Advertisement
ต้นหญ้าหนวดแมวชื่อสมุนไพร หญ้าหนวดแมว
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น พยับเมฆ (กรุงเทพมหานคร) บางรักป่า (ประจวบคีรีขันธ์), อีตู่ป่าดง (เพชรบุรี) ต้นหญ้าหนวดเสือ
ชื่อสามัญ Kidney tea plant, Cat’s whiskers, Java tea, Hoorah grass
ชื่อวิทยาศาสตร์ Orthosiphon aristatus (Blume) Miq.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Orthosiphon grandiflorus Bold. ,Orthosiphon stamineus Benth.
ตระกูล Lamiaceae หรือ Lamiaceae
บ้านเกิดเมืองนอน
หญ้าหนวดแมวจัดเป็นพืชป่าในเขตร้อนชื้นมีถิ่นกำเนิดแถวทวีปเอเชียใต้แถบประเทศอินเดีย , บังคลาเทศ , ศรีลังกาและก็ทางตอนใต้ของจีนแล้วมีการกระจัดกระจายจำพวกไปสู่ในประเทศเขตร้อนที่ใกล้เคียง (ในเอเซียอาคเนย์) อย่างเช่น พม่า ไทย ลาว กัมพูชา มาเลเซีย อื่นๆอีกมากมาย ในประเทศไทย มีการนำต้นหญ้าหนวดแมวมาเป็นสมุนไพรรักษาโรคนิ่วรวมทั้งขับปัสสาวะมานานแล้ว ตราบจนกระทั่งในปัจจุบันมีการวิจัยเกี่ยวกับต้นหญ้าหนวดแมวว่าสามารถเยียวยาโรคแล้วก็สภาวะต่างๆได้มากมายหลายโรคจึงทำให้ความนิยมในการใช้หญ้าหนวดแมวเพิ่มมากขึ้น
ลักษณะทั่วไป ต้นหญ้าหนวดแมวมีลักษณะ ต้น เป็นไม้พุ่มล้มลุก ขนาดเล็ก เนื้ออ่อน สูง 30-60 ซม. มีอายุนับเป็นเวลาหลายปี ลำต้นแล้วก็กิ่งก้านค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมเห็นได้ชัดเจน มีสีม่วงแดง รวมทั้งมีขนเล็กน้อย แตกกิ่งก้านสาขามากมาย โคนต้นอ่อนโค้ง ปลายตั้งชัน ตามยอดอ่อนมีขนกระจาย ใบเป็นคนเดียว ออกตรงกันข้าม สีเขียวเข้ม รูปไข่ หรือรูปสี่เหลี่ยมข้ามหลามตัด ตามเส้นใบมักมีขน กว้าง 2-5 เซนติเมตร ยาว 5-10 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อยห่างๆเว้นเสียแต่ขอบที่โคนใบจะเรียบ มีขนตามเส้นใบข้างบนแล้วก็ข้างล่าง เนื้อใบบาง ก้านใบยาว 2-4.5 เซนติเมตร มีขน ดอก มีสีขาว หรือขาวอมม่วงอ่อน ออกเป็นช่อกระจะตั้งขึ้น ที่ปลายยอด เป็นรูปฉัตร ยาว 7-29 เซนติเมตร มีดอกย่อยประมาณ 6 ดอก ขนาดดอก 1.5 เซนติเมตร ดอกจะบานจากข้างล่างขึ้นไปด้านบน ริ้วประดับรูปไข่ ยาว 1-2 มม. ไม่มีก้าน กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง งอนิดหน่อย ยาว 2.5-4.5 มิลลิเมตร เมื่อสำเร็จยาว 6.5-10 มิลลิเมตร ข้างนอกมีต่อมน้ำมันหรือเป็นปุ่มๆกลีบโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดตรงเล็ก ยาว 10-20 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็นปากสองปาก ปากบนใหญ่กว่า ปากบนมีหยักตื้นๆ4 หยัก โค้งไปทางข้างหลัง ปากล่างตรง โค้งเป็นรูปช้อน เกสรเพศผู้มี 4 อัน เรียงเป็น 2 คู่ คู่ข้างล่างยาวกว่าคู่บนน้อย ก้านเกสรยาว สะอาด ไม่ติดกัน ยื่นยาวออกมานอกกลีบเห็นได้ชัดราวกับหนวดแมว อับเรณูเป็น 2 พู ด้านบนบรรจบกัน ก้านเกสรเพศเมียเรียวเล็ก ยาว 5-6 ซม. ปลายก้านเป็นรูปตะบอง ปลายสุดมี 2 พู ผลได้ผลสำเร็จแห้งไม่แตก รูปขอบขนานกว้าง แบน แข็ง สีน้ำตาลเข้ม ขนาดเล็ก ยาวประมาณ 1-2 มิลลิเมตร ผลจะรุ่งเรืองเป็น 4 ผลย่อยจากดอกหนึ่งดอก ตามผิวมีรอยย่น ออกดอกแล้วก็ติดผลราวก.ย.ถึงเดือนตุลาคม ชอบขึ้นที่ชื้น มีแดดรำไรในป่าขอบสายธาร หรือน้ำตก
