Advertisement
โรคแผลในกระเพาะอาหาร (โรคกระเพาะ)- โรคแผลในกระเพาะเป็นอย่างไร โรคแผลในกระเพาะ (Gastric ulcer) คือ โรคที่มีแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น หรือมีการอักเสบของเยื่อกระเพาะอาหาร ผู้ที่เป็นโรคนี้แล้วสามารถรักษาให้หายขาดได้ ส่วนมากมักจะเป็นเรื้อรัง หรือเป็นนานๆถ้าไม่รักษาหรือประพฤติให้ถูกต้องจะมีอาการเป็นๆหายๆและถ้าปลดปล่อยให้เป็นมาก จะมีผลให้เกิดโรคแทรก ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โรคแผลเพ็ปติก (peptic ulcer) ซึ่งอาจเป็นแผลตรงส่วนกระเพาะ เรียกว่า แผลกระเพาะ อาหาร (gastric ulcer, ย่อว่า GU) หรือแผลตรงส่วนลำไส้เล็กส่วนต้น เรียกว่า แผลลำไส้เล็กส่วนต้น (duodenal ulcer, ย่อว่า DU) ก็ได้
- ที่มาของโรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคแผลในกระเพาะ เป็นผลมาจากเยื่อเมือกบุด้านในทางเดินอาหาร ถูกทำลายโดยน้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร ชื่อ เปบสิน (Pepsin) ซึ่งเป็นสาเหตุของชื่อโรคว่า แผลเปบว่ากล่าวค ซึ่งเปบสินเป็นน้ำย่อยโปรตีนที่ทำงานร่วมกับกรดในกระเพาะ โดยมีกรดเป็นตัวปลุกฤทธิ์ (Activate)ให้น้ำย่อยนี้มีคุณภาพสำหรับเพื่อการย่อยมากขึ้น รวมทั้งปัจจุบันนี้พบว่ายังมีต้นสายปลายเหตุเสริมอื่นๆที่ทำให้เกิดโรคได้อีก เช่น การตำหนิดเชื้อเฮลิวัวแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobactor Pylori) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ติดต่อโดยการทานอาหารหรือดื่มน้ำที่แปดเปื้อนเชื้อจากอุจจาระของผู้ติดโรค โดยแบคทีเรียประเภทนี้ มีรูปร่างเป็นเกลียวแล้วก็มีหาง มีความทนทานกรดสูงเพราะว่าสามารถสร้างสารที่เป็นด่างออกมาเจือจางกรดที่อยู่ บริเวณตัวมัน ทำให้สามารถอาศัยอยู่ในชั้นผิวฉาบด้านในกระเพาะอาหารได้ เชื้อนี้เมื่อไปสู่ร่างกายจะเข้าไปฝังตัวอยู่ใต้เยื่อบุกระเพาะ ผนังกระเพาะจึงอ่อนแอลงรวมทั้งมีความทนต่อกรดลดลง ทำให้กระเพาะอาหารรวมทั้งลำไส้ส่วนต้นเกิดแผลได้ง่าย
การใช้ยาต้านทานอักเสบที่ไม่ใช่สตีรอยด์ (non steroidal anti inflammatory drugs, ย่อว่า NSAIDs) ดังเช่นว่า แอสไพริน ไอบูโพรเฟน อินโดเมทาสิน ที่นาโพรเซน ไพร็อกสิแคม ไดวัวลฟีแนก ฯลฯ ซึ่งนิยมใช้เป็นยาพาราข้อ ปวด เอ็นหรือกล้าม ปวดเมนส์ รวมทั้ง ใช้แก้ปวดแก้ไข้ทั่วๆไป ถ้าหากใช้ติดต่อกันนานๆมักจะทำให้กำเนิดแผลเพ็ปติก อาจรุนแรงถึงขนาดเลือดออก (อาเจียนเป็นเลือด อึดำ) หรือกระเพาะไส้เป็นแผลทะลุได้ กระเพาะอาหารถูกกระตุ้นให้มีกรดเยอะขึ้นเรื่อยๆ เพราะกระตุ้นของปลายประสาท มีเหตุมาจากความเคร่งเครียด วิตกและอารมณ์ การดื่มแอลกอฮอล์ ตัวอย่างเช่น สุรา เบียร์สด ยาดอง การดื่มกาแฟ การสูบบุหรี่ การกินของกินไม่เป็นเวลา มีนิสัยการทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง เป็นต้นว่า การกินอาหารอย่างเร่งรีบ กินไม่ตรงเวลาหรือไม่กินอาหารบางมื้อ เป็นต้น
