สอนทำเบเกอรี่ มาการอง ของของหวานสีสันผ่องใส หลักสูตรเปิดร้านเบเกอรี่ สอนทำอาหาร

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สอนทำเบเกอรี่ มาการอง ของของหวานสีสันผ่องใส หลักสูตรเปิดร้านเบเกอรี่ สอนทำอาหาร  (อ่าน 14 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Jirasak2708
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22854


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: มกราคม 23, 2019, 03:38:36 am »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

เรียนทำขนมปัง มาการอง ของขนมสีสันผ่องใส  หลักสูตรเปิดร้านเบเกอรี่ เรียนทำอาหาร   เรียนทำขนมปัเรียนทำขนมไทย, ทำขนมปัง, เรียนทำเบเกอรี่ เบเกอรี่ฝรั่งเศส
 
เพราะเหตุไรธุรกิจร้านเบเกอรี่ถึงน่าลงทุน
สามารถทำผู้เดียวได้ เนื่องจากหากเราเริ่มต้น จากการรับขนมจากที่อื่นมาขาย นั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องว่าจ้างผู้ช่วย ซึ่งคนเดียวก็สามารถดูแลร้านค้าได้เอง ทั้งหมดทั้งปวง ไม่ต้องลงทุนสำหรับเพื่อการจ้างผู้รับจ้าง รวมทั้งวุ่นวายกับคนส่วนมาก
-ปัจจุบัน ร้านเบเกอรี่ นั้น กับ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ เนื่องจากคนสมัยใหม่นิยม ไปนั่งตามร้านขนม เพื่อพักผ่อน นั่งคุย พูดคุยกับเพื่อนพ้อง หรือนั่งอ่านหนังสือ เพื่อผ่อนคลาย การเปิดร้านของหวานแบบเต็มแบบ ก็เลยตอบโจทย์ข้อนี้ได้ และก็ทำรายได้ให้กับธุรกิจได้ อย่างมาก อย่างแน่แท้
-ความนิยมชมชอบเบเกอรี่ ของคนสมัยใหม่ ที่มีเวลาน้อย เลือกรับประทานเบเกอรี่เป็น อาหารจานด่วน หรือรองท้อง คนจำนวนไม่น้อยคงจะเคยได้ยินคำว่า “กองทัพจำต้องเดินด้วยท้อง” เมื่อคุณเดินทางไกล หรืออยู่ในช่วงเวลาเร่งรีบ ไม่สามารถหาที่นั่งทานอาหารได้ การกินขนมที่ซื้อข้างทาง จะช่วยให้คุณคลายหิวไปได้ ก่อนที่คุณจะทำธุระเสร็จ และไปรับประทานอาหารมื้อใหญ่ต่อไป
การเตรียมความพร้อมก่อนลงทุนในธุรกิจเบเกอรี่
ก่อนจะลงทุนในธุรกิจอะไรก็ตามก็ต้องมีการจัดแจงให้พร้อมกั่น ซึ่งธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดก็ไม่ได้ต่างอะไรกัน จำเป็นมากที่ผู้ร่วมลงทุนจำเป็นต้องพิจารณาถึงความพร้อมเพรียงก่อนการลงทุน ซึ่งเป็นต้นว่า
เงินลงทุน
