ตำแหน่งที่ตั้งของครัวควรจะหันไปในด้านที่รับแสงสว่างและก็ลมให้ผ่านเข้ามาในห้องครั

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตำแหน่งที่ตั้งของครัวควรจะหันไปในด้านที่รับแสงสว่างและก็ลมให้ผ่านเข้ามาในห้องครั  (อ่าน 26 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ittipan1989
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 25925


ดูรายละเอียด










« เมื่อ: มกราคม 26, 2020, 10:45:39 pm »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

ทีมสถาปนิกมากฝีมือประสบการณ์สูงทั้งทั้งประเทศไทยและเทศ ออกแบบบ้าน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ซ่อมซ่อมต่อเติม ซ่อมบ้าน คุยต่อรองได้
 
 
ตำแหน่งที่ตั้งของห้องครัวนั้นขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นครัวเปิดแบบอยู่ข้างในตัวบ้านซึ่งสามารถใช้พื้นที่ได้โดยตลอดหรือเลือกครัวแบบปิด บางทีอาจตั้งอยู่นอกบ้าน เเต่ไม่ว่าจะครัวแบบไหนก็ควรหันไปในด้านที่รับแสงสว่างและลมให้ผ่านเข้ามาในครัวตามช่องประตู หน้าต่าง รวมทั้งช่องแสงสว่าง  รับเหมาต่อเติมบ้าน รีโนเวทให้บริการับต่อเติมบ้าน[/i][/url]

ทิศของเเสงกับครัว
เเนวคิดหลักก็คือห้องครัวควรจะอยู่ในทิศที่มีเเสงสว่างส่องเข้าถึงได้ เพื่อให้เเสงแดดได้ฆ่าเชื้อโรคต่างๆและก็ไล่ความชุ่มชื้นภายในครัว โดยยิ่งไปกว่านั้นรอบๆอ่างล้างถ้วยชามควรอยู่ใกล้กับช่องหน้าต่าง จะได้ช่วยทำให้อากาศถ่ายเทแล้วก็ระบายกลิ่นต่างๆเวลาทำกับข้าว ยิ่งกว่านั้นยังส่งผลให้ครัวเย็นสบาย
...มาดูผลจากการตั้งครัวในเเต่ละด้านกันเลยดีกว่า…
- เเสงทางทิศเหนือให้ความสว่างกับห้องครัวได้ตลอดทั้งวัน เเต่ไม่เกิดความร้อน เพราะไม่ใช่ทิศทางโคจรของดวงตะวัน
- เเสงด้านทิศใต้ชอบส่องห้องครัวในช่วงฤดูหนาว เเละจะให้เเสงพอดีในช่วงฤดูร้อน การที่ทำช่องเเสงบนหลังคาด้านทิศใต้จะช่วยให้ห้องครัวได้รับเเสงในฤดูหนาวได้เต็มที่ เพราะเหตุว่าในช่วงฤดูหนาวดวงอาทิตย์จะอ้อมไปทิศใต้
- เเสงทางทิศตะวันออก ครัวที่หันไปทางด้านนี้จะได้รับเเสงแดดเช้าตรู่ ทำให้ห้องได้รับเเสงสว่างแล้วก็ความร้อนเนื่องจากเป็นด้านที่ตะวันขึ้น
- เเสงทางทิศตะวันตก ห้องครัวจะได้รับแดดบ่ายจนกระทั่งเย็นก็จะไม่ค่อยสบายถ้าทำกับข้าวในช่วงนี้ ถ้าเกิดมีหน้าต่างใช้มูลี่ปรับเเสงหรือม่านบัง หรือจะปลูกต้นไม้เพื่อลดแสงสว่างกับความร้อนก็ได้

