เมืองเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เมืองเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์  (อ่าน 9 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
jackbaristaa
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 14329


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2019, 02:08:33 pm »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

เรคยาวิก เป็นเมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ และก็เป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือสูงที่สุด โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลมากนัก แม้ว่าที่นี่จะเป็นหนึ่งในจุดที่หนาวที่สุดของยุโรป แม้กระนั้นก็เต็มไปด้วยบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ การได้แช่ลงในบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติท่ามกลางความหนาวเย็นเยือกเป็นสิ่งที่ทุกคนเรียกร้องหาในฤดูหนาว

ประวัติ

เรคยาวิก (Reykjavik) เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) หรือ ชื่อทางการคือ สาธารณรัฐไอซ์แลนด์ (Republic of Iceland) ตั้งอยู่ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ และก็เป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือสูงที่สุด ผู้ย้ายถิ่นชาวนอร์ดิกคนแรกที่มาตั้งรกรากที่เรคยาวิกในปี ค.ศ.870 เป็น Ingolfur Arnarson เมื่อเรคยาวิกมีหน้าที่ของการเป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้าและธุรกิจการประมงอย่างเด่น ต่อมาก็เลยได้รับการจัดตั้งให้เป็นเมืองหลวงในปี ค.ศ.1786

เรคยาวิกกล่าวได้ว่าเป็นเมืองหลวงซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือสูงที่สุด มีความสวยสดงดงามและมีเสน่ห์ไม่แพ้เมืองหลวงอื่นๆในแถบสแกนดิเนเวีย เป็นเมืองที่สมบูรณ์ด้วยความบริสุทธิ์ทางธรรมชาติ ที่อยู่อาศัยสีลูกอมทรงน่ารักน่าเอ็นดู แล้วก็สถาปัตยกรรมมีคุณค่าที่ถักทอประวัติศาสตร์เรื่องเล่าที่ไปที่มาของประเทศ “ดินแดนน้ำแข็ง” เล็กๆที่นี้ไว้ได้อย่างน่าสนใจ

การเดินทางจากกรุงเทพไปเมืองเรคยาวิก

เพราะเหตุว่าการเดินทางจากประเทศไทยไปประเทศไอซ์แลนด์ยังไม่มีสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินตรง ด้วยเหตุนั้น นักท่องเที่ยวจากประเทศไทยที่อยากได้เดินทางไปท่องเที่ยวประเทศไอซ์แลนด์จำเป็นจะต้องบินไปลงยังเมืองใดเมืองหนึ่งของยุโรปก่อนเพื่อต่อไฟลท์ไปยังประเทศไอซ์แลนด์อีกทีเรคยาวิกซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ มีสนามบิน 2 ที่ตั้งอยู่คนละที่ คือ Keflavik International Airport (KEF) ซึ่งเป็นท่าอากาศยานนานาชาติ และ Reykjavik Domestic Airport (RKV) ซึ่งเป็นท่าอากาศยานภายในประเทศ

จากเมืองต่างๆของยุโรปเครื่องจะบินไปลงที่ท่าอากาศยานนานาประเทศ Keflavik International Airport (KEF) ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเรคยาวิกไปทางทิศตะวันตกเฉใต้โดยประมาณ 50 กิโล นอกเสียจากว่านักท่องเที่ยวเดินทางมาจากหมู่เกาะแฟโร (Faroe Islands) และก็ เกาะกรีนแลนด์ (Greenland) ซึ่งจะมีเที่ยวบินระหว่างชาติที่ให้บริการไปลง Reykjavik Airport (RKV) สนามบินภายในประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเรคยาวิกไปทางใต้ราวๆ 3 กิโลเมตร

