อัญชัน มีสรรพคุณเเละประโยชน์อย่างไร

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อัญชัน มีสรรพคุณเเละประโยชน์อย่างไร  (อ่าน 19 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ittipan1989
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 25925


ดูรายละเอียด










« เมื่อ: มกราคม 03, 2019, 07:33:30 am »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement



อัญชัน
ชื่อสมุนไพร  อัญชัน
ชื่ออื่นๆ / ชื่อท้องถิ่น อัญชันบ้าน , อัญชันเขียง (ภาคกลาง) , เอื้องจัน , เอื้องชัน , อังจัน (ภาคเหนือ) ,แดงจัน (เชียงใหม่)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Clitorea ternatea Linn.
ชื่อสามัญ  Butterfly Pea , Blue Pea , Shell creeper.
วงศ์  Fabaceae (Leguminosae-Papilionoideae)

ถิ่นกำเนิด
อัญชันในเขตร้อนแถบทวีปเอเชียแล้วก็อเมริกาใต้ (แต่ว่าบางหนังสือเรียนกล่าวว่าอยู่ที่ประเทศอินเดีย) แล้วมีการแพร่ไปประเภทไปในเขตร้อนต่างๆทั่วโลกรวมถึงในออสเตรเลีย อเมริกา รวมทั้งภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ ยกตัวอย่างเช่น ไทย ลาว เวียดนาม เขมร เมียนมาร์เป็นต้น สำหรับในประเทศไทย อัญชันคงมีการแพร่จำพวกมานานแล้ว เนื่องจากเจอในหนังสืออักขราภิธานศรับท์ ของแพทย์ปรัดเล พุทธศักราช2416 กล่าวถึงอัญชันว่า"อัญชัน : เปนชื่อเครือเถาวัลอย่างหนึ่ง มันมีดอกเขียวบ้าง ขาวบ้าง ไม่มีกลิ่น" แล้วก็สามารถพบบ่อยในป่าโล่งแจ้ง หรือในที่ครึ่งหนึ่งร่ม อีกทั้งป่าเบญจพรรณในพื้นด้านล่างจนไปถึงป่าดิบเขาสูง
โดยอัญชันที่เจอในประเทศไทย มีอีกทั้งชนิดบ้านที่ผ่านการคัดสรรให้ดอกใหญ่ ดก สีเข้ม ฯลฯ กับพันธุ์ที่ขึ้นเองตามที่รกร้างว่างเปล่า ซึ่งเป็นพันธุ์ดอกชั้นเดียว ดอกเล็ก และสีไม่เข้ม ซึ่งคนประเทศไทยส่วนใหญ่ นิยมนำมาปลูกอัญชันดอกสีน้ำเงินเข้ม กลีบซ้อน ดอกขนาดใหญ่และก็ ดก เพราะนอกจากงดงามแล้ว ยังเอาไปใช้ผลดีได้หลายแบบ อีกด้วย
ลักษณะทั่วไป อัญชันจัดอยู่ในวงศ์ Fabaceae ซึ่งเป็นวงศ์ของถั่วในกรุ๊ปถั่วฝักเมล็ดกลม (pea) เป็นต้นว่า ถั่วลันเตา (green pea) ถั่วแระต้น (congo pea) ถั่วพู(manila pea)
โดยจัดเป็นไม้ล้มลุกเลื้อยพัน นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับตามรั้วหรือซุ้ม เถากลมเล็กเรียว สีเขียวอ่อน เถาอ่อน กิ่งอ่อน หูใบ ก้านใบ แกนใบประกอบ แผ่นใบข้างล่าง ก้านดอก ใบเสริมแต่ง แล้วก็กลีบเลี้ยง มีขนนุ่ม แตกกิ่งก้านตามข้อใบ เถายาว 1-5 เมตร ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับ ใบย่อย 2-3 คู่ ใบบาง สีเขียว แต่ละใบมี ใบย่อย 5-9 ใบ ใบย่อยรูปวงรีแกมขอบขนานหรือรูปวงรีแกมไข่กลับ กว้าง 1-3 เซนติเมตร ยาว 2-5 เซนติเมตร ศูนย์กลางใบประกอบยาว 3-7 เซนติเมตร รวมก้านที่ยาว 1-3 ซม. ผิวใบมีขนปกคลุมทั้งคู่ด้าน หรือครั้งคราวผิวด้านบนสะอาด ขอบใบเรียบ โคนใบสอบ ปลายใบมน ปลายเป็นติ่งแหลมสั้นๆแผ่นใบเรียบ แผ่นใบค่อนข้างจะบาง เส้นกิ่งก้านสาขาใบ ข้างละ 4-5 เส้น หูใบรูปใบหอก ขนาดเล็ก ปลายแหลมยาว ยาว 2-5 มม. ดอกลำพัง ออกที่ซอกใบ มี 1-2 ดอก กลีบดอกไม้ รูปดอกถั่ว มี 5 กลีบ แบ่งเป็น 2 ปาก ปากด้านล่างขนาดใหญ่ ขอบมน กลีบดอกไม้ย่นบาง กึ่งกลางดอกมีแถบสีเหลืองขาว กลีบเลี้ยงสีเขียวมี 5 กลีบ โคนติดกัน ยาว 1.5-2 เซนติเมตร แผ่นกลีบบาง ปลายแยกเป็น 5 แฉก แฉกลึกราวๆกึ่งหนึ่งหรือน้อยกว่า ปลายแฉกแหลมยาว ดอกมีสีสีน้ำเงิน ม่วง หรือขาว ตรงกลางกลีบสีเหลืองหม่นหมองขอบสีขาว รูปดอกถั่ว แต่ละกลีบมีขนาดแตกต่างกัน มีกลีบใหญ่ที่สุด 1 กลีบ ซึ่งจะมีจุดทาสีเหลืองกึ่งกลางกลีบจำพวกนี้เรียกว่าชนิดดอกลา บางเวลากลีบดอกไม้ 5 กลีบมีกลีบใหญ่มากกว่า 1 กลีบ ทำให้ดูเหมือนกับว่ามีกลีบดอกไม้หลายชั้น เรียกว่าพันธุ์ดอกซ้อน กลีบกลางรูปรีกว้างเกือบกลม ยาวราว 3.5 ซม.ก้านกลีบสั้นๆในดอกสีน้ำเงินหรือชมพูมีปื้นสีขาวตอนกึ่งกลางกลีบด้านโคน กลีบปีกแล้วก็กลีบคู่ล่าง ขนาดเล็กกว่ากลีบกลางโดยประมาณ กึ่งหนึ่ง มีก้านกลีบเรียวยาวเท่าแผ่นกลีบกลีบข้างรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน กลีบคู่ข้างล่างรูปรี เกสรเพศผู้ติดสองกลุ่ม 9 อัน ชิดกันราวๆ 2 ใน 3 ส่วน หมดจด ยาวเท่ากลีบปีกและกลีบคู่ล่างรังไข่รูปทรงกระบอก ยาวราว 5 มม. มีขนยาวก้านเกสรเพศเมียเรียวยาว มีขนยาวหนาแน่นช่วงปลายข้างใน ก้านช่อยาวประมาณ 5 มม. ใบประดับขนาดเล็กออกเป็นคู่ ยาว 2-3 มม. ใบตกแต่งย่อยมีขนาดใหญ่กว่าใบประดับ มี 1 คู่ รูปไข่กว้างเกือบกลม ขนาดประมาณ5 มิลลิเมตร มีเส้นใบชัดแจ้ง ก้านดอกสั้นๆยาว 2-3 มม. ผลเป็นฝัก รูปดาบ แบนยาว ขนาดกว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ยาว 5-12 เซนติเมตร มีขนสั้นนุ่ม ปลายเป็นจะงอยสั้นๆฝักอ่อนมีสีเขียว เพียงพอแก่มีสีน้ำตาลอ่อน แตกเป็น 2 ฝา เม็ดรูปไตสีดำ ยาวได้ราวๆ 5 มม. ปริมาณ 6-10 เมล็ด
ปกตินั้น ดอกอัญชันมี 3 สี คือ สี ขาว สีน้ำเงิน รวมทั้งสีม่วง ประเภทดอก สีม่วงนั้นบางหนังสือเรียนว่ามีต้นเหตุที่เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างชนิดดอกสีขาวกับจำพวกดอกสีน้ำเงิน ซึ่งผู้เขียนไม่แน่ใจว่าถูกต้อง เพราะว่าเคยได้เห็นอัญชันดอกขาวบางต้น มีกลีบสีขาวลายน้ำเงิน แสดงว่าเป็นลูกผสมระหว่างดอกขาวกับดอกน้ำเงิน แต่ว่าข่มกันไม่ลงจึงแสดงออกมาอีกทั้ง 2 สี ไม่กลายเป็นสีม่วงอย่างที่บอกในบางตำรา
การขยายพันธุ์ อัญชันเป็นไม้เถาที่ปลูกได้ไม่ยาก มีความแข็งแรง ทนทาน ก็เลยมีการปลูกทั่วๆไป โดยนิยมปลูกเป็นพืชหลังบ้าน ริมรั้ว หรือ ซุ้มไม้ ส่วนการขยายพันธุ์สามารถทำได้ด้วยการใช้เม็ด ซึ่งมีวิธีการปลูกคือ แม้ปลูกเพื่อการขายของให้ปรับดินโดยการไถพรวนแล้วใส่ปุ๋ยคอมในอัตรา 1 ต้น ต่อไร่ แล้วหว่านเมล็ดอัญชันลงไปในอัตรา 0.5-1 กก.