หมีที่พบเจอในประเทศไทย

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หมีที่พบเจอในประเทศไทย  (อ่าน 25 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ำพ
หัดขับ
*

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 39


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: มีนาคม 03, 2019, 10:12:54 am »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement


หมีที่เจอในประเทศไทย
๑. หมีควาย
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Selenarctos thibetanus (G. Cuvier)
มีชื่อพ้อง Ursus thibetanus G. Cuvier
ชื่อสามัญว่า Asiatic black bear
ขนาดวัดจากปลายจมูกถึงโคนหางยาว ๑.๒๐-๑.๕๐ เมตร หางยาว ๖.๕-๑๐ เซนติเมตร น้ำหนักตัว ๖๐-๑๐๐ กก. หัวค่อนข้างจะแบน แคบ ปากยาวกว่าหมีสุนัข ขนรอบจมูก คาง รวมทั้งบริเวณเหนือตามีสีขาว ใบหูใหญ่ ขอบกลมมน ตามลำตัวมีขนยาวสีดำ อกมีขนสีขาวรูปตัววี (V) แต่ละขามี ๕ นิ้ว มีเล็บขนาดใหญ่โค้ง ปลายแหลม ไม่หดกลับ หมีควายชอบออกหากินโดยลำพังในกลางคืน เว้นเสียแต่ในช่วงฤดูสืบพันธุ์ ช่วงกลางวันมักแอบอยู่ในโพรงดิน ตามโคลนรากของต้นไม้ใหญ่หรือตามโพรงหิน บางเวลาออกมาทำมาหากินผลไม้สุกหรือรังผึ้งในเวลากลางวัน ปีนต้นไม้เก่ง เดินด้วยขาทั้ง ๔ ข้าง เมื่อสู้กับศัตรูจะยืนด้วยขาหลังทั้งสองขา แล้วก็ใช้ฝ่าตีนของขาหน้าตะปบศัตรู ของกินที่รับประทานเป็นผลไม้ น้ำผึ้ง กวาง เก้ง หมูป่า ปลา หมีควายโตเต็มวัยพร้อมผสมพันธุ์เมื่ออายุราว ๓ ปี ท้องนาน ๗-๘ เดือน ตกลูกครั้งละ ๑-๒ ตัว คลอดในถ้ำ หรือในโพรงไม้ อายุยืนราว ๓๐ ปี พบในทุกภาคของไทย ในเมืองนอกเจอที่กัมพูชา เวียดนาม ประเทศปากีสถาน ประเทศอินเดีย เนปาล ประเทศทิเบต เกาหลี จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน
๒. หมีหมา
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Helarctos malayanus (Raffles)
มีชื่อพ้อง Ursus malayanus Raffles
ชื่อสามัญว่า Malayan sun bear
หมีคน ก็เรียกเป็นหมีชนิดที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ขนาดวัดจากปลายจมูกถึงโคนหางยาว ๑-๑.