การเดินทางจากสนามบินเรคยาวิกสู่ตัวเมือง

การเดินทางจากสนามบินนานาชาติ Keflavik International Airport (KEF) ไปยังเมืองเรคยาวิกจะใช้เวลาราวๆ 40 – 45 นาที นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการ เช่ารถยนต์ได้จากนานัปการบริษัท โดยสามารถเรียนข้อมูลและจองได้ล่วงหน้าก่อนเดินทาง เป็นต้นว่า บริการของบริษัทจำนวนมากบนเว็บไซต์www.motorhomerepublic.com และ www.rentalcars.com ดังนี้ ถ้านักเดินทางไม่ได้เช่ารถยนต์ขับจากสนามบินเลยก็สามารถใช้บริการ รถเมล์สาธารณะ ชื่อ Flybus Airport Transfers เพื่อไปลงที่ BSI Bus Terminal หรือจุดจอดต่างๆในตัวเมืองเรคยาวิก โดยรถจะมีให้บริการทุกๆ30 นาทีหรือ 1 ชั่วโมง ราคาอยู่ที่ 2.950 ISK ต่อคน โดยนักท่องเที่ยวสามารถจองตั๋วล่วงหน้าถึงที่เหมาะ https://www.re.is/flybus เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีที่นั่งแน่นอนในวันเดินทาง

การเดินทางจากท่าอากาศยานภายในประเทศ Reykjavik Domestic Airport (RKV) ไปยังตัวเมืองเรคยาวิกจะใช้เวลาโดยประมาณ 10 นาทีนักเดินทางสามารถ เดินทางเข้าสู่เมืองได้โดย ใช้บริการ รถแท็กซี่ หรือ ใช้บริการ รถโดยสารประจำทาง Straeto สาย 15 ของReykjavik Excursions เพื่อไปลงที่ BSI Bus Terminal หรือจุดจอดต่างๆในตัวเมืองเรคยาวิก

สิ่งที่ไม่สมควรพลาดเมื่อไปเที่ยวเมืองเรคยาวิก

- Hallgrímskirkja

โบสถ์ฮอลล์กริมสเคิร์กยา (Hallgrímskirkja) โบสถ์คริสต์นิกายลูเธอรัน (Lutheran) แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองเรคยาวิก ว่ากันว่าพวกเราสามารถเห็นโบสถ์แห่งนี้ได้จากเกือบทุกที่ในเมือง โบสถ์มีความสูง 74.5 เมตร ซึ่งสูงเป็นชั้น 4 ในประเทศไอซ์แลนด์รองจากสถานีวิทยุ 2 ที่รวมทั้งอาคารสเมาราท็อก (Smáratorg tower) ตึกสูงที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งสูง 77.6 เมตร โบสถ์แห่งนี้ตั้งชื่อตามพระในศาสนาคริสต์ที่ชื่อฮาลล์กริมูร์ (Hallgrímur Pétursson) ที่เป็นทั้งยังนักประพันธ์ แล้วก็นักเขียน ผลงานที่มีชื่อและมีชื่อเสียงกันอย่างยอดเยี่ยมของชาวไอซ์แลนด์ คือPassion Hymns ที่ถูกนำดัดแปลงแก้ไขเป็นบทเพลง บทสวดในวิถีชีวิตทางศาสนาของชาวไอซ์แลนด์ ฮาลล์กริมูร์แก่อยู่ระหว่าง คริสต์ศักราช 1614 – 1674

โบสถ์ที่นี้มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า Hallgrímskirkja มีความหมายว่า “โบสถ์ของฮาลล์กริมูร์” โบสถ์ Hallgrímskirkja เป็นสถาปัตยกรรมแนวอิมเพรสชั่นนิสท์ (Impressionist) นักออกแบบผู้ออกแบบเป็นนายกุดโยน (Guðjón Samúelsson) ซึ่งกว่าจะได้สร้างก็ใช้เวลานานนับเป็นเวลาหลายปี รวมระยะเวลาการก่อสร้างทั้งผอง 38 ปี นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1945 กระทั่งเสร็จในปี ค.ศ.1986 นอกจากการท่องเที่ยวดูความสวยสดงดงามทางสถาปัตยกรรมของของคริสตศาสนิกสถานแห่งนี้แล้ว แม้นักเดินทางอยากดูทิวทัศน์รอบเมืองเรคยาวิกแบบ 360 องศา ข้างบนสุดข้างในโบสถ์ Hallgrímskirkja มีจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นลิฟต์เพื่อไปชมวิวได้ ทั้งนี้ จำต้องเสียค่าบัตรขึ้นไป

