อากาศภายในบ้านสะอาดสะอ้านไม่ยาก โดยใช้ที่ฟอกอากาศ

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อากาศภายในบ้านสะอาดสะอ้านไม่ยาก โดยใช้ที่ฟอกอากาศ  (อ่าน 20 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
uchaiyawat
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5602


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: ธันวาคม 29, 2018, 09:25:30 pm »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

            ปัจจุบันนี้สภาพอากาศที่คุณหายใจไปเกือบจะเหมือนเป็นอากาศมีเฉพาะฝุ่นละอองพร้อมทั้งสารพิษที่ปะปนมาในนั้นอาจจะกระตุ้นให้ไม่สบายง่ายๆ หรือไม่ก็สูดไม่สะดวกได้ ดังนั้นการที่ไปท่ามกลางมลพิษสารพิษคุณก็เลยหลีกหนีไม่ได้ที่ต้องสูดดมสภาพอากาศเอาสิ่งเหล่านั้นเข้าไปในตัวตน
            อย่างไรก็ดีเมื่อคุณกลับที่พักคุณอาจจะเห็นว่าสภาพอากาศในที่พักอาศัยสะอาดสะอ้านกว่าด้านนอกก็จริงแต่ว่าก็ยังมีฝุ่นมาจากของในบ้านที่บางทีคุณคงคิดว่าก็ทำความสะอาดอยู่บ่อยๆ หรือที่เกาะมาพร้อมกับเครื่องแต่งตัวเราที่ออกไปนอกบ้านมาตลอดวัน สิ่งต่างๆ เหล่านี้กระตุ้นให้คุณแทบจะต้องอยู่กับมลภาวะทุกขณะ ดังนั้นคุณก็เลยจำเป็นต้องมีตัวช่วยที่มีชื่อว่า เครื่องฟอกสภาพอากาศ สำหรับในบ้านเพื่อจะทำให้ที่อาศัยบริสุทธิ์และยังคุณได้รับอากาศใสสะอาดมั่งกับแต่ละวัน
            โดยที่ฟอกอากาศที่ใช้งานในบ้านมีอยู่ 4 ลักษณะด้วยกันเป็นต้นว่า 1. เครื่องฟอกสภาพอากาศลักษณะใช้งานแผ่นสกัดคาร์บอน (Carbon Air Purifiers) ซึ่งตามปกติแล้วล่ะก็คาร์บอนประกอบด้วยคุณลักษณะเพื่อดักจับสิ่งสกปรกรวมถึงกลิ่นอยู่แล้วจึงมีการนำมาทำเป็นที่กรองสภาพอากาศที่ทำจากคาร์บอนเพื่อใช้ในกรรมวิธีสกัดอากาศ 2. ที่กรองสภาพอากาศรูปแบบใช้งานประจุไฟฟ้า (Ionic Air Purifiers) โดยที่เครื่องฟอกสภาพอากาศประเภทนี้มีการกรองประจุไฟฟ้ามาใช้งานสำหรับดักฝุ่นทั้งหลาย เนื่องจากประจุไฟฟ้าช่วยให้ดักจับฝุ่นละอองดีแม้ว่ามีอนุภาคเล็กมากก็ตาม อย่างเช่นฝุ่นผงทั่วไป ขนสัตว์ แม้แต่ควันไฟบุหรี่ ช่วยให้เครื่องกรองอากาศเช่นนี้เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องทางเดินหายใจ ไม่ก็มีอาการภูมิแพ้ 3. ที่ฟอกอากาศประเภทศักยภาพในการกรองมากๆ (High Efficiency Particle Arresting) หรือที่เรียกกันว่า HEPA นับเป็นเครื่องกรองสภาพอากาศประกอบด้วยประสิทธิภาพเพื่อสกัดอากาศสูงมากเพราะส่วนที่กรองทำมาจากใยแก้วละเอียด สามารถสกัดอากาศให้สะอาดได้ถึง 99% แต่ว่าจุดบกพร่องคือไม่สามารถซับควันหรือซับกลิ่นได้ เป็นที่ฟอกสภาพอากาศที่ค่อนข้างใช้งานในสถานพยาบาลหรือว่าโรงงานบางประเภท โดยที่ไส้กรองมีอายุการใช้งานนานถึง 4 ปี  4. เครื่องกรองสภาพอากาศลักษณะผสม ถือเป็นเครื่องกรองอากาศที่แบบรวม 2 หน่วยไปด้วยกันอาจเป็นการผสมระหว่าง Carbon กับ Ionic หรือไม่ก็ HEPA กับ Ionic ก็ได้ตามใจว่าผู้สร้างมุ่งหวังให้เครื่องฟอกอากาศทำงานออกภายในรูปแบบใด