สำคัญเป็นอันดับหนึ่งก็เนื่องจากเงินลงทุนเป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยทำให้การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ก่อนการผลิตเบเกอรี่เป็นไปด้วยดี จำนวนเงินลงทุนย่อมนานับประการตามรูปแบบของธุรกิจว่าต้องการให้ออกมาในลักษณะใด ซึ่งก็จะต้องพินิจพิจารณาและพิเคราะห์ตามกำลังของตัวอง เนื่องจากด้วยทั่วไปแล้วการลงทุนในขั้นแรกจะเน้นหนักไปที่วัสดุปกรณ์ ซึ่งนับว่าเป็นเงินลงทุนคงที่ รวมทั้งจะได้ผลทดแทนกลับมาภายในช่วงเวลาไม่นาน ด้วยเหตุดังกล่าวควรที่จะทำการเลือกใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่คุณภาพดี มีการรับประกัน แม้จะราคาแพงแต่มั่นอกมั่นใจได้ถึงคุณภาพ
ส่วนทุนอีกอย่างทีเรียกกันว่าต้นทุนเปลี่ยนแปลงแปร อาทิเช่น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายที่เปลี่ยนแปลงได้ นับว่าพวกนี้เป็นเงินลงทุนที่ผู้ลงทุนเองต้องจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเงินลงทุนสามารถหมุนวนได้อย่างไม่ขัดข้อง
-ความรู้ความเชี่ยวชาญ
จำเป็นสำหรับคนที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดมากมาย เนื่องจากควรจะศึกษาถึงใอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้รวมทั้งวัตถุดิบทุกสิ่งสำหรับในการทำเบเกอรี่ ควรจะศึกษาว่าแป้งมีกี่ประเภท น้ำตาลหรือวัตถุดิบตัวอึ่นๆมีคุณสมบัติเช่นไรใช้เป็นส่วนผสมในเบเกอรี่แต่ละประเภทเพื่ออะไร นอกจากนี้ยังจำต้องฝึกฝนรวมทั้งเชี่ยวชาญสำหรับการทำ เบเกอรี่มากพอที่จะควบคุมประสิทธิภาพแล้วก็รสได้ เพื่อขนมที่ผลิตมีคุณภาพรวมทั้งรสที่แบบเดียวกัน
ขณะนี้ มีโรงเรียนสอนทำเบเกอรีมากมายก่ายกอง เราสามารถเลือกเรียนได้ ได้ตามอยากได้ ทั้งยังสามารถเลือกเฉพาะวิชาที่พึงพอใจได้ ซึ่งส่วนใหญ่แม้เขาเรียนเพียงแค่คอร์สเดียวก็สามารถเอามาปรับใช้แล้วก็ทำขายได้ทันที แล้วก็การศึกษาสูตรแล้วก็วิธีทำจากเพื่อนเกลอหรือวงศ์วาน ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะไม่ต้องเลยรายจ่ายสำหรับเพื่อการเข้าชั้นเรียนกับสถานศึกษาสอนทำเบเกอรี่ต่างๆ
-เรียนรู้ตลาดและคู่แข่งขัน
ผู้สร้างควรศึกษาถึงสถานการณ์การตลาดเพื่อแนวทางการทำความเข้าใจสำหรับในการดำเนินธุรกิจของเรา ควรทำการศึกษาเรียนรู้และทำการค้นคว้าว่ากาตลาดเบเกอรี่ในช่วงนั้นๆเป็นอย่างไร มีกลุ่มคู่แข่งขันจำนวนโดยประมาณกี่ราย รวมทั้งแต่ละรายมีจุดเด่นข้อด้อยอะไรบ้าง รวมทั้งพวกเราต้องหาลักษณะเด่นของพวกเรา รวมทั้งปรับวิธีการเพื่อสู้กับคู่แข่งขันให้ได้ การ มองหา ร้านรวงสำหรับฝากขายมีความจำเป็นมากมายในการที่จะช่วยให้ธุรกิจของเราก้าวไปข้างหน้าหรือจะถอยหลัง ร้านที่เห็นสมควรมีความสนใจคือร้านที่อยู่ในย่านชุมชน มีทำเลดี มีที่จอดรถสำหรับลูกค้าไว้พร้อม มีการขยับเขยื้อนของจำนวนลูกค้าและหมุนวนสินค้าทั้งวัน และก็ทางร้านค้ามีแนวโน้มที่จะช่วยนำเสนอสินค้าของเรา เพื่อไม่ให้สินค้าของเราถูกกักไว้เพื่อรอคอยส่งกลับคืนสิ่งเดียว