ตำแหน่งที่เหมาะสมของครัวในบ้าน
โดยทั่วไปคนเอเชียเชื่อว่าตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับครัวที่สุดในบ้านคือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หรือตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นทิศที่รับแสงสว่างและก็ลมได้อย่างเหมาะเจาะ ส่วนถ้าเกิดเป็นความเชื่อในเรื่องฮวงจุ้ย จะชอบให้ห้องครัวอยู่ทางทิศตะวันออกและทิศใต้ เพราะเหตุว่าทางทิศตะวันออกครัวจะได้รับเเสงแดดตั้งเเต่ตอนเช้าถึงเที่ยง เเละเวลาเย็นจะเย็นสบายเวลาทำอาหาร ส่วนทิศใต้นั้นมีลมพัดผ่าน ทำให้อากาศถ่ายระบายได้สะดวก
สำหรับคนใดกันที่กำลังสร้างบ้าน ในช่วงเวลานี้อาจจะตกลงใจเลือกได้เเล้วใช่มั้ยค่ะว่าจะสร้างห้องครัวไว้ทางทิศไหนดี ถูกใจแบบไหนก็เลือกอย่างนั้นได้เลย สิ่งจำเป็นเลยก็คือแสงเเละลมจึงควรส่องผ่านเข้าไปในห้องครัว เพื่อที่จะช่วยระบายอากาศ ไม่ให้กลิ่นหลงเหลือในห้องครัวนะคะ
 
เว้นเสียแต่ฮวงจุ้ยที่เหมาะสำหรับสร้างบ้านแล้ว เจ้าของบ้านควรรู้เพราะว่า ฮวงจุ้ยลักษณะไหน ที่ไม่สมควรไปสร้างบ้านในรอบๆนั้น

1. มีกระแสลมแรงพัดผ่านตลอดระยะเวลา พลังของลมจะพัดพาทรัพย์สินทรัพย์สินไม่ให้เหลือเก็บ แต่ถ้าเกิดไม่มีลมพัดเลย พลังงานที่ดีก็จะไม่เวียน ฮวงจุ้ยที่ดีเป็นมีลมพัดผ่าน อากาศถ่ายเทดี แม้กระนั้นไม่ใช่พัดแรงตลอดระยะเวลา

2. มืดรวมทั้งเย็น มีความหมายว่ามีพลังหยินมากจนเกินความจำเป็น นำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย และก็เป็นที่อยู่ของวิญญาณซึ่งเป็นพลังงานที่ไม่ดี ไม่สมควรพักอาศัยร่วมกับมนุษย์

3. ทางชันพุ่งเข้าพบประตู เสมือนสร้างบ้านบนปลายอาวุธ มีแต่ว่าอันตราย ไม่ใช่เรื่องดี

4. ถนนพุ่งเข้าบ้าน เป็นลักษณะของทางสามแพร่งหรือทางผีผ่าน ยิ่งถนนหนทางยาว มีรถมากมาย ยิ่งอันตราย

5. ใกล้ทางโค้ง คล้ายรูปเคียวโดยเฉพาะสะพาน หรือวงเวียน แลเห็นรถยนต์หรือสิ่งที่จะเข้ามาในบ้านได้ยาก อาจอันตรายทั้งยังจากโจรลักขโมยรวมทั้งเป็นจุดดักพลังงานที่ไม่ดี

6. ประชิดด้วยตึกสูง ทั้งยังซ้ายขวาหรือ หน้าข้างหลัง ในลักษณะเหมือนหนีบบ้านที่อยู่ตรงกลาง ไม่ดี ด้วยเหตุว่าเป็นลักษณะของหีบศพ บ้านที่อยู่กึ่งกลางเป็นศพ ตาย เป็นไปไม่ได้ฟื้นพอๆกับทำมาหากินไม่ขึ้น

7. มุมแหลมของบ้านด้านข้างพุ่งเข้าพบตัวบ้าน ลักษณะนี้เป็นรูปแบบของศรพิฆาต พลังของความมุ่งร้ายต่างๆจะพุ่งเข้ามาที่บ้าน

8. ด้านหน้าบ้าน เป็นสถานีตำรวจ ศาลเจ้า เรือนจำสถานที่ดับเพลิง สถานที่กลุ่มนี้เป็นแหล่งรวมของเรื่องทุกข์ยากและความร้อนใจ ซึ่งจะมีผลมาถึงคนภายในบ้านด้วย