การขยายพันธุ์ ต้นหญ้าหนวดแมว เป็นไม้ล้มลุกที่เติบโตเจริญในดินเปียกชื้น คล้ายกับกระเพรารวมทั้งโหระพา จึงทนต่อสภาพแห้งได้น้อย ด้วยเหตุผลดังกล่าว การปลูกหญ้านวดแมวจำเป็นจะต้องเลือกสถานที่ปลูกที่ค่อนข้างเปียกชื้นเสมอหรือมีระบบให้น้ำอย่างทั่วถึง แม้กระนั้นในช่วงฤดูฝนสามารถเติบโตได้ทุกพื้นที่
ทั้งยังต้นหญ้าหนวดแมวเป็นพืชถูกใจดินร่วน และมีอินทรียวัตถุสูง ฉะนั้น ดินหรือแปลงปลูกควรจะเติมอินทรียวัตถุ อาทิเช่น ปุ๋ยธรรมชาติ ปุ๋ยหมัก ก่อนกระพรวนผสมเข้าด้วยกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะเข้ากันแล้วก็กำจัดวัชพืชออกให้หมด
ส่วนการปลูกต้นหญ้าหนวดแมว ปลูกได้ด้วย 2 วิธี เป็น
- การปักชำกิ่ง ตัดกิ่งที่ยังไม่ออกดอก ยาวราว 15-20 ซม. จากนั้น เด็ดกิ่งกิ้งก้าน แล้วก็ใบออกด้านโคนกิ่งออก ในความยาวราวๆ 5 เซนติเมตร พร้อมทั้งเด็ดยอดทิ้ง ก่อนนำมาปักชำ ซึ่งอาจปักชำในกระถางหรือปักชำลงแปลงปลูก
- การโปรยเมล็ด นำเมล็ดหว่านลงแปลงที่เตรียมไว้ โดยหว่านให้เม็ดมีระยะห่างกันประมาณ 3-5 ซม. ก่อนให้น้ำ ใส่ปุ๋ย และก็ดูแลจนกระทั่งต้นกล้าอายุราว 20-30 วัน หรือสูงราวๆ 10-15 เซนติเมตร ก่อนแยกปลูกลงแปลงถัดไป
ต้นหญ้านวดแมว เป็นพืชที่อยากความชุ่มชื้นสูง ถ้าหากขาดน้ำนาน ลำต้นจะเฉา แล้วก็ตายได้รวดเร็วทันใจ โดยเหตุนี้ กล้าหญ้าหนวดแมวหรือต้นที่ปลูกเอาไว้ในแปลงแล้ว ควรจะมีการให้น้ำขั้นต่ำ 2 วัน/ครั้ง
การเก็บเกี่ยว หญ้าหนวดแมว แก่เก็บเกี่ยวประมาณ 120-140 วัน หลังปลูก อาจเก็บเกี่ยวด้วยการถอนทั้งยังต้นหรือทยอยเด็ดเก็บกิ่งมาใช้ประโยชน์ก็ได้
ส่วนประกอบทางเคมี
ต้นหญ้าหนวดแมวมีส่วนประกอบทางด้านพฤกษเคมีที่โดดเด่นคือ สารกรุ๊ป phenolic compoundsอย่างเช่น rosmarinic acid, 3’-hydroxy-5, 6, 7, 4’-tetramethoxyflavone, sinensetin และeupatorin และก็ pentacyclic triterpenoid ที่สำคัญเป็น betulinic acid2 นอกจากนั้นยังเจอ glucoside orthosiphonin, myoinositol, essential oil, saponin, alkaloid, phytosterol, tannin เจอสารกลุ่มฟลาโม้น อาทิเช่น sinensetin, 3’-hydroxy-5,6,7,4’-tetramethoxy flavones Potassium Salf ในใบ และHederagenin, Beta-Sitosterol, Ursolic acid ในต้นอีกด้วย
ซึ่งสารในต้นหญ้าหนวดแมวเหล่านี้มีรายงานฤทธิ์ทางสรีรวิทยาและเภสัชวิทยามากไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างเช่น การขับเยี่ยว ลดระดับกรดยูริค (hypouricemic activity) ป้องกัน ตับ ไต และกระเพาะ ลดความดันเลือด ต้านทานสารอนุมูลอิสระหรือปฏิกิริยาออกซิเดชัน ต่อต้านการอักเสบ เบาหวาน แล้วก็จุลชีพ ลดไขมัน (antihyper-lipidemic activity) ลดความต้องการกินอาหาร (anorexic activity) และก็ปรับสมดุลภูมิต้านทานของร่างกาย (immunomodulation)