๔๐ เมตร หางยาว ๓-๕ เซนติเมตร น้ำหนักตัว ๓๐-๔๐โล หัวกลม ปากสั้น ตามลำตัวมีขนยาวสีดำ หน้าอกมีขนสีขาวหรือสีขาวอมเหลืองเป็นรูปตัวยู (U) แต่ละขามี ๕ นิ้ว มีเล็บขนาดใหญ่ โค้ง ปลายแหลม ไม่หดกลับ มีเต้านม ๔ เต้ารอบๆอกและพุง หมีหมาชอบออกหากินเป็นคู่ในกลางคืน ลางครั้งเจอในกลางวันบ้าง ขึ้นต้นไม้ได้แคล่วคล่อง สร้างรังนอนโดยดึงกิ่งไม้ กาบไม้ มาวางไว้ใต้ท้อง แล้วปลดปล่อยขาแขวนคร่อมก้านไม้ไว้ โดยเอาคางเกยไว้ตรงง่ามไม้ ยืนด้วย ๒ ขาได้ โดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่ออยากมองในระยะไกลหรือมองหาศัตรู เวลาเข้ารังควานจะแผดเสียงร้องเหมือนสุนัข ของกินที่รับประทานเป็นพวกผลไม้ แมลง ผึ้ง ปลวก ใบไม้ สัตว์ขนาดเล็ก หมีหมาโตเต็มวัยพร้อมสืบพันธุ์เมื่ออายุราว ๓-๕ ปี มีท้องนานราว ๙๕ วัน ออกลูกครั้งละ ๑-๒ ตัว อายุยืนราว ๒๐ ปี เจอในทุกภาคของไทย แต่พบมากมากมายทางภาคใต้ ในต่างถิ่นพบที่ลาว เขมร เวียดนาม เมียนมาร์ บังกลาเทศ จีน มาเลเชีย แล้วก็อินโดนีเชีย
ดีหมีในยาจีน
ดีหมีเป็นเครื่องยาอย่างหนึ่งที่ใช้ในยาจีน ราคาแพงแพงมากและหายาก เครื่องยานี้มีชื่อภาษาละตินตามตำรายาว่า Fel Ursi มีชื่อสามัญว่า bear gall จีนเรียก สงต่าน (สำเนียงแมนดาริน) ได้จากถุงน้ำดีของหมี ๒ จำพวก เป็น หมีควาย Selenarctos thibetanus (G. Cuvier) และก็หมีสีน้ำตาล หรือ brown bear (Ursus arctos Linnaeus) วงศ์ Ursidae ชนิดข้างหลังไม่เจอในธรรมชาติในประเทศไทย ดีหมีที่ได้จากเขตยูนนาน จำนวนมากเป็นดีของหมีควาย จัดเป็นดีหมีที่มีคุณภาพเยี่ยมที่สุด ในทางการค้าขาย เรียก อวิ๋นต่าน (ดีจากยูนนาน) แต่ดีหมีที่มีขายในท้องตลาดเอาแต่ได้จากหมีที่พบทางภาคอีสานของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตเฮย์หลงเจียงรวมทั้งเขตจี๋หลิน ส่วนใหญ่ได้จากหมีสีน้ำตาล ในทางการค้าเรียก ตงต่าน (ดีจากภาคทิศตะวันออก) ซึ่งมีปริมาณมากกว่า
รูปแบบของดีหมี
ดีหมีแห้งมีรูปร่างกลม ยาวรูปไข่ ส่วนบนเรียวและกลวง ข้างล่างเป็นถุงใหญ่ ยาว ๑๐-๒๐ ซม. กว้าง ๕-๑๐ เซนติเมตร (ข้างล่าง) เปลือกนอกสีน้ำตาลอมเทา สีน้ำตาลอมดำ หรือสีเหลืองอมสีน้ำตาล เป็นเงาบางส่วน ส่วนบนใส ดูได้เกือบจะทะลุผิวบางแล้วก็ย่นย่อ เมื่อฉีกจนขาดจะเห็นเป็นเส้นใย ในถุงน้ำดีมีน้ำดีที่แห้งแล้วเป็นก้อนหรือเป็นเม็ด บางทีก็เป็นผงหรือก้อนเหนียวๆสีเหลืองทองคำ เป็นมันเงา เปราะ ดีหมีที่มีสีเหลืองทองคล้ายสีอำพัน เนื้อบาง เปราะ เป็นเงาเงา มักเรียก ดีหมีสีทอง หรือ ดีหมีสีทองแดง ประเภททีมีสีดำหรือสีเขียวอมดำ แข็ง มีลักษณะเป็นแผ่น มักเรียก ดีหมีสีดำ หรือ ดีหมีสีเหล็ก ส่วนชนิดที่มีสีเขียวอมเหลืองเนื้อเปราะ มักเรียก ดีหมีสีกะหล่ำดอกเมื่อเรียกลอง ดีหมีมีรสขมก่อน ถัดมาจะรู้สึกหวาน กลิ่นหอมหวนเย็นๆหรือ คาวนิดหน่อย อมในปากจะละลายจนถึงหมด ดีหมีที่มีคุณภาพดีต้องมีรสขม เย็น ไม่ติดฟัน ก้อนน้ำดีสีเหลืองทองวาวเงา รสขมช่วงแรก แล้วหวานตามหลัง