ต่อไร่ แล้วก็ให้น้ำด้วยระบบสปริงเกอร์ แต่โดยส่วนมากชอบนิยมนำมาปลูกในฤดูฝนเพราะเหตุว่าไม่ต้องให้น้ำ ส่วนการปลูกเป็นไม้ประดับให้ยกร่องขนาดกว้าง 1.20 เมตร ส่วนขนาดความยาวดังที่อยากได้ แล้วย่อยดินแล้วก็ผสมปุ๋ยหมักลงไปแล้วขุดหลุมหยอดเม็ด หรือนำต้นกล้าที่เพาะได้ลงปลูก โดยใช้ระยะปลูก (กว้างxยาว) 1x1 เมตร แล้วปักหลักและก็ทำค้างให้เถาเลื้อยเกาะ รดน้ำให้เปียกแฉะทุกๆวันในช่วงสัปดาห์แรก โดยปกติแล้วอัญชันถูกใจขึ้นกลางแจ้งที่ได้ รับแดดสุดกำลังชอบดินร่วนปนทรายที่ค่อนข้างจะร่วนซุยแต่มีการระบายน้ำได้ดิบได้ดี ปกติอัญชันจะเลื้อย ได้ยาวโดยประมาณ ๗ เมตร เมื่อถึง ฤดูแล้งจะแห้งตายไป แต่ถ้าหากมีน้ำ เพียงพอและดูแลอย่างเหมาะควร ก็สามารถปลูกรวมทั้งได้ดอกอัญชันตลอดปี
เม็ด มีสาร adenosine, arachidic acid, campesterol, 4-hydroxycinnamic acid, p-hydroxy cinnamic acid, Clitoria ternatea polypeptide, ethyl-D-D-galactopyranoside, hex acosan-1-ol, palmitic acid, stearic acid, oleic acid, linoleic acid, linolenic acid, delphinidin 3,3´,5´-triglucoside, ß-sitosterol, J-sitosterol, avonol-3-glycoside, 3,5,7,4´-tetrahydroxy avone, 3-rhamnoglucoside และก็ anthoxanthin glucoside
ดอก มีสารในกรุ๊ป ternatins อย่างเช่น ternatin A1, A2, A3, B1, B2, B3, B4, D1 รวมทั้ง D2 สารที่ให้สีน้ำเงินในดอกเป็น สาร delphinidin-3,5-diglucoside, delphinidin 3-O-ß-D-glucoside, 3´-methoxy-delphinidine-3-O-ß-D-glucoside
ใบ มีสาร aparajitin, astragalin, clitorin, ß-sitosterol, kaempferol-3-monoglucoside, kaempferol-3-rutinoside, kaempferol-3-O-rhamnosyl-galactoside, kaempferol3-O-rhamnosyl-O-chalmnosyl-O-rhamnosyl-glucoside, kaempferol3-neohesperiodoside, และ kaempferol-3-O-rhamnosyl-glucoside
 
ประโยชน์ / สรรพคุณ
 
อัญชันมีการนำมาใช้ทำประโยชน์หลายอย่าง ดังเช่นว่า สีจากดอกอัญชัน นิยมใช้ดอกสีน้ำเงินซึ่งมีสาร Anthocyanin ใช้ ทำสีขนม เป็นต้นว่า ขนมดอกอัญชัน ขนมช่อม่วง ทำน้ำดื่มสมุนไพร ได้ น้ำสีม่วงสวยเนื่องจากว่าสีของดอกอัญชันละลายน้ำได้รวมทั้งสีเปลี่ยน ไปตามความเป็นกรดด่างคล้าย กระดาษลิตมัสที่ใช้ตรวจสอบความเป็นกรดด่างของสารละลาย ส่วนดอกอัญชันสามารถใช้กินเป็นผักได้อีกทั้ง จิ้มน้ำพริกสดๆหรือชุบแป้งทอด
ในขณะนี้อัญชัน ซึ่งถูกเอามาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ เป็นต้นว่า ยาสระผม รวมทั้งยานวดผมจากดอกอัญชัน (สีน้ำเงิน) กำลัง ได้รับการพัฒนาให้นำสมัยและก็มีคุณค่ามากขึ้น ซึ่งคุณลักษณะของดอกอัญชันสำหรับการรักษาเส้นผมให้ดกดำ ป้องกันผมร่วงรวมทั้งช่วยปลูก ผมให้ดกหนาขึ้น รวมถึงใช้นำมาเป็นส่วนประกอบในเครื่องแต่งหน้าหรือใช้ทำเป็นสีผสมอาหารฯลฯ
ยิ่งไปกว่านี้หลายประเทศในแถบเอเซียอาคเนย์ นิยมใช้ดอกหุงอาหารเพื่อให้ข้าวมีสีม่วงหรือน้ำเงินอ่อน ทำให้น่ากินยิ่งขึ้น รวมทั้งในประเทศประเทศฟิลิปปินส์ใช้ฝักอ่อนรับประทานเป็นผัก ประเทศมาเลเซียมักปลูกเป็นพืชหุ้มแปลงสวนยาง บางประเทศในแถบแอฟริกาปลูกเป็นพืชหุ้มแปลงบำรุงดิน หรือปลูกเป็นไม้ประดับตามรั้วบ้าน รวมทั้งใช้เป็นพืชอาหารสัตว์ ส่วนคุณประโยชน์ทางยานั้น ตามตำรายาไทย ใช้ เมล็ด รสมัน เป็นยาระบาย แม้กระนั้นมักทำให้อาเจียนอาเจียน ราก รสขมเย็น