องค์ประกอบทางเคมีของสารพฤกษเคมีในหญ้าหนวดแมว (a) rosmarinic acid, (b) 3’-hydroxy-5,6,7,4’-tetramethoxyflavone, (c) eupatorin, (d) sinensetin, (e) betulinic acid

Tannin ที่มา: Wikipedia Myo-inositol ที่มา: Google
สรรพคุณ ต้นหญ้าหนวดแมวเป็นสมุนไพรที่ชาวไทยได้ประยุกต์ใช้รักษาโรคมานานแล้ว โดยมีสรรพคุณตามตำราไทยหมายถึงใบมีรสจืด ใช้เป็นยาชงแทนใบชา รับประทานขับฉี่ ขับนิ่ว แก้โรคไต แล้วก็กระเพาะปัสสาวะอักเสบ แก้ปวดเมื่อย และก็ไขข้ออักเสบ แก้คลื่นเหียนอาเจียน แก้ถุงน้ำดีอักเสบ บรรเทาอาการไอ แก้โรคหนองใน ราก ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว ทั้งยังต้น แก้โรคไต ขับฉี่ รักษาโรคกษัย รักษาโรคปวดตามสันหลัง และก็บั้นท้าย รักษาโรคนิ่ว แก้โรคหนองใน รักษาโรคเยื่อจมูกอักเสบ ล้างสารพิษในไต
ส่วนในทางการแพทย์แผนปัจจุบันนั้น มีผลการศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยกล่าวว่า หญ้าหนวดแมวมีสรรพคุณ
- ความดันโลหิตสูง หญ้าหนวดแมวทำให้ความดันเลือดลดลง รวมทั้งยังสามารถลดภาวการณ์เส้นเลือดหดตัวได้ด้วย ก็ยิ่งทำให้ปลอดภัยในผู้ป่วยกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น
- การตำหนิดเชื้อระบบฟุตบาทปัสสาวะ โรคนี้หมอมักแนะนำให้คนเจ็บดื่มน้ำมากมายๆโดยเฉพาะในระยะเริ่มต้นหากดื่มน้ำมากมายๆก็จะสามารถช่วยทำให้หายได้โดยไม่ต้องกินยาปฏิชีวนะ การกินน้ำมากมายๆเสมือนเป็นการช่วยให้เชื้อโรคถูกขับออกไทยจากระบบฟุตบาทปัสสาวะไปเรื่อยยิ่งขับออกเร็วมากเท่าใดลักษณะของโรคก็จะหายเร็วมากยิ่งกว่าเดิมแค่นั้นหากเชื้อสะสมอยู่ในระบบฟุตบาทฉี่ก็จะเป็นตัวกระตุ้นการหลั่งสารกลุ่ม cytokines โดยเฉพาะอย่างยิ่ง interleukin 6 ที่ให้ผลเฉพาะที่ในระบบฟุตบาทปัสสาวะแล้วก็กระทบไปทั่วร่างกาย (systemic effect) เป็นนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการปวด อักเสบ แล้วก็มีไข้ได้ ต้นหญ้าหนวดแมวก็ยังสามารถช่วยลดการอักเสบ ปวด ไข้ รวมถึงคุ้มครองปกป้องไม่ให้เชื้อเกาะติดเยื่อระบบทางเดินฉี่ เชื้อก็จะหลุดออกไปกับน้ำปัสสาวะได้เร็วขึ้น
- เบาหวาน หญ้าหนวดแมวทำให้น้ำตาลในกระแสโลหิตลดลงเพราะยั้งเอนไซม์ α-glucosidase รวมทั้ง α-amylase แล้วก็ลดพิษจากการได้รับเดกซ์โทรสปริมาณสูง จึงสามารถประยุกต์ใช้ในผู้เจ็บป่วยโรคเบาหวานได้อย่างปลอดภัยแล้วก็แบบเรียนยาโบราณยังอาจใช้รักษาโรคเบาหวานได้ด้วย
- นิ่ว หญ้าหนวดแมวเป็น hypourecimic agent คือขับกรดยูริกออกจากกระแสโลหิต ลดการเกิดนิ่วจากกรดยูริกได้ อีกทั้งยังลดการบิดเจ็บในไตที่เกิดขึ้นจากนิ่ว calcium oxalate ได้ด้วย
- โรคมะเร็ง ต้นหญ้านวดแมวเป็นพิษต่อเซลล์ของมะเร็งหลายชนิดรวมทั้งลดการผลิตเส้นเลือดใหม่ไม่ให้ผลิออกไปเลี้ยงก้อนเนื้อมะเร็ง จึงให้ผลดีสำหรับในการร่วมรักษาโรคมะเร็งได้