ของแท้หรือของที่เป็นของปลอม
เหตุเพราะดีหมีเป็นเครื่องยาที่หายาก ก็เลยมีของเทียมขายมากมายในหลายรูปแบบ ได้แก่ ปลอมด้วยดีหมู ดีโค หรือดีแกะ แต่บางทีอาจตรวจตราดีหมีแท้ได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
๑. แนวทางการตรวจทางกายภาพ อาจทำได้ด้วยการดูลักษณะทั่วไปด้านนอก รวมถึงผิวรวมทั้งรูปร่าง ตรวจดูรูเปิดของถุงน้ำดีและก็รอบๆที่มัด มองปริมาณของน้ำดีแห้ง (หากมีมากและเต็มอาจเป็นของปลอม) ตรวจสอบน้ำหนักของดี (ถ้าหากมีน้ำหนักมากจนเกินไป บางทีอาจเป็นของปนปลอมด้วยโลหะลางอย่างเช่นตะกั่ว หรือเหล็กผสมทราย) ตรวจด้วยการเอาผงดีหมีนิดหน่อยวางบนนิ้วชี้ หยดน้ำลงไป ๑ หยด แล้วขยี้ด้วยนิ้วโป้งมือ (ถ้าเป็นของแท้จะมีกลิ่นหอมเย็น) น้ำดีที่เป็นของแท้จะเปราะ แตกง่าย ได้ผลึกรูปหลายเหลี่ยม (ถ้าหากเป็นของเลียนแบบจะเหนียวแล้วก็แข็ง ไม่เป็นเงา) อย่างไรก็แล้วแต่ กระบวนการนี้จำต้องอาศัยประสบการณ์แล้วก็ความชำนิชำนาญมาก
๒. วิธีเผาไฟ เอาเข็มเขี่ยๆผงดหมี[/url]บางส่วน เผาไฟ ถ้าหากเป็นของแท้จะปุดเป็นฟอง แม้กระนั้นถ้าเป็นของปลอมจะติดไฟหรือเยิ้มเหลว หรืออาจมีปุดเป็นฟองแต่ว่ามีกลิ่นไม่ประสงค์
๓. แนวทางตรวจด้วยน้ำ เติมน้ำลงในถ้วยน้ำ ขนาดราว ๓ ใน ๔ แก้ว เอาเกล็ดดีหมีนิดหน่อยใส่ลงเบาๆบนผิวน้ำ เกล็ดดีหมีนั้นจะหมุนอย่างเร็วชั่วครู่หนึ่ง ขณะหมุนอยู่ก็จะละลายไปเรื่อยๆแล้วจมลงในน้ำ ทำให้เห็นเป็น “เส้นเหลือง” ลงสู่ตูดแก้ว เส้นเหลืองนี้คงอยู่นานกว่าจะหายไป ถ้าที่ผิวน้ำมีฝุ่นละอองน้อยเมื่อใส่เกล็ดดีหมีลงบนผิวน้ำ ผงดีหมีจะหมุนอย่างรวดเร็วรวมทั้งผลักฝุ่นละอองที่ผิวน้ำให้กระจายออก นอกเหนือจากนี้ วิธีนี้ยังคงบางทีอาจใช้เหล้าขาวแทนน้ำ จะกำเนิดเส้นเหลืองให้มองเห็นเช่นกัน
๔. แนวทางตรวจทางเคมี ทำเป็นโดยตรวจสาระสำคัญในดีหมีซึ่งไม่เจอในดีของสัตว์อื่น เป็น กรดเออร์โซเดสออกศซิโคลิก (ursodesoxycholic acid) เช่น ด้วยแนวทางรงคเลขผิวบาง (thin-layered chromatography) หรือด้วยแนวทางรงคเลขของเหลวสมรรถนะสูง (high performance liquid chromatography หรือ HPLC)
คุณประโยชน์และก็ขนาดที่ใช้
