Advertisement
เจาะลึกเกี่ยวกับโซนการใช้พลังงานเหล่านี้และผลกระทบต่อการออกกำลังกายของคุณ
ศัพท์พวกนี้ที่มักได้ยินทั่วๆไปไม่ว่าจะตามคลาสปั่นจักรยานในร่มหรือศูนย์ฟิตเนสอื่นๆซึ่งสร้างความงงเต็กให้กับคนอีกจำนวนไม่น้อย ไม่น่าแปลกใจเลยว่าศัพท์เฉพาะนี้มักถูกใช้ประโยชน์แบบผิดๆ(เป็นต้นว่าเวลาให้คำบัญชาว่า “go anaerobe!”)
แอโรบิครวมทั้งแอนแอโรบิคแตกต่างกันยังไง?
ว่าง่ายๆก็คือ แอโรบิค ซึ่งก็คือ ใช้ออกสิเจน ส่วน “แอนแอโรบิค” หมายถึงไม่ใช้ออกซิเจน นับเป็นข้อแตกต่างที่ออกจะน่างงงวยในเมื่อคุณก็ต้องหายดวงใจตลอดคลาสปั่นจักรยานในร่มของคุณ
ความรู้เบื้องต้นทางวิทยาศาสตร์บางทีอาจช่วยไขข้อข้องใจในประเด็นดังที่กล่าวมาข้างต้นได้ ระหว่างการบริหารร่างกายในช่วงปานกลางถึงหนัก ได้แก่ การปั่นจักรยานอย่างเร็ว ร่างกายจำเป็นที่จะต้องทำงานอย่างหนักถึงกับขนาดที่ว่าระบบเส้นเลือดหัวใจไม่สามารถที่จะขนส่งออกสิเจนไปยังกล้ามได้รวดเร็วทันใจพอเพียง โน่นหมายถึงว่าคุณกำลังออกกำลังกายในโซนแอนแอโรบิคแล้ว ถ้าคุณออกแรงจนกระทั่งจุดหนึ่งที่ร่างกายไม่สามารถที่จะรับออกซิเจนได้เพียงพอกับความจำเป็น แปลว่าคุณได้ผ่านจุดที่เป็นระดับสูงสุดของการออกกำลังกายแบบแอนแอโรบิค จะพบว่าตัวเองหอบและสามารถอาจจะระดับความหนักได้เพียงแค่ตอนนั้นๆ
ตรงกันข้าม ระหว่างช่วงการบริหารร่างกายแบบแอโรบิค คุณจะออกกำลังกายด้วยระดับความหนักที่กำลังดี โน่นคือว่าระบบเส้นเลือดหัวใจของคุณจะสามารถส่งออกสิเจนไปให้กล้ามแล้วก็อาจระดับการออกกำลังกายในช่วงเวลานั้นถัดไปได้เรื่อยไป โดยอย่าลืมว่าระหว่างการบริหารร่างกาย ร่างกายของคุณจะได้พลังงานจากไขมันสะสม (หรือกรดไขมัน) และก็คาร์โบไฮเดรตในรูปของน้ำตาลในเลือดรวมทั้งไกลโคเจนสะสม ซึ่งคุณจะเข้าสาระสำคัญสัมพันธ์ของอีกทั้งสิ่งเหล่านนี้มากยิ่งขึ้นต่อไป
ต่อไปนี้เป็นความแตกต่างระหว่างการบริหารร่างกายแบบแอโรบิคและก็แอนแอโรบิค
การออกกำลังกายแบบแอโรบิค
อัตราการเต้นของหัวใจ: 60-80 เปอร์เซนต์ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด
ช่วงเวลาและช่วงพัก: ปกติรอบละ 15 นาที ตามด้วยการพักช่วงสั้นๆ
ท่าบริหารร่างกาย: ท่านั่งรวมทั้งยืนขณะปั่นอย่างเร็ว ท่านั่งและยืนแบบปีน ท่ากระโจน
แหล่งพลังงานที่ใช้: เมื่อออกแรงออกแรงไม่หนักมากมาย ร่างกายจะใช้พลังงานจากไขมันสะสมแล้วก็คาร์โบไฮเดรต ในขณะเมื่อบริหารร่างกายอย่างมากในระดับแอโรบิค ร่างกายก็จะแปรไปใช้พลังงานจากไขมันสะสมที่เป็นแหล่งพลังงานในระยะยาวก้าวหน้า
ประโยชน์ที่ได้รับ: พัฒนาสมรรถนะของเส้นโลหิตหัวใจแล้วก็สร้างความอึด เพิ่มความรู้ความเข้าใจสำหรับการใช้ออกซิเจนสูงสุด และก็เผาผลาญแคลอรี่มากมาย เป็นการลดน้ำหนักได้อีกด้วย
การออกกำลังกายแบบแอนแอโรบิค
อัตราการเต้นของหัวใจ: 80-92 เปอร์เซนต์ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด หรือก็คือออกแรงอย่างมากนั่นเอง
ช่วงเวลาและตอนพัก: ปกติรอบละ 30 นาที และก็ตามด้วยช่วงพักฟื้น
ท่าออกกำลังกาย: ท่าปั่นอย่างเร็วขึ้นเนินหรือบนทางราบ ปั่นแบบจับเวลา ปั่นแข่ง หรือHIIT
แหล่งพลังงานที่ใช้: ใช้คาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก สามารถใช้ได้ในช่วงเวลาสั้นๆก้าวหน้าแม้กระนั้นก็หมดเร็ว ทำให้อิดโรยได้ค่อนข้างไว
ประโยชน์ที่ได้รับ: สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและความอึด ช่วยให้คุณออกแรงหนักๆได้นานขึ้น แล้วก็เผาผลาญแคลอรี่ได้มากจากความหนักที่มากขึ้น
อย่าลืมว่าคลาสขี่จักรยานในร่มประกอบไปด้วยการผสมผสานระหว่างการบริหารร่างกายแบบทั้งแบบแอโรบิคและก็แอนแอโรบิคสลับตอนกันไปๆมาๆ
ด้วยเหตุดังกล่าว มันก็เป็นได้ค่อนข้างจะยากที่คุณจะออกแรงไปแบบใดแบบหนึ่งเพียงอย่างเดียว โน่นก็ถือเป็นสิ่งที่ดีด้วยเหตุว่าคุณจะได้ฝึกฝนทั้งยังความไว กำลัง และความแข็งแรงในโซนการใช้พลังงานทั้งสองแบบ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง :
[url]http://autoinsuranceprof.info[/url]
Tags : autoinsuranceprof.info,http://autoinsuranceprof.info