิตามินพวกนั้นมาจากการกินของกินอะไรบ้าง เมื่อหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้คุณอาจจะเคยรับรู้ข่าวสะเทือนแวดวงอาหารเสริมในประเทศสหรัฐอเมริกามหาศาล เมื่อนักกีฬาซีอดังเสียชีวิตไม่ทราบมูลเหตุขณะฝึกหัด ซึ่งเขาแก่เพียงแค่ 23 ปีเท่านั้น รวมทั้งพบอาหารเสริมชนิดหนึ่งที่มีส่วนผสมของ Ephedro อยู่ในล็อกเกอร์ของเขา จึงทําให้หน่วยงานของกินแล้วก็ยา ทบทวนการใช้อาหารเสริมดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นดังนั้น หากคุณอยากทานอาหารเสริมก็อย่าได้เชื่อเพียงแค่คำโฆษณาชวนเชื่อถึงประโยชน์อันจำนวนมาก ควรระมัดระวังผลร้ายด้วย เพราะเหตุว่าถ้าเกิดกินมากมายและก็กินติดต่อนานเกินไป อาจเป็นโทษได้ ยกตัวอย่างการกินวิตามินบี 6 ทุกๆวันเกินวันละ 10 มก. บางทีอาจทําให้สูญเสียความรู้สึกที่มือแล้วก็เท้าได้ หรือรับประทานสารเบต้าแคโรที่มีขนาดสูง โดยรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานๆก็บางทีอาจกระตุ้นมะเร็งในผู้ดูดบุหรี่ได้แบบเดียวกัน อย่างที่พวกเราเข้าใจกันดีอยู่แล้วว่าถ้าเกิดทานอาหารให้นานาประการ จะพบว่าการขาดสารอาหารนั้นมีน้อยมาก และแทบไม่มีความจําเป็นสำหรับการกินอาหารเสริมเลย ตอนที่ฝูงคนที่ขาดสารอาหาร มักกำเนิดในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากว่าไม่สามารถเลือกทานอาหารได้ครบถ้วน หรือบางรายก็กินอาหารเดิมๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารจานด่วนทั้งหลายแหล่
มาถึงที่ตรงนี้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบางทีอาจคิดสงสัยว่า แล้วเราจะรู้ได้เช่นไรว่าร่างกายของพวกเราควรจะได้รับวิตามินใดบ้าง ง่ายสุดเลยก็ต้องพินิจพิเคราะห์จากของกินที่เราเลือกกิน ควรกินให้มากมาย และผักสดรวมทั้งผลไม้ (วิธีง่ายๆกินให้ครบ 5 สี) แม้กระนั้นหากไม่สามารถที่จะเลือกได้ ก็ให้เลือกกินวิตามินที่ไม่สะสมภายในร่างกาย เพราะแม้เกินสิ่งที่จำเป็นจะสามารถขับทิ้งได้ ได้แก่ วิตามิน B รวมทั้ง C แม้กระนั้นวิตามินที่รับประทานแล้วสะสมได้ก็คือวิตามิน A, D, E, K จ้ะ
สำหรับคนที่กินวิตามินเป็นประจํา อย่าลืมลองพินิจจำนวนที่ควรกินต่อวันด้วย อาทิเช่น วิตามินซีในจำนวน 500-1,000 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นขนาดพอดีที่ร่างกายควรได้รับในวันแล้ววันเล่า หรือแคลเซียม 2000 มิลลิกรัมต่อวัน เหมาะสมสําหรับสตรีวัยหมดประจําเดือน เนื่องจากว่าช่วยป้องกันกระดูกพรุนได้ หรือสาวขึ้นมาอีกนิดแล้วก็กําลังมีท้อง เสนอแนะว่าให้รับประทาน 1,500 มิลลิกรัมกำลังพอดีค่ะ ส่วนธาตุเหล็กนั้น โดยทั่วไปในคนปกติควรได้รับ วันละ 8-15 มิลลิกรัม ส่วนคนเจ็บโลหิตจางที่ขาดธาตุเหล็ก ควรจะได้รับวันละ 50-100 มก.ค่ะ

เครดิตบทความจาก : [url]https://newshealth.site123.me/[/url]

Tags : การกินอาหารเสริม,วิธีทําให้ร่างกายแข็งแรงมีอะไรบ้าง,ความสำคัญของวิตามิน



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