ขายดีมากเป็นกระแสในการช่วยเหลือเกื้อกูลผิวของคุณให้มีผิวขาวสวยปรับสภาพผิวของคุณแ

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขายดีมากเป็นกระแสในการช่วยเหลือเกื้อกูลผิวของคุณให้มีผิวขาวสวยปรับสภาพผิวของคุณแ  (อ่าน 18 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nitigorn20
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20426


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: มิถุนายน 16, 2017, 09:16:27 pm »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

ครีม v2 มอยส์เจอร์ไรเซอร์ มีความสำคัญในการดูแลรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว ถึงผิวมนุษย์เราจะผลิตมอยส์เจอร์ไรเซอร์ได้เองแต่ว่าในเวลานี้มีสินค้าเพื่อดูแลรักษาผิวมากมายก่ายกองกมายที่มีส่วนประกอบไม่เป็นมิตรกับผิว มีฤทธิ์ระคายทำให้ผิวอ่อนแอและก็ผลิตมอยส์เจอร์ไรเซอร์ได้ลดลง การบำรุงผิวโดยพิจารณาถึงส่วนประกอบของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ก็เลยมีความสำคัญเช่นกัน บางบุคคลหน้ามันแล้วกลัวว่าถ้าใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์จะมีผลให้ผิวยิ่งมันครีม v2เป็นความรู้ความเข้าใจที่ไม่ถูกนัก เพราะเหตุว่ามอยส์เจอร์ไรเซอร์มีหลายประเภทสามารถเลือกใช้ให้ตรงกับภาวการณ์ผิวได้

อยากได้มีผิวสวย โปรดอ่านนี้ก่อน

ผิวหนังชั้นนอกสุด (stratum corneum หรือชั้นคราบไคล) เป็นชั้นที่พวกเราดูเห็นด้วยสายตา ในสายตาคนรอบข้างหรือตอนเราส่งกระจก ผิวพวกเราจะมองแห้ง ขาดเลือดฝาด ไม่สดชื่นหรืองาม ขึ้นตรงต่อความสมบูรณ์ของชั้นนี้เป็นหลัก อยากได้ให้ผิวดูงามในสายตาคนดู ก็ต้องมารีบทำให้ผิวชั้นไคลบริบูรณ์กันจ้ะ

ศัพท์ที่จะพบในเนื้อหานี้

Epidermis : ผิวหนังชั้นนอกสุด ภาษาไทยเรียกว่าชั้นหนังกำพร้ามี 5 ชั้นย่อย
stratum corneum : ชั้นไคล เป็นชั้นย่อยชั้นนอกสุดชองชั้นหนังกำพร้า
Corneocyte : เซลล์ในชั้นไคล มีการเรียงตัวเป็นชั้นๆโดยประมาณ 25-30 ชั้น บางตำราเรียนเรียก Corneocyte ว่าhorny cell
Brick and Motar Model : แบบจำลองการเรียงหน้าเป็นชั้นๆของเซลล์ Corneocyte
Keratinocyte : เป็นคำรวมๆที่ใช้เรียกเซลล์ผิวทั้งปวงของชั้นepidermis เพราะเซลล์ผิวในชั้นหนังกำพร้าจะมี keratinเป็นส่วนประกอบด้านใน ทำให้ทุกเซลล์ในชั้น Epidermis ขึ้นชื่อว่าเป็น keratinocyte ทั้งหมด
NMFs : ย่อมาจาก Natural moisturizing factors เป็นสารประกอบหนึ่งที่อยู่ภายในเซลล์ Corneocyteทำหน้าที่เก็บน้ำแล้วก็รักษาความชื้นให้ผิวหนัง ภาษาไทยเรียก NMFsว่า "น้ำหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ"
Intercellular lipids : ชั้นไขมันกันระหว่างเซลล์Corneocyteปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองป้องกันไม่ให้ NMFs ด้านในเซลล์ Corneocyte รั่วออกมาข้างนอก บางตำราเรียนเรียกIntercellularlipids ว่า intercellular matrix หรือ Lipidbarrier
Sebaceous gland : ต่อมไขมันที่ปฏิบัติภารกิจผลิตน้ำมัน(sebum) มาฉาบผิว
TEWL : ย่อมาจาก Transepidermal Water Loss เป็นการสูญเสียน้ำผิวผ่านชั้น Epidermis ยิ่ง TEWL มีค่าสูงหมายความว่ายิ่งมีการสูญเสียน้ำมากไม่น้อยเลยทีเดียว