- อาการของโรคแผลในกระเพาะอาหาร เจ็บท้อง ลักษณะของการมีอาการเจ็บท้องที่สำคัญหมายถึงปวดเรื้อรังมานาน เป็นๆหายๆเป็นเดือนหรือเป็นปี ปวดหรือจุกแน่นท้องรอบๆใต้ลิ้นปี่ หรือ ท้องช่วงบน เป็นอาการที่พบได้ทั่วไปที่สุด มักเป็นเวลาท้องว่า หรือเวลาหิว อาการจึงเป็นเฉพาะบางช่วงเวลาของวัน ลักษณะของการปวดแน่นท้อง มักจะบรรเทาได้ด้วยอาหารหรือยาลดกรด ลักษณะของการปวด มักจะเป็นๆหายๆโดยมีช่วงเว้นที่ปลอดอาการค่อนข้างนาน เช่น ปวดอยู่ 1-2 อาทิตย์ แล้วหายไปยาวนานหลายเดือนก็เลยกลับมาปวดอีก ปวดแน่นท้องช่วงดึกหลังจากที่หลับไปแล้ว แม้จะมีอาการเรื้อรังเป็นปี สุขภาพโดยทั่วไปจะไม่เสื่อมโทรม โรคแผลกระเพาะอาหารจะไม่แปลงเป็นโรคมะเร็ง แม้จะเป็นๆหายๆอยู่นานกี่ปีก็ตาม นอกเหนือจากการที่จะเป็นแผลจำพวกที่เกิดขึ้นมาจากโรคมะเร็งของกระเพาะตั้งแต่ตอนแรกเริ่มโดยตรง จุดเสียด แน่นท้อง ท้องเฟ้อ ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ เรอลม มีลมในท้อง ร้อนในท้อง อาเจียนอาเจียน อื่นๆที่พบได้เป็นเบื่ออาหาร
ผอมบางลง ภาวะไส้อุดตัน จากแผลส่งผลให้เกิดพังผืด ก็เลยนำมาซึ่งการทำให้ทางเดินในกระเพาะและ/หรือลำไส้เล็กตีบแคบลง ซึ่งอาการคือ เจ็บท้องร้ายแรง ร่วมกับอาเจียน โดยยิ่งไปกว่านั้นหลังรับประทานอาหาร และดื่มน้ำ และไม่สามารถผายลมได้
ภาวะแทรกซ้อน เลือดออกมาจากแผลในกระเพาะอาหาร พบได้ทั่วไปที่สุด คนไข้จะมีคลื่นไส้เป็นเลือด ถ่ายดำเหลว หรือหน้ามืด เวียนหัว เป็นลมเป็นแล้ง กระเพาะทะลุ คนป่วยจะมีอาการเจ็บท้องช่วงบนกระทันหันร้ายแรง พุงแข็งตึง กดเจ็บมากมาย กระเพาะอุดตัน คนเจ็บจะกินได้น้อย อิ่มเร็ว มีอ้วกหลังอาหารแทบทุกมื้อ เบื่อข้าว น้ำหนักลดลง
- ปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดโรคแผลในกระเพาะ สิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงของโรคกระเพาะของกิน คือ 1. การรับประทานอาหารต่างๆได้แก่ การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา การกินอาหารรสจัด ดังเช่น เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด 2.การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลผสมหรือน้ำอัดลม รวมทั้ง ชา กาแฟ 3.การสูบบุหรี่ 4.การรับประทานยาต้านทานการอักเสบ ในกลุ่ม NSAIDs ติดต่อกันเป็นเวลานาน 5.การต่อว่าดเชื้อแบคทีเรียเฮลิโด แบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobactor Pylori) ที่แปดเปื้อนมากับอาหารหรือน้ำดื่ม
- กรรมวิธีการรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร หมอวินิจฉัยโรคแผลเปบติเตียนคได้จาก ความเป็นมาอาการ การตรวจร่างกาย หรือการตรวจภาพกระเพาะแล้วก็ช่องท้องด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ แม้กระนั้นการตรวจที่ได้ผลแน่ นอนเป็นการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร และลำไส้ ร่วมกับการตัดชิ้นเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา แล้วก็อาจมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติม ดังนี้ขึ้นอยู่กับอาการคนเจ็บและดุลพินิจของหมอ ได้แก่ การตรวจหาสารบางประเภทในอุจจาระซึ่งสร้างโดยเชื้อ เอชไพโลไร หรือการตรวจสารบางประเภทที่เชื้อนี้สร้างรวมทั้งร่างกายกำจัดออกทางการหายใจ การให้ยารักษา (ในกรณีไม่ติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobactor Pylori) โดยรับประทานยาอย่างถูกต้อง เป็นจะต้องกินยาให้เป็นประจำ รับประทานยาให้ครบตามจำนวน และช่วงเวลา ที่หมอสั่งยารักษาโรคกระเพาะอาหาร ส่วนมากจะต้องใช้เวลาราวๆอย่างต่ำ 4-6 อาทิตย์ แผลก็เลยจะหาย ดังนั้นคราวหลังรับประทานยา ถ้าหากอาการห้ามหยุดยา จะต้องรับประทานยาต่อกระทั่งครบ รวมทั้งหมอมั่นใจว่าแผลหายแล้ว ก็เลยจะ ลดยาหรือหยุดยาวได้

การให้ยารักษาในกรณีตรวจเจอเชื้อแบคทีเรีย หมอจะให้การรักษาโดยมีสูตรยา 3-4 ชนิดด้วยกัน รับประทานนาน 1-2 อาทิตย์ สูตรยาส่วนใหญ่เป็นยาปฏิชีวนะร่วมกับยาลดกรด เพื่อรักษาแผลรวมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของยาปฏิชีวนะ คนป่วยควรได้รับการตรวจหาเชื้อซ้ำหลังจากได้รับประทานยาปฏิชีวนะครบแล้ว โดยบางทีอาจเป็นการตรวจโดยการส่องกล้องกระเพาะอาหารอีกรอบเพื่อกระทำพิสูจน์ ชิ้นเนื้อซ้ำ หรือทดสอบโดยการรับประทานยาสำหรับทดสอบเชื้อแบคทีเรียโดยตรง แล้วก็วัดสารที่ถูกปลดปล่อยออกมาทางลมหายใจ
การผ่าตัด ซึ่งในปัจจุบัน มียาสุดที่รักษาโรคกระเพาะของกินอย่างยอดเยี่ยมไม่น้อยเลยทีเดียวถ้าเกิดให้การรักษาที่ถูก ก็ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดสำหรับการผ่าตัดอาจจะเป็นผลให้เป็นกรณีที่เกิดโรคแทรก อย่างเช่น เลือดออกในกระเพาะและลำไส้เล็ก โดยไม่อาจจะทำให้หยุด เลือดออกได้ แผลกระเพาะรวมทั้งลำไส้เล็กเกิดการทะลุ กระเพาะมีการอุดตัน
- การติดต่อของโรคแผลในกระเพาะ โรคแผลในกระเพาะ ไม่มีการติดต่อจากคนสู่คน หรือจากสัตว์สู่คน