-หาแหล่งวัตถุดิบที่สมควรทั้งยังเรื่องราคาแล้วก็ประสิทธิภาพ
การซื้อวัตถุดิบสำหรับเฉพาะวิธีการทำเบเกอรี่ ย่อมทำให้ได้วัตถุดิบที่ราคาแพงถูกกว่าซื้อตามห้างทั่วไป และก็ยังคงได้อุปกรณ์สำหรับเพื่อการทำเบเกอรี่อย่างครบถ้วน
รูปแบบของธุรกิจร้านเบเกอรี่ อาชีพอิสระ รายได้ดี
-รับขนมจากที่อื่นมาขาย
Bakery ยี่ห้อ HOME ของมหาวิทยาลัยราชภัฎ สวนดุสิต เป็นตัวอย่างสุด Classic ของ ร้านเบเกอรี่ ลักษณะนี้ เราจะเห็นคนนำของหวานแบรนด์ HOME มาเดินขายดังที่ต่างๆหรือตั้งโต๊ะขายก็ตาม รูปแบบนี้เป็นแบบอย่างที่เริ่มต้นง่าย เพียงไปรับขนม แล้วก็เอามาตั้งขาย ไม่ต้องจมทุนไปกับการซื้อเครื่องอบของหวาน ไม่ต้องเปลืองแรงทำ รวมทั้งของหวานที่ขายอร่อยแน่ๆ
- ทำของหวานขายเอง
ถ้าหากคุณมีเงินทุนมากยิ่งขึ้นมาหน่อย และเคยไปเรียนทำ Bakery มา หรือเชื่อมั่นในฝีมือ ธุรกิจร้านเบเกอรี่ชนิดนี้ จะทำเงินได้มากกว่า เพราะว่าพวกเราไม่ต้องไปรับของหวาน มาจากที่อื่น ซึ่งมีต้นทุนที่ซื้อมา แพงกว่าขนมที่เราทำเองอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็ต้องทดลองชั่งน้ำหนักมองว่า เงินลงทุนที่ลงเพิ่มไป จะคุ้มกับรายได้ที่ได้เพิ่มขึ้นมาหรือไม่
- ร้านเบเกอรี่พร้อมที่นั่ง แบบเต็มแบบอย่าง
หากไม่ได้อยากขายเพียงแค่ Bakery อย่างเดียว รวมทั้งคิดว่าขนมที่ทำขึ้นมา มีดีกว่าแค่จะเป็นร้านทั่วไป ก็เปิดร้านเบเกอรี่พร้อมที่นั่ง แบบเต็มต้นแบบได้เลย เพราะว่าราคาขนมจะขายได้แพงกว่า 2 แบบแรก โดยมีจุดมุ่งหมาย ให้เป็นจุดนัดพบ สำหรับมาทานขนม นั่งคุยกัน หรือนั่งอ่านหนังสือ ซึ่งกับ Lifestyle ของคนรุ่นหลังด้วย
 
สูตรคัพเค้ก
คัพเค้กช็อกโกแลต
เอาใจคนรักช็อกโกแลตด้วยคัพเค้กช็อกโกแลต เบเกอรี่สุดคลาสสิกถูกใจทุกเพศทุกวัย เต็มอิ่มไปกับเนื้อช็อกโกแลตเน้น ๆ ทั้งเนื้อคัพเค้กรสช็อกโกแลต สอดไส้ช็อกโกแลตกานาช และโปะครีมช็อกโกแลตฟรอสติ้งด้านบนอีกด้วย เห็นแบบนี้ต้องจัดสักชิ้นแล้ว
ส่วนผสม คัพเค้ก
- ดาร์กช็อกโกแลตสับ 6 ช้อนโต๊ะ
 - ผงโกโก้ 1/3 ถ้วย
 - กาแฟร้อน 3/4 ถ้วย
 - แป้งขนมปัง 3/4 ถ้วย
 - น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
 - เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
 - เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
 - น้ำมันพืช 6 ช้อนโต๊ะ
 - ไข่ไก่ 2 ฟอง
 - น้ำส้มสายชู 2 ช้อนชา
 - กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
ส่วนผสม ช็อกโกแลตกานาช
- ดาร์กช็อกโกแลตสับ 4 ช้อนโต๊ะ
 - เฮฟวี่ครีม 1/4 ถ้วย
 - น้ำตาลไอซิ่ง 1 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสม ครีมช็อกโกแลตฟรอสติ้ง