ส่วนประกอบผิวหนังชั้นคราบไคล (stratumcorneum)
ชั้น stratum corneum มีการเรียงตัวของเซลล์corneocyte อย่างเรียบร้อยเป็นชั้นๆประมาณ25-30 ชั้น โดยมีintercellular lipidsเป็นตัวประสานล้อม แบบเรียนฝรั่งได้เรียกการเรียงหน้าแบบงี้ว่าBrick and Motar Model ภาพการเรียงตัวของอิฐที่ก่อด้วยปูน Brick and Motar Model
Brickหมายความว่าอิฐ Motarมีความหมายว่าปูนภาพจำลองการจัดเรียงตัวของเซลล์ corneocyte เป็นชั้นๆโดยมีintercellularlipids เป็นตัวประสานซึ่งมีลักษณะเสมือนการเรียงหน้าของอิฐที่ก่อด้วยปูนก็เลยถูกเรียกว่า Brick and Motar Model ก้อนอิฐแต่ละก้อน เปรียบเทียบได้กับเซลล์ corneocyte

ภายในเซลล์ corneocyte มี NMFs ครีม v2ปฏิบัติภารกิจรักษาระดับน้ำภายในเซลล์
NMFs ที่สำคัญๆเป็นAmino acids, PCA รวมทั้งน้ำตาลGlucose
NMFs เป็นสารที่เซลล์ชั้นหนังกำพร้าสามารถทำขึ้นได้เองในระหว่างที่มีการเติบโตเป็นเซลล์เต็มวัย (keratinocytedifferentiation)
แม้มีต้นสายปลายเหตุใดไปรบกวนการเติบโตของเซลล์keratinocyteก็จะก่อให้ NMFs ถูกทำต่ำลง และจากนั้นก็ส่งผลถึงความชุ่มชื้นของชั้น stratumcorneum

ปูนผสาน เปรียบเทียบได้กับIntercellular lipids
เป็นตัวยึดเหนี่ยวเซลล์ ให้เรียงกันอย่างแน่นหนาและเป็นระเบียบ
Intercellular lipids ประกอบไปด้วยสารประเภทไขมันเป็นต้นว่า ceramides 47 %, cholesterol 24%, freefatty acids 11 % รวมทั้ง cholesterol esters 18 %

ผิวสวยเริ่มความสมบูรณ์ของชั้น stratum corneum
อยากได้ให้ผิวมองดูงาม ควรหันมาดูแลผิวชั้น stratumcorneum ให้บริบูรณ์โดยการรักษาระดับ NMFs รวมถึงintercellular lipids ให้บริบูรณ์สูงที่สุด
การที่ระดับความชุ่มชื้นในผิวเพียงพอจะช่วยปรับ