- การปฏิบัติตนเมื่อเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร พึงจะระลึกไว้เสมอว่า โรคแผลกระเพาะอาหารเป็นโรคเรื้อรัง เป็นๆหายๆมักไม่หายขาดชั่วชีวิต คนเจ็บจำต้องได้รับยารักษาต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน หลังได้รับยา อาการปวดจะหายไปก่อน ใน 3-7 วัน แต่แผลจะยังไม่หาย จำนวนมากใช้เวลาถึง 4-8 สัปดาห์ แผลก็เลยหาย เมื่อหายแล้ว จะกลับมาเป็นใหม่ได้อีกถ้าไม่ระวังทำตัวให้ถูกต้อง ได้แก่ ทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย รวมทั้งกินอาหารที่สะอาดปรุงสุกใหม่ๆ รับประทานอาหารตรงตามเวลาทุกมื้อ กินอาหารจำนวนน้อยๆแต่ว่ารับประทานให้บ่อยมากมื้อ ไม่สมควรกินจนกระทั่งอิ่มมากมายในแต่ละมื้อ เลี่ยงอาหารเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เครื่องดื่มแอลกฮอลล์ งดเว้นดูดบุหรี่ งดเว้นการใช้ยาแก้ปวด แอสไพริน แล้วก็ยาแก้โรคกระดูกรวมทั้งข้ออักเสบทุกชนิด รวมถึงยาชุดต่างๆเครียดลดลง ไม่สบายใจ พักให้พอเพียง รับประทานยาลดกรด หรือยารักษาแผลกระเพาะติดต่อกันอย่างต่ำ 4-8 อาทิตย์ หรือจากที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด ถ้าหากมีอาการของภาวะแทรกซ้อน จะต้องรีบไปพบหมอ ควรออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรง
- การป้องกันตนเองจากโรคแผลในกระเพาะอาหาร รักษาสุขลักษณะ เพื่อลดจังหวะติดเชื้อโรคต่างๆโดย เฉพาะการใช้ช้อนกลาง และการล้างมือเสมอๆโดยยิ่งไปกว่านั้นหลังเข้าห้องอาบน้ำ รวมทั้งก่อนที่จะกินอาหาร เมื่อมีลักษณะอาการเจ็บท้องบริเวณลิ้นปี่เสมอๆเป็นๆหายๆหรือเรื้อรัง อาการไม่ดีขึ้นข้างหลังดูแลตนเองในเบื้องต้น ควรจะพบหมอเสมอ เพื่อการวินิจฉัยหาสาเหตุแล้วก็ให้การรักษาแม้กระนั้นเนิ่นๆก่อนโรคแพร่กระจายเป็นแผลเปบตำหนิค หรืออาจเป็นอาการของโรคโรคมะเร็งกระเพาะได้ หลบหลีกการใช้ยาโดยไม่ จำเป็นต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุ๊ปยาต้านอักเสบ ที่ไม่ใช่สตีรอยด์ที่ใช้แก้ปวดข้อปวดเอ็นรวมทั้งกล้าม และก็ยาอื่นๆที่เป็นเหตุกระตุ้นให้โรคกำเริบเสิบสาน กินอาหารสุก อย่ารับประทานอาหารดิบๆสุกๆหรือมีแมลงวันตอม เพื่อหลีกเลี่ยงการตำหนิดเชื้อเอชไพโรไล เลี่ยงการกินเหล้า เบียร์ กาแฟ ยาดอง รวมทั้งงดเว้นสูบบุหรี่ พักผ่อนให้มากพอเพียง ทำจิตใจให้เบิกบานผ่อนคลายเครียดวิตกกังวล และไม่อารมณ์เสียขี้โมโห
- สมุนไพรที่สามารถช่วยทุเลา/รักษาโรคแผลในกระเพาะอาหารได้ ขมิ้นชัน ในขมิ้นชันจะมีสารชื่อ เคอคิวมินอยด์ เป็นตัวคุ้มครองปกป้องการเกิดแผลในกระเพาะ ลดการอักเสบ ทั้งยังช่วยกระตุ้นการขับน้ำดี ทำให้ระบบการย่อยของอาหารดียิ่งขึ้น ก็เลยช่วยคลายปริมาตรกเสียด และก็สารเคอคิวมินอยด์ ยังไปกระตุ้นร่างกายให้หลั่งสารเคลือบกระเพาะอาหารก็เลยช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารให้ดีขึ้น วิธีการใช้ เพียงนำเหง้าของขมิ้นชันมาล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นบางๆผึ่งแดดราว 1 – 2 วันแล้วบดอย่างถี่ถ้วน ผสมกับน้ำผึ้งกินเป็นลูกกลอน รับประทานทีละ 