- เนยจืด 1+1/4 ถ้วย (อุณหภูมิห้อง)
 - น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย
 - ผงโกโก้ 3/4 ถ้วย
 - เกลือป่น
 - แบะแซ 3/4 ถ้วย
 - กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
 - ช็อกโกแลตละลาย 1 ถ้วย
วิธีทำคัพเค้กช็อกโกแลต
1. ทำช็อกโกแลตกานาชโดยใส่ดาร์กช็อกโกแลตสับ เฮฟวี่ครีม และน้ำตาลไอซิ่งลงในชามทนความร้อน นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 20-30 วินาที นำออกมาคนให้เข้ากัน นำไปแช่เย็นประมาณ 30 นาที
 2. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ เตรียมไว้
 3. วางเรียงพิมพ์มัฟฟินบนถาดรองอบ เตรียมไว้
 4. ทำคัพเค้กโดยใส่ดาร์กช็อกโกแลตสับและผงโกโก้ลงในชามผสม เทกาแฟร้อนลงไปคนจนละลาย นำไปแช่เย็นประมาณ 20 นาที
 5. ผสมแป้งขนมปัง น้ำตาลทราย เกลือป่น และเบคกิ้งโซดาให้เข้ากัน
 6. ใส่น้ำมันพืช ไข่ไก่ น้ำส้มสายชู และกลิ่นวานิลลาลงไปในส่วนผสมช็อกโกแลตกานาชที่เย็นแล้วคนผสมให้เข้ากัน ตามด้วยใส่ส่วนผสมแป้งลงไปคนให้เข้ากัน
 7. หยอดส่วนผสมคัพเค้กลงในพิมพ์มัฟฟิน 3/4 ของถ้วย ตามด้วยช็อกโกแลตกานาชประมาณ 1 ช้อนชา นำเข้าไปอบประมาณ 17-19 นาที นำออกมาพักไว้บนตะแกรงประมาณ 10 นาที เสร็จแล้วนำออกมาจากพิมพ์มัฟฟินแล้วพักทิ้งไว้ให้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง
 8. ทำครีมช็อกโกแลตฟรอสติ้งโดยใส่เนยจืด น้ำตาลไอซิ่ง ผงโกโก้ และเกลือป่นลงในเครื่องตีประมาณ 30 วินาที ตีจนเนื้อเนียน ใส่แบะแซและกลิ่นวานิลลาลงไปตีให้เข้ากันประมาณ 5-10 วินาที ใส่ช็อกโกแลตละลายลงไปตีให้เข้ากันประมาณ 10-15 วินาที นำไปบีบตกแต่งบนหน้าคัพเค้กให้สวยงามก่อนเสิร์ฟ


เค้กไวท์ช็อกโกแลต
ถ้าเอียนกับดาร์กช็อกโกแลตก็ลองเปลี่ยนมาทำไวท์ช็อกโกแลตบ้างก็ได้ ขอนำเสนอเค้กไวท์ช็อกโกแลต สูตรจาก คุณน้องซาแมนต้า สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เค้กเนื้อแน่นใส่ไวท์ช็อกโกแลตแซมดาร์กช็อกโกแลตตัดเลี่ยน กินกับกาแฟตอนเช้าก็แจ่ม
ส่วนผสม เค้กไวท์ช็อกโกแลต
• เนยจืด 125 กรัม
 • ไวท์ช็อกโกแลต 150 กรัม
 • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 130 กรัม
 • ผงฟู 1 ช้อนชา
 • เกลือป่น 1/3 ช้อนชา
 • ไข่ไก่ (อุณหภูมิห้อง) 2 ฟอง
 • น้ำตาลทรายแดง 100 กรัม
 • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
 • ไวท์ช็อกโกแลตและดาร์กช็อกโกแลต อย่างละ 80 กรัม (สับให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ) สำหรับใส่ในส่วนผสมเค้กเมื่อได้ผสมเสร็จแล้ว
 • อัลมอนด์สไลซ์ (สำหรับโรยหน้าเค้ก) 50 กรัม
วิธีทำเค้กไวท์ช็อกโกแลต