เซลล์ผิวมีความยืดหยุ่นดี ถูกทำร้ายได้ยาก
เสริมรูปแบบการทำงานของเอนไซม์ที่ช่วยในวิธีการผลัดเซลล์ผิวให้เป็นไปอย่างสมบูรณ์ ถ้าผิวขาดความชุ่มชื้นที่เหมาะเหม็งเอนไซม์กลุ่มนี้จะปฏิบัติการไม่ดีการผลัดเซลล์ผิวก็เลยรวน ผิวหน้าหมองคล้ำ ฝ้ากระ สะสม รูขุมขนตัน เป็นสิว
เกื้อให้องค์ประกอบมีความแข็งแรงแล้วก็ปฏิบัติหน้าที่กรองสารที่จะผ่านเข้าออกผิวเจริญก้าวหน้ารวมทั้งบริบูรณ์ ถ้าผิวขาดความชื้นที่สมควรเซลล์ corneocyte จะลีบแบน การเรียงหน้าไม่เรียบร้อยเกิดช่องโหว่ น้ำใต้ผิวระเหยออกง่าย สิ่งปลอมปนจากภายนอกผ่านเข้าไปได้ง่าย ทำให้ผิวหนังอักเสบ มีการติดโรค ฯลฯ
รักษาระดับ pH ของผิว : ผิวที่มี pH ผิวเหมาะสม จะช่วยปรับให้NMFs ถูกสร้างรุ่งเรือง
สิวขึ้นลดน้อยลง : ผิวที่ขาดความชื้น ทำให้เซลล์ผิวเรียงตัวไร้ระเบียบครีม v2 มีการหลุดลอกแตกต่างจากปกติรวมทั้งไปตันตามรูขุมขนเมื่อรวมกับน้ำมันที่ระบายออกมิได้ ก็เลยมีการตันเป็นสิวตันสิวอักเสบ เมือผิวชื้นแฉะ การผลัดเซลล์กลับมาธรรมดา การอุดตันกำเนิดลดน้อยลง สิวต่ำลง
รูขุมขนกระชับ : ผิวที่ชื้นแฉะสมควร เซลล์ corneocyteจะมีความอ้วนอิ่มและก็ขยายตัวแทรกกัน ทำให้รูขุมขนซึ่งอยู่ระหว่างจุดเชื่อมของเซลล์ corneocyte ถูกบีบอัดให้แคบลงผิวก็เลยมองดูละเอียดขึ้น เพราะฉะนั้นในคนที่ผิวแห้งจำนวนมากๆเว้นเสียแต่ผิวจะดูไม่สุภาพแล้ว รูขุมขนก็จะกว้างขึ้นด้วย อ่านเพิ่มอีกเกี่ยวกับที่บทความเรื่อง ตาข่ายผิวภาพเทียบผิวหนังปกติรวมทั้งผิวหนังที่แห้งผิวปกติ :เซลล์เรียงหน้าชิดกัน เป็นระเบียบ
inter cellular matrix บริบูรณ์
เหนือผิวด้านบนมีน้ำมัน (hydro lipid film) ฉาบอยู่พอเพียง
น้ำใต้ผิวระเหยออกได้น้อยผิวแห้ง การเรียงหน้าของเซลล์ผิวไม่ถ้วนถี่ ไม่มีระเบียบ
intercllular matrix มีน้อย/ไม่มีคุณภาพ
น้ำมันฉาบผิว (hydro lipid film) น้อย
น้ำใต้ผิวระเหยออกได้มาก (TEWL สูง)บักเตรี สิ่งเจือปนไปสู่ผิวได้ง่าย ผิวก็เลยเคืองแล้วหลังจากนั้นก็อักเสบง่ายผิวแห้ง ผิวขาดความชื้นเสมอเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?
ผิวแห้งและจากนั้นก็ผิวขาดความชุ่มชื้นคล้ายกันแต่ต่างกันคำว่าผิวแห้งเป็นคำใช้แบ่งภาวการณ์ผิวที่ประจำตัวมา ดังเช่นว่า คนนี้ผิวมัน คนนี้ผิวผสม คนนี้ผิวแห้ง ซึ่งใช้ปริมาณน้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากต่อมไขมันเป็นตัวแยกชนิด


ผิวแห้ง(dry skin) คือ ผิวที่ขาดน้ำมัน (sebum)ฉาบผิวข้างบนเพราะเหตุว่ามีต่อมน้ำมัน ( sebaceous gland) ใต้ผิวน้อย ก็เลยผลิตน้ำมันได้น้อย เมื่อปริมาณน้ำมันฉาบผิวน้อยก็เลยสูญเสียน้ำใต้ผิวได้ง่าย โดยเหตุนี้คนที่ผิวแห้งยังคงมีความสมบูรณ์ของ intercllular matrix แล้วก็มีน้ำใต้ผิวที่เพียงพอ ก็แค่ขาดน้ำมันที่ผิว
ผิวมัน (oily skin)หมายถึงผิวที่มีต่อมไขมันล้นหลามทั่วทั้งหน้าแล้วก็ผลิตน้ำมันมาฉาบผิวได้มาก ผิวด้านนอกก็เลยมองมัน การสูญเสียน้ำใต้ผิวก็เลยเกิดขึ้นน้อย
ผิวผสม (mix skin)หมายถึงผิวที่มีต่อมไขมันรอบๆt-zoneมากมาย, u-zone น้อยทำให้หน้ามันเฉพาะบริเวณt-zoneส่วน u-zone ปกติหรือแห้ง