- ท่อเยี่ยวตีบแคบ หญ้าหนวดแมวถือได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีสาระมากมายสำหรับการช่วยขับปัสสาวะในคนไข้ที่มีปัญหาในเรื่องท่อเยี่ยวตีบแคบซึ่งเจอได้ย่อยในคุณผู้หญิงสูงวัย เนื่องจากทำให้กล้ามเรียบของท่อเยี่ยวคลายตัว
ต้นแบบ/ขนาดวิธีใช้ ตามตำรายาไทยกำหนดได้ว่า- ใช้ขับฉี่
- ใช้กิ่งกับใบต้นหญ้าหนวดแมว ขนาดกึ่งกลาง ไม่แก่หรืออ่อนจนถึงเกินความจำเป็น ล้างสะอาด เอามาผึ่งในที่ร่มให้แห้ง เอามา 4 กรัม หรือ 4 จับมือ ชงกับน้ำเดือด 1 ขวดน้ำปลา (750 ซีซี.) แบบเดียวกันชงชา ดื่มต่างน้ำตลอดทั้งวัน กินนาน 1-6 เดือน
- ใช้ต้นกับใบวันละ 1 กอบมือ (สด 90- 120 กรัม แห้ง 40- 50 กรัม ) ต้มกับน้ำกิน ครั้งละ 1 ถ้วยชา (75 ซีซี.) วันละ 3 ครั้ง ก่อนที่จะกินอาหาร
- ใช้แก้นิ่ว/ขับนิ่ว ให้นำใบอ่อน (ไม่ใช่ดอก) ขอบต้นหญ้าหนวดแมว ประมาณ 2-3 ใบ (ควรที่จะเก็บช่วงที่หญ้าหนวดแมวกำลังมีดอก) มาหั่นเป็นท่อนราว 2-3 เซนติเมตร ผึ่งแดดให้แห้งแล้วนำมาชงกับน้ำร้อน (โดยประมาณ 2 กรัมต่อน้ำร้อน 1 แก้ว) ปิดฝาทิ้งไว้ 5-10 นาที ใช้ดื่ม วันละ 3-4 ครั้ง
- แก้อาการคลื่นเหียนอาเจียน อาเจียน ตำรายาให้ใช้ใช้ทั้งยังใบ และกิ่งต้มน้ำรวมกับสารส้ม ดื่มวันละ 3 ครั้ง ก่อนกินอาหาร
การเล่าเรียนทางพิษวิทยา การศึกษาเล่าเรียนทางเภสัชวิทยาของต้นหญ้าหนวดแมวส่วนใหญ่จะมีด้านฤทธิ์การขับเยี่ยวและฤทธิ์สำหรับในการรักษานิ่ว เป็นต้นว่า
- มีสารฤทธิ์ขับเยี่ยว ทดลองป้อนทิงเจอร์ของสารสกัดจากใบด้วยเอทานอลจำนวนร้อยละ 50 แล้วก็ร้อยละ 70 ให้หนูแรทพบว่าสารสกัดด้วยเอทานอลจำนวนร้อยละ 50 มีฤทธิ์ขับเยี่ยวและก็ขับโซเดียมได้ดียิ่งไปกว่าสารสกัดด้วยเอทานอลความเข้มข้นปริมาณร้อยละ 70 แต่ว่าขับโปแตสเซียมออกได้น้อยกว่า ยิ่งกว่านั้นสารสกัดด้วยเอทานอลจำนวนร้อยละ 50 ยังมีฤทธิ์ขับกรดยูริคได้ดีมากมาย และก็พบว่าสารสกัดด้วยเอทานอลร้อยละ 50 มีจำนวนสารสำคัญ ได้แก่ sinesetine, eupatorine, caffeic acid และ cichoric acid สูงกว่าสารสกัดด้วยเอทานอลปริมาณร้อยละ 70 แต่ว่ามีสาร rosemarinic acid น้อยกว่า
- ฤทธิ์สำหรับการรักษานิ่ว มีการศึกษาเล่าเรียนฤทธิ์ในการรักษานิ่วในทางเดินเยี่ยวส่วนบนของหญ้าหนวดแมวเปรียบเทียบกับการดูแลรักษามาตรฐานด้วยไฮโดรคลอไรไธอาไซด์ และก็โซเดียมไบคาร์บอเนต พบว่าผู้เจ็บป่วยที่ได้รับต้นหญ้าหนวดแมวมีการเคลื่อนของนิ่วบริเวณกระดูกกระเบนเหน็บมากยิ่งกว่า และก็ช่วยลดการใช้ยารับประทานแก้ปวดได้มากกว่ากรุ๊ปที่ใช้ยามาตรฐาน แม้กระนั้นไม่ได้แตกต่างกันอย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติ คนไข้ที่ได้รับต้นหญ้าหนวดแมวจะมีความดันเลือดต่ำลงบางส่วน ในขณะกลุ่มที่ได้ยามาตรฐานจะมีความดันโลหิตต่ำลงอย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติ คนไข้ที่ได้รับหญ้าหนวดแมวจะมีชีพจรในช่วงแรก (วันที่ 3 ของการทดสอบ) เร็วขึ้น แต่ว่าไม่เจอการเปลี่ยนแปลงของระดับโปแตสเซียมในเลือด