            โดยแบบที่กรองสภาพอากาศทั้งหมดที่มีที่เอ่ยถึงเป็นไปได้ว่าได้มีหลายคนงงงวยว่าแล้วจะมีวิธีการคัดเครื่องฟอกสภาพอากาศเช่นใดเพื่อให้เหมาะกับตัวเองมากที่สุด อย่างแรกจำเป็นจะต้องรู้จักอากาศภายในที่พักอาศัยตนเองว่าลักษณะสภาพอากาศในตัวบ้านเป็นยังไง มีฝุ่นละอองมากหรือเปล่า หรือไม่ก็มีกลิ่นไม่พึงประสงค์หรือไม่แล้วจึงค่อยเลือกซื้อที่ฟอกอากาศถัดมาที่การคัดตัวที่ฟอกอากาศโดยที่ตัวที่ดีควรมี  2 ระบบในเพียงอันเดียวก็คือ  สกัดฝุ่น ดักจับละออง และดูดกลิ่นภายในเพียงอันเดียว รวมถึงมีพลังที่จะดึงอากาศโดยรอบ เพื่อจะไปกรองรวมถึงปล่อยสภาพอากาศใสสะอาดออก ตรวจสอบดูให้ดีว่าระบบกรองอากาศพร้อมทั้งแผ่นกรองเป็นลักษณะที่เราต้องการหรือเปล่ารวมทั้งเป็นไปได้ว่านำไปทำความสะอาดได้ง่ายหรือไม่รวมถึงพวกราคาแผ่นกรองเป็นแบบไหนเพื่อที่จะเวลาที่กรองหมดเขตจะหาเลือกซื้อง่าย ท้ายที่สุดก็เป็นการคิดค่าที่เรียกว่า  CADR (Clean  Air  Delivery  Rate)  ค่านี้เป็นตัวเลขเพื่อช่วยเทียบสมรรถนะในการใช้งานของที่ฟอกสภาพอากาศโดยตัวเลขนี้จะมีการเพิ่มขึ้นหากมีมนุษย์อยู่ที่ห้อง
            ในเรื่องเกี่ยวกับการใช้งานตลอดจนการบำรุงรักษาคือ การทำงานเพื่อเครื่องกรองสภาพอากาศควรจะปิดห้องเพื่อให้เครื่องฟอกอากาศทำงานเอาไว้ก่อนที่จะเข้าไปในห้องเพื่อจะได้อากาศบริสุทธิ์ก่อน ด้านการเอาใจใส่ชะล้างก็เป็นพึงจะทำความสะอาดแผ่นกรองอย่างน้อยทุกๆ  3 เดือน  โดยการเอามาขัดถูแล้วไปตากให้แห้ง  เพื่อให้ฆ่าไวรัส  หรือใช้ล้างดังที่คู่มือบอกไว้ แต่ในส่วนผู้ที่ไม่ต้องการชะล้างเป็นประจำ ก็ควรจะเลือกใช้แบบประจุไฟฟ้า ก็เพราะว่าแม้ว่าจะมูลค่าสูงกว่าลักษณะอื่นแต่ไม่ได้ไม่ต้องทำความสะอาดบ่อยไปจนถึงดูแลรักษาง่ายกว่า
จะเห็นได้ว่าเครื่องฟอกอากาศมีหลายอย่างพร้อมด้วยรูปแบบเพื่อตัดสินใจซื้อให้เหมาะกับการทำงานก็ไม่ได้ยากเหมือนที่คิดไว้นอกจากนั้นแล้วการเอาใจใส่ความสะอาดสะอ้านยังง่ายมากอีกด้วย โดยทีเครื่องฟอกอากาศ[/url]มีมาให้เลือกซื้อกันหลายแบรนด์ด้วยกันไม่ว่าจะเป็น Sharp , Philip , Dyson ,Blueair ฯลฯ เริ่มตั้งแต่สนนราคา 2-3พันบาทจนถึง 4-5 หมื่นเลยทีเดียว

Tags : เครื่องฟอกอากาศ,เครื่องฟอกอากาศ ราคา,เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