ส่วน ผิวขาดความชื้น (dehydrated skin) เป็นผิวที่มีน้ำใต้ผิวต่ำ วัดน้ำใต้ผิวได้ < 10% เหตุอาจเป็นเพราะปัจจัยภายนอกหรือปัจจัยภายใน

1.ปัจจัยภายนอก

การใช้สินค้าผลัดเซลล์มากเกินความจำเป็น : ทำให้ผิวหนังชั้นนอกมีการหมุนเวียนเร็วกว่าปกติ ผิวหนังที่มีการหมุนเวียนเร็วจะไม่สามารถที่จะสร้าง NMFsแล้วก็ intercellular lipids ได้ทัน ก็เลยเสียความรู้ความเข้าใจในการดูแลและรักษาน้ำให้ดำรงอยู่ในผิวหนัง
การใช้ผลิตภัณฑ์ชำระล้างที่มีคุณสมบัติกำจัดน้ำมันฉาบผิวมากจนเกินความจำเป็ครีม v2[/url] : น้ำมันฉาบผิวน้อย สูญเสียน้ำใต้ผิวได้ง่าย
รังสี UV : ได้รับรังสี UV เยอะๆต่อเนื่องกัน ไม่ทาครีมที่เอาไว้ป้องกันแดด รังสี UV จะก่อกวนการสร้าง NMFs
ความชุ่มชื้นในอากาศ : ความชื้นกลางอากาศต่ำลงมากยิ่งกว่า10% จะดึงน้ำในผิวออกสู่ภายนอก โดยเหตุนี้ในห้องปรับอากาศในหน้าหนาว ซึ่งมีความชื้นต่ำ สามารถพรากน้ำใต้ผิวได้ตลอดเวลา

2. ปัจจัยภายใน

อายุ : อายุหนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การผลิต NMFs แล้วก็ sebum น้อยลง
เชื้อชาติ : ชาวเอเชีย มีปริมาณ NMFs ต่ำยิ่งกว่าเชื้อชาติอื่น
โรคผิวหนัง: โรคผื่นแพ้พันธุกรรม (atopicdermatitis) โรคสะเก็ดเงิน (psoriasis) โรคเด็กดักแด้(Ichthyosis) โรคพวกนี้จะมีการแบ่งตัวของkeratinocyte (keratinization) เร็วกว่าปกติหลายเท่า รวมถึงขับเคลื่อนมาที่เปลือกนอกอย่างรวดเร็วเช่น 4 วัน (ปกติใช้เวลา 28วัน) ทำให้ผิวหนังดกเป็นปื้นในขณะขั้นตอนสร้าง NMFs , intercellular lipids ยังเกิดขึ้นไม่สมบูรณ์ เซลล์ผิวหนังก็เลยขาดแรงยึดเหนี่ยวกันตามปกติ เซลล์ผิวก็เลยหลุดลอกออกเป็นแผ่นๆได้ง่าย ราวกับเป็นสะเก็ดหรือเกล็ดขึ้นกับความร้ายแรง