กลุ่มที่ได้ยามาตรฐานจะมีเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะในวันที่ 30 ของการทดสอบลดลง ความเคลื่อนไหวของความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะทั้งคู่กรุ๊ปไม่มีความแตกต่างกัน ในขณะที่เจอผลกระทบในกรุ๊ปที่ใช้ต้นหญ้าหนวดแมวน้อยกว่ากลุ่มที่ใช้ยามาตรฐาน แต่ว่าไม่มีความแตกต่างอย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติ นอกจากนี้ มีรายงานผลของการรักษานิ่วในไตในผู้ป่วยที่ให้รับประทานยาต้มที่จัดแจงจากใบต้นหญ้าหนวดแมวแห้ง ความเข้มข้นปริมาณร้อยละ 0.5 ขนาด 300 มล. ครั้งเดียว ติดต่อกันเป็นเวลานาน 1-10 เดือน พบว่า 9 ราย มีการสนองตอบทางคลินิกที่ดี พบว่าฉี่ของคนป่วยมีทิศทางเป็นด่างมากขึ้น ซึ่งเสนอแนะว่าน่าจะช่วยลดการเกิดนิ่วจากกรดยูริคได้
ยิ่งไปกว่านี้ยังมีการวิจัยในต่างชาติของฤทธิ์สำหรับการบรรเทาและรักษาลักษณะโรคต่างๆดังนี้- การขับเยี่ยว (diuresis) ปัจจุบันนี้พบว่าเนื้อเยื่อบุผิวของกระเพาะปัสสาวะ (uroepithelial tissue) ที่มีตัวรับขอบ ที่มีตัวรับของ adenosinereceptor อีกทั้ง A1 A2A A2B และก็ A3 สาระสำคัญในต้นหญ้าหนวดแมวมีกลไกการทำงานที่สำคัญเป็น กระตุ้น adenosine receptor จำพวก A1 receptor แม้กระนั้นก็ให้ฤทธิ์ที่ครอบคลุมถึง adenosine receptor อีก 3 จำพวกด้วย ทำให้กล้ามเนื้อเรียบของกระเพาะปัสสาวะหดตัวแม้กระนั้นกล้ามเรียบของท่อปัสสาวะ (urethra) คลายตัวซึ่งเอื้อต่อการขับปัสสาวะ จึงน่าจะเป็นกลไกที่ประยุกต์ใช้อธิบายการขับปัสสาวะได้
- นิ่วในไต (urolithiasis) เป็นโรคที่ยังถือว่าเป็นปัญหาอยู่มากและยังไม่รู้กลไกที่ชัดแจ้ง ยาแผนโบราณใช้ต้นหญ้าหนวดแมวสำหรับเพื่อการรักษานิ่ว Gao แล้วก็คณะบ่งบอกถึงความสามารถของต้นหญ้าหนวดแมวสำหรับในการปรับแก้นิ่วที่เกิดขึ้นจากผลึกของ calcium oxalateในเนื้อเยื่อไตของตัวทดลอง โดยการทำให้สาร biomarker กว่า 20 ประเภทที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อไตบาดเจ็บจากผลึกของ calcium oxalate สามารถคืนกลับสู่ภาวการณ์ปกติได้การปฏิบัติงานของสารในต้นหญ้าหนวดแมวคาดว่าน่าจะผ่านหลายกลไกในลักษณะ multiple metabolicpathways โดยยิ่งไปกว่านั้นเมแทบอลิซึมของพลังงานต่างๆกรดอะมิโน taurine hypotaurine purine และ citrate cycle นอกจากนั้นยังมีรายงานเพิ่มอีกว่าการขับฉี่อาจเป็นการช่วยละลายนิ่วและก็ขับออกมากับฉี่ง่ายมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยขับกรดยูริคแล้วก็คุ้มครองปกป้อง uric acid stone formation
- การติดเชื้อของระบบทางเท้าเยี่ยว (urinary tract infection, UTI) เมื่อนำหญ้าหนวดแมวมาใช้ในระบบฟุตบาทฉี่ ผลพลอยได้ที่น่าสนใจคือ นอกจากจะขับปัสสาวะที่ช่วยให้อาการของการตำหนิดเชื้อดีขึ้นแล้ว ยังสามารถลดการเกาะติดของเชื้อจำพวก uropathognicEscherichia coli กับเซลล์กระเพาะปัสสาวะ ทำให้เชื้อถูกขับออกไปจากระบบทางเท้าฉี่ได้ง่ายรวมทั้งเร็วขึ้น นอกเหนือจากนี้คุณลักษณะสำหรับการต่อต้านปฏิกิริยาออกซิเดชัน ที่จะลดความตึงเครียดจากภาวการณ์ออกซิเดชัน (oxidative stress) จึงลดการเจ็บที่เกิดจากปฏิกิริยาขบวนการออกซิเดชันสำคัญคือ lipid peroxidation ทำให้ลดการเกิดรอยแผล (scar formation) ได้