(นิยมใช้ รากดอกขาว) ขับฉี่ แก้เยี่ยวพิการ เป็นยาระบาย ฝนหยอดตาแก้ตาเจ็บ ตาฝ้า ทำให้ตาสว่าง บำรุงดวงตา ใช้รากแปรงฟัน ทำให้ฟันทน แก้ปวดฟัน ราก รสเบื่อเมา ปรุงเป็นยารับประทานแล้วก็พอก ทำลายพิษหมาบ้า ดอก โบราณใช้อัญชันสำหรับเพื่อการปลูกผมและก็ขนคิ้วเด็กแรกเกิด หยุดการตกของหนังศีรษะอ่อนแอย้อมผมหงอกให้เป็นสีดำ ใช้ตำเป็นยาพอกหรือคั้นเอาน้ำทาแก้ฟกช้ำบวม แก้พิษแมลงกัดต่อย ใบแล้วก็รากฝนเอาน้ำหยอดตา แก้ตาแฉะ ตาฝ้า ส่วนแบบเรียนยาพื้นบ้าน ใช้ ราก ฝนกับรากสะอึกแล้วก็น้ำแช่ข้าว รับประทานหรือทา แก้งูสวัด
สำหรับเพื่อการใช้ประโยชน์ในต่างแดน ตามตำราอายุรเวทศาสตร์ของประเทศอินเดีย มีการนำส่วนรากรวมทั้งเม็ดของอัญชันใช้เป็นยาบำรุงร่างกายแล้วก็บำรุงสมอง รวมทั้งใช้เป็นยาระบายและขับฉี่และก็ในแถบอเมริกา มีรายงานการใช้น้ำสุกจากส่วนรากเพียงอย่างเดียวหรือน้ำสุกจากรากรวมทั้งดอกร่วมกันเป็นยาบำรุงโลหิต ส่วนเม็ดใช้เป็นยาระบายขับปัสสาวะ และขับพยาธิ ส่วนสำหรับเพื่อการหมอแผนปัจจุบันกล่าวว่าดอกอัญชันมีสารแอนโธไซยานิน ซึ่งเป็นสารสีม่วงอยู่มากมาย มีคุณลักษณะเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ อาทิเช่น เส้นเลือดส่วนปลาย ทำให้เลือดไปเลี้ยงรากผมมากขึ้น หรือทำให้กลไกที่ทำงานเกี่ยวกับแลเห็นแข็งแรงขึ้น เนื่องจากมีเส้นโลหิตมากเพิ่มขึ้นรวมทั้งที่สำคัญยังช่วยลดความเสื่อมโทรมของการเกิดภาวะเส้นโลหิตตัน ช่วยต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยสำหรับในการชะลอวัยและก็ริ้วรอยที่วัย ช่วยในการบำรุงสมอง ช่วยล้างสารพิษแล้วก็ของเสียออกจากร่างกาย ช่วยต้านทานเบาหวานฯลฯ
แบบ / ขนาดวิธีใช้ ใช้บำรุงดวงตา แก้ตาเจ็บขับฉี่ แก้เหน็บชา ดอกอัญชันอบแห้ง 20 กรัม เพิ่มน้ำที่สะอาด 500 ซีซี ต้มจนกระทั่งเดือนต่อจากนั้นต้มต่ออีก 2 นาที ยกลง ปลดปล่อยให้เย็น กรองใส่ขวดใช้กิน แก้ปวดฟัน , ช่วยให้ฟันทน ใช้รากสดเช็ดตามฟันซีที่อยาก , แก้ตาเจ็บ , บำรุงดวงตา ใช้รากฝนกับน้ำแล้วหยอดตาหรือใช้รากต้มกับน้ำใช้ดื่ม เป็นยาระบาย ขับเยี่ยวแก้ปัสสาวะพิการ ดอกสดใช้ตำเป็นยาพอกหรือคั้นเอาน้ำทาบริเวณที่ฟกช้ำและก็ใช้แก้พิษแมลงกัดต่อย
 
การเรียนรู้ทางเภสัชวิทยา
 
ฤทธิ์เครียดลดลงและไม่สบายใจ ศึกษาฤทธิ์คลายเครียดและก็ไม่สบายใจของพืชที่มีคุณประโยชน์บำรุงสมองตามตำราอายุรแพทย์ศาสตร์ของประเทศอินเดีย พบว่าสารสกัดเมทานอล รากอัญชัน ขนาด มก./กิโลกรัม น้ำหนักตัว ส่งผลความวิตกกังวลลดลงของหนูเม้าส์ เมื่อทดลองด้วยวิธี elevated plus-maze (EPM) ซึ่งเป็นกรรมวิธีการทดลองที่ทำให้หนูเกิดความกลัว รวมทั้งการป้อนสารสกัดเมทานอลรากอัญชัน ขนาด 50, 100 รวมทั้ง 200 มิลลิกรัม/กิโลกรัม น้ำหนักตัว ให้แก่หนูเม้าส์ก่อนนำไปทดสอบเหนี่ยวนำให้เกิดความเคร่งเครียดด้วยวิธี forced swimming test (FST) พบว่าสารสกัดเมลานอลรากอัญชันทุกขนาด มีฤทธิ์ต้านทานความเครียด โดยการทำให้ค่า