- Leifur Eiríksson

อนุเสาวรีย์ของเลฟร์ อีริกสัน (Leifur Eiríksson) นักท่องเที่ยวคนสำคัญในประวัติศาสตร์โลกที่ยืนตระหง่านสวมหมวก มีผ้าที่มีไว้เพื่อคลุมลักษณะพริ้วสลัด ถือขวานขนาดใหญ่ และก็อีกโทรศัพท์มือถือหนังสือแนบไว้กับอกเป็นเครื่องหมายของการเสี่ยงอันตราย ที่ตั้งอยู่รอบๆข้างหน้าโบสถ์ Hallgrímskirkja นั้นเป็นอนุสาวรีย์ที่สหรัฐอเมริกาได้มอบให้แก่ไอซ์แลนด์เนื่องในจังหวะเฉลิมฉลองครบรอบ 1 พันปี รัฐสภา“Althing” ของไอซ์แลนด์

เลฟร์ อีริกสันซึ่งเป็นลูกของ อีริก เดอะ เรด (Erik the Red) เป็นชาวนอร์สยุโรปคนแรกจากไอซ์แลนด์ที่เดินทางไปเจอกรีนแลนด์ แล้วก็อเมริกาเหนือ การเดินทางของเลฟร์ อีริกสัน เป็นการเดินทางครั้งสำคัญที่ทำให้ชื่อของชาวไอซ์แลนด์ถูกจารึกไว้ภายในประวัติศาสตร์โลก โดยในช่วงราวศตวรรษที่ 20 เลฟร์ อีริกสันได้เดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก นับเป็นการเดินทางที่ไกลกว่าเพื่อนร่วมชาติคนไหนของเขาเคยไปถึง เชื่อกันว่า ท้ายที่สุดแล้วเขาสามารถเดินทางไปถึงริมฝั่งของอเมริกา เป็นระยะเวลาก่อนที่จะโคลัมบัสจะศึกษาและทำการค้นพบอเมริกานานถึง 500 ปี

นอกเหนือจากตรงนี้แล้ว ที่หน้าศาลาว่าการเมืองไม่นิสโซต้า (Saint Paul Minnesota) อเมริกายังมีรูปปั้นของเลฟร์ อีริกสันตั้งอยู่อีกด้วย โดยสภานิติบัญญัติอเมริกาได้กำหนดให้วันที่ 9 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันของเลฟ เรียกว่า “Leif Erikson Day” มีความสำคัญในฐานะเป็นผู้ก่อกำเนิดดินแดนของอเมริกาเหนือแล้วก็นำคนเข้าตั้งภูมิลำเนา

- Harpa

อาคารทรงล้ำยุคบนพื้นที่กว่า 301,000 ตารางฟุต ที่ได้รับรางวัล Mies van der Rohe Award 2013 ผลงานการสร้างสรรค์ของHenning Larsen Architects จากเดนมาร์ก Batteríið Architects บริษัทในแคว้นของไอซ์แลนด์ และ Olafur Eliasson ศิลปินคนดังโด่งดัง อาคาร Harpa ที่ตั้งอยู่ริมอ่าวในเมืองเรคยาวิกแห่งนี้ ทำหน้าที่เป็นทั้งยังคอนเสิร์ตฮอลล์ ศูนย์ประชุม ที่ตั้งของห้องอาหารหรู ร้าน รวมทั้งเป็นบ้านข้างหลังใหม่ของ Iceland Symphony Orchestra และก็ Icelandic Opera

อาคารที่นี้นับเป็นแลนด์มาร์กที่ใหม่ของเรคยาวิกที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะไปเยี่ยมดูรวมทั้งถ่ายรูป เอกลักษณ์อันเป็นลักษณะเด่นของตึกที่งดงาม สะดุดตาที่นี้เป็นการตกแต่งด้วยกระจก 6 เหลี่ยม มีความหมายสื่อถึงหินภูเขาไฟที่กลายเป็นผลึกเกาะตัวกัน เมื่อยามที่จำต้องแสงอาทิตย์กระจกจะสะท้อน กำเนิดประกายระยิบระยับ สีสันไม่เหมือนกันออกไปตามมุมมองที่พวกเรายืนชมอยู่ มีความสวยงามน่าประทับใจ

- Hofdi House

บ้านฮอฟดิบ้านที่มีเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของชาติอันน่าดึงดูดบ้านข้างหลังนี้เคยใช้เป็นที่พัก แล้วก็จัดเลี้ยงหัวหน้าของสองประเทศมหาอำนาจผู้มีอิทธิพลสำหรับในการจบสงครามเย็น