- การต้านอักเสบ (anti-inflammation) สารสกัดจากใบต้นหญ้าหนวดแมว (chloroform extract) มีคุณลักษณะตามอักเสบได้ดิบได้ดี ก็เลยมีการนำมาใช้ใน rheumatoid arthritis gout และก็โรคอันมีสาเหตุจากการอักเสบต่างๆกลไกหนึ่งของสารสกัดต้นหญ้าหนวดแมวที่ลดการอักเสบคือยับยั้ง cytosolic phospholipaseA2a (cPLA2a) ทำให้การสลาย phospholipid ลดลงสาร eupatorin และ sinensetin ยับยั้งการแสดงออกของยีน iNOS และ COX-2 ทำให้การสังเคราะห์ nitric oxide และ PGE2 ต่ำลงเป็นลำดับ นอกจากสารกลุ่ม phenolic compounds เป็นeupatorin และsinensetin แล้วสารกรุ๊ป diterpines ในต้หญ้าหนวดแมว[/url]ก็สามารถยั้งการสังเคราะห์ nitric oxide ได้เหมือนกัน ยิ่งไปกว่านี้ยังลดการสังเคราะห์ tumornecrosis factor a อีกด้วย คาดคะเนว่ากลไกการต้านอักเสบผ่าน transcription factor ที่ชื่อ STAT1a
- การลดไข้ (antipyretic activity)สารสกัดจากต้นหญ้าหนวดแมวมีคุณสมบัติลดการเกิดไข้ได้ขึ้นรถสำคัญที่ออกฤทธิ์คือ rosmarinic acid,sinensetin, eupatorin และก็ tetramethoxy-flavone จุดเด่นที่นอกเหนือจากการต้านทานอักเสบแล้วก็ลดไข้แล้วยังช่วยลดอาหารปวดได้อีกด้วย31 ซึ่งอาการอักเสบ ไข้และก็ปวดจะมักพบสำหรับในการติดโรคของระบบทางเท้าปัสสาวะ
- ภาวการณ์น้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycaemia) การใช้หญ้าหนวดแมวในคนไข้เบาหวานน่าจะมีความปลอดภัยสูงเนื่องมาจากสารสกัดหญ้าหนวดแมว สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูทดลองที่เป็นเบาหวานได้ โดยยั้งโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี a-glucosidase เพิ่มการแสดงออกของยีนอินซูลินรวมทั้งป้องกันความเป็นพิษที่เกิดขึ้นจากการรับกลูโคสขนาดสูงๆ(high glucosetoxicity) โดยผ่านการเติมกลุ่มฟอสเฟตให้กับphosphatidylino-sitol 3-kinase (PI3K)
เมื่อกระทำการสกัดแยกสาร sinensetin ออกมาทดสอบฤทธิ์การหยุดยั้งโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี a-glucosidase รวมทั้งa-amylase ก็พบว่าสมรรถนะของสารบริสุทธิ์sinensetin สำหรับการยั้งเอนไซม์ a-glucosidase สูงยิ่งกว่าสารสกัดหญ้าหนวดแมว (ethanolic extract) ถึง 7 เท่า ด้วยค่า IC50 พอๆกับ 0.66 แล้วก็ 4.63 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร เป็นลำดับ ในเวลาที่สมรรถนะของsinensetin สำหรับการยับยั้งเอนไซม์ a-amylase สูงกว่าสารสกัดหญ้าหนวดแมวถึง 32.5 เท่า ด้วยค่า IC50 พอๆกับ 1.13 และ 36.7 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตรเป็นลำดับ จึงคาดการณ์ว่าสาร sinensetin บางทีอาจเป็นสารสำคัญประเภทหนึ่งสำหรับเพื่อการออกฤทธิ์ของหญ้าหนวดแมวในการต้านทานเบาหวานจำพวกที่ไม่ขึ้นอยู่กับอินซูลิน (non-insulin-dependent diabetes) ได้