รูปแบบของผิวหนังที่ขาดความชุ่มชื้น(dehydrated skin)
- ผิวไม่เรียบ มีขุยไหมมีขุยก็ได้ แต่ถ้ามีขุยเป็นอาการหนักทาแป้งไม่ติด (หน้ามันล้นหลาม ทาแป้งไม่ติด หน้าแห้งไปก็ทาแป้งไม่ติดเช่นเดียวกัน)ครีม v2
- แลเห็น fine line ชัด (ริ้วเล็ก) โดยเฉพาะใต้ตา มุมปาก
- ผิวแดงง่าย สีผิวไม่บ่อยนัก
- คันแล้วก็เกิดผิวหนังอักสบ
- ระคายง่าย แพ้ง่ายครีม v2
การดูแลและรักษาความชื้นให้ผิวหนัง ก็เลยจำต้องทำทั้งเพิ่มความชุ่มชื้นเข้าไปก่อน ด้วยการดื่มน้ำให้พอเพียง รวมถึงเลือกใช้มอยพบร์ไรเซอร์จำพวก humectant
กีดกั้นความชื้นไม่ให้ระเหยออก ด้วยการใช้มอยพบร์ไรเซอร์ประเภทocclusive
เพิ่มความรู้ความเข้าใจในการเก็บกักน้ำใต้ผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีองค์ประกอบใกล้เคียงกับ NMFs และก็ Intercellular lipids
เลือกมอยเจอร์ไรเซอร์เป็น ช่วยอะไรบ้าง?Repairingtheskin barrier : สร้างเสริมเกราะป้องกันผิว ผิวแข็งแรงขึ้นเคืองลดน้อยลง ไม่แพ้ง่าย
Increasing water content : เพิมปริมาณน้ำใต้ผิว
Reducing TEWL : ลดการสูญเสียน้ำผ่านออกทางผิวหนังชั้นอีพิเดอร์มิส
Restoring the lipid barriers’ ability to attract, holdandredistribute water : ซ่อมแซม intercellular lipidsให้สามารถเก็บกักน้ำแล้วก็รักษาสมดุลน้ำใต้ผิว
สารช่วยเพิ่มความชื้น (มอยส์เจอร์ไรเซอร์) แบ่งออกได้เป็น 2ชนิดเป็น

1. สารช่วยเพิ่มน้ำในชั้นผิวหนัง (Humectant) สารกลุ่มนี้มีคุณสมบัติในการจับกับน้ำ (water binding)อาทิเช่น colloidaloatmeal, Amino acid,Hyaluronic Acid, Sodium PCA, glycerin, น้ำผึ้ง, กรดแลคติค (lactic acid), soduimlactate, propylene glycol,sorbitol, pyrolidonecarboxylic acid (PCA) , gelatin,collagen , lastin,urea

ทั้ง Sodium-PCA แล้วก็hyaluronic acid (HA) จัดเป็นสารจำพวกglycosaminoglycans ในธรรมชาติสารนี้เจอแทรกสอดในชั้นหนังแท้ ขึ้นรถ HA จะซับน้ำได้ 1000 เท่า ก็เลยทำให้ผิวหนังเด็กเต่งตึง แต่ว่าเมื่อวัยสูงขึ้นสาร HA ในชั้นหนังแท้จะลดน้อยลงทั้งสมรรถนะและก็ปริมาณ ผิวหนังก็เลยเหี่ยวย่น ในครีมหรือโลชันผิวแห้งก็เลยนิยมผสมสาร HA ครีมv2เพื่อช่วยซับน้ำในผิวหนังชั้นไคลด้วยเหตุว่าสารในกลุ่มนี้จะช่วยเพิ่มน้ำให้กับผิวได้โดยตรง ทำให้ผิวเรียบนุ่มเปียกชื้นโดยไม่เพิ่มความมันมอยส์เจอร์ไรเซอร์กลุ่ม Humectant ก็เลยเหมาะสมกับผิวมัน ผิวแห้ง รวมทั้งผิวแพ้ง่าย

2. สารเพื่อคุ้มครองการระเหยของน้ำจากผิว (occlusivemoisturizers)ผลิตภัณฑ์ผิวแห้งจะผสมน้ำมันหลายแบบ เมื่อทาน้ำมันฉาบผิวการระเหยของน้ำจากชั้นผิวหนังจะต่ำลงน้ำมันที่ใช้มีหลายกรุ๊ป เป็น





เครดิตบทความจาก : [url]https://sites.google.com/site/v2centerthailand/[/url]

Tags : ครีม v2,ครีมวีทู



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