9. ที่ดินทางเข้าน้ำ จัดว่าไม่เป็นมงคล เพราะเหตุว่าน้ำไหลตลอดระยะเวลา เก็บทรัพย์สมบัติไม่ได้ อีกทั้งมีโอกาสเสี่ยงต่อการเช็ดกกัดเซาะและก็น้ำหลากอีกด้วย

10. มีต้นไม้ใหญ่ เสาไฟ หรือเสาหลัก ขวางตรงประตูหน้า สิ่งของเหล่านี้นับว่าเป็นสิ่งอัปมงคล ไม่ควรให้ตั้งอยู่หน้าบ้าน

11. มีลำคลอง ร่องน้ำ ไหลผ่านตัวบ้าน ทำให้เงินเสียหาย

12. มีแอ่งตรงกลางบ้าน หรือกึ่งกลางตัวบ้านเป็นหลุมบ่อ กลางบ้านคือหัวใจของพลังงานในบ้าน หากยุบหรือเป็นหลุมลงไปย่อมไม่เป็นมงคล
 
ไม้แต่ละประเภทมีคุณลักษณะแตกต่าง จำเป็นต้องรู้จักลักษณะเฉาพะตัวของไม้ที่นิยมใช้กันในบ้านเรา เพื่อจะได้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยเรียงลำดับความแข็งของเนื้อไม้จากมากมายไปน้อย
ไม้แดง แก่นไม้มีสีแดงอ่อนๆถึงสีน้ำตาลอมแดง เนื้อละเอียดพอประมาณ เนื้อเหนียวแข็งแรงรวมทั้งคงทน แต่ยืดหดตัวค่อนข้างมาก จึงจะต้องผ่านการอบมาอย่างดี นิยมใช้ก่อสรา้งในส่วนที่ไม่ใช่ส่วนประกอบ ได้แก่พื้น วงกบของประตูหน้าต่าง เครื่องประดับบ้าน ถ้าหากปูพื้นจำเป็นต้องเว้นขอบพื้นให้ห่างจากผนักมากกว่าไม้ชนิดอื่น

ไม้ปเมนส์ เนื้อไม้สีแดงอมเหลืองถึงสีแดงก้อนอิฐเข้มมีความแข็งใกล้เคียงไม้แดง มีลวดลายสวยงามเนื้อละเอียดปานกลาง แต่งผิวรวมทั้งชักเงาได้ดี แต่คนไม่ค่อยถูกใจเนื่องจากว่าบางครั้งสีเป็นจ้ำ

ไม้เต็ง แรกๆแก่นไม้มีสีน้ำตาลอ่อน แล้วจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแก่แกมแดง เนื้อหยาบแม้กระนั้นสม่ำเสมอ นิยมใช้ทำส่วนประกอบอย่างคาน ตง และก็พื้น ในตลาดมีทั้งยังไม้เต็งไทยและก็ไม้เต็งมาเลย์ แต่ว่าไม้เต็งไทยจะทนทานกว่า

ไม้มะค่า แก่นไม้สีน้ำตาลอ่อนถึงสีน้ำตาลแก่และก็จะเข้มขึ้นเมื่อทิ้งไว้นาน มีเส้นเศษไม้ เนื้อค่อนข้างหยาบ แต่ว่าเป็นประจำ เป็นเงาเลื่อมเห็นลายไม้กระจ่าง ทนมอดปลวกก้าวหน้า มีการยืดหดค่อนข้างจะน้อย

ไม้สัก (บางแบบเรียนจัดเป็นไม้เนื้ออ่อน) เนื้อไม้มีสีเหลืองทองและค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลรวมทั้งน้ำตาลแก่ มีกลิ่นราวกับหนังฟอกเก่าๆมีข้อดีที่ลายไม้สวยสดงดงามแม้กระนั้นถ้าเกิดใช้งานหนักๆจะเป็นรอยง่ายจะต้องฉาบด้วยวาร์นิชที่ช่วยทำให้ไม้ทนการขัดเช็ดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
 