- Icelandic National Gallery

หอศิลป์แห่งชาติของประเทศไอซ์แลนด์ เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่สำคัญๆนั้นจะย้ำสะสมผลงานศิลป์ของไอซ์แลนด์ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 และก็ 20 แต่ในเวลาเดียวกันก็มีแสดงผลงานศิลป์นานาชาติ รวมถึงผลงานของศิลปินที่มีชื่อสุดยอดอย่าง Pablo Picasso, Edward Munch, Karel Appel, Hans Hartung, Victor Vasarely, Richard Serra และ Richard Tuttle อีกด้วย


- Reykjavík City Museum

พิพิธภัณฑสถานเมืองเรคยาวิกมีพิพิธภัณฑ์รวมทั้งนิทรรศการ 5 แห่ง อาทิเช่น The Settlement Exhibition, พิพิธภัณฑ์การถ่ายรูป, พิพิธภัณฑสถานกลางแจ้ง Árbær, อนุสรณ์สถานรวมทั้งศิลปะสมัยใหม่ที่ตั้งอยู่บนเกาะ Viðey รวมทั้ง พิพิธภัณฑสถานการเดินเรือไวกิ้ง


- Vikin Maritime Museum (พิพิธภัณฑ์การเดินเรือไวกิ้ง)

พิพิธภัณฑสถานการเดินเรือไวกิ้ง ผลิตขึ้นในปี ค.ศ. 2005 ตั้งอยู่ริมอ่าว Old Harbour ในเมืองเรคยาวิก เป็นสถานที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าตรงนี้คือสถานที่ที่จะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเดินเรือของชาวไอซ์แลนดิกที่มีความสามารถรวมทั้งความชำนาญสูงในการเดินเรือที่โด่งดังไปทั่วโลก ข้างในพิพิธภัณฑสถานได้นำเสนอนิทรรศการโดยแบ่งได้เป็นส่วนต่างๆเพื่อให้วิชาความรู้แก่ผู้ที่พอใจอย่างเพลินใจ


- พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง Árbær

พิพิธภัณฑ์ที่เมืองเรคยาวิกนี้ เป็นพิพิธภัณฑสถานกลางแจ้งที่มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าแบบไอซ์แลนด์ดั้งเดิม และก็บ้านที่พักแบบโบราณพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ให้โอกาสให้แขกได้เห็นวิถีชีวิตอันลำบากของมนุษย์ชาวเกาะไอซ์แลนด์ในแต่ก่อน


- Reykjavik Whale Watching (กิจกรรมล่องเรือดูวาฬ)

เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นักเดินทางจะได้สัมผัสที่เมืองเรคยาวิก การล่อหลอกงเรือออกไปชมวาฬแบบธรรมชาตินี้ เป็นโอกาสที่นักเดินทางจะได้พบกับนกทะเลจำพวกต่างๆเยอะมาก รวมถึงวาฬนานาประเภท ไม่ว่าจะเป็นประเภทเพชฆาต(Killer Whale, Orca), วาฬมิงก์ (Minke Whale), วาฬข้างหลังค่อม(Humpback Whale) รวมถึงสัตว์สมุทรเลี้ยงลูกด้วยนมที่น่ารักน่าเอ็นดูและเป็นมิตรอย่างปลาโลมา (Dolphin) ซึ่งจะมาว่ายเย้าแหย่วนเวียนอยู่ข้างๆเรือของนักท่องเที่ยว

ดังนี้ การหลอกลวงงเรือดูวาฬขึ้นกับสภาพภูมิอากาศของในขณะนั้น โดยทางบริษัทเรือสามารถยกเลิกการล่อหลอกงเรือชมปลาวาฬได้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว แม้กระนั้นนักท่องเที่ยวจะได้รับสิทธิ์ล่องเรือได้จากนั้นเมื่อลักษณะอากาศเหมาะสม รวมทั้งถ้าเกิดล่องเรือออกไปแล้วไม่เจอวาฬทางบริษัทล่องเรือก็จะให้ตั๋วฟรีซึ่งสามารถกลับมาใช้บริการล่องเรือดูวาฬได้ใหม่ภายในช่วงระยะเวลาที่ระบุ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : [url]http://casinolord.net/[/url]

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : [url]http://casinolord.net/[/url]

Tags : http://casinolord.net/,casinolord.net,casinolord



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