Advertisement
การทำสัญญาจะซื้อขายที่ดิน ย่อมมีการตกลงการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายที่ดินเป็นปกติ
แต่มีบ้างกรณี ที่ผู้ขายได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ซื้อที่ดินก่อน ต่อมาเกิดการผิดนัดไม่ได้ชำระเงินค่าที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินให้แก่ผู้ขายให้ครบถ้วน ปัญหามีว่า กรรมสิทธิ์ในที่ดินยังเป็นของผู้จะขายอยู่หรือว่าเป็นของผู้ซื้อแล้ว
คำตอบ คือว่า กรรมสิทธิ์ในที่ดินย่อมตกเป็นของผู้ซื้อที่ดินแล้ว เพราะกฎหมายกำหนดว่า กรรมสิทธิ์ในการซื้อขายที่ดินย่อมตกเป็นของผู้ซื้อนับแต่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ส่วนเงินค่าที่ดินเป็นเพียงการชำระหนี้เท่านั้น ผู้จะขายต้องฟ้องคดีให้ชำระเงินจากผู้ซื้อนั้น เอง
เป็นไปตามแนวคำพิพากษาของศาล ดังนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1834/2554
โจทก์ทำสัญญาขายที่ดินและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาททั้ง 21 แปลง ให้แก่ ป. เมื่อปี 2532 กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทย่อมตกไปเป็นของ ป. ผู้ซื้อตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามนัย ป.พ.พ. มาตรา 453 และมาตรา 456 แม้ ป. ผู้ซื้อยังไม่ชำระราคาให้แก่โจทก์ผู้ขาย แต่การชำระราคามิใช่เงื่อนไขแห่งการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดิน การชำระราคาอาจเกิดขึ้นก่อนหรือหลังเวลาโอนกรรมสิทธิ์ก็ย่อมทำได้ตามแต่คู่สัญญาจะตกลงกัน ดังนั้น สัญญาซื้อขายและการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับ ป. จึงมีผลสมบูรณ์เสร็จเด็ดขาด และที่ดินพิพาทย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ ป. มิใช่เป็นที่ดินของโจทก์อีกต่อไป โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้ทายาทและผู้จัดการมรดกของ ส. ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทต่อมาภายหลังคืนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ได้
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง :
ทนายเชียงใหม่ขอบคุณบทความจาก :
[url]https://www.นพนภัสทนายความเชียงใหม่.com/[/url]
Tags : ทนายความเชียงใหม่,ทนายเชียงใหม่