immobility time period ต่ำลง เมื่อเทียบกับหนูที่ถูกป้อนด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว และก็ในการศึกษาเรียนรู้ฤทธิ์ความเครียดน้อยลงของอัญชัน ในหนูแรทด้วยแนวทาง tail suspention test (TST) และก็ FST โดยการทำการป้อนสารสกัดเอทานอลรากอัญชัน ขนาด 150 และ 300 มก./กก. น้ำหนักตัว พบว่าสารสกัดเอทานอลนากอัญชันทั้งสองขนาดมีฤทธิ์ความเครียดน้อยลงของหนูแรทจากการทดสอบทั้งสองชนิด โดยมีค่า immobility time period ลดน้อยลงเมื่อเทียบกับกรุ๊ปควบคุม
การป้อนสารสกัดเมทานอลจากส่วนเหนือดินของอัญชันขนาด 30,100,200 และก็ 400 มิลลิกรัม/กก. น้ำหนักตัว ให้แก่หนูเม้าส์ 60 นาทีก่อนนำไปทดสอบด้วยแนวทางต่างๆดังเช่น EPM, TST แล้วก็ light/dark exploration พบว่าสารสกัดเมทานอลอัญชันขนาด 100 – 400 มก./กก.น้ำหนักตัว มีฤทธิ์ความเครียดลดลงแล้วก็กังวลเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม นอกจากนี้การฉีดสารสกัดเอทานอลจากดอกอัญชัน ขนาด 100 และก็ 200 มิลลิกรัม/กิโลกรัม น้ำหนักตัว เข้าทางช่องท้องหนูแรทมีฤทธิ์คลายความกังวลใจ เมื่อกระทำการทดลองด้วยแบบต่างๆตัวอย่างเช่น EPM, TST และก็ Rota Rod test โดยขนาด 200 มิลลิกรัม/กิโลกรัม น้ำหนักตัว ได้ผลดีมากยิ่งกว่าขนาด 100 มก./กก.น้ำหนักตัว

ฤทธิ์กระตุ้นการเรียนและก็ความจำเรียนรู้ฤทธิ์กระตุ้นการเล่าเรียนแล้วก็ฟื้นความทรงจำของสารสกัดเอทานอลใบอัญชัน จากภาวการณ์จำอะไรไม่ค่อยได้ที่มีสาเหตุจากการป่วยเป็นโรคโรคเบาหวาน โดยทำการทดสอบในหนูแรทที่ถูกรั้งนำให้เป็นโรคเบาหวานด้วยการฉีด streptozotocin แล้วป้อนสารสกัดเอทานอลใบอัญชันให้กับหนูขาววันละ 200-400 มิลลิกรัม/กก. น้ำหนักตัว นาน 75 วัน วัดความสามารถสำหรับเพื่อการจำตำแหน่งของวัตถุหรือสิ่งที่อยู่รอบตัวด้วยแนวทางต่างๆได้แก้ Y-maze test , mirrow water maze test แล้วก็ radial arm maze test ในวันที่ 71 รวมทั้ง 75 ของการทดลอง ผลจากการเล่าเรียนพบว่า หนูที่ถูกป้อนสารสกัดเอทานอลใบอัญชันทั้งคู่ขนาด มีความรู้และความเข้าใจสำหรับการทำความเข้าใจและความจำดียิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับหนูกรุ๊ปควบคุม ยิ่งไปกว่านี้จากการวัดค่าชีวเคมีในเลือดหนูพบว่า การป้อนสารสกัดเอทานอลใบอัญชันทั้งสองขนาด มีความสามารถสำหรับการเรียนรู้แล้วก็ความจำดีขึ้นเมื่อเทียบกับหนูกลุ่มควบคุม นอกนั้นจกาการวัดค่าชีวเคมีในเลือดหนูพบว่า การป้อนสารสกัดเอทานอลใบอัญชัน มีผลยั้งการทำงานของเอนไซม์ acetycholinesterase ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่ปฏิบัติหน้าที่สลายacetylcholine ที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท เกี่ยวพันกับแนวทางการเรียนรู้และก็ความจำ นอกจากนี้ยังเพิ่มระดับของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวพันกับกรรมวิธีการต่อต้านอนุมูลอิสระ ตัวอย่างเช่น superoxide dismutase (SOD) ,catalase (CAT) รวมทั้ง glutauhione (GSH) อีกด้วยทำให้เห็นว่าสารสกัดเอทานอลใบอัญชันมีฤทธิ์บำรุงสมองกระตุ้นการศึกษาและก็ช่วยฟื้นฟูความจำ จากสภาวะที่ป่วยเป็นเบาหวานในตัวทดลองได้ และก็จากการศึกษาฤทธิ์ระงับความเครียดรวมทั้งกังวลของพืชที่มีคุณประโยชน์บำรุงสมองตามตำราอายุรเวทศาสตร์ของอินเดียพบว่า สารสกัดเมทานอล 80% จากรากอัญชัน ขนาด100 แล้วก็ 200 มิลลิกรัม/กิโลกรัม น้ำหนักตัว เมื่อป้อนให้แก่หนูเม้าส์ ส่งผลกระตุ้นการเรียนแล้วก็ความจำของหนู เมื่อทดลองด้วยแนวทาง step-down passive avoidance model ซึ่งเป็นกรรมวิธีการทดสอบการกระทำหลบเลี่ยงการเสริมแรงทางลบ (negative reinforcement)
การศึกษาฤทธิ์กระตุ้นการเรียนรู้และก็ความจำของอัญชันในหนูแรททารก (อายุ 7 วัน) โดยการทำการป้อนสารสกัดน้ำรากอัญชัน ขนาดวันละ 50และก็ 100 มก./กก. นาน 30 วัน แล้วนำไปทดสอบกระบวนการเรียนรู้และก็จดจำด้วยวิธี passive avoidance test และ T-maze test พบว่าหนูที่ได้รับสารสกัดน้ำอัญชันได้ผลการทดลองดีมากยิ่งกว่าหนูกรุ๊ปควบคุมอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยไม่ส่งผลต่ออัตราการเคลื่อนไหวหรือก่อให้เกิดอาการเซื่องซึม นอกจากนั้นยังพบว่าสารสกัดน้ำรากอัญชัน ขนาด 100 มิลลิกรัม/กก. น้ำหนักตัว มีผลเพิ่ม acetylcholine ในสมองรอบๆ hippocampus ของหนูแรททั้งในวัยแรกเกิดและก็หนูที่อยู่ในวัยบริบูรณ์จำพวกอีกด้วย
ฤทธิ์ต้านทานการอักเสบและแก้ปวด ศึกษาเล่าเรียนฤทธิ์แก้ปวดของอัญชันในหนูเม้าท์ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดลักษณะของการเจ็บปวดด้วยการฉีดกรดอะซีตำหนิก (acetic acid) เข้าทางท้อง ภายหลังได้รับสารทดสอบ แบ่งหนูเม้าส์ออกเป็น 4 กรุ๊ป กรุ๊ปที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุม กลุ่มที่ 2 ป้อนยาแก้ปวด diclofenac sodium ขนาด 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว กรุ๊ปที่ 3 แล้วก็ 4 ป้อนสารสกัดเมทานอล/น้ำจากใบอัญชันขนาด 200 รวมทั้ง 400 มิลลิกรัม/กก. น้ำหนักตัวเป็นลำดับ แล้วต่อจากนั้นสังเกตการกระทำการบิดขดตัวของหนู ซึ่งเป็นอาการแสดงออกถึงความเจ็บ ผลจากการทดลองพบว่า หนูเม้าส์ที่ได้รับสารสกัดเมทานอลใบอัญชันทั้งคู่กรุ๊ปควบคุมอย่างเป็นจริงเป็นจัง และก็พบว่าสารสกัเมทานอล/น้ำจากใบอัญชันให้ผลดีมากกว่ากลุ่มที่ให้ยาแก้ปวด diclofenac sodium เมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์การลดลงของอาการบิดงอตัว (%inhibition of writhing) เปรียบเทียบกับกรุ๊ปควบคุม กลุ่มที่ได้รับสารสกัดเมทานอล/น้ำจากใบอัญชันขนาด 200 และก็ 400 มก./กก. น้ำหนักตัวมีค่าเท่ากับ 82.67 และก็ 87.87 % เป็นลำดับ ในระหว่างที่กรุ๊ปที่ได้รับยาพารา diclofenac sodium มีค่าพอๆกับ 77.72% แสดงให้เห็นว่าสารสกัดเมทานอล/น้ำจากใบอัญชันมีฤทธิ์แก้ปวด และในการศึกษาฤทธิ์แก้อักเสบของอัญชันในหนูแรทที่ถูกรั้งนำให้มีการบวมแล้วก็อักเสบด้วยการฉีดสาร carrageenan เข้าที่เข้าทางรอบๆฝ่าตีน โดยทำการป้อนสารสกัดปิโตรเลียมอีเทอร์ดอกอัญชัน