- ความดันโลหิตสูง (Hypertension) สารสกัดหญ้าหนวดแมว สามารถลดสภาวะหลอดเลือดหดรัด (vasoconstriction) ด้วยการยับยั้งตัวรับ alpha 1 adrenergic แล้วก็ angiotensin 1 ก็เลยคงจะไม่มีอันตรายในคนเจ็บความดันเลือดสูง นอกเหนือจากการที่จะไม่เป็นอันตรายในคนป่วยความดันโลหิตสูงแล้วยังสามารถนำมาใช้ผลดีสำหรับเพื่อการรักษาความดันเลือดสูงได้ด้วย คาดว่าสารสำคัญที่ออกฤทธิ์มาจากกลุ่ม diterpenes และก็ methylripario-chromene A
- พิษต่อเซลล์ของโรคมะเร็ง (cytotoxicity)ต้นหญ้าหนวดแมวที่สกัดด้วยแนวทาง supercritical carbon-dioxide ได้ผลที่น่าสนใจ สำหรับในการยั้งการเติบโตของเซลล์ของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยความเข้มข้นที่ยับยั้งการเจริญก้าวหน้าของเซลล์ (inhibitory concemtration) ได้ 50 % เป็นค่า IC50 ต่ำเพียง 28 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร เมื่อเรียนรู้ลงไปในระดับเซลล์ก็พบว่าทำให้เซลล์ตายในลักษณะ apoptosis ซึ่งสามารถมองเห็น nuclearcondensation แล้วก็ความแตกต่างจากปกติของเยื่อไมโตคอนเดรียได้อย่างแจ่มแจ้ง เมื่อทำการสกัดสาร eupatorin มาทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ของมะเร็งหลายๆจำพวกก็ให้ค่า IC50 ในระดับตำเป็นไมโครโมล่าร์ ด้วยการขัดขวางวงจรการแบ่งเซลล์ ระยะ G2/M phase ข้อดีที่เหนือยาเคมีบรรเทาในขณะนี้เป็น eupatorin ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ธรรมดา
- การต้านปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (anti-oxidation) สารสกัดต้นหญ้าหนวดแมวสามารถลดสารอนุมูลอิสระ ได้แก่ การลดปฏิกิริยา lipid peroxidation ทำให้เยื่อเซลล์คงทนถาวรและก็แข็งแรง จึงลดการเกิดรอยแผลของระบบทางเท้าฉี่ได้ เว้นแต่ลดการเกิดปฏิกิริยา lipid peroxidation แล้วยังสามารถลดการเกิด hydrogen peroxide ได้อีกด้วย ทำให้เซลล์รอดพ้นจากการถึงแก่กรรมแบบ apoptosis ด้วยการเพิ่มการแสดงออกของยีน Bcl-2 พร้อมทั้งลดการแสดงออกของยีน Bax42 Ho รวมทั้งแผนกทดสอบการใช้วิธีultrasound-assisted extraction (UAE) มาช่วยสำหรับในการสกัดสารจากหญ้าหนวดแมวทำเป็นสารสกัดที่มีฤทธิ์ต้านทานปฏิกิริยาออกซิเดชันดีขึ้น โดยเจอสารrosmarinic acid, kaempferol-rutinoside และsinesetine อยู่ในสารสกัดดังที่กล่าวถึงมาแล้ว
การศึกษาทางพิษวิทยา เมื่อฉีดสารสกัดด้วยน้ำร้อนจากใบแล้วก็ลำต้นเข้าท้องหนูแรทเพศผู้แล้วก็เพศภรรยา หนูเม้าส์เพศผู้และก็เพศเมีย พบความเป็นพิษปานกลาง เมื่อป้อนสารสกัดเดียวดันนี้ให้กับหนูแรททั้งคู่เพศทุกวี่วันต่อเนื่องกัน 30 วัน ไม่เจอความเคลื่อนไหวของน้ำหนักตัว ค่าการตรวจทางชีวเคมีในเลือด แล้วก็พยาธิภาวะของอวัยวะสำคัญเมื่อดูด้วยตาเปล่า แล้วก็เมื่อศึกษาเล่าเรียนความเป็นพิษในระยะยาวนาน 