1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส และร่อนแป้งสาลีกับเกลือป่น และผงฟูเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
 2. ละลายเนยจืดและไวท์ช็อกโกแลตเข้าด้วยกันด้วยไมโครเวฟประมาณ 30 วินาที นำออกมาคนผสมให้ละลายเข้ากันแล้วนำเข้าไมโครเวฟต่ออีก 20 วินาที นำออกจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น เตรียมไว้
 3. ตีไข่ไก่ด้วยความเร็วสูงสุด ประมาณ 1 นาที เติมน้ำตาลทรายแดงลงไปแล้วตีด้วยความเร็วปานกลาง ประมาณ 2 นาที
 4. เทส่วนผสมเนยกับไวท์ช็อกโกแลตละลายใส่ลงไป ตีต่อด้วยความเร็วต่ำแค่พอเข้ากัน ตามด้วยกลิ่นวานิลลา ตีพอเข้ากัน แบ่งใส่แป้งครึ่งหนึ่งลงไป ตีด้วยความเร็วต่ำแค่พอเข้ากันแล้วใส่แป้งที่เหลือลงไปตีแค่พอเข้ากันแล้วรีบหยุด
 5. ใส่ไวท์ช็อกโกแลตและดาร์กช็อกโกแลตสับลงไป ใช้พายยางคนให้ส่วนผสมเข้ากัน เทส่วนผสมใส่พิมพ์ ใช้พายปาดหน้าเค้กให้เรียบและโรยหน้าด้วยอัลมอนด์สไลซ์
 6. นำเข้าเตาอบ อบนานประมาณ 20-25 นาทีหรือจนกว่าเค้กจะสุก
 
 
ความเป็นมาของของหวานสีสันสดใส มาการูนหรือมาการอง (Macaroon)
มาการูน หรือ มาการอง (Macaroon) ขนมหวานรูปวงกลมชนชาติประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีสีสันแจ่มใส ใส่ไส้กึ่งกลาง ชักชวนให้น่ารับประทาน กำลังเป็นที่นิยมอย่างล้นหลามรวมทั้งพบเจอกันได้มากไม่น้อยเลยทีเดียวตามห้าง ร้านเบเกอรี่ หรือในโรงแรมเมืองไทยเดี๋ยวนี้
 คนไหนกันจะทราบบ้างว่าแหล่งกำเนิดที่แท้จริงของของหวานทรงกลมสีสันแจ่มใสที่น่าอร่อยนี้เป็นขนมที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี มาจากคำว่า "Maccaone หรือ Maccherone" ในภาษาอิตาลี มาการองหรือมาการูน เปิดตัวคราวแรกในปี คริสต์ศักราช 1553 โดยเชฟหญิงชาวอิตาลีที่มีนามว่า Catherine de Medicis ในงานสมรสของคุณกับ Duc d'Orleans หรือกษัตริย์เฮนรี่ที่ 2 ของประเทศฝรั่งเศส ในอีก 21 ปีถัดมานั่นเอง
มาการองหรือมาการูน เริ่มแรกเป็นของหวานที่สร้างขึ้นมากล้วยๆจากอัลมอนต์ น้ำตาลและก็ไข่ขาวแค่นั้น ซึ่งเป็นของที่มีราคาไม่แพงและก็มีคุณค่าทางอาหาร มีการบันทึกไว้ว่าหลานสาวของ Catherine de Medicis และชาวฝรั่งเศสใช้รับประทานเพื่อประทังชีวิตในยุคข้าวยากหมากแพง
จนกระทั่งช่วงต้นศตวรรษที่ 20 หน้าตาของ มาการองหรือมาการูน ก็แปรไปเป็นขนมที่มีชีวิตชีวาจัดจ้า และเอามาการูนสองแผ่นมาเกาะติดกันโดยมีไส้ "chocolate panache (ช็อกโกแล็ตผสมครีม)" โดย Pierre Desfontaines หลายชายของ Louis Ernest Laduree (Laduree pastry and Salon de the,rue Royale) ร้านเบเกอรี่มีชื่อในประเทศฝรั่งเศส