ตำราเรียนจีนว่า ดีหมีมีรสขม ฤทธิ์เย็น ใช้เป็นยาลดไข้ แก้อาการชัก บำรุงสายตา ใช้เป็นยาเจริญอาหารรวมทั้งยาทดแทนน้ำดี เป็นยาช่วยเหลือคนป่วยที่สลบเพราะว่าไข้สูง ใช้หยอดตา ทาหัวริดสีดวงทวารหนักที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดอาการปวดบวม ใช้รับประทานเป็นยาแก้โรคตับอักเสบ โรคความดันเลือดสูง โรคบิดเรื้อรัง ใช้ทีละ ๐.๖-๑.๕ กรัม โดยชงน้ำ หรือทำเป็นยาลูกกลอนก็ได้ หรือใช้ละลายน้ำน้อยเป็นยาทา หรือใช้ทำเป็นยาตาก็ได้
คุณประโยชน์ทางยา
 หมอแผนไทยใช้ดีหมีเป็นทั้งยังเครื่องยาแล้วก็กระสายยา ตำราเรียนคุณประโยชน์ยาโบราณว่าดีหมีมีรสขม หวาน มีคุณประโยชน์ดับพิษร้อนข้างใน แก้พิษเพ้อคลั่ง สติลอย ตาเหม่อ บำรุงน้ำดี ขับขี่รถยาให้แล่นทั่วตัว ใช้ดีหมีเป็นยากระจายเลือดลิ่มสำหรับบุคคลที่ซ้ำซอกเพราะว่าตกต้นไม้หรือตกจากที่สูง หรือถูกของแข็งชน ทำให้บวมช้ำ นอกจากดีหมีแล้ว แพทย์แผนไทยยังรู้จักใช้ “เขี้ยวหมี” เป็นเครื่องยาในตำรับยาหลายขนาน ตัวอย่างเช่น ยาปรับแต่งขนานหนึ่งใน พระคัมภีร์มหาโชตรัต ดังต่อไปนี้ สิทธิการิยะ ถ้าเกิดผู้ใดกันแน่เปนไข้แลให้ร้อนภายในให้ต้องการน้ำนัก แลตัวผู้เจ็บป่วยนั้นให้แข็งกระด้างประหนึ่งท่อนไม้แลท่อนฟืน ให้ตัวนั้นเปนเหน็บชาไปทั่วทั้งกายหยิกไม่เจ็บ ท่านว่ากำเนิดกาฬข้างในแลให้ปากแห้งคอแห้งฟันแห้งนมท้อใจให้เปนต่างๆนั้น ท่านว่ารอยแดงผุดออกยังไม่สิ้นยังอยู่ในหัวใจนั้น ถ้าหากจะแก้ให้เอารากกะตังบาย ๑ จันทน์ทั้ง ๒ สนเทศ ๑ ท้อม ๑ เพ่งดูนาศ ๑ รากแตงดุร้าย ๑ รากหมูปล่อย ๑ หัวมหารอยดำ ๑ หัวกะเช้าผีมด ๑ รากไคร้เครือ ๑ ใบยับยั้ง ๑ ใบพิมเสน ๑ ใบเฉพร้าหอม ๑ ใบทองพันชั่งน้ำหนัก ๑ เขากวาง ๑ งาช้าง ๑ เขี้ยวเสือ ๑ เขี้ยวหมี ๑ เขี้ยวจระเข้ ๑ เขี้ยวหมูป่า ๑ เขี้ยวแรด ๑ ฟันกรามนาคราช ๑ เขี้ยวปลาพยูน ๑ เกสรดอกบัวน้ำทั้ง ๗ ผลสมอพิเภก ๑ เทียนดำ ๑ ใบสะเดา ๑ เปลือกไข่เป็ดสด ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ สมอไทย ๑ รากมะรุมบ้าน ๑ รวมยาทั้งนี้เอาเท่าเทียมกัน ทำผง แล้วจึงบดปั้นแท่งไว้ ฝนด้วยน้ำดอกไม้ อีกทั้งกินทั้งยังพ่น แก้สรรพไข้ทุกอันดังที่ได้กล่าวมาแล้วมานั้น หายแล อนึ่ง “เขี้ยวหมี” เป็นเครื่องยาอย่างหนึ่งในพิกัดยาไทยที่เรียก “นวเขี้ยว” หรือ “เนาวเขี้ยว” ได้แก่ เขี้ยวหมูป่า เขี้ยวหมี เขี้ยวเสือ เขี้ยวแรด เขี้ยวสุนัขป่า เขี้ยวปลาพะยูน เขี้ยวไอ้เข้ เขี้ยวแกงเลียงหน้าผา รวมทั้งงาช้าง



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