ขนาด 200 และก็ 400 มิลลิกรัม/กิโลกรัม น้ำหนักตัว เปรียบเทียบกับการให้ยาแก้ปวด diclofenac sodium พิจารณาแล้วก็วัดลักษณะของการปวดของอุ้งเท้าหนูด้วยเครื่อง plethismometer ผลจากการทดลองพบว่า หนูที่ได้รับสารสกัดปิโตรเลียมอีเทอร์ ดอกอัญชันทั้งคู่ขนาดมีลักษณะอาการบวมของอุ้งเท้าน้อยกว่ากรุ๊ปควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ และก็เมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์การต่ำลงของอาการบวมของฝ่าเท้า (%inhibition of paw) เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม กรุ๊ปที่ได้รับสารสกัดน้ำมันปิโตรเลียมอีเทอร์ดอกอัญชันขนาด 200 และก็ 400 มก./กิโลกรัม น้ำหนักตัว มีค่าพอๆกับ 14 และก็ 21% ตามลำดับ และก็กลุ่มที่ได้รับยาแก้ปวด diclofenac sodium เท่ากับ 38% ทำให้เห็นว่าสารสกัดปิโตรเลียมอีเทอร์ดอกอัญชันมีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบแต่ว่ายังมีประสิทธิภาพน้อยกว่ายา diclofenac sodium นอกเหนือจากนั้นเมื่อทำการค้นคว้าฤทธิ์แก้ปวดของสารสกัดน้ำมันปิโตรเลียมอีเทอร์ดอกอัญชันทั้งคู่ขนาดในหนูเม้าส์ เปรียบเทียบกับยาแก้ปวด pentazocine ซึ่งฉีดเข้าทางท้องหนู โดยทดลองด้วยวิธี Eddy's hot plate method พบว่าสารสกัดน้ำมันปิโตรเลียมอีเทอร์ดอกอัญชันขนาด 400 มก./กก. น้ำหนักตัว มีฤทธิ์ต้านทานลักษณะของการเจ็บปวด แต่ว่ายังมีประสิทธิภาพน้อยกว่ายา pentazocine
ฤทธิ์ช่วยสำหรับในการนอน ศึกษาเล่าเรียนฤทธิ์ด้านเภสัชวิทยาระบบประสาท (neurophamacological study) ของอัญชันในหนูเม้าส์ โดยการฉีดสารสกัดเอทานอลรากอัญชันเข้าท้องขนาด 50,100 และ150 มก./กก. น้ำหนักตัว ก่อนนำไปทดลองด้วยแนวทาง head dip test และ Y-maze test พบว่าสารสกัดเอทานอลรากอัญชันขนาด 100 แล้วก็ 150 มิลลิกรัม/กิโลกรัม น้ำหนักตัว ส่งผลลดอาการผงกศีรษะ (head dip) และระยะเวลาการวิ่งในกล่องรูปตัว Y น้อยลงอย่างเป็นจริงเป็นจังเมื่อเปรียบเทียบกับกรุ๊ปควบคุม ซึ่งทำให้เห็นว่าสารสกัดเอทานอลรากอัญชัน มีฤทธิ์ลดความประพฤติปฏิบัติการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติและความพอใจต่อสิ่งแวดล้อมของหนูเม้าส์ นอกเหนือจากนั้นยังพบว่า สารสกัดเอทานอลรากอัญชันเข้าทางท้องของหนู 30 นาที ก่อนฉีดยานอนดังกล่าวข้างต้น โดยการทำให้ช่วงเวลาการนอนหลับของหนูนานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการฉีดยาphenobarbitone เพียงอย่างเดียว

ฤทธิ์ต่อต้านการยึดกรุ๊ปของเกล็ดเลือด การวิเคราะห์แยกสารanthocyanin กลุ่ม ternatins ที่สกัดได้จากดอกอัญชัน และศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารดังกล่าวในหลอดทดสอบ (in vitro) พบว่า สาร ternatin D1 จากดอกอัญชันมีคุณลักษณะยับยั้งการยึดกรุ๊ปของเกล็ดเลือดกระต่ายที่รั้งนำโดย collagen แล้วก็ adenosine diphosphate (ADP)
