Advertisement
ขั้นตอนไถพรวนป้องกันการพังทลายของดิน
การไถพรวนในดินต่างๆ ดินต่างชนิดกัน ต้องมีวิธีการไถพรวนที่ต่างกัน ดินทรายเป็นดินที่มีชั้นดินตื้น จึงไม่ต้องการไถพรวนที่ลึกนัก หากไถลึกเกินไปก็จะเป็นการไถเอาดินชั้นล่าง ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำขึ้นมาอยู่ข้างบน ส่วนดินชั้นบนที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงก็จะถูกกลับลงไปอยู่ชั้นล่าง จะทำให้พืชที่ปลูกไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร ผลผลิตที่ควรจะได้ก็ลดลง นอกจากนี้
ดินทราย ถ้าถูกไถพรวนบ่อยๆ ก็จะทำให้ดินร่วนซุยมากขึ้น ซึ่งเป็นการง่ายต่อการถูกชะล้างพังทลาย ในทางตรงกันข้าม ดินเหนียวจับตัวกันแน่น ถ้าไถเพียงครั้งเดียวอาจจะเป็นก้อนใหญ่ ทำให้ปลูกพืชลำบาก จึงต้องไถ 2-3 ครั้ง เพื่อให้ดินละเอียดก่อนปลูก
เป้าหมายของการไถพรวนการใช้
เครื่องปั่นไฟ[/b] ก็เพื่อทำให้ดินร่วนซุย เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของพืช และเพื่อเป็นการกำจัดวัชพืชด้วย
การไถพรวนที่ดิน มีวิธีดังนี้
ความลึก ไม่ควรไถลึกเกินความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับดินทราย ปกติแล้ว การไถพรวนให้ลึกแค่ 3-4 นิ้ว ก็เพียงพอกับการปลูกพืชไร่ หรือพืชล้มลุกทั่วๆ ไปแล้ว
ความชื้น ควรจะดูความชื้นในดินให้เข้าที ถ้าดินแห้งเกินไป ก็จะทำให้ดินแข็ง ไถยาก ดินที่ไถจะเป็นฝุ่นง่าย ถ้าดินเปียกหรือแฉะเกินไป เมื่อไถแล้วจะจับตัวเป็นก้อน ทำให้ไม่เหมาะสมกับการปลูกพืช
ขนาดของวัชพืช ไม่ควรปล่อยให้วัชพืชหรือหญ้าโตเกินไปนัก เพราะวัชพืชโตมากไป การกำจัดจะทำได้ยาก เพราะรากของหญ้าจะหยั่งลงไปในดินได้ลึก และอีกประการหนึ่ง หญ้าจะแย่งดูดธาตุอาหารในดินไปใช้เพื่อการเจริญเติบโตด้วย จึงควรที่จะไถพรวนเพื่อกำจัดวัชพืชเมื่อหญ้ายังต้นเล็กๆ อยู่
การสร้างคันดินกั้นน้ำ เป็นเคล็ดลับอนุรักษ์ดินและน้ำวิธีหนึ่ง มีจุดมุ่งหมายสำคัญคือ เพื่อควบคุมการไหลบ่าของน้ำฝน และป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน คันดินกั้นน้ำเป็นตัวช่วยไม่ให้ดินในนาในไร่ถูกชะล้างพังทลาย และเสื่อมความอุดมสมบูรณ์เร็วเกินไป แต่ถ้าคันดินนี้ถูกทำลาย ก็จะเกิดปัญหาการชะล้างพังทลายของดิน ทำให้ดินเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว

ลักษณะการไถพรวนที่ทำลายคันดินกั้นน้ำ
1.การไถพรวน ถ้าไถชิดคันดินเกินไป จะทำให้ใบมีดไถตัดฐานคันดิน ทำให้คันดินเล็กลงไป ไม่สามารถต้านทานปริมาณน้ำไหลบ่าได้ ก็ทำให้คันดินขาดในที่สุด
2.การไถพรวนบนคันดิน จะทำให้คันดินยุบหายไปเลย จะไม่มีอะไรช่วยป้องกันการไหลบ่าของน้ำจำเป็นต้องใช้
เครื่องปั่นไฟ3.รถแทรกเตอร์ ไม่ควรที่วิ่งข้ามคันดิน เพราะจะทำให้คันดินยุบหรือพังได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถแทรกเตอร์ที่ติดพานไถแล้ว ใบมีดของพานไถหรือพรวนจะทำให้สันของคันดินขาดไป ทำให้คันดินต่ำลงไปเรื่อยๆ น้ำก็จะล้นออกมาบริเวณนั้นได้ ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้เกิดร่องน้ำต่อไปในภาคหน้า
4.รถแทรกเตอร์ ไม่ควรไถพรวนในบริเวณปลายทั้งสองด้านของร่องน้ำ คือ ทางน้ำเข้าและน้ำออก เพราะจะทำให้ปลายร่องน้ำขาดได้
การไถพรวนขึ้นลงตามความลาดเท เป็นการไถที่สะดวกและปฏิบัติได้ง่าย แต่จะก่อให้เกิดโทษอย่างมากมาย เพราะร่องน้ำเล็กๆ ที่เกิดจากการไถพรวนแบบขึ้นลงนี้ จะเป็นร่องน้ำให้น้ำฝนไหลลงมา และทำให้เกิดการกัดเซาะดินพังทลายได้ ดังนั้น การไถพรวนในที่ที่มีความลาดเท จึงจำเป็นต้องไถขวางความลาดเท หรือไถไปตามแนวระดับ เพราะร่องน้ำที่เกิดจากการไถขวางความลาดเท จะช่วยชะลอการไหลของน้ำฝน และช่วยป้องกันการพังทลายของดินได้
การดูแลรักษาการพังทลายของถนนในไร่นา ปัญหาร่องน้ำข้างถนนในไร่นานับวันจะสร้างปัญหามากขึ้น เพราะน้ำฝนที่ตกลงในร่องน้ำนี้ จะไปทำให้ร่องน้ำมีขนาดใหญ่ขึ้นๆ ในที่สุดก็จะกัดเซาะถนนพังไปในที่สุด ดังนั้น การป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ จะช่วยทำให้ถนนในไร่นาอยู่ในสภาพที่ดีได้ โดยการทำคันดินกั้นน้ำมาเชื่อมต่อกับถนนและ
เครื่องปั่นไฟ เพื่อรับน้ำข้างถนนเข้าไปในคันดิน วิธีการนี้ จะช่วยทำให้ถนนในไร่นาคงทนถาวร เพราะปริมาณน้ำในร่องน้ำมีน้อยไม่อาจทำความย่อยยับได้
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง :
[url]http://www.vigotech.co.th/index.php?lay=show&ac=cat_showcat&l=2&cid=89468[/url]
Tags : เครื่องปั่นไฟ,เครื่องปั่นไฟ,เครื่องปั่นไฟ