500 มิลลิกรัม หลังอาหารรวมทั้งก่อนนอน 4 เวลา ว่านหางจระเข้ ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรอีกที่มีคุณลักษณะสำหรับในการรักษาโรคกระเพาะ ช่วยสำหรับการรักษาบาดแผลในกระเพาะและก็ล้างพิษ โดยให้ใช้ใบสดที่เพิ่งเอาออกมาจากต้น ล้างน้ำให้สะอาดแล้วปอกเปลือกให้เหลือแต่วุ้นใสๆแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆรับประทานทุกๆวัน ก่อนที่จะกินอาหาร กระเจี๊ยบเขียว เป็นผักสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์สำหรับเพื่อการรักษาโรคกระเพาะอาหารและก็ลำไส้ เพราะในฝักกระเจี๊ยบนั้นจะมีสารชื่อว่า แพ็คติน และก็คัม ที่จะช่วยเคลือบแผลในกระเพาะและก็ลำไส้ วิธีการใช้ เพียงเอามาลวกแล้วรับประทานทุกเมื่อเชื่อวันตรงเวลาสม่ำเสมออย่างต่ำ 2 อาทิตย์ แผลในกระเพาะอาหารก็จะดีขึ้นเพราะว่ามูกลื่นๆในผลของกระเจี๊ยบเขียวช่วยเคลือบแผลในกระเพาะได้
เอกสารอ้างอิง- โรคกระเพาะอาหาร.หน่วยโรคทางเดินอาหารฯ.สาขาวิชาอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.
- รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ.โรคกระเพาะ.นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 288 .คอลัมน์สารานุกรมทันโรค.เมษายน.2546
- ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร.โรคกระเพาะอาหาร.ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล
- สุรเกียรต์ อาชานานุภาพ,(2543).ตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป.(พิมพ์ครั้งที่ 2).กรุงเทพฯ:อุษาการพิมพ์.
- แผลเปปติค(Pept:c ulcer)/แผลในกระเพาะอาหาร(Gastric ulcer)http://www.disthai.com/[/b]
- วันทนีย์ เกรียงสินยศ,(2548).กินอย่างไรเมื่อเป็นโรคกระเพาะ.หมอชาวบ้าน.(ปีที่ 26 ฉบับที่ 311หน้า52-54).
- El-Omer E, Penman I, Ardill JE, McColl KE. A substantial proportion of non-ulcer dyspepsia patients have the same abnormality of acid secretion as duodenal ulcer patients. Gut 1995;36:534-8.
- พิศาล ไม้เรียง.(2536).โรคทางเดินอาหาร การวินิจฉัยและการรักษา.(พิมพ์ครั้งที่ 2).ขอนแก่น:โรงพิมพืคลังนานาวิทยา.
- กลุ่มวิจัยโรคกระเพาะอาหาร.สมาคมแพทย์ระบบทางเดินแห่งประเทศไทย.แนวทางเวชปฏิบัติในการวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยดิสเปปเซียและผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพลอไร ในประเทศไทย พ.ศ.2553.สำนักพิมพ์กรุงเทพเวชสาร,2010.
- เฟื่องเพชร เกียรติเสรี.(2541).โรคระบบทางเดินอาหาร.(พิมพ์ครั้งที่1).กรุงเทพฯ:เรือนแก้ว การพิมพ์.
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง :
โรคหัวใจขาดเลือดTags : โรคหัวใจขาดเลือด