6 เดือน โดยการป้อนหนูแรทด้วยยาชงด้วยน้ำร้อน ซึ่งมีความแรงเสมอกันกับ 11.25, 112.5 รวมทั้ง 225 เท่าของขนาดที่ใช้ในคนไข้โรคนิ่วในท่อไต ไม่เจอความแตกต่างของการเติบโต การกินของกิน ลักษณะด้านนอกหรือความประพฤติปฏิบัติที่ผิดปกติ และก็ค่าการตรวจทางวิชาชีวเคมีในเลือดเมื่อเปรียบเทียบกับกรุ๊ปควบคุม นอกจากปริมาณเกร็ดเลือดจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อใช้ยาในขนาด 18 กรัม/กิโล/วัน พบว่าระดับโซเดียมในเลือดในกลุ่มทดลองทุกกลุ่ม โปแตสเซียมในหนูเพศภรรยา และคอเลสเตอรอลในหนูเพศผู้ จะมีระดับต่ำลงยิ่งกว่ากรุ๊ปควบคุม ยิ่งกว่านั้น เมื่อป้อนหนูแรทด้วยสารสกัดจากต้นหญ้าหนวดแมว ติดต่อกันเป็นเวลานาน 6 เดือน เทียบกรุ๊ปควบคุม พบว่า หนูทุกกรุ๊ปมีการเจริญวัยรวมทั้งรับประทานอาหารได้ใกล้เคียงกัน ไม่เจอความผิดปกติในระบบเลือดวิทยาแล้วก็ความผิดปกติของอวัยวะภายใน ส่วนการตรวจผลทางชีวเคมีพบว่าหนูที่ได้รับสารสกัดทุกขนาดหรูหราโซเดียมต่ำยิ่งกว่ากลุ่มควบคุม แต่ระดับโปแตสเซียมมีทิศทางสูงมากขึ้น ในหนูเพศผู้ที่ได้รับสารสกัด 0.96 กรัม/โล/วัน จะมีน้ำหนักโดยเฉลี่ยของตับแล้วก็ม้ามมากกว่ากรุ๊ปควบคุม อย่างไรก็แล้วแต่การตรวจทางจุลพยาธิภาวะไม่พบความแตกต่างจากปกติที่เซลล์ตับและอวัยวะอื่นๆเว้นเสียแต่การโป่งพองของกรวยไตในหนูขาวที่ได้รับสารสกัด 4.8 กรัม/โล/วัน ที่มีจำนวนเพิ่มมากกว่ากรุ๊ปควบคุม กล่าวโดยย่อสารสกัดหญ้าหนวดแมวมีพิษน้อย แต่ว่าต้องคอยติดตามวัดระดับโซเดียมและโปแตสเซียมถ้าเกิดใช้ติดต่อกันนาน
คำแนะนำ/สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวัง - สำหรับคนที่เป็นโรคไตหรือโรคหัวใจ ไม่สมควรใช้สมุนไพรหญ้าหนวดแมว เนื่องจากว่าสมุนไพรจำพวกนี้มีสารโพแทสเซียมสูงมากมาย ถ้าเกิดไตผิดปกติก็จะไม่สามารถขับโพแทสเซียมออกมาได้ ทำให้เกิดโทษต่อสภาพร่างกายอย่างร้ายแรง และก็ยังมีฤทธิ์สำหรับเพื่อการขับฉี่ให้ออกมามากยิ่งกว่าปกติ รวมทั้งเกรงว่าขนาดของโพแทสเซียมที่สูงมากมายนั้น อาจจะไปกระตุ้นหัวใจให้เต้นเร็วเปลี่ยนไปจากปกติ ก็เลยบางทีอาจส่งผลกระทบต่อโรคหัวใจได้
- การกางใบชองต้นหญ้าหนวดแมวไม่สมควรใช้การต้ม ให้ใช้การชง รวมทั้งควรที่จะใช้ใบอ่อน เพราะว่าใบแก่จะมีความเข้มข้นอาจก่อให้มีฤทธิ์กดหัวดวงใจ
- การเลือกต้นนำมาใช้เป็นยาสมุนไพร ควรเลือกต้นที่มองแข็งแรง แข็งแล้วก็ครึ้ม ไม่อ่อนห้อยลงมา ลำต้นดูเจ้าเนื้อเป็นเหลี่ยม ต้นมีสีม่วงแดงเข้ม แล้วก็ดูได้จากใบที่มีสีเขียวเข้มเป็นมันและใหญ่
- การใช้สมุนไพรหญ้าหนวดแมวเพื่อรักษานิ่วจะได้ผลดีก็เมื่อใช้กับนิ่วก้อนเล็กๆแม้กระนั้นจะไม่เป็นผลกับก้อนนิ่วที่มีขนาดใหญ่
- สมุนไพรหญ้าหนวดแมว ไม่สมควรใช้ร่วมกับยาแอสไพริน เนื่องมาจากหญ้าหนวดแมวจะก่อให้ยาแอสไพรินไปจับกล้ามเนื้อหัวใจเยอะขึ้น
- ผลกระทบของต้นหญ้าหนวดแมว ซึ่งบางทีอาจเกิดขึ้นได้กับคนปกติที่ไม่เคยเป็นโรคหัวใจมาก่อน โดยอาการที่อาจเจอได้เป็น ใจสั่น หาย