Advertisement

[b]สมุนไพร[/b].com/wp-content/uploads/2017/09/222.jpg" alt="" border="0" />
นกกะลิ[/b]
นกกะลิง หรือที่ดินตะวันตกเฉียงเหนือเรียก นกกะแลมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Psittacula himalayana finchii (Hume)จัดอยู่ในตระกูล Psittacidaeมีชื่อสามัญว่า gray – headed parakeet หรือ slaty – headed parakeetชีววิทยาของนกกะลิงนกนี้เป็นนกปากโค้งเป้นขอประเภทหนึ่ง ความยาวยาวของตัววัดจากปลายปากถึงปลายหายราว ๔๖ เซนติเมตร ความยาวนี้เป็นความยาวของหางราวกึ่งหนึ่ง ปากบนสีแดงปลายเหลือง ปากด้านล่างสีเหลือง ตาสีดำ หัวสีเทาแก่ ที่คอมีแถบดำใหญ่พิงจากบริเวณใต้คางไปถึงข้างหลัง แถบนี้จะค่อยๆเรียวเล็กลงกระทั่งเหลือเป็นเพียงเส้นเล็กๆที่กำดัน ต้นคอใต้เส้นดำเป็นสีฟ้า ใต้ปีกสีน้ำเงินอมเขียว หางยาว ตอนบนสีฟ้ามึงอมเขียว ปลายเหลือง เมื่อดูผาดๆจะมองเห็นเป็นนกที่มีสีเขียว ตัวผู้มีแต้มสีแดงเข้มที่ที่ศีรษะปีกข้างๆ และก็แถบดำที่คางมีขนาใหญ่มากยิ่งกว่าของตัวเมีย นกกะลิงอยู่รวมกันเป็นฝูง พบบ่อยทางภาคเหนือที่ระดับความสูงจากระดับน้ำมะเลปานกลาง ๖๐๐ – ๑,๒๐๐ เมตร นกชนิดนี้กินผลไม้ เมล็ดพืชแล้วก็ยอดอ่อนของพืช ทำรังตามโพรงไม้ วางไข่คราวละ ๒ – ๕ ฟอง ในระหว่างมกราคมถึงเดือนเมษายน ไข่ค่อนข้างกลม สีขาว ใช้เวลาฟัก ๒๒ – ๒๕ วัน
คุณประโยชน์ทางยาหมอแผนไทยตามชนบทใช้เลือดนกกะลิงผสมกับยาอื่น เป็นยาบำรุงเลือด แก้โรคโลหิตจางแล้วก็เลือดพิการ
[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร ใน พระหนังสือชวดารให้ยาขนานหนึ่ง เป็นยาแก้ลมกล่อน ยาขนานนี้เข้า “หางนกกะลิง” เป็นเครื่องยาด้วยดังนี้ ยาแก้ลมกล่อน อัณฑะเจ็บเมื่อยตายไปข้างหนึ่ง อีกทั้งกายก้ดี เอายาเข้าเย็น ๑ โพกพาย ๑ พรมคตตีนเต่า ๑ หางนกกะลิง ๑
[url=http://www.xn--42cg8cuanoj5b9czdzg.com/2017/07/%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%87/]กำลังวัวเถลิ[/color] ๑ หนวดพญางู ๑ เอาเสมอกัน ต้มทากล่อนลม หายแล