กระบวนการทำมาการองคร่าวๆคือ การผสมไข่ขาว น้ำตาล และอัลมอนด์ล้วนๆบดละเอียดจนกระทั่งเป็นผงเหมือนแป้ง เรียกส่วนผสมนี้ว่า เมอแรงก์ (meringue) ตักเมอแรงก์ใส่กรวยแล้วบีบลงบนถาดอบเป็นชิ้นกลมๆขนาดเล็ก และก็ถูกตากทิ้งเอาไว้สักพักและหลังจากนั้นก็ค่อยนำเข้าเตาอบ ออกมาเป็นฝามาการอง (Shell) แล้วทำไส้ใส่ไว้ตรงกลาง
 การทำมาการองเจ้าตำรับ แตกต่างกันตั้งแต่วิธีจัดแจงเมอแรงก์แบบที่นิยมทำกันในขณะนี้ การทำมาการองแบบเจ้าตำรับนั้นจำเป็นต้องใช้วิธีเตรียมเมอแรงก์แบบ "เฟรนช์ เมอแรงก์ (French Meringue)" คือการตีไข่ขาวกับน้ำตาลแบบไม่ต้องต้ม ใช้มือเบาๆตีไปเรื่อยซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมที่คนประเทศฝรั่งเศสทำมาเมื่อร้อยปีที่ผ่านมา ร้านค้ามาการองที่มีชื่อเสียงในตอนนี้ของฝรั่งเศสก็ยังคงใช้แนวทางดั้งเดิมนี้อยู่ แม้กระนั้นเวลานี้คนจำนวนมากไม่มีผู้ใดทำแล้ว ด้วยเหตุว่าแนวทางการทำยุ่งยากกว่าวิธีต้มน้ำตาลด้วยความร้อนซึ่งจะมีผลให้ผิวของมาการองแตกต่างกัน และแบบเริ่มแรกจำเป็นต้องใช้เวลาตากที่อุณหภูมิห้องอย่างน้อย 3 ชั่วโมงถึงจะนำเข้าอบได้ ในช่วงเวลาที่วิธีต้มน้ำตาล ทิ้งเอาไว้เพียงแต่ 15 นาที ก็นำเข้าเตาอบได้เลย
มาการองสมัยนี้นิยมต้มน้ำตาลที่อุณหภูมิ 118 องศาเซลเซียส ซึ่งเมื่อรวมกับไข่ขาวจะมีความแน่นแล้วก็คงตัวช่วยไม่ให้ผิวหน้ามาการองแตกจากการอบ ผิวเรียบงาม แม้กระนั้นไม่มีความนิ่มพอๆกับแนวทางตีน้ำตาลทราย ไข่ขาวและก็ผงอัลมอนด์ให้ขึ้นฟูเบาๆซึ่งจะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ
การทำมาการองต้นตำรับแบบ เฟรนช์ เมอแรงก์ ทำให้จับตัวได้ฝามาการอง (Shell) ซึ่งผิวสัมผัสข้างนอกจะกรอบบางๆกัดนิดหนึ่งจะพบความนิ่มของเนื้อเชลล์แทบละลายในปากผสมผสานกลมกลืนไปกับรสของไส้
เอกลักษณ์ของมาการองอีกจุดเป็น"ชายอุบายประเทศฝรั่งเศส (skirt)" เป็นส่วนที่เป็นรอยหยักๆบริเวณรอบๆขอบเชลล์ ซึ่งเกิดจากส่วนประกอบและก็การอบที่สมควร หากอบแล้วไม่มีสเกิร์ตเกิดขึ้น ตัวเชลล์จะเปลี่ยนเป็นขนมผิงที่กรอบทั้งชิ้น
|
ขมป้งบ้านครูแอน อร่อย การันตี เรียนแล้วทำเป็น ชัวร์
|
อยากทำขนมเค้กเป็น อยากทำขนมอร่อยๆ เรียนกับครูแอนเลย
|
ทำขนมเค้กกินเอง ขนมปัง เบเกอรี่ บ้านครูแอน สอนเป็นกันเอง เรียนจบต้องทำเป็นให้จงได้
}
คอร์สแต่งหน้าเค้ก ไส้ขนมปัง เปิดร้านเบเกอรี่ (สอนส่วนตัว) อร่อยเหาะ

เครดิต : [url=http://www.annann201.com/][url]http://www.annann201.com/
[/url]

Tags :  สอนทำเบเกอรี่, เรียนทำเค้ก,เรียนทำอาหารญี่ปุ่น



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