พื้นไฟเบอร์ซีเมนต์

เป็นการผสมเส้นใยไม้แล้วก็ปูซีเมนต์จึงมีความแข็งแรง ทนแดด ทนฝน รวมทั้งปลวกไม่รับประทาน เนื้อเหนียวคล้ายไม้สามารถทำสีได้ตามต้องการ เช่นเดียวกับไม้ อายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไป ราคาตารางเมตรละ 1,000-1,300 บาท

ไม้ผสมพอลิพรอพิลีน(PE)

เป็นสิ่งของที่สร้างขึ้นจากเยื่อไม้ผสมกับวัสดุสังเคราะห์จำพวกพลาสติกหรือพอลิพรอพิลีน (PE) ทำให้มีผิวสัมผัส ความยืดหยุ่น และก็คุณสมบัติคล้ายไม้ แต่ว่าแข็งแรงอย่างพลาสติกผู้ผลิตสำเร็จจากโรงงาน และมีระบบระเบียบการติดตั้งที่สบาย ผู้สร้างบางรายวางแบบให้มีทั้งตัวล๊อค ตงและไม้ปิดข้างๆสำเร็จรูป อายุุการใช้แรงงาน 15 ปีขึ้นไป ราคาตารางเมตรละโดยประมาณ2,000 บาท

ไม้สน

เป็นไม้นำเข้า ซึ่งมีให้เลือกทั้งยังไม้สนโตเร็ว (วงปีห่าง) ที่นิยมปลูกในประเทศนิวซีแลนด์ และไม้สนโตช้า (วงปีถี่กว่า) ที่นิยมปลุกในประเทศแถบยุยงโปรตอนเหนือ แม้ว่าจะเป็นไม้เนื้ออ่อนแต่ว่าก็ผ่านการอบ อาบน้ำยาป้องกันแมลง และก็เพิ่มสารเคมีให้มีความคงทน จึงสามารถใช้ภายได้ มีข้อดีที่มีสีอ่อน แล้วก็สีสันจะเปลี่ยนเป็นสีอมเทาดูสวยงามไปอีกในลัษณะหนึ่ง อายุการใช้งาน10 ปีขึ้นไป ราคาตารางเมตรละ 1,200-1,500 บาท

แผ่นไม้พื้นกฎระเบียบสำเร็จรูป

เป็นการนำไม้เนื้อแข็งมาติดบนแผ่นตะแกรงพลาสติกพอลิพรอพิลีน มีระบบล็อกระหว่างแผ่น ส่วนมากมีขนาดมาตราฐาน 30 x 30 แล้วก็ 45 x 45 ซม. สามารถวางบนพื้นปูนหรือกระเบื้องเดิมได้ในทันที ราคาขึ้นอยู่กับขนาดรวมทั้งดีไซด์ ราคาแผ่นละ 150-300 บาท
 
พื้นไม้ปิดผิวด้วยลามิเนต(laminated Flooring)

เป็นพื้นไม้สำเร็จรูปที่นำเศษไม้มาอัดเป็นแผ่น ปิดผิวหน้าด้วยเมลามีนเรสิน เพื่อคุ้มครองป้องกันการขีดข่วน แล้วก็การยืดหดตัวของแผ่นไม้มีทั้งยังจำพวกผิวหน้าเรียบรวมทั้งจำพวกมีผิวพิ้นสัมผัส

พื้นไม้ปิดผิวด้วยแผ่นวีเนียร์(Wood Veneer Flooring)

เป็นไม้ปูพื้นที่มีลักษณะคล้ายกับไม้ลามิเนตแต่มีความแข็งแรงน้อยกว่า มีผิวหน้าเป็นแผ่นวิเนียร์ไม้จริง รองด้วยแผ่นไม้อัดหรือไม้ HDF (High Desity Fiber Board) เคลือบผิวหน้าด้วย น้ำยาฉาบแข็งหรือสารป้องกันรีงสีแสงอัลตราไวโอเลตเพื่อความคงทน