ฤทธิ์ลดไข้ เรียนฤทธิ์ลดไข้ของอัญชันในหนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำให้อุณหภูมิร่างกายสูงมากขึ้นด้วยการฉีดเชื้อยีสต์เข้าด้านใต้ผิวหนัง ขนาด 10 มิลลิลิตร/กิโลกรัม น้ำหนักตัว แล้วหลังจากนั้น 19 ซม.แบ่งหนูออกเป็น 5 กรุ๊ป (กรุ๊ปละ 6 ตัว) กรุ๊ปที่ 1 ให้เป็นกรุ๊ปควบคุม กรุ๊ปที่ 2 ป้อนยาพาราเซตามอลขนาด 150 มิลลิกรัม/กก. น้ำหนักตัว กลุ่มที่3-5 ป้อนสารสกัดเมทานอลรากอัญชัน ขนาด 200 , 300 แล้วก็ 400 มิลลิกรัม/กิโลกรัม น้ำหนักตัว เป็นลำดับ กระทำวัดอุณหภูมิร่างการทางทวารหนักของหนูที่ชั่วโมง 0,19,20,21,22 และ 23 ของการทดลองพบว่า สารสกัดเมทานอลรากอัญชันทุกขนาดส่งผลลดอุณหภูมิร่างกายของหนูลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกรุ๊ปควบคุม แล้วก็ได้ผลไม่แตกต่างจากกรุ๊ปที่ได้รับยาพาราเซตามอล
 
ฤทธิ์ต่อต้านเบาหวาน การเล่าเรียน
 
ฤทธิ์ต้านทานเบาหวานของอัญชันในหนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงโดยการฉีดสาร alloxan พบว่าการป้อนสารสกัดน้ำจากใบและก็ดอกอัญชัน ขนาดวันละ 100-400 มิลลิกรัม/กก. นาน 14-84 วัน ส่งผลลดระดับน้ำตาลในเลือด ระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดคอเลสเตอรรอล ไตรกลีเซอไรด์ รวมทั้งระดับโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี glucose-6-phosphatase ไปเป็นน้ำตาลแล้วก็เพิ่มระดับอินซูลิน HDL-cholesterol และเอนไซม์ glucokinase ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับเดกซ์โทรสไปเก็บสะสมเป็นพลังงานสำรองในรูปของ glucogen ในตับและก็กล้ามเนื้อ ยิ่งกว่านั้นยังลดความทรุดโทรมของกรุ๊ปเซลล์ Islet of Langerhans ประเภท B-cells ในตับอ่อนซึ่งทำหน้าที่ผลิตอินซูลิน จากการฉีดสาร alloxan ได้
ส่วนสำหรับในการทดลองฤทธิ์ของอัญชันในผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งหน้าสำหรับบำรุงผิวพบว่าสารสกัดน้ำและก็สารสกัดเอทานอลจากดอกอัญชัน มีฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระเมื่อทดลองด้วยวิธี 2,2-diphenyl-1-picrylhdrazy (DPPH) โดยสารสกัดน้ำจะมีฤทธิ์มากยิ่งกว่าสารสกัดเอทานอล ซึ่งมีค่าความเข้มข้นที่ยั้งอนุมูลอิสระได้ 50% (IC50) เท่ากับ 1 และก็4 มก./มิลลิลิตร ตามลำดับ รวมทั้งเมื่อนำสารสกัดน้ำดอกอัญชันไปเป็นส่วนประกอบในเจลสำหรับทารอบดวงตาพบว่าฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระของอัญชันยังคงอยู่ แต่ว่ามีประสิทธิภาพน้อยกว่าครีมมาตรฐาน ทำให้อาจสรุปได้ว่าการใช้ดออัญชัน[/url]เป็นส่วนประกอบในเครื่องแต่งตัวสำหรับบำรุงผิวบางครั้งก็อาจจะได้ประโยชน์จากฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ
การเรียนรู้ทางพิษวิทยา
การเรียนความเป็นพิษแบบฉับพลัน ของสารสกัดน้ำมันปิโตรเลียมอีเทอร์จากดอกอัญชันในหนูแรทเพศภรรยาพบว่า การป้อนสารสกัดขนาด 2000 มก./กก.น้ำหนักตัว ไม่ส่งผลให้เกิดความเป็นพิษต่อหนูอะไร แล้วก็ในการศึกษาความเป็นพิษของสารสกัดน้ำจากดอกอัญชันในหนูแรทเพศผู



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