พิื้นไม้จริงเคล็ดวิธีเอนจิเนียร์(Prenished Engineered Floor)

วัตถุดิบ ด้วยการใช้ผิวหน้าไม้จริงและก็ประกบด้านล่างด้วยแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นสูง (HDF) หรือใช้ไม้จริงที่มีคุณภาพรองลงมาวางซ้อนกันหลายๆชั้นแล้วอัดผสานด้วยการพร้อมอัดน้ำยากันปลวกแล้วก็เคลือบด้านหลังไม้เพื่อปกป้องความชื้้น

พื้นไม้จริงสำเร็จรูป (Prenished Solid Floor)

เป็นไม้จริงอีกทั้งแผ่นที่ได้วิวัฒนาการผลิตให้ตามมาตรฐาน โดยผ่านวิธีอบแห้ง อัดน้ำยากันปลวกทำสีรวมทั้งเคลือบผิวหน้ามาจากโรงงานพร้อมวางแบบระบบการคุ้มครองความชุ่มชื้นและการต่อไม้เข้าลิ้นให้จัดตั้งสะดวกขึ้นก็เลยติดตั้งได้รวดเร็วทันใจ ลดปัญหาไม้หดหรือปิดตัว ทั้งยังมีลวดลายรวมทั้งสีสันให้เลือกเยอะมากด้วยเหตุว่ามีทั้งไม้จากยุโรป อเมริกาและก็เอเซีย ราคาพื้นไม้สำเร็จรูป ตารางเมตรละ 700-2000 บาท
 
แผ่นไผ่อัด

ผลิตขึ้นมาจากไม้ไผ่ในประเทศ โดยนำมาผ่านแนวทางการดูดอากาศ อัพน้ำยา และอบแห้ง เพื่อแก่นไม้แน่นแล้วก็อยู่ตัว ก็เลยมีความแข็งแรงเยอะขึ้น ปลอดแมลงกันรับประทาน เอามาผ่าซีกและไสตามขนาดที่อยาก อัดผสานด้วยกาวในระดับความร้อนสูงให้เป็นแผ่น รวมทั้งนำไปดัดแปลงใช้งาน ได้มากมาย อีกทั้งกรุผนัง ทำพื้นไม้ ฝ้าเพดานเฟอร์นิเจอร์ และหลังคา ราคาตารางเมตรละ1,000-3,000 บาท

สิ่งของชดเชยไม้พร้อมโครงคร่าวๆสำเร็จรูป

ทำมาจากไม้ผสอมพอลิพรอพิลีน(PE) วางแบบให้มีหลายขนาดพร้อมโครงคร่าว สามารถเอามาประกอบตามแบบอย่างที่ต้องการได้ เหมาะสำหรับทำฝาผนังและก็ฝ้าเพดานทั้งข้างในรวมทั้งภายนนอกราคาตารางเมตรละ 1,500 -2,000 บาท

แผ่นผนังไม้สำเร็จรูป

เป็นไม้จริงและก็โครงพร้อมติดตั้ง ขนาด 60×60 เซนติเมตร มีทั้งจำพวกผนังโปร่งแล้วก็ผนังทึบ สามารถใช้ทำฝาผนังบังตา ผนังตกแต่งทั้งข้างในแล้วก็ด้านนอก ราคาตารางเมตรละ 3,500-4,300 บาท
 
ติดต่อใช้บริการได้ที่: บริษัท คอมพลีทโฮม COMPLETE HOME จำกัด
รับ: ตกแต่งบ้าน
โทรศัพท์: 0959502635
Email: completehomecontact@gmail.com

เครดิตบทความจาก : [url]http://www.completehome.co.th/[/url]

Tags : รับเหมาต่อเติมบ้าน,รับต่อเติมบ้าน, ต่อเติมห้องครัว



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